ตอนที่ 126

วิญญาณนับหมื่นหลั่งไหลออกมาและทำการชะล้างที่ซ่อนตัวของนักสู้ชาวอินเดียด้วยเลือดอีกครา

แม้ว่านักสู้ชาวอินเดียเหล่านี้จะระมัดระวังตัวกันดีมากและยังเพิ่มจำนวนคนลาดตระเวนขึ้นเป็นสองเท่าแล้วก็ตาม

หากแต่การปรากฏตัวของวิญญาณจำนวนมากนั้นกลับอยู่นอกเหนือการคาดการณ์ของพวกเขาไปอย่างสมบูรณ์

ที่ผ่านมาถ้ำใต้ดินแห่งนี้ไม่เคยมีใครปรากฏตัวมาก่อนเลยด้วยซ้ำ

แล้วทำไมจู่ๆพวกวิญญาณถึงได้ปรากฏตัวออกมาและวิ่งตรงเข้าใส่พวกเขากันเล่า?

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับวิญญาณไม่ว่าพวกเขาจะทรงพลังเท่าไหร่ก็ยากที่จะหนีความตายพ้น

คนที่หนีรอดไปได้เองต่างก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสไปตามๆกันและถูกดาบพิษสังหารทิ้งอย่างง่ายดาย

กระบวนการทั้งหมดนั้นใช้เวลาไปไม่ถึงชั่วโมง

หลังจากมื้ออาหารอันน่าพอใจนี้เหล่าวิญญาณก็พากันจากไป

ดาบพิษย้อนกลับมายังที่ซ่อนและเดินดูรอบๆ เขาไม่พบอุปกรณ์สวมใส่ใดๆที่เหมาะกับตนแต่กลับพบพิมพ์เขียวของอุปกรณ์อยู่สองเล่ม พวกมันทั้งคู่ล้วนเป็นเกรดสีทองทั้งสิ้น

หนึ่งคือพิมพ์เขียวของแหวนและอีกหนึ่งคือพิมพ์เขียวโล่ยักษ์

“เรามีแร่อยู่เยอะมากสามารถเริ่มสร้างได้เลย ใช้เวลาสองถึงสามชั่วโมงก็น่าจะสร้างเสร็จ”

หลังจากจัดการเรื่องราวทั้งหมดนี้แล้วหลินเซวียนก็มองไปรอบๆอีกครั้งและทำการลบร่องรอยทั้งหมดที่อาจจะสาวมาถึงตัว หลังจากนั้นเขาก็จากไปทันที

ที่ซ่อนของนักสู้ชาวอินเดียอีกแห่งหนึ่งได้ถูกทำลายลงแล้ว หลินเซวียนพึงพอใจยิ่งนัก

ถ้าเขาทำลายที่ซ่อนของอีกฝ่ายไปได้เยอะๆ แรงกดดันทีต้องเผชิญในอนาคตก็จะลดลงเช่นกัน

เมื่อถึงเวลา5โมงเย็น หลินเซวียนก็กลับมายังพื้นที่ตลาดในโคโลนี่หมายเลข3ตามเวลาและมาหยุดยืนที่ด้านหน้าแผงลอยของตน

เฟิงจวงและนักสู้คนอื่นๆเองก็มารออยู่แล้ว

สิ่งที่ทำให้หลินเซวียนประหลาดใจก็คือเขากลับพบเย่อู่ชิว ไป๋ชิงเหอกับคนอื่นๆรวมอยู่ด้วย

“ทุกคนตอนนี้ถึงเวลาส่งของอีกครั้งแล้ว”

หลินเซวียนนำโพชั่นจำนวนมากออกมาจากอุปกรณ์เก็บของและยื่นให้กับพวกนักสู้ทีละคนๆ

อย่างไรก็ตามเมื่อถึงเวลาซื้อวัตถุดิบ เหล่านักสู้กลับเผยสีหน้าอับอายออกมา

เฟิงจวงนำเห็ดพลังชีวิตกว่า80ดอกออกมาและยื่นมันให้กับหลินเซวียน เขาแค่นเสียงและเอ่ยขึ้น “ไอ้พวกนี้มันเป็นพวกโลภมากอ่อนแอ ปากก็บอกว่าอยากจะโค่นล้มมู่หยางแต่พอมู่หยางเพิ่มราคารับซื้อวัตถุดิบขึ้นสองเท่า เจ้าพวกนี้ก็พากันไปเทขายวัตถุดิบที่เดิมทีวางแผนว่าจะขายให้กับนายให้กับมู่หยางแทน!”

สีหน้าของนักสู้คนอื่นๆแปรเปลี่ยนเป็นอับอายมากขึ้นไปอีกเมื่อได้ยินเช่นนี้

พวกเขาไม่มีสิทธิแม้แต่จะโต้เถียงคำกล่าวของอีกฝ่ายด้วยซ้ำ สำหรับพวกเขาแล้วไม่มีสถานการณ์ไหนน่าอับอายมากไปกว่านี้แล้ว

เย่อู่ชิว ไป๋ชิงเหอ หมาป่าเงิน แบล็คและระเบิดเพลิงก้าวออกมาและยื่นวัตถุดิบของพวกเขาให้

“พวกเราเองก็ได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้มาบ้างเลยไปหาวัตถุดิบมาให้กับนาย”

เย่อู่ชิวเอ่ยเสียงขรึม

เธอได้ยินจากหมาป่าเงินมาซักพักแล้วว่าโล่วิญญาณวางแผนจะเริ่มทำธุรกิจโพชั่น อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นธุรกิจรองสำหรับหาแก่นแท้เข้ากระเป๋า

เรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องปกติ

อย่างไรก็ตามเธอไม่คิดเลยว่าตลาดโพชั่นของโคโลนี่หมายเลข3กลับถูกมู่หยางกับนักทำโพชั่นคนอื่นๆยึดครองไปนานนมแล้ว

การลงมือของโล่วิญญาณเป็นการฉกชิงผลประโยชน์ของมู่หยางและคนอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่คิดเลยว่ามู่หยางจะตอบโต้กลับเร็วถึงเพียงนี้!

หลินเซวียนหัวเราะออกมา เป็นแบบนี้นี่เอง...มู่หยางเริ่มทำการซื้อวัตถุดิบสำหรับปรุงยาแล้วสินะ

ในเมื่อมู่หยางซื้อวัตถุดิบในราคาสูง นักสู้คนอื่นๆย่อมไม่มีทางหันหลังให้กับเงินอยู่แล้ว พวกเขาย่อมออกไปตามหาวัตถุดิบเหล่านั้นมาเทขายให้กับมู่หยาง

ถ้าเขาใช้วิธีเช่นนี้ในการจัดการกับนักทำโพชั่นคนอื่นๆเขาคงจะสามารถไล่ปิดบัญชีได้เรียงคนเลย

เมื่อไม่มีวัตถุดิบก็เป็นไปไม่ได้ที่จะปรุงโพชั่น

หากผ่านไปหลายวันแล้วยังหาทางออกไม่ได้พวกเขาก็ทำได้เพียงยื่นข้อเสนอเพื่อสงบศึกกับมู่หยางหรือไม่ก็ไม่มีทางเลือกได้แต่ต้องไสหัวออกไปจากโคโลนี่หมายเลข3

หากแต่วิธีการนี้นั้นไร้ผลกับหลินเซวียน คงต้องกล่าวได้เพียงแค่ว่าไร้ผลอย่างสิ้นเชิง

วัตถุดิบหรอ?

ในมิติส่วนตัวของเขามีอยู่มากมาย

แก่นแท้หรอ?

ตอนนี้เขาก็ยังเหลือแก่นแท้อีกเป็นล้าน

ความจริงแล้วหลินเซวียนก็ไม่ได้รีบอัพเลเวลนักเนื่องจากเขาขบคิดเกี่ยวกับสงครามราคาที่อีกฝ่ายอาจจะงัดออกมาใช้เอาไว้แล้ว

ตอนนี้เขาสามารถใช้แก่นแท้นับล้านนี้ในการตอบโต้อีกฝ่ายได้

นักสู้สตรีผู้หนึ่งเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงกังวลเล็กน้อย “ขอโทษด้วยจริงๆ ถึงแม้พวกเราจะเกลียดมู่หยางเหมือนกันแต่ราคาที่เสนอมานั้น...มันยากจะต้านทานจริงๆ”

“ใช่แล้วๆ ไม่มีใครกล้าเห็นต่างเมื่อเห็นเงินหรอก” นักสู้ร่างสูงที่อยู่ข้างๆพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย

เฟิงจวงชี้ไปที่จมูกของคนเหล่านั้นและก่นด่าออกมา “เพราะคนอย่างพวกนายนี่แหละที่ทำให้มู่หยางมันอยากจะทำอะไรก็ทำได้ เพราะแบบนี้ไงมันถึงได้ยึดครองตลาดของโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตมาได้โดยตลอดและนี่แหละเป็นเหตุผลที่ทำให้มันขึ้นราคาเอาๆ!”

หลินเซวียนยิ้ม “ก็คิดว่าเรื่องอะไรที่แท้ก็เรื่องแค่นี้”

เฟิงจวงชะงักไปและเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงกังวล “นายจะแข่งกับมู่หยางได้ยังไงถ้าไม่มีวัตถุดิบ? แบบนี้แล้วนายจะรอดชีวิตอยู่ในโคโลนี่หมายเลข3ได้ยังไง?”

หลินเซวียนโบกมือ “ง่ายมาก ถ้างั้นผมก็จะจ่ายมากกว่าเขา”

เฟิงจวงสตั้นไปอย่างสมบูรณ์

นักสู้ทุกคนเองก็ตะลึงไปเช่นกัน

เชี่ยไรเนี่ย?

เจ้าหมอนี่แท้จริงแล้วเป็นเศรษฐีตัวน้อยงั้นหรอ?

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปขอให้ทุกคนจำเอาไว้ด้วยว่า ไม่ว่ามู่หยางจะเสนอราคาเท่าไหร่ผมจะจ่ายมากกว่าเขาหนึ่งในสาม”

“ถ้าผมจ่ายไม่ได้ให้กองพลก่อสร้างหักแต้มบุญทั้งหมดออกได้เลย! แถวนี้น่าจะมีสมาชิกของกองพลก่อสร้างอยู่ใช่ไหม? โปรดนำไปแจ้งแก่เหล่าอู๋ด้วย”

หลินเซวียนตะโกนบอก

สมาชิกหลายคนของกองพลก่อสร้างเงยหน้าขึ้นมอง

เฟิงจวงตกตะลึงยิ่งนัก

“นายบ้ารึเปล่า? มู่หยางมันรวยมากนะแล้วนายจะไปแข่งกับมันได้ยังไง?”

เย่อู่ชิวเองก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “โล่นายอาจจะไม่รู้นะว่าแก่นแท้ที่ปรมาจารย์สุดยอดนักปรุงยาหาได้ต่อปีมันมากมายขนาดไหน”

แบล็คดื่มเหล้าลงไปหลายอึกก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังเช่นเดียวกัน “เนื่องจากนักสู้อย่างพวกเราต้องการจะเพิ่มเลเวลให้เร็วที่สุดจึงไม่ค่อยสะสมแก่นแท้กันหรอก ตราบใดที่มีแก่นแท้มากพอจะอัพเลเวลก็มักจะใช้มันเพื่อเลื่อนระดับในทันที”

“ยังไงก็ตามพวกนักทำโพชั่นนั้นต่างออกไป แก่นแท้สำหรับคนพวกนั้นก็คือเงินตราหากจะบอกว่าแก่นแท้ที่มู่หยางคนเดียวสะสมเอาไว้มากกว่าพวกเราหกคนรวมกันถึงสองหรือสามเท่าก็ไม่ผิดนัก”

เมื่อเห็นว่าสีหน้าของหลินเซวียนยังคงราบเรียบ หมาป่าเงินก็รู้สึกสิ้นหวังขึ้นมา

ทำไมเจ้าเด็กนี่ถึงได้หัวดื้อนัก!?

หลินเซวียนไม่รู้แล้วว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

เย่อู่ชิวกับคนอื่นๆกังวลเรื่องของเขาจริงๆ

พวกเขากังวลว่าถ้าเขาสู้กับมู่หยางซึ่งๆหน้าเขานี่แหละที่อาจจะเป็นฝ่ายพ้ายแพ้ในท้ายที่สุด

“ไม่ต้องห่วงผมมีเพื่อนที่กำลังจะมายังบรรพตเสี้ยววิญญาณในเร็วๆนี้ เจ้าหมอนั่นเองก็มีพรสวรรค์ในด้านการปรุงยาและมีเงินติดตัวอยู่บ้าง ถ้าผมร่วมมือกับเขาการจะจัดการกับมู่หยางก็น่าจะไม่ใช่ปัญหา”

หลินเซวียนเตรียมข้ออ้างเอาไว้แล้ว ในตอนนี้เขาก็แค่กล่าวออกไปเท่านั้น

“เพื่อนของนาย...คือใครกัน?” ไป๋ชิงเหอถามออกมาด้วยความสงสัย

หลินเซวียนยิ้มและมองไปที่เย่อู่ชิว แบล็คกับหมาป่าเงิน “พวกคุณสามคนเคยเจอเขามาก่อนแล้ว พรุ่งนี้เดี๋ยวก็รู้”

เย่อู่ชิวและอีกสองคนสับสนยิ่งนัก

ใครกัน?

แถมยังเป็นนักสู้ขอบเขตที่7ที่พวกเขาเคยพบมาก่อนด้วย? ยิ่งไปกว่านั้นอีกฝ่ายยังกำลังจะมายังบรรพตเสี้ยววิญญาณด้วยเนี่ยนะ?

ทำไมพวกเขาถึงไม่รู้กันล่ะ?

ไม่นานนักเรื่องนี้ก็เข้าหูของมู่หยาง

หลังจากได้ยินเขาก็ทำแค่เพียงแค่นเสียงดูถูกและเอ่ยเหน็บแหนมออกมา

“พรสวรรค์ด้านการปรุงโพชั่นของมันจะสูงซักแค่ไหน? อย่าบอกนะว่ามีสกิลปรุงยาเกรดสีทองน่ะ?”

“แล้วเงินล่ะจะมีซักเท่าไหร่? มากกว่าฉันรึไง?”

มู่หยางมั่นใจในตัวเองมาก

ลืมเรื่องของสหายไปได้เลย

ต่อให้อีกฝ่ายมีเพื่อสามคน ห้าคนหรือกระทั่งสิบคนแล้วมันยังไง....

ต่อให้รวมแก่นแท้ของนักสู้ขอบเขตที่7สิบคนเข้าด้วยกันก็แค่ยากจะเทียบกับเขาได้อยู่ดี!

ส่วนด้านสกิลปรุงยานั้นยิ่งชัดเจน

สกิลปรุงยาของมู่หยางเป็นเกรดสีม่วงมานานมากแล้วแต่ก็ยังห่างไกลจากเกรดสีทองแต่แค่นี้ก็มากพอจะทำให้เขาทอดตามองเหล่านักทำโพชั่นคนอื่นๆด้วยความดูถูกได้แล้ว

“ยิ่งเจ้าเด็กใหม่นี่มั่นใจในตัวเองมากเท่าไหร่ อีกหลายวันให้หลังพอล้มไม่เป็นท่าก็จะยิ่งเจ็บหนักมากเท่านั้น! รอดูสีหน้าของมันไม่ไหวแล้วสิ” มู่หยางแค่นเสียง

...

ยามค่ำ เมื่อราตรีค่อยๆมาเยือน

ตามปกติแล้วคงไม่มีใครเข้าโคโลนี่หมายเลข3จากด้านนอกในเวลาเช่นนี้

อย่างไรก็ตามสมาชิกของกองพลก่อสร้างที่รับหน้าที่เฝ้าเวรกลับเห็นเงาร่างหนึ่งเดินเข้ามา

“หยุดแล้วลงทะเบียนก่อน”

วันนี้ผู้รับหน้าที่ลงทะเบียนไม่ใช่เหล่าอู่แต่เป็นชายวัยกลางคนอีกคนหนึ่ง

คนผู้นั้นเองก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีและหยุดฝีเท้าในทันที

ชายวัยกลางคนถาม “ชื่อ?”

“หลินเซวียน”

“ระดับ”

“เลเวล1ขอบเขตที่7”

“อาชีพ”

“อาชีพสายทักษะชีวิตประจำวัน ขอไม่ลงรายละเอียดอาชีพแล้วกันนะครับ”

ชายวัยกลางคนพยักหน้ารับและปล่อยให้เขาเข้าไป

หลายคนมักจะไม่ค่อยอยากพูดถึงรายละเอียดอาชีพของตนซักเท่าไหร่

ยังไงซะบางคนก็มีอาชีพที่ค่อนข้างอ่อนแอ พวกเขากังวลว่าจะถูกคนอื่นดูถูก

ในทางกลับกันถ้ามีอาชีพที่ทรงพลังก็อาจจะยกเป็นเป้าหมายของพวกคนชั่วอีก

เช่นนั้นแล้วไม่บอกอะไรเลยและทำให้มันครุมเครือไว้ยังไงก็ดีกว่า

อาชีพหลักๆนั้นแบ่งออกเป็นสี่อาชีพคือนักรบเกราะ นักรบ จอมเวทย์และนักฆ่าแน่นอนว่ารวมไปถึงอาชีพสายทักษะชีวิตประจำวัน

ภายในห้องของหลินเซวียน

เย่อู่ชิวตกตะลึงยิ่งนัก “นี่น่ะหรอสหายที่พวกนายพูดถึง?”

แบล็คเองก็ตกตะลึงเช่นกัน “ฉันจำได้ว่าเจ้าหนูนี่เป็นแค่นักสู้ขอบเขตที่3เองนี่”

หมาป่าเงินตกตะลึงยิ่งกว่า “ฉันไม่คิดเลยนะว่าเจ้าเด็กนี่จะเป็นสหายที่นายพูดถึง”

หลินเซวียนกระแอมเบาๆและชี้ไปที่ร่างแยกข้างๆ “ผมขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักนะครับ หมอนี่ชื่อหลินเซวียนเป็นสหายของผมและก็สหายของระเบิดเพลิงด้วย”

หลังจากกล่าวเช่นนี้ออกไปเขาก็พลันรู้สึกจั๊กจี้ใจจนอยากจะหัวเราะออกมา

เขาชี้ไปที่ร่างแยกของตัวเองแล้วกล่าวว่าหมอนี่คือตัวเองเนี่ยนะ

ละครฉากนี้ค่อนข้างยากจะแสดงอยู่บ้างจริงๆ

เย่อู่ชิวยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก “ไม่แปลกใจเลยที่พวกนายสองคนไม่ประหลาดใจเท่าไหร่เมื่อตอนที่ฉันบอกว่าหลินเซวียนหายไปจากเมืองหลงไห่”

แบล็คเดินมาหยิกร่างแยกของเขาและถามออกมาด้วยความสงสัย “นายเป็นนักสู้ขอบเขตที่7แล้วจริงๆงั้นหรอ?”

ร่างแยกยิ้มและเอ่ยขึ้น “หลังจากโล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงมุ่งหน้าไปยังเมืองหลงไห่ ตัวผมเองก็ออกจากเมืองเครนขาวเหมือนกัน จริงๆแล้วในตอนนั้นผมก็เป็นนักสู้ขอบเขตที่6แล้วแต่แค่ไม่อยากเผยตัวก็เท่านั้น”

เฮือก...

คนอื่นๆพากันอ้าปากค้าง

ตอนนั้นเจ้าหนูนี่ก็เป็นนักสู้ขอบเขตที่6แล้วงั้นหรอ?

เชี่ย...สหายทั้งสามคนนี้แมร่งเป็นอัจฉริยะกันหมดเลย

หมาป่าเงินแสดงสีหน้าประหลาดๆออกมา “ถ้าฉันจำไม่ผิดหลินเซวียนเองก็อยู่ในองค์กรเจอร์มินอลด้วยสินะ นายเป็นนักกู้ซากแดนรกร้างที่อยู่ใต้การดูแลของลู่หลัวใช่ไหม?”

“ตอนนั้นโล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงเองก็อยู่ในเมืองทะเลสาบตะวันออกเหมือนกัน หากจะบอกว่าพวกเขาเองก็อยู่ภายใต้การควบคุมขององค์กรเจอร์มินอลเหมือนกันก็ไม่ผิด”

หลินเซวียนและร่างแยกทั้งสองพยักหน้าพร้อมกัน

เฮือก...

อากาศเย็นเยียบที่พึ่งจะถูกสูดเข้าไปถูกพ่นออกมาอีกครั้ง

องค์กรเจอร์มินอลเล็กจ้อยนั่นกลับน่าประทับใจขนาดนี้เลยงั้นหรอ?

ถึงกับมีนักสู้ขอบเขตที่6ถึง3คนปรากฏตัวขึ้นพร้อมๆกัน!

ไม่สิตอนนี้พวกเขาล้วนเป็นนักสู้ขอบเขตที่7กันแล้ว!

“ถ้าผู้จัดการหมายเลข1รู้ว่าพวกนายทรงพลังขนาดนี้คงลำไส้บิดจนหน้าเขียวเพราะความเสียดายไปแล้ว” หมาป่าเงินไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

เย่อู่ชิวเอ่ยเสียงเข้ม “หลินเซวียน โล่วิญญาณบอกว่านายค่อนข้างมีพรสวรรค์ในการปรุงยาและยังมีเงินเก็บไม่น้อย เรื่องจริงรึเปล่า?”

ร่างแยกร่างนั้นยกมือขึ้นมาเกาหัว “ประมาณนั้นมั้ง สกิลปรุงยาของผมพึ่งจะเหยียบเข้ามาในเกรดสีทองเมื่อไม่นานมานี้เอง”

ทุกคนหมดคำจะพูดในพริบตา “???”

แบบนี้เรียกว่าค่อนข้างมีพรสวรรค์เรอะ?

ร่างแยกยิ้มและเอ่ยต่อ “เอาจริงๆแล้วผมยังรู้วิธีการสร้างอุปกรณ์สวมใส่ด้วยนะ สกิลตีเหล็กเองก็เป็นเกรดสีทองเหมือนกัน อุปกรณ์สวมใส่ที่โล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงใช้กันก็เป็นผมเนี่ยแหละที่สร้างขึ้นมา”

คนอื่นๆ “!!!”

เชี่ย เจ้าหมอนี่มันสายสนับสนุนขั้นเทพเลยนี่หว่า!

โล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงแท้จริงแล้วกลับมีสหายเช่นนี้อยู่ด้วย!