คำกล่าวของฉู่เผิงเฉิงนั้นไม่นานก็เป็นจริงดังคาด
สองวันให้หลังคำสั่งจากกองพลก่อสร้างก็ได้ถูกส่งมาถึงโต๊ะทำงานของเขา
ในเวลาเดียวกันตารางของรางวัลยาวเหยียดเองก็โผล่มาด้วยเช่นกัน มันมีตั้งแต่แต้มบุญที่จะได้จากการส่งโพชั่นชนิดต่างๆและรางวัลที่สามารถใช้แต้มบุญแลกได้
ฉู่เผิงเฉิงกระแอมเคลียร์ลำคอและเริ่มประกาศข่าวนี้ไปทั่วทั้งเมืองหลงไห่ผ่านทางเสียงตามสาย
นอกจากนี้เขายังแปะตารางของรางวัลเอาไว้ด้านนอกห้องทำงานของตัวเองเพื่อให้คนอื่นๆได้เห็นอีกด้วย
หลินเซวียนเองก็มามุงดูเช่นกัน
[โพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิต – 1แต้มบุญ]
[โพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตระดับสูง – 5แต้มบุญ]
[โพชั่นฟื้นฟูพลังเวทย์ – 1แต้มบุญ]
[โพชั่นฟื้นฟูพลังเวทย์ระดับสูง – 5แต้มบุญ]
[โพชั่นพละกำลังระดับพื้นฐาน่ – 1แต้มบุญ]
[โพชั่นพละกำลังระดับสูง – 5แต้มบุญ]
...
หลินเซวียนนวดมือไปมา
แต้มบุญ!
ตอนนี้เขามีโอกาสหาแต้มบุญเพิ่มแล้วจะได้ไม่ต้องมาคอยกังวลเรื่องการเข้าแดนลับมหึมาในอนาคตอีกต่อไป
นอกจากนี้เขายังใช้แต้มบุญของตัวเองแลกกับไอเทมพิเศษบางชนิดจากเมืองบาดาลได้ด้วย
หลินเซวียนกวาดสายตามองลงไปเรื่อยๆและจู่ๆก็สังเกตเห็นว่าแต้มบุญที่ได้จากโพชั่นสี่ชนิดถัดไปนั้นแตกต่างจากโพชั่นชนิดอื่นๆ
[โพชั่นแผลไฟไหม้ระดับพื้นฐาน – 5แต้มบุญ]
[โพชั่นแผลไฟไหม้ระดับสูง – 10แต้มบุญ]
[โพชั่นต้านทานน้ำแข็งระดับพื้นฐาน – 5แต้มบุญ]
[โพชั่นต้านทานน้ำแข็งระดับสูง – 10แต้มบุญ]!
หลังจากสับสนอยู่เพียงชั่วครู่หลินเซวียนก็เข้าใจได้ทันที อสูรส่วนใหญ่ในแดนลับเมืองบาดาลนั้นสร้างความเสียหายเป็นธาตุน้ำแข็ง ยิ่งไปกว่านั้นค่าต้านทานธาตุน้ำแข็งของพวกมันยังสูงมากอีกด้วย
หลังจากสู้แล้วทำให้สมาชิกของกองพลก่อสร้างใช้โพชั่นแผลไฟไหม้และโพชั่นต้านทานน้ำแข็งไปเป็นจำนวนมาก ดังนั้นพวกเขาจึงต้องการพวกมันเป็นจำนวนมหาศาล
“ฉันจะได้แต้มบุญเยอะมากถ้าสร้างโพชั่นทั้งสองนี้ได้!”
เขากวาดสายมองไปรอบๆมิติส่วนตัวและพบว่าด้วยไอเทมค่าสถานะที่เขามีเขาสามารถสร้างโพชั่นแผลไฟไหม้ระดับพื้นฐาน โพชั่นต้านทานน้ำแข็งระดับพื้นฐานและโพชั่นต้านทานน้ำแข็งระดับสูงได้
สูตรการผสมโพชั่นทั้งสามก็เป็นดังนี้ :
[โพชั่นแผลไฟไหม้ระดับพื้นฐาน = ดอกเปลวเพลิง1ดอก+น้ำ3ถัง(เกรดสีเขียว)]
[โพชั่นต้านทานน้ำแข็งระดับพื้นฐาน= แกนอสูรธาตุน้ำแข็ง1ชิ้น+น้ำ3ถัง(เกรดสีเขียว)]
[โพชั่นต้านทานน้ำแข็งระดับสูง = ดอกเหมันต์ทมิฬ1ดอก+น้ำ3ถัง(เกรดสีฟ้า)]
ความแตกต่างระหว่างโพชั่นระดับต่ำและระดับสูงก็คือโพชั่นระดับต่ำนั้นสร้างได้จากไอเทมค่าสถานะที่ดรอปจากแดนลับระดับต่ำกว่าขอบเขตที่5
ในทางกลับกันโพชั่นระดับสูงนั้นจะสร้างได้จากไอเทมค่าสถานะจากแดนลับระดับสูงกว่าขอบเขตที่5ขึ้นไป
น้ำที่กล่าวถึงก็คือน้ำภายในแดนลับต่างๆ น้ำนี้ใช้เพียงเพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกและคงมาตรฐานเท่านั้น
ยิ่งระดับของการชำระล้างสูงเท่าใดมันก็ยิ่งมีระดับสูงและเหมาะสำหรับใช้สร้างโพชั่นมากเท่านั้น
สูตรการผสมจากโต๊ะผสมไอเทมนั้นแสดงเพียงสิ่งที่จำเป็นต้องใช้ขั้นพื้นฐานเท่านั้น
ถ้าเขาไม่ใช่น้ำเกรดสีเขียวในการสร้างโพชั่นแผลไฟไหม้ระดับพื้นฐานแต่เลือกใช้น้ำเกรดสีฟ้าแทนความสามารถของโพชั่นไฟไหม้ระดับพื้นฐานก็จะดีขึ้นไปอีกระดับ
ยิ่งไปกว่านั้นนี่ยังเป็นโลกจริงไม่ใช่เกม สิ่งที่สามารถสร้างได้ย่อมมีการแปรเปลี่ยนได้ในระดับหนึ่ง
แน่นอนว่าสูตรผสมของโต๊ะผสมนั้นค่อนข้างคงที่
โพชั่นแผลไฟไหม้ระดับพื้นฐานต้องใช้ดอกเปลวเพลิงแต่ดอกเปลวเพลิงนั้นก็สามารถใช้ไอเทมอย่างอื่นได้เช่นกัน
มันสามารถใช้ผลแมลงเพลิงหรือขนเพลิงแทนได้ ไอเทมทุกชนิดเหล่านี้ล้วนดีหมด ตราบใดที่เป็นไอเทมค่าสถานะที่ช่วยเพิ่มความเสียหายธาตุไฟก็ย่อมสามารถใช้สร้างโพชั่นชนิดนี้ได้ทั้งหมด
“โชคไม่ดีที่สร้างโพชั่นแผลไฟไหม้ระดับสูงไม่ได้” หลินเซวียนยักไหล่ ในแดนลับที่เขาเคยไปนั้นไม่มีแดนลับที่ระดับสูงกว่าขอบเขตที่5ที่มีไอเทมค่าสถานะในการผลิตโพชั่นนี้เลย
อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่ได้รู้สึกไม่ดีแต่อย่างใด
ยังไงซะโต๊ะผสมไอเทมก็มีถึงสามโต๊ะและเขายังใช้เหรียญทั่วไปเพิ่มค่าประสิทธิภาพให้กับพวกมันแล้ว ตอนนี้ประสิทธิภาพของมันเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัว เทียบได้เลยกับการมีนักสู้ที่มีทักษะการทำยาเต็มแม็ก6คนคอยช่วยเขาปรุงยาทั้งวันทั้งคืน
เขาขบคิดอยู่ซักพักก่อนจะตัดสินใจให้โต๊ะผสมไอเทมทั้งสามเริ่มทำการปรุงโพชั่นแผลไฟไหม้ระดับพื้นฐาน โพชั่นต้านทานน้ำแข็งระดับพื้นฐานและโพชั่นต้านทานน้ำแข็งระดับสูง
“ร่างอวตารฝึกฝนเหล่านี้ของฉันได้ดอกเหมันต์ทมิฬมาไม่เท่าไหร่ หลังจากเรื่องนี้เผยออกไปนักสู้ขอบเขตที่6คนอื่นๆเองก็น่าจะเริ่มออกหาดอกเหมันต์ทมิฬเป็นพิเศษ คงต้องลงมือก่อน”
หลินเซวียนให้ร่างอวตารทั้งเจ็ดเปลี่ยนแผลการเป็นการเสาะหา ‘ดอกเหมันต์ทมิฬ’ เป็นหลัก
เช่นนี้แล้วร่างอวตารฝึกฝนทั้งเจ็ดตนของเขาก็จะทำการออกค้นหาดอกเหมันต์ทมิฬในทันที ระหว่างทางค้นหานั้นพวกมันก็ยังคงฟาร์มและสังหารอสูรอื่นตามปกติ
เช่นนี้แล้วประสิทธิภาพในการฟาร์มดอกเหมันต์ทมิฬก็จะเพิ่มขึ้นเป็นทบทวี
“ได้เวลาฟาร์มดอกเหมันต์ทมิฬแล้ว!”
หลินเซวียนเดินนำระเบิดเพลิงเข้าไปในประตูแสงเพื่อไปยังภูเขาอัสนีร่วงด้วยความอิ่มเอมพึงพอใจ!
ลู่หลัว เหวินเซี่ยงและคนอื่นๆเองก็เริ่มจริงจังขึ้นมาเมื่อเห็นเขาจริงจังขนาดนี้
ลู่หลัวเอ่ยเสียงเข้ม “พวกเราก็ไปด้วยเถอะ! ยิ่งหาดอกเหมันต์ทมิฬเจอมากเท่าไหร่แนวหน้าก็ยิ่งมีผู้สูญเสียน้อยลงเท่านั้น”
เหวินเซี่ยงพยักหน้ารับ
ในเวลาเดียวกันหลังจากหลินเซวียนเข้ามาในภูเขาอัสนีร่วงด้วยสีหน้าตื่นเต้นแล้วเขาก็หาถ้ำที่เหมาะในชั้นที่หกก่อนจะเอนกายลงอย่างสบายใจ พอเวลาผ่านไปได้ซักพักเขาก็จะปรับท่านอนหนหนึ่ง
ถ้ำนี้ถูกพบโดยบังเอิญเมื่อตอนที่ร่างอวตารร่างที่เจ็ดของเขากำลังฟาร์มอยู่ ตำแหน่งที่ตั้งของมันนั้นค่อนข้างมิดชิดดีมาก
นอกจากนี้ภายในถ้ำยังมีขนสัตว์อยู่มากมายเพื่อให้มั่นใจว่าหลินเซวียนจะนอนได้อย่างสะดวกสบาย
“ร่างอวตารของฉันจงทำงานให้หนัก จะได้แต้มบุญมากขนาดไหนก็ขึ้นอยู่กับพวกนายแล้ว!” หลินเซวียนเอ่ยบอกเชียร์ร่างอวตารฝึกฝนอย่างออกนอกหน้า
...
ครึ่งวันผ่านไป หลินเซวียนพลันสังเกตเห็นบางสิ่งผิดปกติ
ซงจ้ง
เจ้าหมอนี่วันนี้ไม่ได้ร่วมทีมกับใครแต่กลับมาเดินเตร่อยู่ในภูเขาอัสนีร่วงเพียงลำพังและและปีนป่ายไปตามถ้ำนู้นถ้ำนี้เป็นพิเศษ
การกระทำเช่นนี้เขาใจได้ไม่ยาก
ดอกเหมันต์ทมิฬนั้นไม่ได้เติบโตอยู่บนพื้นดินของภูเขาอัสนีร่วงหากแต่กลับโตในที่มืด
ถ้ำคือสถานที่ที่เหมาะแก่การเติบโตของพวกมันมากที่สุด
หากแต่ทุกครั้งที่ซงจ้งเจอกับดอกเหมันต์ทมิฬเขากลับไม่เก็บมันเข้าอุปกรณ์เก็บของแต่...ทำลายมันทิ้ง!
หลังจากทำลายแล้วเขาก็จะทำให้ไม่เหลือร่องรอยใดๆทิ้งเอาไว้
เช่นนี้แล้วถ้าคนนอกมาเจอจุดนี้เข้าพวกเขาก็จะไม่พบร่องรอยว่าเคยมีดอกเหมันต์ทมิฬเติบโตอยู่ที่นี่เลย
“แกเป็นสปายจริงๆด้วยสินะ”
หลินเซวียนแค่นเสียง
คนของกองพลก่อสร้างยังไงก็ไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้แน่
พวกเขาย่อมปรารถนาจะได้ดอกเหมันต์ทมิฬจำนวนมากเพื่อสร้างยากให้กับทหารในแนวหน้าได้ฟื้นฟู
“ยังไงก็เถอะ...เรากลับเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องนี้นี่สิ ที่รู้ก็เพราะเรามีร่างอวตารฝึกฝนซะด้วยคงบอกกับฉู่เผิงเฉิงไม่ได้หรอกว่าบังเอิญพบว่าซงจ้งเป็นสปาย ถ้าฉู่เผิงเฉิงถามว่ารู้ได้ยังไงความลับคงถูกเปิดเผยแน่”
หลินเซวียนเกาหัวแต่ทันใดนั้นเองดวงตาของเขาก็เปล่งประกายขึ้นมา “จริงสิ แค่หาที่เหมาะฆ่าทิ้งก็จบ!”
เขาอดสรรเสริญความฉลาดของตัวเองขึ้นมาไม่ได้
แน่นอนว่าการสังหารอีกฝ่ายทิ้งคือทางเลือกที่ดีที่สุด
“ยิ่งไปกว่านั้นเรายังไม่ตำเป็นต้องลงมือฆ่าด้วยแค่ปล่อยให้ร่างอวตารฝึกฝนทำก็พอ”
หลินเซวียนดีดนิ้วและให้ร่างอวตารทั้งเจ็ดมุ่งหน้าไปรวมกันตรงจุดที่ซงจ้งอยู่
ร่างอวตารของเขานั้นตามปกติจะฟาร์มตามแต่วิธีการฟาร์มที่หลินเซวียนเลือกให้ หากแต่หลินเซวียนก็สามารถควบคุมพวกมันโดนตรงได้เช่นกัน
แน่นอนว่าการควบคุมมุมมองทั้งเจ็ดพร้อมๆกันนั้นค่อนข้างเหนื่อยทีเดียว
ไม่นานนักร่างอวตารทั้งเจ็ดก็ปรากฏตัวข้างหลังของซงจ้งอย่างเงียบเชียบ
ในเวลานี้เองซงจ้งเองก็พึ่งจะเดินออกมาจากถ้ำ การทำลายดอกเหมันต์ทมิฬนั้นเป็นงานที่เหนื่อยพอสมควรเหมือนกันดังนั้นทั้งเนื้อทั้งตัวเขาจึงเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ
เม็ดเหงื่อหยดลงพร้อมๆกับอากาศเย็นเยียบจากดอกเหมันต์ทมิฬที่พัดเข้าใส่ซงจ้งจนทำให้เขารู้สึกราวกับว่าร่างทั้งร่างของตนนั้นตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง
“เอ๋เกิดอะไรขึ้นข้างนอกเนี่ย? อ๋ออสูรขอบเขตที่6เจ็ดตัวนี่เอง...เดี๋ยวสิอะไรนะ?!”
ซงจ้งกรีดร้องออกมาและล้มลงก้นจ้ำเบ้าด้วยความหวาดกลัว
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved