ตอนที่ 95

ทะเลตะวันออกของต้าเซี่ย

คลื่นและลมวันนี้ค่อนข้างรุนแรงแต่กลับยังมีเรือลำน้อยลำหนึ่งลอยอยู่เหนือผิวน้ำ

บนเรือลำน้อยนี้หว่ายโหยวซีกำลังนั่งเล่นรูบิคในมืออยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง

หนนี้เขากำลังเล่นรูบิคขนาด4คูณ4ไม่ใช่3คูณ3แบบก่อนหน้านี้

“อะไรกัน? รูบิค4คูณ4ก็ไม่ได้ยากนี่ ง่ายกว่าอัน3คูณ3ตั้งเยอะ” หว่านโหยวซีพึมพำ

ไม่ไกลนักมีเรือสปีดโบ้ทกำลังแล่นเข้ามาใกล้พร้อมกับเสียงแสบแก้วหู

บนเรือสปีดโบ้ทลำนั้นมีชายวัยกลางคนท่าทีมากความสามารถอยู่สองคน พวกเขาเดิมทีกำลังพูดคุยและหัวเราะกันอยู่แต่หลังจากเห็นหว่านโหยวซีพวกเขาก็หยุดคุยกันทันที

“ตอบสนองได้รวดเร็วดีนี่” ชายวัยกลางคนตาเดียวเอ่ยน้ำเสียงสงบด้วยภาษาจีนสำเนียงแปร่งๆ

“แต่แกหยุดพวกเราสองคนด้วยตัวเองเพียงลำพังไม่ได้หรอก” ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงผอมเป็นชาวจีนดังนั้นสำเนียงจึงไม่ได้แปร่งมากนัก

หว่าโหยวซีกล่าวโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง “รอฉันแก้รูบิคก่อนนะ”

กล่าวจบเขาก็ก้มหน้าก้มตาแก้รูบิคในมือต่อไป

ชายวัยกลางคนเองก็ไม่เคลื่อนไหว

เข็มนาฬิกาเดินต่อไปเรื่อยๆพร้อมๆกับเวลาที่ผ่านไปถึงครึ่งชั่วโมง

ชายวัยกลางคนจากทุ่งราบมหาสวรรค์ยังคงเงียบไม่กล่าวคำ

สีหน้าของหว่านโหยวซีดูค่อยๆหงุดหงิดขึ้นเรื่อยๆและมือของเขาเองก็รวดเร็วจนกลายเป็นภาพติดตา

ทันใดนั้นเองนักสู้ทั้งสองจากทุ่งราบมหาสวรรค์จู่ๆก็โจมตีออกมาทันทีโดยไม่มีการเตือนใดๆ

ด้วยหอกของชายวัยกลางคนตาเดียวที่ควบแน่นไปด้วยพลังน้ำแข็งสีฟ้าสว่างทำให้ผิวทะเลระหว่างสปีดโบ้ทและเรือลำน้อยถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา

ชายวัยกลางคนพลันเหยียบลงบนพื้นน้ำแข็งและพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วราวกับเสือดาว

ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงผอมและเองยกมือขึ้น พร้อมกันนั้นคุไน4เล่มที่เปล่งประกายแสงสีเขียวเข้มก็พลันถูกขว้างออกมาโดยเล็งไปที่หว่างคิ้ว ลำคอ หน้าอกและแขนขวาของหว่านโหยวซี

คุไนทั้ง4มาถึงก่อนแล้วจึงตามด้วยชายตาเดียว

หากแต่หลังจากเข้ามาในระยะสิบเมตรความเร็วของคุไนจู่ๆกลับตกลงราวกับว่ามันตกลงไปในบ่อโคลนดูด

ท้ายที่สุดคุไนทั้งสี่เล่มก็ดูเหมือนจะเสียพลังงานจลน์ไปจนสิ้นและล่วงลงบนพื้นน้ำแข็ง

สีหน้าของชายวัยกลางคนรูปร่างผอมสูงแข็งค้างไปในพริบตา

“ฆ่า!”

หอกในมือของชายตาเดียวได้มาถึงแล้ว มังกรน้ำแข็งขนาดย่อมพลันปรากฏและเล็งไปที่รูบิคในมือของหว่านโหยวซี

“นายโจมตีฉันได้นะแต่ห้ามแตะต้องรูบิคนี้”

หว่านโหยวซีแทบคลั่ง เขาเงนหน้าขึ้นทันทีด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำปราศจากลูกตาหรือตาขาวโดยสิ้นเชิง

ปัง!

โดยมีหว่านโหยวซีเป็นศูนย์กลาง แสงสีแดงพลันแพร่กระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง

มังกรน้ำแข็งของชายตาเดียวที่สัมผัสเข้ากับแสงสีแดงพลันแตกสลายที่ละชุ่นๆราวกับกระจกแก้ว

แสงสีแดงนี้ดูไม่ได้ลดความเร็วลงเลยและปะทะเข้าใส่หน้าอกของชายตาเดียวอย่างรุนแรงจนส่งร่างของเขาปลิวออกไป

เมื่อพลังในการควบแน่นน้ำแข็งสลายหายไปทำให้น้ำแข็งละลายไปด้วย ชายตาเดียวจึงตกลงไปในน้ำ

“แก..เลเวลของแกเพิ่มขึ้นอีกแล้ว...”

เมื่อชายตาเดียวถูกดึงขึ้นมาจากน้ำเขาก็จับจ้องมองไปที่หว่านโหยวซีด้วยสายตาตกตะลึงและกรีดร้องออกมาด้วยน้ำเสียงแปลกประหลาด

“ครั้งสุดท้ายที่ฉันกระทืบแกจนต้องหนีหางจุกตูดไปพร้อมกับตะเกียงอรหันต์วิญญาณนั่นทำให้เลเวลของแกต่างหากที่ลดลง เลเวลของฉันไม่ได้เพิ่มขึ้น” หว่านโหยวซีเบ้ปาก

ริมฝีปากของชายตาเดียวเองก็กระตุกถี่ยิบ

ในเวลานี้เองหว่านโหยวซีพลันหมุนฝ่ามือและพริบตานั้นรูบิคขนาด4คูณ4ก็พลันกลับมาเป็นปกติ

หอกที่ตกลงไปในทะเลเองก็ดูเหมือนจะโดนพลังงานบางอย่างดึงดูดและบินตรงไปยังหว่านโหยวซี จากนั้นมันก็ถูกดูดเข้าไปในรูบิคขนาด4คูณ4นั้นอย่างรวดเร็ว

“หอกนี่ไม่เลวเลย ส่วนพวกแกก็ไสหัวไปได้แล้ว” หว่านโหยวซีเก็บรูบิคเข้าอุปกรณ์เก็บของและนั่งเรือเล็กกลับเข้าฝั่ง

นักสู้สองคนของทุ่งราบมหาสวรรค์ไร้ทางเลือกได้แต่ต้องขับเรือกลับ

ยังไงเสียอีกฝ่ายเองก็แย่งอาวุธที่เขาชินมือที่สุดไปแล้ว เช่นนี้แล้วจะสู้ยังไงต่อ? ใช้หัวเรอะ?

ชายแดนของจีนนั้นค่อนข้างยาวแต่จำนวนของนักสู้ขอบเขตที่9มีเพียงน้อยนิด --สถานที่ที่พวกเขาป้องกันไม่ได้จึงมีอยู่ไม่ใช่น้อย

ในเวลาเดียวกับที่เหล่านักสู้ขอบเขตที่9เข้าห้ำหั่นกันนี้เอง เนื่องจากเหตุการณ์นี้ทำให้นักสู้ขอบเขตที่7จากอินเดียและทุ่งราบมหาสวรรค์สามารถหลีกเลี่ยงการต่อสู้และแอบเข้าไปในอาณาเขตของกองพลก่อสร้างได้อย่างเงียบเชียบ

ในเวลาเดียวกันเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งก็ได้บินเข้ามาในเขตของต้าเซี่ยจากทางชายแดนใต้สุดและมาถึงยังเมืองฉางเล่อ

หัวหน้าของทุ่งราบมหาสวรรค์ สาวน้อยและชายชราร่างผอมผู้หนึ่งเดินลงมาจากเฮลิคอปเตอร์

หยางเหว่ย โม่หยวนและจางเผิงต่างรีบออกมาให้การต้อนรับหัวหน้าของพวกเขาอย่างนอบน้อม

พวกเขาสงสัยยิ่งนัก ไม่ใช่ว่าคนผู้นี้คือหัวหน้าทุ่งราบมหาสวรรค์หรอกรึ? แล้วทำไมเขาถึงมาที่นี่ด้วยตัวเองกันล่ะ?

ราวกับอีกฝ่ายเห็นความสับสนในแววตาของพวกเขา หัวหน้ายิ้มอ่อนและเอ่ยออกมาด้วยภาษาจีนสำเนียงแปร่งๆ “นี่เป็นเพียงหุ่นเชิดของฉันเท่านั้น เลเวลของมันก็ไม่ได้สูงมากอยู่แค่เลเวล4ขอบเขตที่7เท่านั้นเอง”

ถึงตรงนี้คนทั้งสามถึงเข้าใจ

ไอเทมค่าสถานะ หนังสือสกิล อุปกรณ์สวมใส่และรูนที่ดรอปในแดนลับแต่ละแห่งนั้นล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

มีแดนลับเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่ดรอปของเหมือนๆกัน อย่างมากที่สุดก็ดรอปซ้ำเพียงรูนเท่านั้น

หุ่นเชิดตัวนี้น่าจะสร้างขึ้นมาจากสกิลที่หัวหน้าองค์กรได้มาจากแดนลับในการควบคุมของทุ่งราบมหาสวรรค์

หรือว่าหัวหน้าองค์กรจะคอยควบคุมหุ่นเชิดตัวนี้อยู่จากที่ไกลๆ? อย่าบอกนะว่าหุ่นเชิดตัวนี้ยังสืบทอดระดับความแข็งแกร่งของหัวหน้าองค์กรมาบางส่วนด้วย?

หยางเหว่ยและอีกสองคนไม่ทราบและไม่กล้าจะคาดเดา

ยังไงซะในเมื่อหัวหน้าของพวกเขามาอยู่ที่นี่แล้วพวกเขาก็ต้องเลียแข้งเลียขาให้ดี

“ระดับของพวกนายสามคนไม่สูงเลย” หัวหน้าทุ่งราบมหาสวรรค์เดินไพล่หลังไปยังโรงอาหารที่เพิ่งจะถูกสร้างขึ้นในเมืองฉางเล่อ

หยางเหว่ยและอีกสองคนหัวเราะแห้งๆ

ไร้สาระไม่ใช่หรอ?

หัวหน้าผู้นี้บอกให้พวกเขาอยู่ในเมืองฉางเล่อซึ่งไม่มีแดนลับขอบเขตที่6เลยซักแดน แล้วพวกเขาจะเก็บแต้มค่าประสบการณ์ยังไง?

คนทั้งสามตอนนี้ยังคงอยู่ที่เลเวล2ขอบเขตที่6อยู่เลยและติดอยู่ที่ระดับนี้มานานมากแล้ว

แต้มค่าประสบการณ์ที่ได้จากการฟาร์มในแดนลับระดับต่ำนั้นน้อยมากจนน่าหงุดหงิด ไม่คุ้มกับการลงแรงเลยซักนิด

“เลือกอุปกรณ์สวมใส่ที่เหมาะสมและใส่มันซะ ความแข็งแกร่งของพวกนายน่าจะเพิ่มขึ้นมากทีเดียว”

“นอกจากนี้ พวกนี้คือเซ็ตรูนเกรดสีม่วงสามเซ็ต พวกมันทั้งหมดล้วนมีประโยชน์ทั้งนั้น”

หัวหน้าองค์กรโยนอุปกรณ์สวมใส่กว่าสิบชิ้นและเซ็ตรูนสามเซ็ตออกมาอย่างสบายๆ แสงสีทองและแสงสีม่วงผสมผสานกลมเกลียวน่ามองยิ่งนัก

สามในอุปกรณ์ทั้งหมดนั้นเป็นเกรดสีทองและที่เหลือเป็นเกรดสีม่วงทั้งสิ้น

หยางเหว่ยและอีกสองคนดีใจยิ่งนัก

อุปกรณ์! เซ็ตรูน!

ถ้าอุปกรณ์สวมใส่และเซ็ตรูนของพวกเขาทรงพลังมากพอความแข็งแกร่งก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

“ทั้งสองคนนี้เองก็พึ่งจะเลื่อนขั้นมาเป็นขอบเขตที่7และเป็นสหายของพวกเราเหมือนกัน ทักทายกันเสียสิ”

หัวหน้าองค์กรโบกมือและแสดงท่าทีบอกให้สองคนข้างกายก้าวออกมา

สาวน้อยดูเหมือนจะเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังบวก เจ้าหล่อยกุลีกุจอยื่นมือออกมา “สวัสดีโค้ดเนมส์ของฉันคือคิลเลอร์บี”

ชายชราผอมแห้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่แยแส “โค้ดเนมส์ของฉันคืออีวิลด็อกเตอร์”

หยางเหว่ยและอีกสองคนสั่นสะท้านขึ้นมา

โค้ดเนมส์นี่มันอะไรกัน? ฟังดูน่ากลัวอยู่หน่อยๆแฮะ

เมื่อเห็นว่าพวกเขาทำความรู้จักกันแล้ว หัวหน้าองค์กรก็เอ่ยขึ้นมาอย่างเกียจคร้าน “เดินทางขึ้นเหนือไปยังเมืองหลงไห่กันเถอะ”

หยางเหว่ยเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “เราจะไปชิงแดนลับนั่นกันงั้นหรอครับหัวหน้า?”

ก่อนจะมาหัวหน้าองค์กรได้บอกเล่าเกี่ยวกับเสาแสงอัสนีให้พวกเขาฟังแล้วว่ามันคือการเลื่อนขั้นของแดนลับ

แดนลับแห่งนั้นได้เลื่อนขั้นจากขอบเขตที่6เป็นขอบเขตที่7ดังคาด

แดนลับขอบเขตที่7! บนโลกใบนี้มีอยู่เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น!

ในเมื่อหัวหน้ามาที่นี่ด้วยตัวเองเขาย่อมต้องมาเพื่อแดนลับอย่างแน่นอน!

หัวหน้าปรายตามองมาที่เขาด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ “บ้าไปแล้วรึไง?”

หยางเหว่ย “...เอ๋?”

หัวหน้าองค์กรแค่นเสียง “แดนลับนั่นตั้งอยู่ในเมืองหลงไห่ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองหลักภายในอาณาเขตภายใต้ปีกของกองพลก่อสร้างเชียวนะ”

“นอกจากนี้นักสู้ขอบเขตที่9ของกองพลก่อสร้างยังได้ถูกส่งออกไปขัดขวางนักสู้ขอบเขตที่9ของอินเดีย กองทัพขั้วโลกและทุ่งราบมหาสวรรค์ของฉันบริเวณขอบชายแดนอีกด้วย”

“ถ้าคิดจะแย่งชิงแดนลับนั่นก็ไม่ต่างอะไรจากการเล่นเกมเยือน นายคิดจริงๆหรอว่าพวกเราจะสู้กับอีกฝ่ายในบ้านของพวกเขาได้?”

หยางเหว่ยยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน

จริงตามนั้น

สมแล้วที่เป็นหัวหน้า เขากลับสามารถทิ้งความคิดที่จะยึดครองแดนลับได้ทันทีหากว่าเสียเปรียบ

“หัวหน้าครับถ้างั้นเป้าหมายของพวกเราคือ...?” จางเผิงถามออกมาอย่างอดไม่ได้

“ลอบสังหาร”

“ใครครับ?”

“โล่วิญญาณกับระเบิดเพลิง”