ตอนที่ 82

คำกล่าวของฉู่เผิงเฉิงนั้นไม่นานก็เป็นจริงดังคาด

สองวันให้หลังคำสั่งจากกองพลก่อสร้างก็ได้ถูกส่งมาถึงโต๊ะทำงานของเขา

ในเวลาเดียวกันตารางของรางวัลยาวเหยียดเองก็โผล่มาด้วยเช่นกัน มันมีตั้งแต่แต้มบุญที่จะได้จากการส่งโพชั่นชนิดต่างๆและรางวัลที่สามารถใช้แต้มบุญแลกได้

ฉู่เผิงเฉิงกระแอมเคลียร์ลำคอและเริ่มประกาศข่าวนี้ไปทั่วทั้งเมืองหลงไห่ผ่านทางเสียงตามสาย

นอกจากนี้เขายังแปะตารางของรางวัลเอาไว้ด้านนอกห้องทำงานของตัวเองเพื่อให้คนอื่นๆได้เห็นอีกด้วย

หลินเซวียนเองก็มามุงดูเช่นกัน

[โพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิต – 1แต้มบุญ]

[โพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตระดับสูง – 5แต้มบุญ]

[โพชั่นฟื้นฟูพลังเวทย์ – 1แต้มบุญ]

[โพชั่นฟื้นฟูพลังเวทย์ระดับสูง – 5แต้มบุญ]

[โพชั่นพละกำลังระดับพื้นฐาน่ – 1แต้มบุญ]

[โพชั่นพละกำลังระดับสูง – 5แต้มบุญ]

...

หลินเซวียนนวดมือไปมา

แต้มบุญ!

ตอนนี้เขามีโอกาสหาแต้มบุญเพิ่มแล้วจะได้ไม่ต้องมาคอยกังวลเรื่องการเข้าแดนลับมหึมาในอนาคตอีกต่อไป

นอกจากนี้เขายังใช้แต้มบุญของตัวเองแลกกับไอเทมพิเศษบางชนิดจากเมืองบาดาลได้ด้วย

หลินเซวียนกวาดสายตามองลงไปเรื่อยๆและจู่ๆก็สังเกตเห็นว่าแต้มบุญที่ได้จากโพชั่นสี่ชนิดถัดไปนั้นแตกต่างจากโพชั่นชนิดอื่นๆ

[โพชั่นแผลไฟไหม้ระดับพื้นฐาน – 5แต้มบุญ]

[โพชั่นแผลไฟไหม้ระดับสูง – 10แต้มบุญ]

[โพชั่นต้านทานน้ำแข็งระดับพื้นฐาน – 5แต้มบุญ]

[โพชั่นต้านทานน้ำแข็งระดับสูง – 10แต้มบุญ]!

หลังจากสับสนอยู่เพียงชั่วครู่หลินเซวียนก็เข้าใจได้ทันที อสูรส่วนใหญ่ในแดนลับเมืองบาดาลนั้นสร้างความเสียหายเป็นธาตุน้ำแข็ง ยิ่งไปกว่านั้นค่าต้านทานธาตุน้ำแข็งของพวกมันยังสูงมากอีกด้วย

หลังจากสู้แล้วทำให้สมาชิกของกองพลก่อสร้างใช้โพชั่นแผลไฟไหม้และโพชั่นต้านทานน้ำแข็งไปเป็นจำนวนมาก ดังนั้นพวกเขาจึงต้องการพวกมันเป็นจำนวนมหาศาล

“ฉันจะได้แต้มบุญเยอะมากถ้าสร้างโพชั่นทั้งสองนี้ได้!”

เขากวาดสายมองไปรอบๆมิติส่วนตัวและพบว่าด้วยไอเทมค่าสถานะที่เขามีเขาสามารถสร้างโพชั่นแผลไฟไหม้ระดับพื้นฐาน โพชั่นต้านทานน้ำแข็งระดับพื้นฐานและโพชั่นต้านทานน้ำแข็งระดับสูงได้

สูตรการผสมโพชั่นทั้งสามก็เป็นดังนี้ :

[โพชั่นแผลไฟไหม้ระดับพื้นฐาน = ดอกเปลวเพลิง1ดอก+น้ำ3ถัง(เกรดสีเขียว)]

[โพชั่นต้านทานน้ำแข็งระดับพื้นฐาน= แกนอสูรธาตุน้ำแข็ง1ชิ้น+น้ำ3ถัง(เกรดสีเขียว)]

[โพชั่นต้านทานน้ำแข็งระดับสูง = ดอกเหมันต์ทมิฬ1ดอก+น้ำ3ถัง(เกรดสีฟ้า)]

ความแตกต่างระหว่างโพชั่นระดับต่ำและระดับสูงก็คือโพชั่นระดับต่ำนั้นสร้างได้จากไอเทมค่าสถานะที่ดรอปจากแดนลับระดับต่ำกว่าขอบเขตที่5

ในทางกลับกันโพชั่นระดับสูงนั้นจะสร้างได้จากไอเทมค่าสถานะจากแดนลับระดับสูงกว่าขอบเขตที่5ขึ้นไป

น้ำที่กล่าวถึงก็คือน้ำภายในแดนลับต่างๆ น้ำนี้ใช้เพียงเพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกและคงมาตรฐานเท่านั้น

ยิ่งระดับของการชำระล้างสูงเท่าใดมันก็ยิ่งมีระดับสูงและเหมาะสำหรับใช้สร้างโพชั่นมากเท่านั้น

สูตรการผสมจากโต๊ะผสมไอเทมนั้นแสดงเพียงสิ่งที่จำเป็นต้องใช้ขั้นพื้นฐานเท่านั้น

ถ้าเขาไม่ใช่น้ำเกรดสีเขียวในการสร้างโพชั่นแผลไฟไหม้ระดับพื้นฐานแต่เลือกใช้น้ำเกรดสีฟ้าแทนความสามารถของโพชั่นไฟไหม้ระดับพื้นฐานก็จะดีขึ้นไปอีกระดับ

ยิ่งไปกว่านั้นนี่ยังเป็นโลกจริงไม่ใช่เกม สิ่งที่สามารถสร้างได้ย่อมมีการแปรเปลี่ยนได้ในระดับหนึ่ง

แน่นอนว่าสูตรผสมของโต๊ะผสมนั้นค่อนข้างคงที่

โพชั่นแผลไฟไหม้ระดับพื้นฐานต้องใช้ดอกเปลวเพลิงแต่ดอกเปลวเพลิงนั้นก็สามารถใช้ไอเทมอย่างอื่นได้เช่นกัน

มันสามารถใช้ผลแมลงเพลิงหรือขนเพลิงแทนได้ ไอเทมทุกชนิดเหล่านี้ล้วนดีหมด ตราบใดที่เป็นไอเทมค่าสถานะที่ช่วยเพิ่มความเสียหายธาตุไฟก็ย่อมสามารถใช้สร้างโพชั่นชนิดนี้ได้ทั้งหมด

“โชคไม่ดีที่สร้างโพชั่นแผลไฟไหม้ระดับสูงไม่ได้” หลินเซวียนยักไหล่ ในแดนลับที่เขาเคยไปนั้นไม่มีแดนลับที่ระดับสูงกว่าขอบเขตที่5ที่มีไอเทมค่าสถานะในการผลิตโพชั่นนี้เลย

อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่ได้รู้สึกไม่ดีแต่อย่างใด

ยังไงซะโต๊ะผสมไอเทมก็มีถึงสามโต๊ะและเขายังใช้เหรียญทั่วไปเพิ่มค่าประสิทธิภาพให้กับพวกมันแล้ว ตอนนี้ประสิทธิภาพของมันเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัว เทียบได้เลยกับการมีนักสู้ที่มีทักษะการทำยาเต็มแม็ก6คนคอยช่วยเขาปรุงยาทั้งวันทั้งคืน

เขาขบคิดอยู่ซักพักก่อนจะตัดสินใจให้โต๊ะผสมไอเทมทั้งสามเริ่มทำการปรุงโพชั่นแผลไฟไหม้ระดับพื้นฐาน โพชั่นต้านทานน้ำแข็งระดับพื้นฐานและโพชั่นต้านทานน้ำแข็งระดับสูง

“ร่างอวตารฝึกฝนเหล่านี้ของฉันได้ดอกเหมันต์ทมิฬมาไม่เท่าไหร่ หลังจากเรื่องนี้เผยออกไปนักสู้ขอบเขตที่6คนอื่นๆเองก็น่าจะเริ่มออกหาดอกเหมันต์ทมิฬเป็นพิเศษ คงต้องลงมือก่อน”

หลินเซวียนให้ร่างอวตารทั้งเจ็ดเปลี่ยนแผลการเป็นการเสาะหา ‘ดอกเหมันต์ทมิฬ’ เป็นหลัก

เช่นนี้แล้วร่างอวตารฝึกฝนทั้งเจ็ดตนของเขาก็จะทำการออกค้นหาดอกเหมันต์ทมิฬในทันที ระหว่างทางค้นหานั้นพวกมันก็ยังคงฟาร์มและสังหารอสูรอื่นตามปกติ

เช่นนี้แล้วประสิทธิภาพในการฟาร์มดอกเหมันต์ทมิฬก็จะเพิ่มขึ้นเป็นทบทวี

“ได้เวลาฟาร์มดอกเหมันต์ทมิฬแล้ว!”

หลินเซวียนเดินนำระเบิดเพลิงเข้าไปในประตูแสงเพื่อไปยังภูเขาอัสนีร่วงด้วยความอิ่มเอมพึงพอใจ!

ลู่หลัว เหวินเซี่ยงและคนอื่นๆเองก็เริ่มจริงจังขึ้นมาเมื่อเห็นเขาจริงจังขนาดนี้

ลู่หลัวเอ่ยเสียงเข้ม “พวกเราก็ไปด้วยเถอะ! ยิ่งหาดอกเหมันต์ทมิฬเจอมากเท่าไหร่แนวหน้าก็ยิ่งมีผู้สูญเสียน้อยลงเท่านั้น”

เหวินเซี่ยงพยักหน้ารับ

ในเวลาเดียวกันหลังจากหลินเซวียนเข้ามาในภูเขาอัสนีร่วงด้วยสีหน้าตื่นเต้นแล้วเขาก็หาถ้ำที่เหมาะในชั้นที่หกก่อนจะเอนกายลงอย่างสบายใจ พอเวลาผ่านไปได้ซักพักเขาก็จะปรับท่านอนหนหนึ่ง

ถ้ำนี้ถูกพบโดยบังเอิญเมื่อตอนที่ร่างอวตารร่างที่เจ็ดของเขากำลังฟาร์มอยู่ ตำแหน่งที่ตั้งของมันนั้นค่อนข้างมิดชิดดีมาก

นอกจากนี้ภายในถ้ำยังมีขนสัตว์อยู่มากมายเพื่อให้มั่นใจว่าหลินเซวียนจะนอนได้อย่างสะดวกสบาย

“ร่างอวตารของฉันจงทำงานให้หนัก จะได้แต้มบุญมากขนาดไหนก็ขึ้นอยู่กับพวกนายแล้ว!” หลินเซวียนเอ่ยบอกเชียร์ร่างอวตารฝึกฝนอย่างออกนอกหน้า

...

ครึ่งวันผ่านไป หลินเซวียนพลันสังเกตเห็นบางสิ่งผิดปกติ

ซงจ้ง

เจ้าหมอนี่วันนี้ไม่ได้ร่วมทีมกับใครแต่กลับมาเดินเตร่อยู่ในภูเขาอัสนีร่วงเพียงลำพังและและปีนป่ายไปตามถ้ำนู้นถ้ำนี้เป็นพิเศษ

การกระทำเช่นนี้เขาใจได้ไม่ยาก

ดอกเหมันต์ทมิฬนั้นไม่ได้เติบโตอยู่บนพื้นดินของภูเขาอัสนีร่วงหากแต่กลับโตในที่มืด

ถ้ำคือสถานที่ที่เหมาะแก่การเติบโตของพวกมันมากที่สุด

หากแต่ทุกครั้งที่ซงจ้งเจอกับดอกเหมันต์ทมิฬเขากลับไม่เก็บมันเข้าอุปกรณ์เก็บของแต่...ทำลายมันทิ้ง!

หลังจากทำลายแล้วเขาก็จะทำให้ไม่เหลือร่องรอยใดๆทิ้งเอาไว้

เช่นนี้แล้วถ้าคนนอกมาเจอจุดนี้เข้าพวกเขาก็จะไม่พบร่องรอยว่าเคยมีดอกเหมันต์ทมิฬเติบโตอยู่ที่นี่เลย

“แกเป็นสปายจริงๆด้วยสินะ”

หลินเซวียนแค่นเสียง

คนของกองพลก่อสร้างยังไงก็ไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้แน่

พวกเขาย่อมปรารถนาจะได้ดอกเหมันต์ทมิฬจำนวนมากเพื่อสร้างยากให้กับทหารในแนวหน้าได้ฟื้นฟู

“ยังไงก็เถอะ...เรากลับเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องนี้นี่สิ ที่รู้ก็เพราะเรามีร่างอวตารฝึกฝนซะด้วยคงบอกกับฉู่เผิงเฉิงไม่ได้หรอกว่าบังเอิญพบว่าซงจ้งเป็นสปาย ถ้าฉู่เผิงเฉิงถามว่ารู้ได้ยังไงความลับคงถูกเปิดเผยแน่”

หลินเซวียนเกาหัวแต่ทันใดนั้นเองดวงตาของเขาก็เปล่งประกายขึ้นมา “จริงสิ แค่หาที่เหมาะฆ่าทิ้งก็จบ!”

เขาอดสรรเสริญความฉลาดของตัวเองขึ้นมาไม่ได้

แน่นอนว่าการสังหารอีกฝ่ายทิ้งคือทางเลือกที่ดีที่สุด

“ยิ่งไปกว่านั้นเรายังไม่ตำเป็นต้องลงมือฆ่าด้วยแค่ปล่อยให้ร่างอวตารฝึกฝนทำก็พอ”

หลินเซวียนดีดนิ้วและให้ร่างอวตารทั้งเจ็ดมุ่งหน้าไปรวมกันตรงจุดที่ซงจ้งอยู่

ร่างอวตารของเขานั้นตามปกติจะฟาร์มตามแต่วิธีการฟาร์มที่หลินเซวียนเลือกให้ หากแต่หลินเซวียนก็สามารถควบคุมพวกมันโดนตรงได้เช่นกัน

แน่นอนว่าการควบคุมมุมมองทั้งเจ็ดพร้อมๆกันนั้นค่อนข้างเหนื่อยทีเดียว

ไม่นานนักร่างอวตารทั้งเจ็ดก็ปรากฏตัวข้างหลังของซงจ้งอย่างเงียบเชียบ

ในเวลานี้เองซงจ้งเองก็พึ่งจะเดินออกมาจากถ้ำ การทำลายดอกเหมันต์ทมิฬนั้นเป็นงานที่เหนื่อยพอสมควรเหมือนกันดังนั้นทั้งเนื้อทั้งตัวเขาจึงเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ

เม็ดเหงื่อหยดลงพร้อมๆกับอากาศเย็นเยียบจากดอกเหมันต์ทมิฬที่พัดเข้าใส่ซงจ้งจนทำให้เขารู้สึกราวกับว่าร่างทั้งร่างของตนนั้นตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง

“เอ๋เกิดอะไรขึ้นข้างนอกเนี่ย? อ๋ออสูรขอบเขตที่6เจ็ดตัวนี่เอง...เดี๋ยวสิอะไรนะ?!”

ซงจ้งกรีดร้องออกมาและล้มลงก้นจ้ำเบ้าด้วยความหวาดกลัว