ตอนที่ 76

ในเวลานี้ทั้งหวังต้าฟู่ หมาป่าเงินและคนอื่นๆเองต่างก็รีบรุดหน้าเข้ามา

ยังไงซะมันก็เป็นแค่ชั้น4เท่านั้นและไม่ได้ไกลจากประตูแสงของภูเขาอัสนีร่วงซักเท่าใด

เมื่อเห็นว่ามีอสูรเต็มภูเขาพวกเขาทุกคนก็พลันอ้าปากค้าง

จำนวนของมันมากมายจนไม่อาจนับแต่คาดเดาคร่าวๆจากสายตาแล้วน่าจะมีราวๆหนึ่งหมื่น

นี่ขนาดว่าหลายวันก่อนคนของเมืองหลงไห่กับเมืองหยางลงมือกวาดล้างไปบ้างแล้วนะ

จินตนาการได้เลยว่าอสูรในภูเขาอัสนีร่วงในวเลานี้ต้องบังเกิดภาวะผิดปกติอะไรบางอย่างขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

“ใครที่ยังมาไม่ถึงบ้าง?” หวังต้าฟู่กวาดสายตามอง

หมาป่าเงินมองไปรอบๆและขมวดคิ้ว “ซงจ้งยังมาไม่ถึง...เดี๋ยวนะโล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงเองก็ยังไม่มา ไม่น่าจะเป็นเช่นนี้ได้คนทั้งคู่นั่นทรงพลังมากเลยนะ”

หวังต้าฟู่ตกตะลึงไปชั่วขณะ “ฉันคิดว่าฉันจำชื่อสองชื่อนั้นได้นะ โล่วิญญาณกับระเบิดเพลิง..พวกเขาใช่ไหมคือคนที่ป้องกันกำแพงเมืองแต่ละฝั่งเพียงลำพัง?”

หมาป่าเงินพยักหน้ารับด้วยสีหน้าอวดโอ่เล็กน้อย “ใช่เป็นทั้งสองคนนั่นแหละ พวกเขาคือความภาคภูมิใจของเมืองเครนขาวเรา”

ลู่หลัวกระซิบ “พวกเขาน่าจะเจอปัญหาเล็กน้อย บางทีระหว่างทางอาจจะไปเจอเข้ากับฝูงอสูรขวางทาง ไม่ต้องกังวลเรื่องของสองคนนั้นหรอกยังไงพวกเขาก็แข็งแกร่งมากอยู่แล้ว”

เหวินเซี่ยงเกาหัว “แล้วนี่ไม่มีใครสนใจซงจ้งหน่อยรึไง?”

คนอื่นๆ “...”

หวังต้าฟู่กระแอมเบาๆ “สถานการณ์ตอนนี้ค่อนข้างเร่งด่วนและพวกเรารอต่อไปไม่ได้แล้ว ยังไงก็ตามพวกเราเองก็มีคนไม่มากและเป็นไปไม่ได้แน่ที่จะบุกตะลุยเข้าไป ความคิดของฉันคือล่อพวกอสูรบริเวณขอบๆออกมาทีละน้อยๆและแยกกันกำจัดพวกมัน ตราบใดที่พวกเราสามารถยืดเวลาไปได้สมาชิกด้านนอกก็จะกลับเข้ามาหลังจากได้รับการรักษาแล้ว!”

หมาป่าเงินพยักหน้า “นั่นก็ฟังดูดีถ้างั้น...”

โฮก! โฮก!

ในเวลานี้เองอสูรด้านนอกคลื่นอสูรจู่ๆก็พลันส่งเสียงกรีดร้องโหยหวยออกมา

จากนั้นบอลเพลิงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกว่าเจ็ดเมตรก็พลันระเบิดลงกลางฝูงอสูรราวกับอุกกาบาต

ตูม!

อสูรทั้งหมดในระยะของสกิลระเบิดเพลิงต่างได้รับบาดเจ็บไปตามๆกัน พวกที่อ่อนแอหน่อยเช่นพวกที่ต่ำกว่าเลเวล3ขอบเขตที่6ส่วนใหญ่ก็จะถูกระเบิดเพลิงนี้สังหารในพริบตา!

พวกระดับสูงหน่อยเช่นพวกเลเวล4ถึง6ขอบเขตที่6เองก็เสียพลังชีวิตไปเกือบครึ่ง

ส่วนพวกที่เลเวลเหนือกว่าเลเวล7ขอบเขตที่6เองก็เสียเลือดไปกว่าหนึ่งในสาม

เดิมทีอสูรพวกนี้กำลังจะมุ่งไปยังกลุ่มของพวกนักสู้ที่ถูกปิดล้อม

หากแต่ระเบิดเพลิงนี้กลับดึงดูดความสนใจของพวกมันไปเสียฉิบ

นักสู้รอบๆเองก็พากันมองทอดสายตาออกไปและเห็นเงาร่างที่เร้นกายอยู่ภายใต้ชุดคลุมสีดำยืนอยู่

“นั่นคือคนของกองพลก่อสร้างสาขาเมืองเครนขาวงั้นหรอ?” ซูซวนกล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ

โฮก! โฮก! โฮก!

อสูรทั้งหมดต่างพากันกราดเกรี้ยวพร้อมกับพุ่งเข้าใส่เงาร่างนั้น

หัวใจของไป๋ชิงเหอเต้นไม่เป็นส่ำ “ไม่ดีแล้ว คนคนนั้นเป็นจอมเวทย์ยังไงก็ไม่มีทางรับมือกับการโจมตีของอสูรจำนวนขนาดนั้นได้แน่!”

ในเวลานั้นเองเงาร่างในชุดเกราะเต็มตัวจู่ๆก็พลันกระโจนออกมาขวางหน้าจอมเวทย์เพลิงผู้นั้นเอาไว้

โล่สีดำดูหนักและใหญ่โตเกินจริงถูกตั้งเอาไว้เบื้องหน้าของชายผู้นั้น

ลู่หลัวเอ่ยออกมาทันที “นั่นมันโล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงนี่!”

หวังต้าฟู่ “...หมาป่าเงินก่อนหน้านี้ฉันเองก็ไม่รู้หรอกนะว่าพวกนั้นกล้าหาญขนาดไหน แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้ว”

หมาป่าเงินที่มีสีหน้ากังวลเอ่ยออกมา “พวกนั้นค่อนข้างกล้าหาญก็จริงอยู่แต่ฉันกังวลว่าพวกนั้นจะตกอยู่ในอันตรายแล้วนี่สิ”

ซูซวนที่อยู่บนภูเขาลูกเล็กตะโกนออกมา “พวกคนเดียวเนี่ยนะ! คนคนเดียวจะต้านทานการโจมตีจากอสูรจำนวนมากขนาดนี้ได้ยังไง?!”

“จบแล้ว ทั้งสองคนนั้นเห็นได้ชัดเลยว่าเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยพวกเรา” นักสู้คนหนึ่งเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหดหู่

“พวกเขาจะเลือกละทิ้งพวกเราก็ได้แท้ๆ การต้องเห็นคนของกองพลก่อสร้างด้วยกันมาเสียสละตัวเองเช่นนี้ฉันรับไม่ได้จริงๆ!” นักสู้อีกคนตบหน้าอกของตัวเองและกระทืบเท้าด้วยความคับข้องใจ

ไป๋ชิงเหอ ซูซวนและคนอื่นๆไม่กล้ามองอีกต่อไป พวกเขารู้ดีว่าแม้โล่นั้นจะดูใหญ่โตแต่ในเสี้ยววินาทีต่อไปอสูรอันน่าพรั่นพรึงเหล่านี้จะฉีกทำลายโล่จนกลายเป็นชิ้นๆและกลบฝังคนทั้งสองที่อยู่ด้านหลังจนมิด

อสูรเข้าปะทะอย่างรุนแรงแต่ก็ราวกับคลื่นซัดซาดใส่โขดหิน โขดหินนั้นแน่นิ่งไม่ไหวติงหากแต่คลื่นกลับแตกกระจาย

ตึง! ตึง! ตึง!

กบอัสนี อสรพิษอัสนี ผึ้งอัสนี...อสูรจำนวนมากมายของภูเขาอัสนีร่วงโถมเข้าใส่อีกฝ่ายหากแต่กลับไม่เพียงไม่อาจเจาะทะลวงโล่ยักษ์นั่นได้เท่านั้นแต่พวกมันยังตกตายเสียเองเบื้องหน้าโล่นั่นทีละตัวๆ

ไป๋ชิงเหอ ซูซวนและนักสู้คนอื่นๆจับต้องมองภาพที่เกิดขึ้นด้วยแววตาโง่งม

หวังต้าฟู่ “...นี่มัน...อันตรายแล้วหรอ?”

หมาป่าเงิน “...ฉันก็ไม่คิดเหมือนกันว่าหมอนั่นจะถึกขนาดนั้น”

ลู่หลัวและเหวินเซี่ยงถอนหายใจ “เขาก็ถึกมาตั้งแต่ตอนอยู่ในองค์กรเจอร์มินอลแล้ว ไม่คิดว่าหลังจากกลายเป็นนักสู้ขอบเขตที่6แล้วก็ยังคงถึกทนเหมือนเดิม”

ในสายตาของคนอื่นการผสานงานของโล่วิญญาณและระเบิดเพลิงนั้นเข้าคู่กันอย่างยิ่ง

โล่วิญญาณจะคอยเป็นปราการป้องกันอสูนทั้งหมดของภูเขาอัสนีร่วงเอาไว้

ระเบิดเพลิงจะซ่อนตัวอยู่ด้านหลังโล่วิญญาณและคอยกระหน่ำโจมตี ความถี่ในการร่ายเวทย์ระเบิดเพลิงของเขาสูงมากราวกับร่าวเวทย์บอลเพลิงลูกเล็กๆก็ไม่ปาน

ทุกคราที่พลังเวทย์ของเขาจะหมดเขาก็จะหยิบโพชั่นฟื้นฟูพลังเวทย์ขั้นสูงขึ้นมาดื่ม

อสูรกลุ่มใหญ่ของภูเขาอัสนีร่วงกลับถูกคนเพียงคนเดียวสะกดเอาไว้จนแน่นิ่ง

ยิ่งไปกว่านั้นเนื่องจากโล่วิญญาณและระเบิดเพลิงดึงดูดความสนใจไป พวกอสูรจึงไม่ได้ล้อมพวกไป๋ชิงเหอ ซูซวนและนักสู้คนอื่นๆอีกต่อไป กลับกันพวกมันหันเหความสนใจไปที่คนทั้งคู่แทน

“โอกาสดี! รีบไปช่วยพวกเขาเร็ว!”

หวังต้าฟู่ตะโกนลั่น

พวกเขารีบบุกตะลุยสังหารอสูรตามรายทางเพื่อไปรวมกลุ่มกับพวกไป๋ชิงเหอในทันที

เมื่อเห็นร่างที่เต็มไปด้วยเลือดและชุดเกราะที่มีแต่รอยแตกของไป๋ชิงเหอ ทั้งลู่หลัวและเหวินเซี่ยงต่างก็พากันอ้าปากค้าง

หวังต้าฟู่เองก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงชื่นชม “เหล่าไป๋องค์กรภาคภูมิใจในตัวนายจริงๆ!”

“หยุดคุยเรื่องนี้ก่อนเถอะ พวกเราจะทำยังไงกับสองคนนั้น? พวกเราต้องพาพวกเขากลับไปด้วยนะ!” ซูซวนชี้ไปที่พวกหลินเซวียนและเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงกังวล

“ใช่แล้ว หากการต้องรอดของพวกเราจำเป็นต้องเสียสละเพื่อนพ้องถ้าเป็นเช่นนั้นพวกเราก็ขอตายอยู่ในเทือกเขาอัสนีร่วงแห่งนี้เสียดีกว่า” ไป๋ชิงเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น

“ไปได้ก็ไปเลยพวกเราไม่เป็นอะไร”

“เดี๋ยวจะล่อพวกอสูวพวกนี้ไปห่างๆ แล้วไปเจอกันข้างนอก!”

ในตอนที่ไป๋ชิงเหอกล่าวจบหลินเซวียนก็ตะโกนมาพอดี

จากนั้นทุกคนก็เห็นว่าโล่วิญญาณและระเบิดเพลิงล่าถอยออกไปพร้อมๆกันและวิ่งหลบฉากออกไปแล้ว

อสูรจากภูเขาอัสนีร่วงเองก็ตามพวกเขาไปติดๆราวกับลำธารสีเงินขาว

เพียงเสี้ยวพริบตาเดียวอสูรรอบๆพวกหวังต้าฟู่และคนอื่นๆก็เหลือเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น

“นี่...” มุมปากของซูซวนกระตุกถี่ยิบ “ตัวแทงค์กับจอมเวทย์ไฟจะหนีจากอสูรจำนวนมากขนาดนี้ของภูเขาอัสนีร่วงได้จริงๆหรอ?”

ไป๋ชิงเหอเองก็ลังเล “หมาป่าเงินบอกพวกเรามาให้ชัดเจนซิว่าสองคนนั้นจะทำได้หรือเปล่า ฉันไป๋ชิงเหอไม่มีทางยอมยืนมองสหายร่วมอุธรณ์ตายใต้กงเล็บของพวกอสูรเป็นแน่!”

หมาป่าเงินไม่รู้แล้วว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “ทั้งสองคนนั่นคือโล่วิญญาณกับระเบิดเพลิง พวกนายก็น่าจะเคยได้ยินเกี่ยวกับพวกเขามาบ้างแล้ว”

ซูซวนอุทานออกมา “สองคนนั่นเองงั้นหรอ? ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคุณถึงมั่นใจขนาดนั้น”

เรื่องราวการต่อสู้ระหว่างเมืองเครนขาวและองค์กรเจอร์มินอลนั้นแผ่กระจายไปยังกองพลก่อสร้างสาขาใกล้เคียงนานแล้ว

โล่วิญญาณและระเบิดเพลิง สองสหายคู่ซี้คือผู้ที่ป้องกันกำแพงเมืองและต้านทานการบุกขององค์กรเจอร์มินอลเอาไว้ บันทึกการต่อสู้อันโดดเด่นนี้ทำให้คนของกองพลก่อสร้างหลายต่อหลายคนประทับใจยิ่ง

ลู่หลัวยิ้มและเอ่ยออกมา “อย่าได้คิดว่าโล่วิญญาณจะเชื่องช้าเพราะสวมเกราะหนักเชียว เช่นเดียวกัน..อย่าได้คิดเชียวว่าระเบิดเพลิงวิ่งได้ไม่เร็วเพราะเป็นจอมเวทย์ไฟ ความสามารถของคนทั้งคู่นั่นเกิดกว่าที่พวกคุณจะคาดการณ์ได้ไปไกลโขเชียวล่ะ”