ตอนที่ 81

“เฮ้แล้วพวกนายสองคนล่ะ?” จู่ๆซงจ้งก็ถามขึ้น “โล่วิญญาณ ระเบิดเพลิงในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา นอกจากกินข้าวที่โรงอาหารแล้วฉันก็แทบจะไม่เห็นพวกนายเลยนะ ฟาร์มเป็นยังไงบ้าง? ถ้าไม่ติดอะไรช่วยบอกเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม?”

หลินเซวียนเงยหน้ามอง “อยากรู้จริงๆหรอ?”

ซงต้งพยักหน้า

“แต่ฉันติดนี่สิ” หลินเซวียนเอ่ยเสียงขรึม

สีหน้าของซงจ้งพลันแข็งค้าง เชี่ย...แล้วจะถามทำไมว่าอยากรู้หรอ?

เขาทำอะไรไม่ได้ได้แต่หัวเราะแห้งๆออกมา “...ฮ่าๆๆ โล่วิญญาณนายนี่ยังเถรตรงเหมือนเดิมเลยนะ”

เพื่อคลายความกระอักกระอ่วนนี้หมาป่าเงินจึงเร่งเอ่ย “อะแฮ่ม...พวกนายสังเกตไหมว่าเมืองหลงไห่ช่วงที่ผ่านมานี้มีอะไรบางอย่างแปลกๆเกิดขึ้น?”

หวังต้าฟู่หยุดแทะขาไก่และเอ่ยเสียงเครียด “รู้สึกสิ ดูเหมือนจะมีอสูรจำนวนมากมารวมตัวกันใกล้ๆกับเมืองหลงไห่มากขึ้นเรื่อยๆ”

ไป๋ชิงเหอเองก็วางตะเกียบลงและขมวดคิ้วเอ่ยออกมา “ฉันเองก็สังเกตเห็นเหมือนกันแต่อสูรพวกนี้ดูแล้วไม่น่าจะคิดที่จะโจมตีพวกเรา พวกมันดูเหมือนถูกพลังอะไรบางอย่างดึงดูดมาและมารวมตัวกันมากกว่า”

หลินเซวียนขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินเรื่องนี้

อสูรพวกนั้นน่าจะได้รับผลกระทบจากพลังงานที่ปลดปล่อยออกมาจากการที่แดนลับกำลังจะเลื่อนระดับ

ตอนนี้กว่าภูเขาอัสนีร่วงจะเลื่อนระดับอย่างสมบูรณ์ยังต้องใช้เวลาอีก59วัน

ถ้าพวกเขาปล่อยให้อสูรมารวมตัวกัน อสูรพวกนี้ก็อาจจะก่อตัวจนกลายเป็นคลื่นอสูรน่าสะพรึงได้

เมื่อถึงตอนนั้นกองพลก่อสร้างสาขาเมืองหลงไห่คงไม่มีทางป้องกันเมืองเอาไว้ได้แน่

หลินเซวียนเคาะโต๊ะไปมา “ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรแต่การปล่อยให้อสูรมารวมตัวกันใกล้ๆเมืองหลงไห่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดี ถ้าจำนวนของพวกมันเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นคลื่นอสูรขึ้นมาจะส่งผลต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองหลงไห่”

หวังต้าฟู่ ไป๋ชิงเหอและคนอื่นๆพยักหน้าเห็นด้วย

เมืองหลงไห่นั้นใหญ่กว่าเมืองเครนขาวมากนัก จำนวนคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ก็มีมากกว่าแสนชีวิตและส่วนใหญ่นั้นก็เป็นเพียงนักสู้ขอบเขตที่1เท่านั้น พวกเขาแทบจะไม่ต่างอะไรไปจากคนธรรมดาเลย

อสูรที่รวมตัวอยู่ใกล้ๆเมืองนั้นย่อมไม่อาจพึ่งพาคนเหล่านี้ในการต้านทานพวกมัน

เมื่อใดที่กำแพงเมืองหลงไห่ปรากฏรอยโหว่และมีอสูรหลุดเข้ามาก็มีโอกาสเป็นไปได้สูงมากที่จะมีชาวบ้านต้องตาย นั่นคืออย่างสุดท้ายที่กองพลก่อสร้างไม่อยากจะเห็น

“ผมขอแนะนำให้สมาชิกของกองพลก่อสร้างออกกวาดล้างพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ พวกเราจะปล่อยให้จำนวนของอสูรเพิ่มมากไปกว่านี้ไม่ได้ อันตรายซ่อนเร้นทั้งหลายนั้นจำเป็นต้องกำจัดเสียตั้งแต่เนิ่นๆ”

“ถ้าพวกคุณเจอเข้ากับอสูรระดับสูงที่รับมือไม่ไหวก็แจ้งข่าวมาทันทีแล้วให้สมาชิกที่แข็งแกร่งไปจัดการกับมัน”

ระเบิดเพลิงเองก็วางเบอร์เกอร์ในมือลงและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“ฟังดูเข้าท่า เฮ้..โชคดีนะเนี่ยที่บอสฉู่อยู่ที่นี่พอดีไปคุยกับเขากันเถอะ” หวังต้าฟู่พยักหน้าซ้ำไปซ้ำมา ในเวลานี้เองเขาก็พลันสังเกตเห็นฉู่เผิงเฉิงเดินถือถาดเข้ามาพอดี

เมื่อได้ยินสิ่งที่พวกเขากล่าวฉู่เผิงเฉิงก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด “โล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงพูดถูกแล้ว พวกเราควรจะจัดการกับอันตรายที่ซ่อนเร้นตั้งแต่เนิ่นๆ”

“บอสฉู่นั่งก่อนๆ” แม้ว่าเขาจะกล่าวเช่นนั้นแต่หวังต้าฟู่เพียงแค่เขยิบก้นของเขาออกไปเท่านั้นไม่ได้ลุกไปแต่อย่างใด

มุมปากของฉู่เผิงเฉิงกระตุกถี่ยิบ

เขากำลังคิดอยู่ว่าศักดิ์ศรีของตัวเองมันสั่นคลอนอยู่รึเปล่า เจ้าสารเลวหวังต้าฟู่นี่ถึงไม่ลุกให้เขานั่งเนี่ย!

“ฉันคงไม่นั่งหรอก ฉันมาที่นี่ก็เพราะมีบางอย่างอยากจะบอกกับพวกนายล่วงหน้า” ฉู่เผิงเฉิงโบกมือปฏิเสธ

หวังต้าฟู่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์และเอ่ยเบาๆ “ต่อให้อยากนั่งคุณก็นั่งไม่ได้หรอก”

ฉู่เผิงเฉิงที่ได้ยินก็หัวร้อนขึ้นมา เขาทำการร่ายเวทย์ฟื้นฟูใส่หัวของหวังต้าฟู่อย่างจัง

หวังต้าฟู่พลันกรีดร้องและกระโดดลุกจากเก้าอี้ในทันที “ร้อนชิบหาย! อย่าแตะอาหารของฉันนะ! เดี๋ยวฉันไปห้องน้ำไปเอาน้ำเย็นๆราดหัวแล้วจะกลับมากินต่อ!”

เขาพาร่างอันอ้วนกลมของตัวเองพุ่งตรงไปยังห้องอาบน้ำ

หลินเซวียนมองด้วยสายตาตกตะลึง

ไม่คิดเลยว่าเวทย์ฟื้นฟูจะมีความสามารถแบบนี้ด้วย

ลู่หลัวกระซิบข้างหูเขา “คล้ายๆกับกรณีที่บางคนได้รับการฟื้นฟูเกิดขนาดนั่นแหละ”

ได้ยินดังนี้หลินเซวียนจึงพยักหน้ารับด้วยสีหน้าแปร่งๆ

“ว่าไงบอสฉู่? บอกมาได้เลย” ไป๋ชิงเหอถามขึ้น

“เกี่ยวกับแนวหน้า” ฉู่เผิงเฉิงถอนหายใจ

ทุกคนพลันหยุดกินและจ้องมองไปที่เขาด้วยแววตาจริงจัง

หลินเซวียนเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

ในตอนนี้เขายังต้องพึ่งกองพลก่อสร้างในสถานการณ์นี้อยู่ ไม่ต้องกล่าวถึงอะไรเลยเพียงแค่แดนลับมหึมาสองแดนที่เขาอยากจะไปก็อยู่ในการควบคุมของกองพลก่อสร้างเช่นกัน

ถ้าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นกับกองพลก่อสร้างนั่นย่อมหมายถึงข่าวร้ายสำหรับหลินเซวียนด้วยเช่นกัน

“ไม่ต้องกังวลขนาดนั้นยังไม่ใช่ข่าวร้าย เพียงแต่สงครามที่แนวหน้าค่อนข้างหนักหน่วงและพวกไอเทมใช้สอยก็ถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว ศูนย์ใหญ่หวังว่ากองพลก่อสร้างทุกสาขาจะเร่งสร้างโพชั่นหลายๆชนิดและส่งไปให้กับพวกเขาที่แนวหน้า”

เมื่อเห็นว่าทุกคนกังวลยิ่งนักฉู่เผิงเฉิงก็รีบเอ่ยปลอบใจพวกเขาและเล่าเนื้อหาข่าวให้ฟัง

ทุกคนพากันถอนหายใจโล่งอก

หากแต่พวกเขาก็ยังอดรู้สึกปวดหัวมิได้ อีกฝ่ายจู่ๆก็ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาและทำให้พวกเขาหวาดกลัวไปเปล่าๆเสียอย่างนั้น

หลินเซวียนยกมือขึ้น “ถ้ากองพลก่อสร้างจากทั่วโลกสร้างและส่งโพชั่นไปยังแนวหน้าไม่ใช่ว่านั่นหมายความว่าทางศูนย์หลักก็ต้องมอบรางวัลให้ด้วยไม่ใช่หรอครับ?”

ฉู่เผิงเฉิงพยักหน้ารับคำ “นั่นก็ปกติอยู่แล้ว ตอนนี้แนวหน้าเริ่มเก็บไอเทมดีๆจากแดนลับเมืองบาดาลได้แล้ว ทางกองพลหลักเลยทำลิสต์รายการของรางวัลเอาไว้ กองพลก่อสร้างสาขาต่างๆจะได้รับรางวัลหลังจากบรรลุภารกิจตามจำนวนที่กำหนด”

“ยกตัวอย่างเช่นไข่มุกที่ดรอปจากเมืองบาดาล สิ่งนี้ตราบใดที่พวกนายบดมันเป็นผงและทานเข้าไปจะทำให้พวกนายสามารถหายใจในน้ำได้ช่วงสั้นๆโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ดำน้ำ ยิ่งทานมากเท่าไหร่ก็ยิ่งอยู่ใต้น้ำได้นานมากเท่านั้น เช่นนี้แล้วพวกนายก็จะสามารถดำลงไปยังพื้นที่ที่ลึกกว่าได้!”

“นอกจากนี้เมืองบาดาลยังมีซอมบี้อยู่มากมาย ตราบใดที่ใช้วิธีการพิเศษในการกลั่ยพวกมันพวกมันก็สามารถนำมาใช้ได้ พลังป้องกันของพวกมันสูงมากโดยเฉพาะค่าต้านทานน้ำแข็ง ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานก็สามารถใช้พวกมันเป็นโล่เนื้อช่วยชีวิตได้”

“นอกจากนี้เมืองบาดาลยังมีของพิเศษอยู่อีกอย่างหนึ่ง ฉันได้ยินจากเพื่อที่อยู่กองพลหลักมาว่ามันเป็นสมบัติที่สามารถช่วยชีวิตได้!”

เมื่อกล่าวถึงของอย่างสุดท้ายฉู่เผิงเฉิงก็อดคาดหวังไม่ได้

“ไอเทมช่วยชีวิต?!”

ทุกคนพากันอ้าปากค้าง

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเจ้าสิ่งนี้ถือได้ว่าเป็นสมบัติชั้นดีเลยก็ว่าได้!

หลินเซวียนเองก็ตกตะลึงเช่นกัน

ที่ผ่านมาเขาพบเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่สามารถป้องกันไม่ให้เขาตายได้

ชุดเซ็ตโล่ปราการในมิติส่วนตัวมีความสามารถในการต้านทานความเสียหายถึงตาย ยังไงก็ตามมันสามารถต้านทานได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น หลังจากป้องกันความเสียหายนี้แล้วชุดเซ็ตนี้ก็จะแตกสลายไป

ถ้าเมืองบาดาลสามารถดรอปไอเทมเช่นนี้มาได้เป็นจำนวนมาก ความแข็งแกร่งของกอลพลก่อสร้างคงเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

ยังไงซะมันก็เทียบได้เลยกับการที่เหล่านักสู้ระดับสูงจำนวนมากมีประกันชีวิตเพิ่ม!

“มันไม่ได้ทรงพลังอย่างที่พวกนายคิดหรอก มันเองก็มีผลข้างเคียงเหมือนกับตะเกียงอรหันต์วิญญาณจากแดนต้นกกและเม็ดยาโลหิตหยกจากซากปรักหักพังคุนลุ้นนั่นแหละ ไอเทมชิ้นนี้จากเมืองยาดาลเองก็ไม่ต่างกัน” ฉู่เผิงเฉิงโบกมือไปมา

“เอาสั้นๆนะตารางของรางวัลจะถูกประกาศออกมาในอีกวันหรือสองวัน ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม ขณะที่ออกเก็บกวาดอสูรในภูเขาอัสนีร่วงพวกเราก็สามารถเก็บรวบรวมไอเทมวัตถุดิบจากแดนลับได้มากขึ้นด้วยดังนั้นก็ย่อมสามารถส่งโพชั่นไปยังแนวหน้าได้เพิ่มอีก”

ทุกคนพยักหน้ารับอย่างพร้อมเพรียง

“ยังไงก็ตามพวกนายคนไหนมีทักษะในทำยาบ้าง?”

ในบรรดานักสู้ขอบเขตที่6ทั้งหมดมีเพียงหมาป่าเงินและซูซวนเท่านั้นที่ยกมือ

“แค่สองคนหรอ?”

เมื่อได้ยินเช่นนี้หลินเซวียนเองก็ยกมือตาม “ผมรู้วิธีทำแต่แค่เล็กน้อย”

เหวินเซี่ยงที่กำลังกินดื่มพลันอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง “โล่วิญญาณนี่นายรู้กระทั่งวิธีทำโพชั่นเลยหรอ?”

“เชี่ย...นายไปเอาแต้มค่าประสบการณ์มากมายขนาดนั้นมากจากไหน?” หมาป่าเงินเองก็ประหลาดใจเช่นกัน

หลินเซวียนกล่าวโดยไม่ต้องคิด “ปกติแล้วผมมักจะฟาร์มเวลาคนอื่นพักกันนะ”

“ยอดเยี่ยมจริงๆ!” เหวินเซี่ยงสรรเสริญ

“เริ่มรู้สึกอายกับความหย่อนหยานของตัวเองขึ้นมาแล้วสิ” หมาป่าเงินถอนหายใจ

“เริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้ ฉันจะนอนช้าไปอีกหนึ่งชั่วโมงและตื่นเร็วกว่าปกติชั่วโมงนึง” แววตาของไป๋ชิงเหอเปล่งประกายมุ่งมั่น

ซูซวน ลู่หลัว ซงจ้งและคนอื่นๆเองก็ตกตะลึงกับคำพูดของหลินเซวียนไปตามๆกัน

เมื่อเห็นว่าทุกคนเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น ฉู่เผิงเฉิงก็พอใจยิ่งนัก “ดีมาก! ฉันชอบความมุ่งมั่นแบบนี้!”