ฉู่เผิงเฉิงและพวกทานอาหารเข้าไปเต็มปากเต็มคำและเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้ม “ยังไงก็ตามจากแผลการเดิมนั้น นักสู้ขอบเขตที่7จากเมืองใกล้เคียงน่าจะกำลังรุดหน้ามาที่นี่กันอยู่ คาดว่าน่าจะมีราวๆ20คนที่กำลังจะมาถึง พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นผู้อำนวยการหรือไม่ก็รองผู้อำนวยการของสาขาต่างๆกันทั้งนั้น”
“พวกเรามาที่นี่เพื่อตรวจสอบภูเขาอัสนีร่วงงั้นหรอครับ?” หลินเซวียนประหลาดใจยิ่งนัก
ด้วยนักสู้ขอบเขตที่7จำนวนมากขนาดนี้ กองพลก่อสร้างสาขาอื่นคงไม่มีปัญหาเรื่องกำลังป้องกันใช่หรือเปล่า?
ถ้าองค์กรอื่นอย่างทุ่งราบมหาสวรรค์และอินเดียแอบลักลอบผ่านทางชายขอบและลงมือทำอะไรบางอย่างขึ้นมาล่ะ? ไม่ใช่ว่าจะเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่หรือ?
เย่อู่ชิวสัมผัสได้ถึงความสงสัยในน้ำเสียงของเขา “นักสู้ขอบเขตที่6ของเราหลายคนแสร้งว่าพวกเขานั้นมีพลังไม่ถึงเลเวล9ขอบเขตที่6 ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วพวกเขาสามารถเลื่อนขั้นเป็นขอบเขตที่7ได้ตลอดเวลา”
ได้ยินดังนี้ก็ราวกับว่าเขาจะเข้าใจสิ่งที่ศูนย์หลักต้องการได้ในทันที
เมืองเกือบทุกเมืองที่อยู่ภายใต้การดูแลของกองพลก่อสร้างส่วนใหญ่มักจะมีสปายจากหลายๆองค์กรแฝงตัวเข้ามา
สปายเหล่านี้ส่วนใหญ่นั้นมาจากทุ่งราบมหาสวรรค์
เมื่อผ่านไปซักระยะหนึ่งสปายเหล่านี้ก็จะรายงานข้อมูลทั้งหมดที่ได้มาไปยังองค์กรของพวกเขา
ซึ่งนั่นก็รวมไปถึงจำนวนนักสู้เลเวล9ขอบเขตที่6ภายในกองพลก่อสร้างด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ก็เพราะตราบใดที่พวกเขาต้องการ นักสู้เลเวล9ขอบเขตที่6ก็สามารถเลื่อนขั้นเป็นขอบเขตที่7ได้ตลอดเวลาซึ่งก็เทียบได้กับการมีนักสู้ขอบเขตที่7คอยหนุนหลัง
จากคำกล่าวของเย่อู่ชิว ดูเหมือนนักสู้เลเวล9ขอบเขตที่6หลายคนจะได้รับคำสั่งจากศูนย์หลักให้ปกปิดระดับที่แท้จริงของตัวเองเอาไว้ ทั้งนี้ก็เพื่อทำให้พวกสปายเหล่านั้นได้รับสารไปแบบผิดๆ
ตอนนี้นักสู้ขอบเขตที่7ของกองพลก่อสร้างในเมืองเหล่านี้ทั้งหมดล้วนถูกส่งออกมา หากมองผิวเผินแล้วอาจจะดูเหมือนว่ากองพลก่อสร้างสาขาเหล่านี้ไร้คนคอยคุ้มกัน
องค์กรอื่นๆมีโอกาสสูงมากที่จะใช้จังหวะนี้เข้าโจมตี ถึงแม้จะทำลายกองพลก่อสร้างไปได้เพียงเมืองเดียวก็ทำให้พลังรบโดยรวมของพวกเขาลดลงได้ไม่มากก็น้อย
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ศัตรูไม่รู้ก็คือหลังจากพวกเขาเข้าโจมตีสิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญก็คือนักสู้ขอบเขตที่7ที่เลื่อนขั้นมาจากนักสู้เลเวล9ขอบเขตที่6หลายต่อหลายคน!
“น่าอัศจรรย์มาก!” หมาป่าเงินคิดอยู่ชั่วครู่และก็เข้าใจความหมายแอบแฝงของเย่อู่ชิวได้ในที่สุด จากนั้นเขาก็เร่งเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “เวรล่ะไม่ใช่ว่าพวกเราเผยตัวตนออกไปแล้วใช่ไหม? ในเมืองหลงไห่น่าจะมีสปายอยู่ไม่เยอะหรอกมั้ง”
“ถูกต้องตามนั้น สปายส่วนใหญ่ภายในเมืองหลงไห่น่าจะตายจากการต่อสู้ทำลายโพชั่นไปแล้ว” ไป๋ชิงเหอยิ้มและเอ่ยต่อ “พวกนั้นน่าจะตายกันทรมานน่าดู ใช้ชีวิตของตัวเองเพื่อล่ออสูรมาแท้ๆแต่กลับทำลายโพชั่นไม่ได้เลย”
ทุกคนบนโต๊ะอดหัวเราะออกมาไม่ได้
ทุกคนล้วนเกลียดสปายเหล่านี้เข้าไส้ ความตายอันน่าหดหู่นั้นเหมาะสมกับพวกมันแล้ว
ฉู่เผิงเฉิงลุกขึ้นยืนและชูแก้วขึ้น “ทุกคนหลายวันหลังจากนี้ก็พักผ่อนให้เต็มที่ เมื่อไหร่ที่นักสู้ขอบเขตที่7คนอื่นมาถึงพวกเราจะเข้าไปยังภูเขาอัสนีร่วงอีกครั้ง โล่วิญญาณ ระเบิดเพลิงพวกนายสองคนเองก็มาด้วยกันเถอะ พวกเราจะได้จัดการวาดแผนที่ของภูเขาอัสนีร่วงให้ลุล่วงเสียที!”
เพื่อไม่ให้แอลกอฮอลล์ก่อให้เกิดปัญหา ภายในแก้วจึงไม่ใช่ไวน์ขาวหากแต่เป็นไวน์ข้าว
โล่วิญญาณ ระเบิดเพลิง เย่อู่ชิวและกลุ่มนักสู้ขอบเขตที่7และขอบเขตที่6ต่างลุกขึ้นยืนและชนแก้วกัน
หลังจากกินดื่มจนแล้วเสร็จทุกคนก็กลับไปยังบ้านของพวกตน
หลินเซวียนเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เขาหวนกลับมายังที่พักของตัวเองพร้อมกับระเบิดเพลิงราวกับสหายสนิท
ภายในห้องทำงาน ฉู่เผิงเฉิงและเย่อู่ชิวติดต่อไปยังศูนย์หลักผ่านทางเครื่องมือสื่อสารและบอกเล่าเกี่ยวกับสถานการณ์แปลกประหลาดที่เกิดขึ้นในภูเขาอัสนีร่วง
“ผึ้งอัสนีตัวนั้นดูคล้ายกับมนุษย์งั้นหรอ?” หว่านโหยวซีตอบกลับมาตามสาย
เมื่อได้ยินคำอธิบายของเย่อู่ชิว หว่านโหยวซีก็ไม่อาจเล่นรูบิคได้อีกต่อไปและนี่ก็เป็นครั้งแรกเลยที่เขาเพ่งความสนใจเต็ม10ส่วนไปกับการคิดเรื่องอื่นนอกเหนือจากรูบิค
“ตัดเรื่องเกรทดูอิทไปได้เลย นั่นเป็นเพียงเกรทดูอิทขอบเขตที่9เท่านั้นที่ทำได้”
“สิ่งเดียวที่ฉันคิดได้ตอนนี้คืออาชีพพิเศษ มีโอกาสเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นอาชีพที่ไม่เคยปรากฏมากก่อนยิ่งไปกว่านั้นระดับของมันเองก็น่าจะสูงมากด้วย”
หว่านโหยวซีเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
หว่านโหยวซีเปลี่ยนหัวข้อและพูดต่อ “ยังไงก็ตามถ้าอิงจากที่ฉู่เผิงเฉิงบอก ในเมื่อผึ้งอัสนีตัวนนั้นมันช่วยพวกนายเอาไว้หลายครั้งก็มีโอกาสเป็นไปได้ว่าจะเป็นมิตร ยังไงก็อย่าลดความระมัดระวังขั้นพื้นฐานแต่ก็ไม่ต้องไปโจมตีมันแล้วกัน”
“รับทราบ” ฉู่เผิงเฉิงและเย่อู่ชิวพยักหน้า
หว่านโหยวซีหยุดไปชั่วครู่ก่อนที่จู่ๆจะเอ่ยออกมา “คนที่เข้าโจมตีเมืองหลงไห่ในคืนนั้นถูกตรวจสอบแล้ว สปายที่อยู่ในทุ่งราบมหาสวรรค์ได้ส่งข่าวมาบอกและยืนยันแล้วว่าสองคนในบรรดาพวกมันคือคิลเลอร์บีกับอีวิลด็อกเตอร์”
“ทั้งสองคนนี้พึ่งจะเลื่อนขั้นขึ้นมาที่ขอบเขตที่7และก็ต้องออกมาทำภารกิจที่เมืองหลงไห่ในทันทีเลย”
ฉู่เผิงเฉิงถามต่อด้วยความสงสัย “แล้วอีกคนล่ะครับ? ซูซวนกับคนอื่นๆกล่าวว่าคนผู้นั้นที่เป็นผู้นำไม่ใช่ร่างจริงและจู่ๆทั้งร่างก็เปลี่ยนกลายเป็นไม้และติดไฟขึ้นมาเอง”
หว่านโหยวซีแค่นเสียง “นั่นคือหุ่นเชิดของหัวหน้าองค์กรทุ่งราบมหาสวรรค์ เหล่ากัวเคยสู้กับหมอนั่นมารอบหนึ่งเลยพอจะเข้าใจความสามารถของมันอยู่บ้าง”
“เฮือก...” ฉู่เผิงเฉิงกับเย่อู่ชิวอ้าปากค้าง
หัวหน้าขององค์กรทุ่งราบมหาสวรรค์! นักสู้ขอบเขตที่9! เขากลับส่งหุ่นเชิดของตัวเองเพื่อนำนักสู้ขอบเขตที่7ถึง2คนมายังเมืองหลงไห่ด้วยตัวเองเลยงั้นหรอเนี่ย?
หว่านโหยวซีดูเหมือนจะคิดอะไรได้จึงกล่าวออกมา “ทุกครั้งที่หัวหน้าองค์กรทุ่งราบมหาสวรรค์สร้างหุ่นเชิดหมอนั่นจำเป็นต้องใช้ไม้ที่มีคุณภาพเกรดสีทอง ครั้งนี้กลับต้องมาเสียไปฟรีๆก็น่าจะแอบหลบมุมสบถด่าอยู่แน่ๆ”
“ทุ่บราบมหาสวรรค์สูญเสียไปพอสมควรดังนั้นพวกนั้นจึงน่าจะสงบปากสงบคำไปซักพัก นอกจากนี้พวกเราได้แจ้งไปยังอินเดียเกี่ยวกับเรื่องผลสายเลือดแล้ว ได้ยินว่าทางอินเดียกับทุ่งราบมหาสวรรค์เริ่มตีกันแล้ว ฉันนี่ขำแทบตายเลยล่ะ พวกนั้นเริ่มห้ำหั่นกันที่เขตทะเลเรียบร้อยแล้ว”
“ช่างมันเถอะๆ ฉันยังมีเรื่องสำคัญต้องทำอยู่อีก...ฮ่าๆๆๆๆ....”
ตู๊ดๆๆ...
อีกฝ่ายวางสายไปแล้ว
ฉู่เผิงเฉิงกับเย่อู่ชิวมองหน้ากัน
ก่อนที่หว่านโหยวซีจะวางสายไปเมื่อครู่ดูเหมือนพวกเขาจะได้ยินเสียงหัวเราะด้วยความพึงพอใจดังขึ้นมา
...
หลายวันให้หลัง
เนื่องด้วยการมาถึงของนักสู้ขอบเขตที่7ถึง23คนทำให้เมืองหลงไห่มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง
ในสายตาของทุกคนนักสู้ขอบเขตที่7ล้วนเป็นขาใหญ่กันทั้งนั้น พวกเขาแทบจะทุกคนถ้าไม่ใช่ผู้อำนวยการก็ต้องเป็นรองผู้อำนวยการของกองพลก่อสร้างเมืองต่างๆกันทั้งนั้น
ถึงแม้พวกเขาบางคนจะไม่ได้มีตำแหน่งแต่ก็ยังถือเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงภายในกองพลก่อสร้างเมืองนั้นๆอยู่ดี
แน่นอนว่าในสายตาของพวกขแองพวกเขาไม่ได้คิดมากถึงเพียงนี้และรู้สึกเพียงว่าตนเองข้ามเส้นแบ่งขนาดใหญ่ระหว่างขอบเขตที่6กับขอบเขตที่7และเหยียบย่างเข้าสู่ขอบเขตใหม่ได้ก็เท่านั้น
ในเวลานี้ นักสู้ขอบเขตที่7จำนวนมากได้มารวมตัวกันภายในเมืองเล็กๆอย่างเมืองหลงไห่ พวกเขาทุกคนต่างคุ้นหน้าคุ้นตากันดีตั้งแต่อดีตและเป็นธรรมดาที่จะมีบางคนที่มีข้อขัดแย่งหรือความแค้นต่อกันมาไม่มากก็น้อย
คนเหล่านี้สู้กันมาก็บ่อยครั้งและปะทะกันมาก็บ่อยหน
หากแต่สถานการณ์โดยรวมนั้นยังคงกลมเกลียวและเป็นมิตรกันดีอยู่
จากคำอธิบายจากปากของฉู่เผิงเฉิงและเย่อู่ชิวทำให้หลินเซวียนรู้จักนักสู้ขอบเขตที่7เกือบทั้งหมดแล้ว
หลังจากนักสู้ขอบเขตที่7เหล่านี้ทราบถึงผลงานการต่อสู้ของโล่วิญญาณกับระเบิดเพลิง พวกเขาแทบทุกคนจึงมีความประทับใจดีๆมอบให้แก่พวกเขา
ในความคิดของพวกเขาทั้งสองคนนี้ซึ่งเป็นดั่งพี่น้องเห็นได้ชัดเลยว่ามีอนาคตอันสดใสและเหมาะแก่การผูกมิตรด้วยอย่างยิ่ง
หลินเซวียนลอบใช้สกิลตรวจสอบเพื่อดูข้อมูลของพวกเขา
นอกจากข้อมูลของคนไม่กี่คนแล้วที่เหลือเขาก็มองเห็นได้เกือบทุกอย่าง
หลังจากทราบเกี่ยวกับคนอื่นๆแล้วหลินเซวียนก็ไม่ปรากฏตัวในที่สาธารณะอีก กลับกันเขาเอาแต่หมกตัวอยู่ในที่พักของตัวเอง
แน่นอนว่าในสายตาของคนนอกนั้นการที่โล่วิญญาณกับระเบิดเพลิง บุรุษสองคนอาศัยอยู่ในห้องเดียวกันตลอดทั้งวันมันอาจจะแปลกอยู่บ้าง
“รวบรวม!”
เวลาเก็บเกี่ยววนกลับมาอีกครา
ทรัพยากรจำนวนมากหลั่งไหลเข้าสู่มิติส่วนตัวของหลินเซวียน
“ไข่มุกแดนลับ!”
หลินเซวียนนับพวกมันอย่างตั้งใจและพบว่าหลังจากฟาร์มอย่างขยันขันแข็งมาหลายวันทำให้เขารวบรวมไข่มุกแดนลับได้ถึง105เม็ดแล้ว! ตอนนี้เขาสามารถอัพเกรดสกิลเกรดสีทองให้กลายเป็นเกรดสีทองดำได้เสียที!
“ขอคิดดูก่อนนะว่าควรจะให้ความสำคัญกับสกิลไหนเป็นพิเศษดี?”
หลินเซวียนเปิดหน้าต่างข้อมูลและตรวจสอบสกิลต่างๆที่มีอย่างตั้งอกตั้งใจ
สกิลป้องกันของเขานั้นมีกายาหนามขั้นสูง , กายาเหล็ก , เกราะกระดูกครอบจักรวาล , เปลือกพฤกษาบรรพกาล , กายาอสูรและอื่นๆอีกมากมาย
สกิลประเภทโจมตีมีความโกรธเกรี้ยวของราชันย์ปิศาจ , หอกน้ำแข็ง , ระเบิดเพลิง , บอลเพลิงและอื่นๆ
ส่วนสกิลเสริมนั้นมีมากยิ่งกว่า ไล่เรียงไปตั้งแต่สกิลร่างแยกขั้นสูง , สกิลตรวจสอบ , สกิลปลอมแปลงขั้นสูง , อ่อนแอ , แฟลช , วินด์รัช , ตรวจจับขั้นสูงและอื่นๆอีกมากมาย
ด้วยสกิลทั้งหมดที่มีทำให้เขาทำอะไรไม่ถูกไปพักหนึ่ง
หลังจากคิดอยู่ดีๆแล้วหลินเซวียนก็ตัดสินใจเลือกเกราะกระดูกครอบจักรวาล ความโกรธเกรี้ยวของราชันย์ปิศาจและสกิลตรวจสอบกับสกิลตรวจจับขั้นสูง
เกราะกระดูกครอบจักรวาลนั้นมอบพลังป้องกันและค่าต้านทานธาตุสูงลิบให้กับเขา ถ้าระดับของสกิลนี้เพิ่มขึ้นก็จะเพิ่มความสามารถในการเอาตัวรอดให้กับเขาเป็นอย่างมาก เขาสามารถการันตีเรื่องการเอาตัวรอดได้เลย
ความโกธเกรี้ยวของราชันย์ปิศาจนั้นเพิ่มความเสียหายธาตุไฟอย่างมหาศาล ถ้าระดับของมันเพิ่มขึ้นความอันตรายของสกิลระเบิดเพลิงก็จะทะยานขึ้นไปอีก
สกิลตรวจสอบนั้นสำคัญยิ่งกว่า หลังจากเลื่อนขั้นเป็นเกรดทองดำ หลินเซวียนมั่นใจเลยว่าเขาจะสามารถตรวจสอบข้อมูลของนักสู้ขอบเขตที่7ได้ทุกคน!
ส่วนตรวจจับขั้นสูงนั้นหลังจากเพิ่มระดับของมันแล้วขอบเขตการตรวจจังเองก็คงจะเพิ่มขึ้น เช่นนี้แล้วเขาก็จะสามารถถอยให้ห่างจากอันตรายได้อย่างสบายๆ
“มีตัวเลือกเยอะไปก็เป็นปัญหาเหมือนกันแฮะ”
“โชคไม่ค่อยดีแฮะที่เราไม่เหมือนกับนักสู้คนอื่นๆที่มีสกิลเกรดสีทองแค่สกิลเดียวจนน่าสมเพช”
หลินเซวียนถอนหายใจและสุดท้ายก็ตัดสินใจเลือกสกิลตรวจสอบ
ดังที่เขากล่าวกันว่ารู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง
สกิลตรวจสอบนั้นเทียบได้กับดวงตาที่มองเห็นทุกสรรพสิ่ง เขาสามารถมองดูสิ่งใดก็ได้ตามต้องการ
หลังเสร็จสิ้นการอัพเกรดสกิลตรวจสอบก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล
—
[ชื่อ : ตรวจสอบขั้นสูง]
[เลเวล : เลเวล1ขอบเขตที่7]
[เกรด : ตำนานสีทองดำ]
[ความสามารถ : เมื่อสังเกตสิ่งใดข้อมูลของสิ่งนั้นก็จะปรากฏ...]
—
“เอ๋ ชื่อของมันเปลี่ยนจากตรวจสอบเป็นตรวจสอบขั้นสูงงั้นหรอ?”
หลินเซวียนประหลาดใจเล็กน้อย เขาไม่คิดเลยว่าไขมุกแดนลับจะมีความสามารถแบบนี้อยู่ด้วย
“ถ้างั้นถ้าเราเพิ่มระดับของมันจากทองดำขึ้นไปอีกชื่อก็จะเปลี่ยนอีกรึเปล่า?”
เขาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และรู้สึกว่ามีโอกาสเป็นไปได้สูงมาก
ไม่นานนักเวลาเข้าสู่ภูเขาอัสนีร่วงก็วนมาถึงอีกครั้ง
นอกจากนักสู้ขอบเขตที่7 23คนที่มาจากต่างสถานที่กันนั้นมีนักสู้ขอบเขตที่7อีก9คนที่อยู่ในเมืองหลงไห่อยู่ก่อนแล้ว คนทั้งสิ้น32คนมารวมตัวกันอยู่บริเวณลานโล่งด้านหน้าประตูแสง
สมาชิกของกองพลก่อสร้างสาขาเมืองหลงไห่คนอื่นๆต่างมาออกันเพื่อจ้องมองนักสู้ขอบเขตที่7เหล่านี้ด้วยสายตาเลื่อมใส
หลินเซวียนและร่างแยกของเขาเองก็อยู่ด้วย
เมื่อเขาใช้สกิลตรวจสอบขั้นสูงดูก็พบว่าสามารถมองเห็นข้อมูลของทุกคนได้อย่างชัดเจนดังคาด!
ชื่อ เลเวล ค่าสถานะ สกิล อุปกรณ์สวมใส่หรือกระทั่งเซ็ตรูนที่ถูกฝังเอาไว้ในอุปกรณ์รวมไปจนถึงคุณภาพของสกิล อุปกรณ์และเซ็ตรูนด้วยเช่นกัน!
“สกิลตรวจสอบนี่ควรให้ความสำคัญสูงสุดจริงๆด้วย”
หลินเซวียนเดาะลิ้น
ในเวลานี้เองรถออฟโร้ดคันหนึ่งจู่ๆก็ขับผ่านแดนรกร้างเข้ามา จากนั้นชายหนุ่มคนหนึ่งก็กระโดดลงมาจากรถคนนั้น
ชายหนุ่มยิ้มและเอ่ยกับทุกคน “ขอโทษด้วยทุกท่านที่ผมพึ่งจะมาถึง”
“ไงเซี่ยงเทียนซิว นายเองก็มาเหมือนกันหรอ?” ผู้อำนวยการเมืองหยางเอ่ยออกมาด้วยความประหลาดใจ
“ไม่ใช่ว่านายมักจะอยู่ที่ศูนย์หลักรึไง? อย่าบอกนะว่าพวกกรรมการบริหารพวกนั้นส่งนายมาที่นี่” เย่อู่ชิวเองก็ประหลาดใจเช่นกัน
หมาป่าเงินเองก็ไม่ต่าง
“ระเบิดเพลิง โล่วิญญาณ คนผู้นี้คือเซี่ยงเทียนซิว เขาเองก็เหมือนกับฉันแล้วก็แบล็คเป็นศิษย์ของอาจารย์หลี่เหว่ยกั๋วเหมือนกัน ฉันก็คิดว่าหมอนี่จะไม่มาแต่กลับมา! มาเถอะๆมารู้จักกันเอาไว้”
“เขาอายุแค่26ปีเท่านั้นแต่กลับเป็นถึงนักสู้ขอบเขตที่7เลเวล6แล้ว ผู้บริหาร6คนจึงให้ค่าเขาสูงมาก คนผู้นื้คือต้นแบบคนรุ่นเยาว์หลายต่อหลายคนในกองพลก่อสร้างยกตัวอย่างเช่นลูกของชั้น - จ้าวเฟิงเองก็เคยมองเซี่ยงเทียนซิวเป็นไอดอลมาก่อนเหมือนกัน”
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved