ตอนที่ 63

หลินเซวียนยิ้ม “ทุกคนๆที่จริงแล้วฉันเป็นแค่หมาป่าเดียวเดี่ยวดายที่ออกท่องไปทั่วแดนรกร้างเท่านั้น เมื่อวานนี้ฉันได้รับค่าจ้างจากทางกองพลก่อสร้างให้มาป้องกันกำแพงเมืองแต่ก็ไม่อยากจะเปลืองแรงมากนัก หวังว่าพวกนายจะให้ความร่วมมือ แบบนี้แล้วทั้งพวกนายแล้วก็ฉันจะได้ไม่ต้องเหนื่อย ฟังดูเป็นไง?”

กล่าวจบนักสู้ขององค์กรเจอร์มินอลหลายคนที่ถูกส่งออกมาโจมตีกำแพงตะวันออกต่างก็พากันพยักหน้าเห็นด้วยอย่างไม่รู้ตัว

“นอกจากนี้ภายในเมืองเครนขาวยังมีนักสู้ขอบเขตที่7อยู่ด้วย ลองจินตนาการดูนะ...พวกนายคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกนายหลังจากที่พวกนายจัดการกับฉันแล้วและพังกำแพงทิศตะวันออกเข้าไปเจอกับนักสู้ขอบเขตที่7เข้า?”

“อีกฝ่ายย่อมมุ่งหน้ามาที่นี่ทันทีที่กำแพงแตกและสังหารพวกนายทุกคน!”

หลินเซวียนผายมือ “ดังนั้นอย่าทำให้การต่อสู้นี้มันหนักหน่วงเกินไปหน่อยเลย”

นักสู้ขององค์กรเจอร์มินอลที่ได้ยินเช่นนี้ก็พยักหน้าอีกครั้ง

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพลังอันแข็งแกร่งของผู้ที่เรียกตัวเองว่า ‘กำแพงเหล็ก’ ผู้นี้ที่สามารถทำให้เหวินเซี่ยงบาดเจ็บสาหัสได้ในการโจมตีเดียวนี่แหละ ถ้าพวกเขาพุ่งเข้าไปแบบไม่ดูเหนือดูใต้จะมีกี่คนกันล่ะที่ต้องตาย?

หลังจากถูกหลินเซวียนเตือนเกี่ยวกับนักสู้ขอบเขตที่7อีกหนพวกเขาจึงรู้ตัวว่าต่อให้ทำลายกำแพงเข้าไปได้ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องดี ยังไงซะนั่นย่อมเป็นการดึงดูดความสนใจของขาใหญ่แน่นอน

หลังจากล่อนักสู้ขอบเขตที่7ออกมาได้พวกเขาย่อมทำตามความคาดหมายของผู้จัดการหมายเลข1ได้สำเร็จ หากแต่แล้วคนที่เข้าโจมตีกำแพงทิศตะวันออกล่ะจะเป็นยังไง?

ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะถูกขาใหญ่ผู้นั้นตบจนตายหรอกรึ?

ลู่หลัวยินดียิ่งนัก

เจ้าหมอนี่เป็นอัจฉริยะขนานแท้ เขาดูเหมือนเป็นพวกมนุษย์กล้ามที่ใช้กล้ามคิดแทนสมองแต่พอพูดออกมากลับทำให้กำลังใจของนักสู้จากองค์กรเจอร์มินอลลดลงฮวบฮาบ

แน่นอนว่าลู่หลัวคงกล่าวออกไปเช่นนั้นดังๆไม่ได้

นักสู้ขอบเขตที่7สองคนที่ถูกเรียกมาเป็นกำลังเสริมจากศูนย์ใหญ่ขององค์กรเจอร์มินอลนั้นยังไม่ปรากฏตัว ทั้งสองคนนั้นต่างหากคือภัยอันตรายซ่อนเร้นที่ใหญ่หลวงที่สุด ก่อนจะยืนยันสถานการณ์ได้เธอก็ยังไม่อาจเปิดเผยตัวตน

ลู่หลัวสบถออกมาทันที “ไร้สาระ! คิดหรอว่านายจะทำลายปณิธานของเหล่านักสู้จากองค์กรเจอร์มินอลเราได้!?”

เธอหยิบธนูยาวสีเขียวออกมาจากอุปกรณ์เก็บของและน้าวสายธนูก่อนจะยิงเข้าใส่หลินเซวียน

ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!

ธนูสามดอกถูกยิงออกไป

หลินเซวียนเองก็ยกโล่ขึ้นมาป้องกัน

ลูกธนูปะทะเข้ากับโล่และด้วยแรงกระแทกของมันนั้นทำให้เขาต้องล่าถอยออกไปถึงสามก้าว

“ทรงพลังมาก นี่น่ะรึนักสู้ผู้เชี่ยวชาญในบรรดานักสู้ขอบเขตที่6ขององค์กรเจอร์มินอล? เธอนี่แข็งแกร่งกว่าเจ้าโง่ตัวโตเมื่อกี้อีกนะ”

น้ำเสียงของหลินเซวียนเคร่งขรึมจริงจังขึ้นมาราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูทรงพลัง

ลู่หลัวเอ่ย “นายเองก็ไม่เลวถึงขั้นสามารถป้องกันศรสามดอกต่อเนื่องของฉันได้! สมแล้วที่เป็นหมาป่าเดียวดายที่ทางกองพลก่อสร้างไว้ใจให้ป้องกันกำแพงเมืองเพียงลำพัง!”

เหวินเซี่ยง “???”

เขากระซิบบอก “พี่สาวลู่ผมจำได้ว่าพี่ชอบใช้เคียวสีดำขนาดใหญ่อันนั้นไม่ใช่หรอ?”

ลู่หลัวตอบกลับเสียงเบา “ก็ใช่ไง”

“ถ้างั้นทำไมจู่ๆถึงมาใช้ธนูล่ะ? ดูเหมือนว่าพี่จะไม่เคยยกระดับอาวุธชิ้นนี้เลยด้วยซ้ำแต่ก็ยังบีบให้อีกฝ่ายถอยไปได้ตั้งสามก้าว?”

ลู่หลัวตบไหล่ของเขาและเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา “นั่นก็เพราะตอนนี้พวกเรากำลังต่อสู้อยู่จริงๆไง นายยังต้องเรียนรู้จากฉันอีกเยอะนะ”

ปากของเหวินเซี่ยงอ้ากว้าง เมื่อเห็นว่าลู่หลัวและกำแพงเหล็กสู้กันไปพลางเอ่ยปากชมกันไปพลางสมองของเขาก็สับสนยิ่งนัก

นักสู้ขององค์กรเจอร์มินอลเองต่างก็พากันขมวดคิ้วเช่นกัน บ้างก็เข้าใจแต่บ้างก็ไม่...บางคนก็แสร้งทำทีว่าเข้าใจขณะที่บางคนก็แสร้งทำทีว่าไม่เข้าใจ

ไม่นานนักนักรบชุดแรกก็ก้าวออกมา

“กำแพงเหล็ก! ลองชิมศรพิษร้ายของฉันดู!”

นักสู้ขอบเขตที่4ผู้นี้หยิบเพียงธนูยาวเกรดสีขาวที่เขาไม่เคยใช้มาก่อนออกมา จากนั้นเขาก็เล็งอย่างระมัดระวังและยิงออกไปอย่างจริงจัง

ศรพิษร้ายหลุดออกจากแล่งและปักเข้าเป้าหมายอย่างแม่นยำ...ซึ่งนั่นก็คือกำแพงเมืองที่อยู่ห่างออกไปสามเมตร

นักสู้ขอบเขตที่4ผู้นี้ถอนหายใจยาวออกมา “กำแพงเหล็กน่าจะมีสกิลระยะไกลที่สามารถขัดขวางลูกธนูได้ ศรพิษร้ายของฉันเลยทำอะไรเขาไม่ได้”

จากนั้นเขาก็พลันส่งเสียงดังปลุกใจขึ้นมา “ยังไงก็ตามฉันจะไม่ยอมแพ้! จะอยู่หรือตายก็ขอเป็นสมาชิกขององค์กรเจอร์มินอล! ฉันจะทำตามคำสั่งของสามผู้จัดการอย่างเต็มที่และสู้จนตัวตาย!”

เขาพักหายใจไปสิบวินาทีก่อนจะน้าวสายธนูอีกครั้ง หนนี้เขาก็ยิงเข้าเป้าอีกหน...เป็นกำแพงเมืองที่ห่างออกไป2.5เมตร!

นักสู้ขอบเขตที่4ผู้นี้เป็นตัวอย่างชั้นดี

หลังจากที่เขาลงมือ นักสู้อีกหลายต่อหลายคนที่ถูกส่งมาโจมตีกำแพงทิศตะวันออกต่างก็พากันเริ่มโจมตีกำแพงเมืองอย่างจริงจัง

พวกเขาหยิบอาวุธระดับต่ำที่ไม่เคยอัพเกรดออกมาและใช้สกิลที่พวกเขาไม่เคยแม้แต่จะลงแต้มค่าประสบการณ์แม้แต่น้อยในการโจมตี

บอลเพลิงลูกเล็กจิ๋ว สว่านน้ำแข็ง โซ่สายฟ้า พิษกัดกร่อนและธนูต่อเนื่องถูกปล่อยออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า

สกิลส่วนใหญ่จบลงที่ปะทะเข้ากับกำแพงเมืองแล้วก็หายไป ในเวลาเดียวกันก็มีสกิลจำนวนเล็กน้อยเช่นกันที่โดนหลินเซวียนแต่อีกฝ่ายไม่เป็นอะไร

หากแต่พวกเขายังไงก็ไม่ยอมแพ้! พวกเขาจะสู้แล้วสู้อีก!

จิตวิญญาณอันกล้าแกร่งนี้พวยพุ่งออกมาจากร่างของนักสู้ทุกคน!

“เข้าใจแล้ว ฉันเข้าใจทั้งหมดแล้ว” เมื่อเห็นฉากนี้เหวินเซี่ยงก็เริ่มคิดอย่างจริงจัง “พวกนายกำลังพยายามยื้อ...” ก่อนที่เขาจะกล่าวจบกลับโดนลู่หลัวถีบเข้าเสียก่อน “หุบปาก! นายกำลังขัดขวางการต่อสู้ของฉันกับกำแพงเหล็กอยู่!”

เหวินเซี่ยงชายกล้ามโตกลับมีใบหน้าโศกสลด จากนั้นเขาก็เริ่มทำการโยนบอลเพลิงลูกจิ๋วไปทางกำแพงเมืองทิศตะวันออกเช่นกัน

ยังไงก็ตามบอลเพลิงลูกเล็กๆหล่านี้กลับใหญ่ไม่เท่านิ้วโป้งด้วยซ้ำ

เมื่อเห็นเช่นนี้หลินเซวียนก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

ดูเหมือนทุกคนจะเข้าใจ

นั่นก็ยังแสดงให้เห็นอีกด้วยว่าองค์กรเจอร์มินอลนั้นขาดคนภักดี

กระทั่งลูกไล่ผู้ภักดีของหมายเลข3อย่างหยางเหว่ย จางเผิงและโม่หยวนก็ยังทำแบบเดียวกันเพราะหวาดกลัวระเบิดเพลิง

ไม่ต้องกล่าวถึงคนที่อยู่ใต้การนำของลู่หลัวเลย นักสู้ทั้งหมดทางกำแพงตะวันออกเหล่านี้ต่างก็เริ่มหาวิธียื้อเวลาอย่างชาญฉลาด

พวกเขาทำสีหน้าเคร่งเครียดจริงจังแต่แท้จริงแล้วกลับผ่อนคลายยิ่ง

ถ้าพวกคนที่ไม่รู้มาเห็นก็อาจจะคิดว่าพวกเขากำลังแข่งเจาะกำแพงเมืองอยู่

ด้านนอกกำแพงเมืองทิศใต้

การต่อสู้ทางฝั่งนี้นั้นรุนแรงมาก

ในทุกๆนาทีและทุกๆวินาที สกิลจำนวนมากจะถูกใช้ออกมาจากทั้งสองฝั่งประดุจดั่งแลกหมัดกัน สกิลหลากสีสันต่างฉายแสงไปทั่วบริเวณ

ต้องขอบคุณหลินเซวียนทำให้เย่อู่ชิวไม่จำเป็นต้องจัดแจงคนของกองพลก่อสร้างไปป้องกันกำแพงทิศตะวันออกและตก กลับกันเธอสามารถวางกำลังพลทั้งหมดเอาไว้ที่กำแพงทิศใต้และมุ่งเน้นไปที่การป้องกันขุมกำลังหลักขององค์กรเจอร์มินอลได้

ส่วนขุมกำลังหลักขององค์กรเจอร์มินอลนั้น เนื่องจากพวกเขาอยู่ต่อหน้าผู้จัดการทั้งสามพวกเขาจึงไม่กล้าหย่อนหยานและทำได้เพียงกัดปากและพุ่งเข้าโจมตี

ยังไงก็ตามเมืองเครนขาวนั้นได้เปรียบด้านชัยภูมิสูง ยิ่งไปกว่านั้นยังมีกำลังพลที่ถูกฝึกมาเป็นอย่างดีและการสนับสนุนจากป้อมปืนไร้คนบังคับอีก ทำให้ตอนนี้พวกเขาเป็นฝ่ายถือความได้เปรียบเอาไว้

นักสู้จำนวนมากและมากขึ้นเรื่อยๆขององค์กรเจอร์มินอลตกตายอยู่ใต้กำแพง

นักสู้ขององค์กรที่เหลือต่างพากันหวาดกลัว

สีหน้าของผู้จัดการหมายเลข1เองก็ค่อยๆมืดครึ้มลงไม่ต่างกัน

เกิดอะไรขึ้น?

ทำไมกำแพงทิศตะวันออกกับตะวันตกถึงได้โจมตีได้ยากนัก?

เห็นๆกันอยู่ว่ามีคนแค่คนเดียวป้องกันกำแพงแต่ละด้านอยู่!

ผู้จัดการหมายเลข2เองก็มีสีหน้ากังวลไม่ต่างกันและเขากระทั่งให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีโดยการเดินไปเดินมาราวกับกำลังกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การต่อสู้ตรงนี้อยู่จริงๆ

หากแต่ในความเป็นจริงแล้วเขามีความสุขมาก

เขากระทั่งเอ่ยขึ้นมาอย่างเริงร่าในใจ ‘ฮ่าๆๆๆ! กองพลก่อสร้างไปหาผู้เชี่ยวชาญแบบนี้มาจากที่ไหนกันนะ? คนทั้งสองนั่นป้องกันกำแพงได้ทั้งสองด้าน! ตอนนี้อยากจะเห็นแล้วสิว่าแผนการของหมายเลข1มันจะไปต่อยังไง! พวกมันคงต้องรีบให้นักสู้ขอบเขตที่7สองคนนั้นปรากฏตัวแล้วล่ะมั้ง!’ ผู้จัดการหมายเลข2หัวเราะเริงร่าออกมาในใจขณะคิดกับตัวเอง

ในเวลานี้เองผู้จัดการหมายเลข3ก็ก้าวออกมาข้างหน้า “หมายเลข1ถึงตาฉันแล้ว”

ผู้จัดการหมายเลข1ขมวดคิ้วมุ่น “เข้าใจแล้วเลือกฝั่งที่จะโจมตีมาเถอะ ฉันจะให้เวลานาย20นาที นายต้องทำลายหนึ่งในกำแพงที่ว่าลงให้ได้”

หมายเลข3ไม่เอ่ยสิ่งใดและมุ่งหน้าตรงไปยังกำแพงทิศตะวันตกของเมืองเครนขาว

เป้าหมายของเขาคือบุคคลที่ปกคลุมอยู่ภายใต้ชุดคลุมสีดำบนกำแพงเมืองทิศตะวันตก

ระเบิดเพลิง!

เขาสาบานเลยว่าหนนี้เขาจะฆ่ามันให้ได้! เขาจะล้างแค้นที่มันทำให้เขาต้องเสียหน้าในคราวที่แล้ว!