ตอนที่ 103

หลินเซวียนมองไปที่คนผู้นี้

เขามีใบหน้าหล่อเหลาดูยุติธรรม ดวงตาเรียวเล็กและรอยยิ้มประดับใบหน้า

หลินเซวียนลองใช้ตรวจสอบระดับสูงทำให้ทราบข้อมูลของเซี่ยงเทียนซิวผู้นี้

ค่าสถานะหลักของเขาคือพลังจิตซึ่งก็มีค่าพลังจิตสูงเกินกว่า300แต้มไปแล้ว

นอกจากนี้ทั้งตัวยังเต็มไปด้วยอุปกรณ์เกรดสีทองดูหรูหรายิ่งนัก

สกิลเกรดสีทองเองก็มีในครอบครองถึงสี่สกิลนั่นก็คือ โล่อัสนี พายุสายฟ้า โซ่อัสนีและประกายอัสนี พวกมันแต่ละสกิลนั้นล้วนสามารถช่วยให้เขาป้องกัน ควบคุมสถานการณ์ หลบหนีและเพิ่มขอบเขตการโจมตีได้ในเวลาเดียวกัน

นอกจากนี้ตัวเขายังมีเซ็ตรูนอีกถึงสองเซ็ตด้วยกัน พวกมันถูกฝังเอาไว้ในคทาและชุดคลุมตามลำดับและยังเป็นเกรดสีทองอีกด้วย

‘ดูจากค่าสถานะแล้วบอกได้เลยว่าน่าจะเลื่อนขั้นแบบสมบูรณ์มาทุกครั้ง รากฐานของกองพลก่อสร้างนี่ดูเหมือนจะหยั่งรากลึกกว่าที่คิด’ หลินเซวียนคิดขึ้นมาในใจ

“ไม่คิดเลยว่าคนที่จัดการกับหุ่นเชิดของหัวหน้าองค์กรทุ่งราบมหาสวรรค์จะเป็นนาย” เซี่ยงเทียนซิวยื่นมือมาหาระเบิดเพลิง “ไม่คิดเลยนะว่ากองพลก่อสร้างเราจะมีจอมเวทย์ที่โดดเด่นแบบนายอยู่ด้วย ยินดีที่ได้รู้จัก”

หลินเซวียนไม่ได้แสดงท่าทีต่อต้านและควบคุมร่างแยกของตนให้ยื่นมือไปจับมือกับอีกฝ่าย

“ฉันอยากรู้จังว่านายมีอาชีพอะไร? พอจะเปิดเผยได้รึเปล่า? ฉันบอกของฉันได้นะ...อาชีพของฉันคือปรมาจารย์อัสนี เกรดสีทอง” เซี่ยงเทียนซิวกัดปากเอ่ยถามด้วยความสงสัย

หลินเซวียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

เซี่ยงเทียนซิวผู้นี้เป็นคนแรกและคนเดียวที่เขาพบเจอมาเลยที่มีอาชีพเกรดสีทอง

ไม่แปลกใจเลยว่าหลี่เหว่ยกั๋วจะให้ค่าเขาสูงถึงเพียงนั้นแถมยังได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในผู้สืบทอดต่ำแหน่งผู้บริหารอีกด้วย

เมื่อเห็นว่าระเบิดเพลิงเงียบไม่ตอบ เซี่ยงเทียนซิวก็เอ่ยต่อ “ไม่อยากบอกหรอ? ถ้างั้นมาซ้อมมือกันหน่อยดีไหม?”

หมาป่าเงินส่ายหัวและพูดขึ้น “ระเบิดเพลิงพึ่งจะเลื่อนขั้นมาเป็นขอบเขตที่7ยังไงก็สู้นายไม่ไหวหรอก นายไปหาคนอื่นสู้เถอะ”

เซี่ยงเทียนซิวหัวเราะ “นั่นก็จริง ฉันเป็นนักสู้เลเวล6ขอบเขตที่7แล้วถ้าทำแบบนั้นก็เหมือนรังแกเขาจริงๆนั่นแหละ”

“ถ้างั้นรอให้นายแข็งแกร่งกว่านี้แล้วค่อยมาประลองกัน ฉันจะรอวันนั้น”

หลินเซวียนหัวเราะแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรออกไป

มันมักจะมีคนประเภทหนึ่งที่คิดว่าตนเองแข็งแกร่งและอยากจะประลองกับคนอื่นเพื่อแสดงความเหนือกว่าเช่นนี้อยู่เสมอ อย่างไรก็ตามคนพวกนั้นไม่ได้รับรู้เลยว่าอีกฝ่ายนั้นบางทีอาจจะแข็งแกร่งกว่าตนมากก็เป็นได้

วินาทีนั้นเองจู่ๆเซี่ยงเทียนซิวก็เอ่ยออกมา “ศิษย์พี่หมาป่าเงินเมื่อกี้คุณพึ่งจะพูดว่าจ้าวเฟิง ‘เคย’ มองผมเป็นไอดอลสินะ อย่าบอกนะว่าตอนนี้ไม่ใช่แบบนั้นแล้ว?”

สีหน้าของหมาป่าเงินแข็งค้างก่อนจะยิ้มออกมาด้วยท่าทีกระอักกระอ่วน “หลุดปากไปสินะ”

“จะไม่ปิดบังนายแล้วกัน เจ้าเด็กนั่นตอนนี้มองว่าโล่วิญญาณเป็นไอดอลของเขา เนื่องจากโล่วิญญาณนั้นทั้งแข็งแกร่งและสามารถต้านทานได้ทุกสิ่ง”

เซี่ยวเทียนซิวปรายตามองไปที่โล่วิญญาณซึ่งยืนอยู่ข้างๆระเบิดเพลิง เมื่อเขามองเห็นร่างที่ถูกซ่อนเอาไว้ภายใต้ชุดเกราะแน่นตั้งแต่หัวจรดเท้าเขาก็เลิกคิ้วขึ้นมา

“น้องชาย...นายมีชื่อเล่นว่าโล่วิญญาณสินะ? ฉันขอแนะนำอะไรหน่อย ถ้าจะให้ดีอย่าได้ใส่ชุดเกราะเต็มตัวที่ดูเหมือนกระป๋องเหล็กแบบนี้จะดีกว่า ถ้านายไปเจอกับคนที่มีอาชีพจอมเวทย์อย่างฉันซึ่งเชี่ยวชาญเวทย์สายฟ้านายจะถูกช็อตแล้วก็ติดสถานะเหน็บชาเอาได้ง่ายๆ”

“อย่าโทษที่ฉันเอ่ยปากเตือนเลยนะนี่เป็นการเตือนด้วยความหวังดี นักสู้ขอบเขตที่7ล้วนเป็นขุมกำลังที่สำคัญของกองพลก่อสร้าง ถ้าตายไปกองพลก่อสร้างคงเสียหายหนัก”

หมาป่าเงินพลันรู้สึกว่าบรรยากาศจู่ๆก็แน่นหนักขึ้นมาเล็กน้อย

บังเอิญพอดีที่ฉู่เผิงเฉิงซึ่งอยู่ไม่ไกลนักตะโกนออกมาเสียงดังพอดี “ทุกคนตรวจสอบไอเทมในอุปกรณ์เก็บของด้วย เดี๋ยวพวกเราจะเข้าไปในภูเขาอัสนีร่วงกันแล้ว!”

หมาป่าเงินกระแอมและพยายามเอ่ยเบี่ยงประเด็น “เอาล่ะๆ เรื่องพวกนี้เอาไว้ว่ากันทีหลังเถอะพวกเราต้องเข้าไปแล้ว”

เมื่อรวมกับเซี่ยงเทียนซิว นักสู้ขอบเขตที่7จำนวน33คนต่างพากันเข้าสู่แดนลับอย่างเป็นระเบียบและไม่นานนักพวกเขาก็มาปรากฏตัวขึ้นที่ภูเขาอัสนีร่วง

ทันทีที่เข้ามาในภูเขาอัสนีร่วง กลิ่นอายสายฟ้าหนาแน่นก็พลันเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของหลินเซวียน

เขารู้สึกราวกับว่ากลืนสายฟ้าเส้นเล็กๆเข้าไปหนึ่งหรือสองเส้นทุกครั้งที่หายใจเลยก็ว่าได้

สิ่งที่แปลกก็คือถึงแม้ธาตุสายฟ้าจะหนาแน่นเพียงใดและเสียงฟ้าผ่าจะดังสนั่นเพียงไหนแต่พืชพรรณภายในภูเขาอัสนีร่วงกลับเขียวขจียิ่งนักและเติบโตขึ้นหนาแน่นยิ่งกว่าคราวก่อน เผยให้เห็นความแปลกประหลาดที่ยากจะอธิบาย

หลังจากการเลื่อนขั้นของภูเขาอัสนีร่วงนี่เป็นครั้งแรกเลยที่หลินเซวียนมาที่นี่ด้วยร่างหลัก เขาจึงค่อนข้างทั้งกังวลและตื่นเต้น

ในเวลานี้เองเซี่ยงเทียนซิวพลันถอนหายใจยาว

“เป็นธาตุสายฟ้าที่ทรงพลังมาก มันให้ความรู้สึกราวกับว่าตัวฉันถูกธาตุสายฟ้าอาบร่างตลอดเวลา เป็นความรู้สึกที่สุดยอดมาก!”

เซี่ยงเทียนซิวยิงโซ่อัสนีออกไปอย่างลวกๆ

เปรี้ยง!

โซ่อัสนีนั้นทลายต้นไม้ขนาดยักษ์ที่มีเส้นรอบวงหลายสิบฟุตจนกลายเป็นซาก

“พลังทำลายของเวทย์สายฟ้าเพิ่มขึ้นมาอย่างน้อยก็30%!” หมาป่าเงินอุทาน

“ยังไงก็ตามอสูรส่วนใหญ่ในภูเขาอัสนีร่วงนั้นมีค่าต้านทานธาตุสายฟ้าสูงมาก ต่อให้พลังทำลายของเวทย์สายฟ้าเพิ่มขึ้นก็ไม่มีผลกับพวกมันเท่าไหร่หรอก” เย่อู่ชิวส่ายหัว

เซี่ยงเทียนซิวหัวเราะเสียงดัง “ผู้บัญชาการเย่ล้อกันเล่นแล้ว ตราบใดที่พลังแข็งแกร่งมากพอค่าต้านทานนั่นก็ไร้ค่า สายฟ้านั้นรุนแรงพอจะบดขยี้ได้ทุกอย่างอยู่แล้ว!”

แม้ว่าคำกล่าวของเขาจะฟังดูเย่อหยิ่งหากแต่ก็เป็นความจริง

ถ้าพลังสูงมากพอก็สามารถมองข้ามค่าต้านทานธาตุได้ ความเสียหายนั้นยังคงมากพอจะทำให้อีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บอยู่ดี

“ทุกท่าน ครั้งล่าสุดนั้นพวกเราได้สำรวจภูเขาอัสนีร่วงไปแล้วกว่า50% ที่เดียวที่พวกเรายังไม่ได้ไปก็คือยอดเขาหลักแห่งสุดท้าย”

ฉู่เผิงเฉิงชี้ไปที่ยอดเขาเบื้องหน้าของพวกเขา

ทุกคนหยุดพูดคุยกะลมองขึ้นไป ยอดเขาที่สูงกว่า1000เมตรพลันปรากฏสู่สายตาของพวกเขา

หลังจากการเลื่อนขั้นของภูเขาอัสนีร่วง ยอดเขาสูงต่ำจำนวนมากก็พากันปรากฏขึ้นมาทำให้ยอดเขาหลักดูโดดเด่นและพิเศษมากขึ้นไปอีก

คนอื่นนั้นเป็นคนนอกหากแต่ฉู่เผิงเฉิงเป็นผู้อำนวยการของกองพลก่อสร้างสาขาเมืองหลงไห่ ภูเขาอัสนีร่วงนั้นอยู่ในอำนาจทำการของเขา

บวกกับการที่ฉู่เผิงเฉิงกับพวกเป็นนักสู้ขอบเขตที่7กลุ่มแรกที่เข้ามายังแดนลับภูเขาอัสนีร่วงหลังจากการเลื่อนขั้นของมัน พวกเขาจึงคุ้นเคยกับมันยิ่งกว่าคนอื่นๆ

ดังนั้นถึงแม้ฉู่เผิงเฉิงจะไม่ได้ทรงพลังที่สุดแต่คนอื่นๆก็ต้องฟังคำพูดของเขาอยู่ดี

กระทั่งเซี่ยงเทียนซิวก็ยังไม่ปล่อยเวทย์สายฟ้าออกไปมั่วๆเพื่อทดสอบพลังอีกต่อไป กลับกันเขากลับยืนพิงต้นไม้ฟังอย่างเงียบๆ

“ทุกคนน่าจะเคยเข้าไปที่ภูเขาเสี้ยวจิตวิญญาณมาก่อน พวกคุณน่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าแดนลับขอบเขตที่7นั้นแตกต่างมากหากเทียบกับแดนลับขอบเขตที่6 เรื่องที่แตกต่างที่สุดก็คือการที่ราชันย์แดนลับไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในถ้ำเล็กๆรอให้พวกเราเข้าไปท้าทายอีกต่อไป”

“กลับกันพวกมันจะรวบรวมอสูรและยึดครองพื้นที่ภูเขาและผืนป่าทำตัวไม่ต่างจากจ้าวดินแดน ทุกคนคงได้แผนที่กันไปแล้ว พวกเราได้พบและทำการมาร์คจุดซึ่งเป็นอาณาเขตของราชันย์แดนลับหลายตัวที่พบเอาไว้แล้ว ถ้าใครมีความมั่นใจไม่มากพอก็อย่าได้ไปยั่วยุราชันย์แดนลับเด็ดขาด นั่นก็เพราะว่าการกระทำนั้นมันไม่ใช่การหาเรื่องราชันย์แดนลับเพียงอย่างเดียวแต่ยังเป็นหารหาเรื่องฝูงอสูรใต้บัญชาของมันด้วย!”

“ยอดเขาหลักของภูเขาอัสนีร่วงน่าจะถูกยึดครองเอาไว้โดยราชันย์แดนลับมากประสบการณ์ ทุกคนโปรดระมัดระวังตัว”

เมื่อเอ่ยถึงจุดนี้สีหน้าของฉู่เผิงเฉิงก็เริ่มเคร่งเครียด

ค่าสถานะของราชันย์แดนลับมากประสบการณ์นั้นเกินจินตนาการไปไกลลิบ

“นอกจากนี้ในการสำรวจครั้งนี้ไอเทมทั้งหมดที่พวกคุณพบจะเป็นของพวกคุณ แน่นอนว่าพวกคุณสามารถเลือกที่จะส่งมันให้กับทางกองพลก่อสร้างก็ได้เช่นกัน ทางกองพลจะรับซื้อพวกมันในราคาสูง”

หลังจากฉู่เผิงเฉิงกล่าวจบเขาก็พูดต่อ “หนนี้พวกเราจำเป็นต้องแยกกันไป”

“สมาชิกส่วนหนึ่งจำเป็นต้องมุ่งหน้าไปยังพื้นที่รอบๆภูเขาอัสนีร่วงและทำการวางรูนแห่งการปกปักษ์เพื่อสร้างสถานีไร้ภัย”

“อีกกลุ่มหนึ่งจะเป็นขุมกำลังหลัก พวกเขาจะรับหน้าที่ปีนยอดเขาหลักและเขียนแผนที่ ในเวลาเดียวกันก็ให้หาสถานที่เหมาะสมในการสร้างสถานีไร้ภัยด้วย ภารกิตนี้ค่อนข้างอันตรายและจำเป็นต้องใช้คนที่มั่นใจในความแข็งแกร่งของตนเอง”

ทุกคนเข้าใจสิ่งที่เขาจะสื่อได้ในทันที

ใครที่รู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งพอก็ให้ไปยอดเขาหลัก

ใครที่คิดว่าตัวเองดีไม่พอก็ไปจัดตั้งสถานีไร้ภัยรอบๆภูเขาอัสนีร่วงซะ

อย่างไรก็ตามพวกเขาทุกคนล้วนเป็นนักสู้ขอบเขตที่7กันทั้งนั้นจึงไม่อยากจะเสียหน้า ฉู่เผิงเฉิงเองก็พูดอย่างถนอมน้ำใจแล้ว

จะให้เขาบอกว่าใครที่แข็งแกร่งก็ไปยอดเขาหลักส่วนพวกอ่อนแอก็ไปเดินเล่นรอบๆภูเขาอัสนีร่วงก็คงไม่ได้

นั่นคงน่ารังเกียจเกินไปหน่อย

เซี่ยงเทียนซิวจู่ๆก็เอ่ยปากออกมา “ฉันจะไปยอดเขาหลัก”

กล่าวจบเขาก็มองไปยังระเบิดเพลิงและโล่วิญญาณ “พวกนายสองคนเองในเมื่อสามารถจัดการได้กระทั่งหุ่นเชิดของหัวหน้าองค์กรทุ่งราบมหาสวรรค์ก็น่าจะมั่นใจในฝีมือของตัวเองไม่น้อยสินะ ถ้างั้นก็ไปยอดเขาหลักด้วยกันแล้วมาดูกันว่าใครจะฆ่าอสูรได้มากกว่า!”

หมาป่าเงินรู้สึกปวดหัวยิ่งนัก

ศิษย์น้องของเขานั้นจริงอยู่ที่ทรงพลังและมากพรสวรรค์ โชคไม่ดีนักที่จิตใจใฝ่หาการแข่งขันของเขานั้นสูงเกินควร

เขาอยากจะแข่งขันกับทุกคนอยู่ร่ำไป

โชคร้ายอีกอย่างก็คือมีคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขาในกองพลก่อสร้างอยู่ไม่มากนักที่สามารถข่มเขาได้

ไม่รู้เลยว่าศิษย์น้องผู้นี้บ่มเพาะนิสัยเสียนี้ขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่

เย่อู่ชิวขมวดคิ้วเล็กน้อย “นั่นฟังดูไม่ดีเท่าไหร่นะ ทั้งสองคนพึ่งจะเลื่อนขั้นมาเป็นขอบเขตที่7เอง”

หลินเซวียนอดหัวเราะออกมาไม่ได้

เซี่ยงเทียนซิวกำลังยั่วยุเขาอย่างเปิดเผย

โชคไม่ดีนักที่เขาไม่ชอบเสี่ยงโดยไม่จำเป็น

หนนี้เขาเข้ามาในภูเขาอัสนีร่วงก็เพียงเพื่อตอบรับภารกิจของกองพลก่อสร้างเท่านั้น

เขายังอยากจะอู้งานอยู่

อู้งานในระหว่างทำงานนี่แหละคือรสชาติที่แท้จริงของชีวิต!

หลินเซวียนพลันเอ่ยออกมา “ผมกับระเบิดเพลิงจะตระเวนไปรอบๆภูเขาอัสนีร่วงเพื่อจัดตั้งรูนแห่งการปกปักษ์ก่อน ถ้ามีเวลาจะขึ้นไปสนับสนุนทีมบนยอดเขาหลักแล้วกัน”

เซี่ยงเทียนซิวเบ้ปากทันที “ไม่เอาน่าพวกนายสองคนมั่นใจในตัวเองหน่อยสิ!”

เมื่อเห็นว่าโล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงไม่ยี่หระเขาก็ทำได้เพียงปล่อยผ่าน

โชคไม่ดีนักที่หนนี้คงไม่มีใครแข่งกับเขาได้

“ผู้บัญชาการเย่ทำไมพวกเราไม่มาแข่งกันล่ะ? มาดูกันว่าใครจะฆ่าอสูรได้มากกว่า” เขามองไปรอบๆและตัดสินใจเลือกเป้าหมายคนถัดไปเป็นเย่อู่ชิวแทน

เย่อู่ชิวยังสาวและมีสถานะที่ค่อนข้างพิเศษ เธอถือได้ว่าเป็นคู่แข่งที่ดี

เย่อู่ชิวปฏิเสธออกมาทันควัน “ไม่ฉันจะไม่แข่งกับนาย”

เซี่ยงเทียนซิวเหยียดหัวไปทางนั้นทีทางนี้ทีอย่างบ้าคลั่ง

เวรเอ๊ย

ไม่มีใครคิดจะแข่งกับเขาเลยรึไง?

องค์กรต้องมีการแข่งขันสิถึงจะพัฒนาต่อไปได้!

ถ้าไม่มีการแข่งขันมันก็จะเหมือนบ่อน้ำนิ่งที่ไม่มีวันพัฒนา

ทำไมพวกเขาถึงไม่เข้าใจความพยายามที่เขาพยายามส่งไปกันนะ?

ไม่นานนัก นักสู้ขอบเขตที่7ทั้ง33คนก็แยกกันออกเป็นหลายกลุ่ม

โดยมียอดเขาหลักเป็นจุดศูนย์กลาง สถานีไร้ภัยจำเป็นต้องถูกสร้างขึ้นจากทั้งสี่ด้านรอบยอดเขาหลัก

นอกจากโล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงแล้วก็ยังมีนักสู้ขอบเขตที่7อีกกลุ่มละ2คนที่แบย่งออกเป็นสามทิศทาง

ระดับของพวกเขาค่อนข้างต่ำส่วนใหญ่จะต่ำกว่าเลเวล3ขอบเขตที่7

ส่วนอีก25คนที่เหลือพากันมุ่งหน้าขึ้นไปยังยอดเขาหลัก

การท้าทายยอดเขาหลักนั้นคือเรื่องที่สำคัญที่สุด

หลังจากเสร็จสิ้นการท้าทายนี้พวกเขาน่าจะได้แต้มบุญกันอย่างมหาศาล

หลังจากมองส่งทั้ง25คนจนลับสายตา หลินเซวียนเองก็มุ่งหน้าไปยังทิศตะวันออกเพื่อจัดตั้งสถานีไร้ภัย

การเดินทางไปยังฐานของสถานีไร้ภัยนั้นไม่อาจเรียกได้ว่าตะกุกตะกักหากแต่ต้องกล่าวว่าเป็นการเดินทางที่ราบลื่นเสียมากกว่า

เมื่อมีระเบิดเพลิงอยู่ด้วยอสูรที่พบตามรายทางจึงถูกระเบิดกลายเป็นจุลในชั่วพริบตา

หลังจากได้สกิลอาชีพอันทรงพลังมาครอง ค่าพลังจิตของหลินเซวียนจึงแทบจะไม่แตกต่างจากนักสู้ขอบเขตที่7ทั่วๆไปเลย

อัตราการฟื้นฟูพลังเวทย์เองก็เร็วมาก

เช่นนี้แล้วเขาจึงไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องพลังเวทย์เลยแม้แต่น้อย เขาสามารถเดินไประเบิดไปได้ตามใจชอบและไม่นานนักก็มาถึงเป้าหมาย

อย่างไรก็ตามหลังจากมาถึงหลินเซวียนก็ต้องขมวดคิ้ว!

สถานที่แห่งนี้กลับถูกอสูรฝูงหนึ่งครอบครองไปแล้ว!

อสูรตัวที่อยู่ตรงกลางนั้นสูงกว่าเจ็ดเมตรดูแล้วนั่นมันราชันย์แดนลับไม่ใช่เรอะ?!