ตอนที่ 87

หมาป่าเงินเกือบจะกระโดดโลดเต้นเลยทีเดียว เขาเดินตรงเข้ามาหาหลินเซวียนด้วยแววตาเปล่งประกายราวกับพบความหวังที่รอมาเนิ่นนาน

“จริงรึ...เป็นอาชีพจอมเวทย์ธาตุจริงๆรึ? นี่เป็นอาชีพที่ฉันอยากได้มากที่สุดเลยนะ!”

“แต่...ไม่ใช่ว่าระเบิดเพลิงเองก็ต้องการม้วนคัมภีร์อาชีพนี้เหมือนกันรึ?”

“ถ้า...นาย..ไม่ได้สิเวรเอ๊ย ฉันไม่อยากจะพูดแบบนี้เลย...ฉันหมายถึงนายให้ฉันยืมมันก่อนได้ไหม? ฉันจะผ่อนจ่ายให้ทุกเดือนด้วยแต้มบุญ...”

สีหน้าของหมาป่าเงินดูเกรงใจเล็กน้อย

โล่วิญญาณเห็นได้ชัดว่าเป็นคนรุ่นหลังของเขาและยังเป็นคนที่เขาดึงตัวเข้าสู่กองพลก่อสร้างทีหลังอีกด้วย

หากแต่เขาตอนนี้กลับต้องการความช่วยเหลือจากโล่วิญญาณ

สถานะที่พลิกกลับตาลปัตรเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กๆในใจ

หมับ

หลินเซวียนวางฝ่ามือลงบนไหล่ของหมาป่าเงิน

“ความสัมพันธ์ของพวกเรามันเป็นยังไง? คุณคิดจริงๆหรอว่าผมจะขอให้คุณผ่อนจ่าย?”

หมาป่าเงินรู้สึกซาบซึ้งยิ่งนักจนน้ำตาจวนเจียนจะไหล

รอยยิ้มอันหาได้ยากเองก็เผยออกมาบนใบหน้าของไป๋ชิงเหอ

รอยยิ้มของฉู่เผิงเฉิงนั้นยิ่งมาก็ยิ่งดูมีความสุข

โล่วิญญาณเป็นเพียงสมาชิกจำเป็นของกองพลก่อสร้างแต่เขากลับยินดีนำม้วนคัมภีร์อาชีพจอมเวทย์ธาตุอันหาได้ยากออกมา นี่เป็นอะไรที่น่าประหลาดใจยิ่งนัก

หลินเซวียนหยิบกระดาษA4ออกมาจากมิติส่วนตัวและเขียนสัญญาอย่างลวกๆ ในเวลาเดียวกันเขาก็นำตราประทับออกมาด้วย

“ผมเตรียมทุกอย่างเอาไว้พร้อมแล้ว ตามอัตราการแลกเปลี่ยนของกองพลก่อสร้างมันจะมีราคา5แสนแต้มบุญ คุณสามารถจ่ายให้ผมได้500แต้มบุญในทุกๆเดือน จะใช้เวลาในการผ่อนจ่ายรวม1000เดือนซึ่งก็คือ83.3ปี”

“มาๆเซ็นต์ชื่อแล้วก็ประทับตราตรงนี้เลย”

หลินเซวียนยิ้มและยื่นสัญญากู้กับตราประทับให้หมาป่าเงิน

สีหน้าซาบซึ้งของหมาป่าเงินแข็งเกร็ง

สีหน้าของไป๋ชิงเหอแปรเปลี่ยนแปลกไป

ฉู่เผิงเฉิงเองก็ชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะหัวเราะออกมา

หมาป่าเงินขมวดคิ้ว “นายมั่นใจหรอว่าฉันจะอยู่ได้อีก80ปีน่ะ?”

หลินเซวียนยิ้มและกล่าว “ลูกชายของคุณก็ยังสามารถส่งต่อได้”

หมาป่าเงิน “...นายกลายเป็นพวกนายทุนหน้าเลือดไปแล้วสินะ”

“จะเอาไหมล่ะ?”

“เอา! ถ้าม้วนคัมภีร์อาชีพของนายเป็นของจริงฉันจะเอามันแน่นอน!”

หมาป่าเงินรีบเซ็นสัญญาและคว้าคัมภีร์อาชีพจอมเวทย์ธาตุจากมือของหลินเซวียนไปในทันที

“ฉันจะไปที่กำแพงทิศตะวันตก!” หมาป่าเงินตะโกนบอกและวิ่งตรงไปยังกำแพงทิศตะวันตก

“หลังจากผมเปลี่ยนอาชีพแล้วผมจะไปที่กำแพงทิศตะวันออก” ไป๋ชิงเหอก้มหัวให้ฉู่เผิงเฉิงเล็กน้อยและเร่งฝีเท้าตรงไปยังคลังเก็บของ

“หัวหน้าฉู่พอจะหยุดอาชากลืนอัสนีไหวไหม?“ หลินเซวียนเห็นว่าอาชากลืนอัสนีมันใกล้เข้ามาเรื่อยๆแล้ว

ฉู่เผิงเฉิงหัวเราะเสียงดังสนั่น ชุดนอนลายสปอนจ์บ็อบและกางเกงขาสั้นของเขาพลันปริแตกก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นชุดอุปกรณ์สวมใส่อย่างรวดเร็ว

ชุดนี้ไม่ใช่ชุดฮีลเลอร์สีขาวตามปกติแต่เป็นชุดเกราะเบาที่แผ่กลิ่นอายเย็นเยียบออกมา

“ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนอาชีพเป็นฮีลเลอร์น่ะนะฉันเคยเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ระยะประชิดระดับท็อปในกองพลก่อสร้างมาก่อนนะเชียวนะ!”

กล่าวจบคำเขาก็กระโดดลงจากกำแพงเมืองไป

เมื่อร่างของเขาลงถึงพื้น หอกขนาดยาว1.8เมตรก็ปรากฏขึ้นมาในฝ่ามือ หอกนี้มีแสงสีฟ้าแผ่ซ่านและปลดปล่อยกลิ่นอายเย็นเยียบออกมาตลอดเวลา

หลินเซวียนเงียบไปทันที

เขาคิดมาตลอดว่าฉู่เผิงเฉิงเป็นฮีลเลอร์ ไม่คิดเลยว่าก่อนจะเลื่อนขั้นเป็นขอบเขตที่7เขากลับมุ่งเน้นไปที่ค่าพละกำลัง

ถ้าฮีลเลอร์ต้องการจะฮีลให้ได้แรงๆก็จำเป็นต้องมุ่งเน้นไปที่ค่าจิตวิญญาณ

เช่นนี้แล้วค่าพละกำลังที่ฉู่เผิงเฉิงเคยลงไปทั้งหมดก็แทบจะสูญเปล่าเลยก็ว่าได้

นี่คือโลกความเป็นจริงไม่ใช่เกมและไม่มีไอเทมใดสามารถช่วยคืนค่าสถานะที่ใช้ไปแล้วให้กับคุณได้

คงยากจะจินตนาการยิ่งนักว่ากี่ค่ำคืนที่ฉู่เผิงเฉิงต้องนอนไม่หลับเพราะหวนคิดถึงการตัดสินใจของตนเองเมื่อครั้งกระนั้น

และคงยากจะจินตนาการยิ่งกว่าว่าฉู่เผิงเฉิงต้องใช้ความพยายามใดในการเพิ่มค่าจิตวิญญาณ

“เขายินดีที่จะสละอนาคตของตัวเองเพียงเพื่อประโยชน์ขององค์กร...”

หลินเซวียนถอนหายใจ

กระทั่งก่อนจะข้ามมิติมายังโลกใบนี้ศรัทธาของคนต้าเซี่ยก็หาได้เคยสั่นคลอนไม่

“ใช้สกิลโจมตีระยะไกลของพวกนายโจมตีจากบนกำแพง ฉันจะขวางพวกอสูรขอบเขตที่6เหล่านั้นเอาไว้เอง!”

หลินเซวียนสั่งการสมาชิกของกองพลก่อสร้างที่มารวมตัวกันอยู่รอบๆและกระโดดลงไปจากกำแพงเช่นเดียวกับฉู่เผิงเฉิง

สมาชิกของกองพลก่อสร้างพยักหน้ารับและเข้าประจำตำแหน่ง

บางคนก็คว้าธนูขึ้นมา บางคนก็โยนบอลไฟลงไป บางคนก็ควบกลั่นพิษและบางคนก็ใช้อาวุธลับ พวกเขาทั้งหมดต่างพยายามอย่างสุดความสามารถในการใช้สกิลเพื่อจัดการกับอสูรจากที่ไกลๆ

หลินเซวียนยกโล่ขึ้นขวางหน้าอย่างสบายๆ

ปัง!

อสูรเลเวล7ขอบเขตที่6เข้าปะทะกับโล่ยักษ์ซึ่งๆหน้า ร่างของหลินเซวียนไม่แกว่งไกวเลยแม้แต่น้อยกลับกันกลับเป็นฝ่ายของอสูรที่ถูกผลักกระเด็นออกไปหลายก้าวจากแรงสะท้อนและหน้าผากของมันเองก็เริ่มปรากฏเลือดไหลย้อยลงมา

หลินเซวียนยืนอยู่ท่ามกลางฝูงอสูรขอบเขตที่6จำนวนมากแต่ตัวเขานั้นกลับคล้ายโขดหินที่แม้จะโดนคลื่นยักษ์สาดซัดก็ยังคงแน่นิ่งไม่ไหวติง

ไม่ไกลนักฉู่เผิงเฉิงเองก็กำลังขวางอสูรขอบเขตที่7อย่างอาชากลืนอัสนีเอาไว้เพียงลำพัง

หอกของเขาเสริมพลังด้วยเวทย์น้ำแข็ง ทุกการโจมตีจะทำให้อาชากลืนอัสนีเชื่องช้าลงและพยายามบีบให้มันสู้กับเขาอยู่ตลอดเวลา

ทุกครั้งที่อาชากลืนอัสนีโจมตีเองก็มักจะทิ้งรอยแผลเอาไว้บนร่างของฉู่เผิงเฉิง

อย่างไรก็ตามทุกครั้งที่จำนวนบาดแผลสั่งสมได้ประมาณหนึ่ง ฉู่เผิงเฉิงก็จะใช้สกิลฟื้นฟูกับตัวเอง

อย่างไรก็ตามความเร็วในการฟื้นฟูนั้นเทียบไม่ได้เลยกับอัตราพลังชีวิตที่ลดลงไป

ถ้ายังลากยาวต่อไปฉู่เผิงเฉิงคงพ่ายแพ้แน่นอน

“ไร้ยางอายจริงๆ” หลินเซวียนหัวเราะขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่

ขณะกำลังต้านทานอสูรอยู่ตรงนี้หลินเซวียนก็ยังไม่ลืมร่างแยกที่เขาทิ้งเอาไว้ที่คลังเก็บของ เมื่อมองผ่านมุมมองของร่างแยกเขาพลันพบว่ามีเพียงเหวินเซี่ยงและนักสู้ขอบเขตที่5อีก5คนเท่านั้นที่ถูกทิ้งเอาไว้รอบๆคลัง ส่วนลู่หลัวนั้นกำลังมุ่งหน้าไปยังกำแพงทิศตะวันออกเพื่อสนับสนุน

“ลู่หลัวกับเหวินเซี่ยงไม่มีปัญหาแน่นอนเพราะเราคลุกคลีกับคนทั้งสองมานานและดูไม่น่าจะมีปัญหาแน่นอน”

“ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมันใช้วิธีไหนในการล่ออสูรขอบเขตที่7ทั้ง3ตัวและอสูรขอบเขตที่6อีกจำนวนมหาศาลมาโจมตีเมืองหลงไห่ ถ้าหมาป่าเงินไม่มีม้วนคัมภีร์อาชีพที่ฉันให้ไปเขาคงไม่สามารถจัดการกับอสูรขอบเขตที่7ทางฝั่งทิศตะวันตกได้แน่”

“ถ้าเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นจริงๆกำแพงทิศตะวันตกก็คงเป็นฝั่งแรกที่พังทลายและหมาป่าเงินก็คงต้องตายในการต่อสู้ เมืองแห่งนี้คงตกอยู่ภายใต้ความโกลาหล เมื่อถึงตอนนั้นคงจะเป็นช่วงเวลาอันดีงามที่สปายจะเข้าทำลายโพชั่น”

“ยังไงก็ตามมีโอกาสสูงมากเช่นกันที่ตอนนี้จะยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น อสูรขอบเขตที่7ทั้ง3ตัวยังถูกกันเอาไว้นอกเมือง ถ้าพวกมันไม่สามารถสร้างความโกลาหลได้ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าพวกสปายมันจะทำยังไง...จะฝืนลงมือรึเปล่า?”

หลินเซวียนขบคิดอยู่ในใจเพื่อคาดเดาแผนการถัดไปของอีกฝ่าย

ในเวลานี้เองทางฝั่งทิศตะวันออกพลันบังเกิดเสียงระเบิดดังกึกก้อง บ้านหลายหลังพังทลายและเหล่าพลเรือนหลายคนต่างพากันกรีดร้องออกมา

“กำแพงทิศตะวันออกจู่ๆก็ระเบิด! มีหลุมปรากฏขึ้นบนกำแพงเมือง อสูรขอบเขตที่6ตัวหนึ่งฉวยโอกาสช่วงโกลาหลเข้ามาในเมือง! ผู้อยู่อาศัยที่อยู่ใกล้ๆกับกำแพงโปรดทำการอพยพทันที! นักสู้ขอบเขตที่6โปรดมุ่งหน้าไปยังกำแพงทิศตะวันออกเพื่อให้การสนับสนุนโดยด่วน!”

“ขอย้ำนักสู้ขอบเขตที่6ที่สามารถช่วยได้โปรดมุ่งหน้าไปยังกำแพงทิศตะวันออกเพื่อให้การสนับสนุนด้วย!”

เสียงตามสายดังขึ้นมา

หลังจากลังเลอยู่ซักพักเหวินเซี่ยงก็ตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังกำแพงเมืองทิศตะวันออกหลังจากแจ้งกับนักสู้ขอบเขตที่5คนอื่นๆแล้ว

“อย่างนี้นี่เอง พวกมันใช้พวกพลเรือนสร้างสถานการณ์บีบให้เหวินเซี่ยงต้องออกไปตรวจสอบสถานการณ์ เช่นนี้แล้วก็จะเหลือนักสู้ขอบเขตที่5เพียง5คนอยู่ในคลังเก็บของ”

“นักสู้ขอบเขตที่6ทั้งหมดต่างมุ่งตรงไปยังกำแพงทิศตะวันออก ตะวันตกและทิศเหนือเพื่อให้การสนับสนุนกันทุกคนและนี่ก็คือช่วงเวลาที่พวกมันจะลงมือ”

หลินเซวียนตรัสรู้ในทันใด

แล้วก็เป็นดังคาด ภายใต้เงาของอาคารพลันปรากฏร่างเงาดุจภูติผีมุ่งตรงไปยังคลังเก็บของอย่างรวดเร็ว

การเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายไร้ซุ่มเสียงใดๆราวกับค้างคาวที่บินผ่านท้องฟ้ายามราตรีอย่างเงียบเชียบ