ตอนที่ 53

ผู้จัดการหมายเลข2ชะงักไปชั่วครู่ ลู่หลัวมักจะเป็นคนสงบเยือกเย็นอยู่เสมอแล้วทำไมจู่ๆถึงได้เอ่ยออกมาว่ากำลังจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น?

“เสี่ยวลู่ทำแบบนี้ไม่ดีเลยนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเธอก็ไม่ควรจะตื่นตระหนกสิ...”

“ผู้จัดการหมายเลข3ปลอมตัวเป็นคนตรวจตราและเข้าแดนรกร้างไปแล้ว! อีกไม่นานน่าจะเข้าปะทะกับโล่วิญญาณแน่ๆ!”

ผู้จัดการหมายเลข2ตื่นตระหนกจนลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ “เวรแล้ว! ถ้างั้นได้มีปัญหาใหญ่แน่!”

เมื่อเห็นว่าเขาเองก็กังวลเหมือนกันลู่หลัวก็ยิ่งกังวลเข้าไปใหญ่ “หมายเลข3ทรงพลังขนาดไหน? โล่วิญญาณจะหนีจากเขาได้ไหม?”

หมายเลข2ถอนหายใจเบาๆ “เมื่อตอนที่หมายเลข3เลื่อนขั้นเป็นขอบเขตที่1 สอง สาม สี่และห้านั้นเขาใช้วัตถุบเลื่อนขั้นระดับสูง5ชิ้นทุกครั้งเพื่อเลื่อนขั้นอย่างสมบูรณ์แบบ มีเพียงตอนเลื่อนขั้นเป็นขอบเขตที่6เท่านั้นที่ใช้วัตถุดิบระดับสูง4ชิ้นและวัตถุดิบธรรมดา1ชิ้น”

“นอกจากนั้นแล้วเขายังมีสกิลเกรดสีทองอย่างน้อยห้าสกิล อุปกรณ์เกรดสีทองสี่ชิ้นและเซ็ตรูนเกรดสีทองอีกสามเซ็ต”

กล่าวถึงตอนนี้หัวใจของลู่หลัวก็เย็นเยียบขึ้นมา

ถ้าอีกฝ่ายเป็นนักสู้เลเวล9ขอบเขตที่6ที่ทรงพลังขนาดนี้ไม่ว่าพลังป้องกันและค่าความอดทนของโล่วิญญาณจะสูงเพียงใดก็ไร้ประโยชน์

“หวังแค่ว่าโล่วิญญาณจะไม่ไปเจอกับหมายเลข3เข้า ความเร็วของหมายเลข3สูงมาก เมื่อใดที่เขาพบโล่วิญญาณเขาย่อมไล่ตามหมอนั่นได้แน่นอน...” ผู้จัดการหมายเลข2ขมวดคิ้วมุ่น “พวกเราจะช่วยโล่วิญญาณยังไงดี? หรือจะทำได้เพียงแค่มองดูเฉยๆ?”

หมายเลข2เดินกลับไปกลับมา “ไปพาตัวแบล็คมาก่อน พวกเราจะรีบมุ่งหน้าไปแดนรกร้างและหาข้ออ้างขัดขวางหมายเลข3!”

ลู่หลัวถามออกมาด้วยความสงสัย “ถ้างั้นทำไมต้องพาแบล็คไปด้วย?”

หมายเลข2 “...ฉันเอาชนะหมายเลข3ไม่ได้”

ลู่หลัว “...”

เธอรีบไปยังห้องพักของแบล็คและถีบประตูเปิดทันทีแต่ก็ต้องพบว่าแบล็คนั้นนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นพร้อมด้วยขวดเหล้าที่ถูกดื่มจนหมดเต็มไปหมดข้างกายและขวดเหล้าที่เหลืออยู่อีกครึ่งหนึ่งในมือ

น้ำลายสายยาวไหลออกมาจากปากของแบล็คที่นอนกรนเสียงดังสนั่น

ยังไงก็ตามแม้ว่าเขาจะเมาแต่ทั่วร่างกลับยังคงถูกปกคลุมเอาไว้ด้วยสีดำและมีเพียงคางเท่านั้นที่เผยให้เห็น

ลู่หลัวเดินเข้าไปเขย่าตัวเขาเพื่อปลุกอีกฝ่าย “โล่วิญญาณกำลังตกอยู่ในอันตราย หมายเลข2ให้ฉันมาตามคุณ รีบไปยังแดนรกร้างกันได้แล้ว!”

แบล็คไม่ตอบสนอง

ลู่หลัวเคยมีประสบการณ์ในการปลุกคนแบบนี้มาแล้ว เธอคว้าขวดเหล้าที่เหลืออยู่อีกครึ่งขวดในมือแบล็คขึ้นมาและกรอกมันเข้าไปในปากของเขา

ดวงตาของแบล็คเบิกโพลงขึ้นมาทันที

ท่าทีของเขาดูกระฉับกระเฉงและดูไม่เหมือนคนเมาเลยแม้แต่น้อย

“ไปกันเถอะ”

แบล็คคว้าแขนของลู่หลัวและพุ่งออกไป

ภายในแดนรกร้าง

หลินเซวียนยังคงใช้สกิลระเบิดเพลิงอย่างสบายอารมณ์ พร้อมกับเสียงระเบิดดังสนั่นกลุ่มอสูรที่มีขอบเขตต่ำกว่าขอบเขตที่4ก็หายไปในชั่วพริบตา

ส่วนอสูรที่มีขอบเขตเหนือกว่าขอบเขตที่4เองต่างก็พากันได้รับบาดเจ็บระยาวจากการโจมตีครั้งนี้และกรีดร้องกันออกมาเสียงดังสนั่น

หลินเซวียนใช้ระเบิดเพลิงอีกครั้งและสังหารพวกมันลงได้อย่างง่ายดาย

“การเก็บเกี่ยวแบบไม่ต้องลงแรงแบบนี้นี่ดีจริงๆน้า”

หลินเซวียนเดินตามแผนที่และมุ่งหน้าไปยังเขตถัดไปที่มีอสูรเตร่อยู่

แผนที่นี้ระบุตำแหน่งไว้เพียงคร่าวๆเท่านั้น ยังไงเสียนี่ก็คือโลกความเป็นจริงย่อมไม่มีทางที่อสูรจะอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน พวกมันจำเป็นต้องหาอาหาร ขับถ่ายและสิบพันธุ์เช่นกัน

ยังไงก็ตามเมื่อมาถึงหลินเซวียนกลับพบกับเงาร่างสองร่างผ่านทางมา

เหมือนกับลั่วหลี่สวีที่หลินเซวียนเจอเมื่อคืน สองคนนี้เองก็เห็นได้ชัดว่ากำลังตรวจตราอยู่ หนึ่งในบรรดาคนทั้งสองนั้นคือโม่หยวนแต่อีกคนหลินเซวียนไม่รู้ว่าใคร เขาหวนนึกไปถึงข้อมูลเกี่ยวกับนักสู้ขอบเขตที่5ที่หมายเลข2ให้มาและพบว่าเขาไม่เคยเห็นหรือได้ยินเกี่ยวกับนักสู้ขอบเขตที่5ที่มีลักษณะหน้าตาเช่นนี้ในองค์กรมาก่อนเลย

ยังไงก็ตามมีความเป็นไปได้เหมือนกันที่อีกฝ่ายจะเป็นนักสู้ขอบเขตที่5ที่พึ่งจะเลื่อนขั้นมาจากขอบเขตที่4จึงเป็นธรรมดาที่เขาจะไม่รู้จักอีกฝ่าย

หลินเซวียนไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ ในเมื่อทั้งสองคนนั้นยังไม่เจอตัวเขาเขาก็ไม่มีความคิดจะลงมือ ไม่มีความจำเป็นที่เขาต้องดึงดูดความสนใจจากองค์กรเจอร์มินอล เพียงแค่ลอบสังหารอสูรรอบๆแดนรกร้างแล้วจากไปคงจะดีกว่า

เมื่อคืนนี้ลั่วหลี่สวีเป็นคนแหย่รังแตนเอง ยิ่งไปกว่านั้นคนผู้นั้นยังเป็นผู้เชี่ยวชาญใต้ผู้จัดการหมายเลข3อีกด้วย คนแบบนี้ยิ่งฆ่าเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี

ยังไงก็ตามในตอนที่หลินเซวียนกำลังคิดจะปล่อยคนทั้งสองไป แววตาของชายเคราดกกลับสาดประกายออกมา ชั่วพริบตาเดียวเขาก็ดึงดาบสองเล่มออกมาจากอุปกรณ์เก็บของและพุ่งผ่านระยะ100เมตรยามราตรีมาราวกับคมมีดอันคมกริบพุ่งทะลวงเข้าใส่สันหลังของหลินเซวียน! การรับรู้ของหลินเซวียนรวดเร็วมากและพบทันทีว่าคนผู้นี้กำลังมุ่งตรงมาหาเขาด้วยความเร็วสูง หลินเซวียนรีบเรียกใช้งานสกิลวงแหวนเปลวเพลิงในทันที ข้อดีที่สุดของวงแหวนเปลวเพลิงไม่ใช่ความเสียหายแต่เป็นความสามารถในการขับไล่ศัตรูรอบๆ

นี่ยังเป็นหนึ่งในไม่กี่สกิลที่จอมเวทย์สามารถใช้ปกป้องตัวเองอีกด้วย

เปลวเพลิงสาดส่องให้เห็นทั้งร่างของหลินเซวียนและหมายเลข3

ตูม!

เพลิงนั้นระเบิดผ่านร่างของหมายเลข3ไป

หากแต่ทุกอย่างกลับอยู่เหนือการคาดคำนวณของหลินเซวียน เขาผลักอีกฝ่ายให้ล่าถอยไปได้ไม่ถึงสิบเมตรด้วยซ้ำแต่ผลักไปได้เพียงแค่ห้าเมตรเท่านั้น

ห้าเมตรนี้สำหรับปรมาจารย์เลเวล9ขอบเขตที่6อย่างผู้จัดการหมายเลข3แล้วมันก็แค่ชั่วพริบตา

คมดาบอันคมกริบแทงเข้าใส่ผ้าคลุมบางๆอย่างแม่นยำ

จากนั้น...ร่างของหลินเซวียนก็ปลิวออกไปด้วยพลังมหาศาล!

ภายใต้ผ้าคลุมของเขานั้นไม่ใช่ร่างกายอันอ่อนแอแต่เป็นชุดเกราะอันทรงพลังยิ่ง!

ผู้จัดการหมายเลข3นิ่งอึ้ง เพียงแค่เสี้ยวพริบตาเดียวหลินเซวียนก็ถอยห่างออกไปได้กว่าสิบก้าวและเรียกใช้สกิลตรวจสอบกับอีกฝ่ายในทันที

มีเพียงรู้จักตัวเองและรู้จักศัตรูเท่านั้นถึงจะวางแผนการต่อสู้ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ หลินเซวียนไม่ใช่คนมุทะลุที่รู้จักแต่เพียงการใช้โล่ขนาดมหึมาโถมเข้าใส่ศัตรู

[ชื่อ : ผู้จัดการหมายเลข3]

[ระดับ : เลเวล9ขอบเขต6]

[ค่าประสบการณ์ : 9พันล้าน/9พันล้าน].

[ค่าสถานะ : ความอดทน 99 , พละกำลัง 121 , พลังจิต 101 , ความเร็ว 389]

[สกิล : จู่โจมกระหายเลือด (ไร้ที่ติสีทอง) , เชี่ยวชาญโจมตีคริติคอลระดับสูง (ไร้ที่จิสีทอง) , ลอบสังหารเงา (?) , ย่างก้าวสายลม (?) , ตรวจสอบ (?)...]

[อุปกรณ์สวมใส่ : ดาบพิษเหมันต์ (ไร้ที่ติสีทอง) , ชุดเซ็ตเงาจู่โจม (ไร้ที่ติสีทอง) , แหวนว่องไว (?) , แหวนพละกำลัง (?)...]

หลินเซวียนตกตะลึง

เชี่ย...เจ้าหมอนี่มันผู้จัดการหมายเลข3นี่หว่า

บวกกับการที่ผู้จัดการหมายเลข3ปลอมตัวมาด้วยแล้วทำให้เขาเข้าใจเหตุผลได้ในทันที

ผู้จัดการหมายเลข3ปลอมตัวมาเป็นหน่วยตรวจตราก็เพื่อจับกุม ‘ระเบิดเพลิง’

ยิ่งไปกว่านั้นค่าสถานะ สกิลและอุปกรณ์ของหมายเลข3นั้นน่าทึ่งมาก!

เพียงแค่ค่าความเร็ว 389แต้มนี้ก็มากพอจะทำให้นักสู้เลเวล9ขอบเขตที่6ที่มีพลังชีวิตต่ำๆต้องสั่นกลัวแล้ว

ค่าความอดทนของหลินเซวียนตอนนี้มีเพียง353แต้มเท่านั้นและด้อยกว่าอีกฝ่ายมาก

ค่าความเร็วนั้นจะเพิ่มโอกาสโจมตีติดคริติคอล ความเสียหายจากคริติคอล ความเร็วในการโจมตี ความเร็วในการเคลื่อนที่ อัตราการหลบหลีกและการรับรู้

นี่ก็หมายความว่าต่อให้ไม่ใช้อุปกรณ์สวมใส่ใดๆเลย ผู้จัดการหมายเลข3ก็ยังมีโอกาสโจมตีติดคริติคอลสูงมากอยู่ดี

บวกกับหมายเลข3นั้นมีสกิลเกรดสีทองอย่าง ‘เชี่ยวชาญการโจมตีคริติคอลระดับสูง’ ซึ่งบวกอัตราการโจมตีติดคริติคอลให้อีกถึง30%อีกด้วย

“การโจมตีเมื่อกี้ลดเลือดของเราไปตั้ง300กว่าหน่วย นั่นแทบจะเท่ากับหนึ่งในสามของพลังชีวิตของเราเลยนะ!”

ตั้งแต่ข้ามมิติมาหลินเซวียนยังไม่เคยเสียเลือดขนาดนี้มาก่อนเลย

ยิ่งไปกว่านั้นการโจมตีเมื่อครู่ยังมาพร้อมกับดีบัฟอย่างพิษและน้ำแข็งปกคลุมอีกด้วย เห็นได้ชัดเลยว่ามาจาก ‘ดาบพิษเหมันต์’ สองเล่มนั้น

เมื่อตกอยู่ในสถานะติดพิษพลังชีวิตจะลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนน้ำแข็งปกคลุมนั้นจะทำให้ความเร็วในการเคลื่อนที่ลดลง

ยังไงก็ตามภายใต้ค่าต้านทานสถานะสูงล้ำของหลินเซวียน ระยะเวลาของดีบัฟทั้งสองจึงลดลงอย่างรวดเร็วและหายไปจนหมดสิ้นในเวลาไม่นาน