ตอนที่ 89

อีกฝ่ายชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยภาษาจีนน้ำเสียงแปร่งๆ “นายก็ด้วยหรอ?”

หลินเซวียนพยักหน้า “ฉันมาจากทุ่งราบมหาสวรรค์ คนคุ้มกันคนนี้ซ่อนตัวอยู่ในคลังเก็บของของกองพลก่อสร้างแต่บังเอิญเขาเผลอหลับพอดีฉันเลยใช้โอกาสนี้ปาดคอเขา”

อีกฝ่ายยกนิ้วโป้งให้เขา “ยอดมาก!”

“ยังไงก็ตามฉันไม่เคยเห็นหน้านายมาก่อนเลย ทำไมถึงมีคนที่แข็งแกร่งแบบนายอยู่ในกองพลก่อสร้างด้วย? นายซ่อนตัวอยู่ได้ตั้งนานโดยไม่ถูกพบตัวได้ยังไง?”

หลินเซวียนแค่นเสียง “ตราบใดที่ฉันกดเลเวลเอาไว้ก็ไม่มีปัญหาแล้ว หลังจากเลื่อนขั้นขึ้นมาค่าประสบการณ์ที่ฉันเก็บเอาไว้ก็มากพอจะให้ใช้เลื่อนระดับเป็นเลเวล4ขอบเขตที่6ในคราวเดียวเลย”

อีกฝ่ายยกนิ้วโป้งให้อีกครั้ง “ยอดมากจริงๆ!”

“ถ้างั้นก็มาร่วมมือกันทำลายโพชั่นส่วนที่เหลือกันเถอะ!”

กล่าวจบเขาก็เดินนำไปทันที

ทันทีที่ร่างของทอมเดินผ่านหลินเซวียนไปจู่ๆมือของทอมก็ยื่นมาตบหลังของหลินเซวียน

หากแต่เงาร่างที่ยืนอยู่เบื้องหน้าในชุดเกราะเบาสีเขียวเข้มนั้นจู่ๆก็พลันหายไปและทิ้งไปเพียงภาพติดตาเท่านั้น

ฝ่ามือของเขาแตะไม่โดนร่างของหลินเซวียนดังที่คิดหากแต่กลับรู้สึกคล้ายว่าตบอากาศเสียมากกว่า

หากมองให้ดีๆก็จะพบว่ามือของเขาตบโดนเพียงอากาศจริงๆ

อีกฝ่ายหายไปไหนกัน?

ขณะที่ทอมกำลังกราดเกรี้ยวอยู่นั้นจู่ๆเขาก็พลันได้ยินเสียงดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง

“กล้าเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาฉันเลยงั้นหรอ นายนี่กล้าหาญไม่เบา”

ฉัวะ

ดาบสั้นเจาะทะลุหัวใจของเขาจนโลหิตซาดกระเซ็น ในเวลาสั้นๆเพียงสามวินาทีสีของเลือดก็แปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มดูน่าหวาดกลัว

แข้งขาของทอมอ่อนแอและติดพิษจนตายในเวลาไม่นาน

กระบวนการทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นอย่างเงียบเชียบ

ถึงแม้ทอมจะตายไปแล้วแต่หลินเซวียนก็ยังคงวางร่างของเขาบนพื้นอย่างเบามือราวกับเป็นคนรักของตัวเอง

“ชื่อของหมอนี่คือทอมแต่ดูไม่แตกต่างจากชาวตะวันออกเลย อย่าบอกนะว่าเป็นพวกที่เรียกกันว่าฝรั่งหน้าเอเชีย? บางทีอาจจะมีลักษณะคล้ายกับชาวเอเชียแต่ดันชอบทำตัวเหมือนคนตะวันตก”

หลินเซวียนกวาดสายตามองไอเทมภายในอุปกรณ์เก็บของของคนผู้นี้และในที่สุดก็พบเข้ากับเข็มกลัดอันเล็กๆ

ด้านบนเข็มกลัดนั้นมีดวงดาวสิบสองดวงรายล้อมเป็นวงกลม สีของมันนั้นเป็นสีฟ้าและรอบๆดวงดาราก็คืออัศวินในชุดเกราะเต็มยศที่กำลังขี่ม้าและกระชับดาบเอาไว้ด้วยมือข้างเดียว

“สปายจากภาคีอัศวินแห่งความจริง?”

หลินเซวียนหัวเราะออกมาอย่างอดไม่อยู่

ภาคีอัศวินแห่งความจริงนั้นเป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นหลายปีให้หลังหลังจากโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง พื้นที่ทำการหลักของพวกเขาส่วนใหญ่จะอยู่ทางฝั่งยุโรปตะวันตก เช่นเดียวกับกองพลก่อสร้างและทุ่งราบมหาสวรรค์ พวกเขาเองก็เป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยเหล่าทหารในช่วงแรกเริ่ม หลังจากนั้นพวกเขาก็คัดเลือกนักสู้หน้าใหม่ๆเข้ามาเรื่อยๆและค่อยๆเติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในองค์กรขนาดใหญ่ที่สุดบนโลก

“เมืองหลงไห่เล็กๆแห่งนี้กลับมีสปายถูกส่งมาแทรกซึมจากทั้งทุ่งราบมหาสวรรค์แล้วก็ภาคีอัศวินแห่งความจริงเลยแฮะ น่าประทับใจจัง”

นอกจากสัญลักษณ์ของภาคีอัศวินแล้วหลินเซวียนก็ยังบังเอิญไปพบเข้ากับม้วนคัมภีร์เปลี่ยนอาชีพอีกด้วย

โชคดีอะไรขนาดนั้น!

“บังเอิญเป็นอาชีพสุดท้ายที่ฉันต้องใช้ในการผสมม้วนคัมภีร์ของเกรทดูอิทซะด้วยสิ!”

หลินเซวียนประหลาดใจและดีใจยิ่งนัก

อีกฝ่ายกลับส่งของดัๆให้จนถึงที่ กระทั่งขนส่งตงเฟิงก็ยังไม่เสถียร แม่นยำและดุดันเหมือนกับทอมผู้นี้เลยด้วยซ้ำ

หลินเซวียนปีนออกจากรูบนหลังคาของคลังเก็บของอย่างเงียบเชียบและว่องไว

ด้านนอกคลังเก็บของนั้น นักสู้ขอบเขตที่5ทั้ง5คนพากันหาวหวอดๆโดยไม่ได้รู้เลยว่ามีคนสองคนที่นอนตายอยู่ด้านใน

กำแพงทิศเหนือ

การต่อสู้ยิ่งมาก็ยิ่งหนักหน่วง

หลินเซวียนไม่ได้รู้สึกกดดันเลยแม้แต่น้อย สมาชิกคนอื่นๆเองก็ใช้ความโดดเด่นเฉพาะตัวในการรับมือกับอสูรที่มีขอบเขตต่ำกว่าขอบเขตที่6 แรงกดดันทางด้านนี้นั้นต่ำมากเช่นกัน

มีเพียงฉู่เผิงเฉิงเท่านั้นที่มีปัญหาเล็กน้อย แม้ว่าฉู่เผิงเฉิงจะดูแข็งแกร่งมากแต่สุดท้ายแล้วเขาก็คือฮีลเลอร์อยู่ดี เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอสูรขอบเขตที่7ที่แท้จริงเขาจึงตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบมาโดยตลอด

เหตุผลที่เขายังคงทนมาได้จนถึงตอนนี้ก็เพราะเขาดื่มโพชั่นที่เขาทำขึ้นมาเองไปเป็นจำนวนมาก

ตึง!

อาชากลืนอัสนีย่ำเท้าลงบนพื้นและพ่นสายฟ้าออกมา

ฉู่เผิงเฉิงรีบยกหอกขึ้นมาป้องกันเอาไว้ในทันที

หากแต่แขนของเขากลับหมดแรงฉับพลันจนป้องกันการโจมตีนี้เอาไว้ไม่ได้ ร่างของเขาถูกสายฟ้าส่งปลิวออกไปกระแทกเข้ากับกำแพงเมืองอย่างรุนแรง

เส้นขนทุกเส้นบนร่างของเขาในตอนนี้ถูกเผาจนไหม้เกรียมและเสื้อผ้าส่วนใหญ่ก็กระด่างกระดำยิ่ง

เดิมทีเขาเป็นคุณลุงผู้หล่อเหลากแท้ๆแต่ตอนนี้กลับกลายเป็นตาแก่หัวล้านน่าอเนจอนาถไปเสียชิบ

ฉู่เผิงเฉิงฝืนรีดเค้นพลังเวทญืออกมาและหมายจะใช้เวทย์ฟื้นฟูกับตัวเองอีกครั้งหากแต่กลับพบว่าพลังเวทย์ของตนหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ

โพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตและโพชั่นฟื้นฟูมานาในอุปกรณ์เก็บของเองก็หมดเกลี้ยง

“เวรล่ะ...โพชั่นทำมือของฉัน...เป็นไปได้ยังไงที่โพชั่นทำมือมันไม่มีเหลือแล้วล่ะเนี่ย!”

เมื่อเห็นร่างของอาชากลืนอัสนีที่ค่อยๆเยื้องย่างเข้ามาหาเขาทีละก้าวๆ ฉู่เผิงเฉิงก็สบถด่าออกมา

ใจของเหล่าผู้คนบนกำแพงต่างเริ่มหนักอึ้ง

อีกฝ่ายคือผู้อำนวยการของพวกเขา บุรุษผู้มักจะถูกเรียกว่าแม่นมฉู่(*)หรือบอสฉู่ผู้นี้ของพวกเขา พวกเขาจะยืนมองอีกฝ่ายตายไปเช่นนี้รึ?

(*ในเกมฮีลเลอร์จะถูกเรียกว่าแม่นม)

ในเวลานั้นเองสกิลตรวจจับระดับสูงของหลินเซวียนพลันสัมผัสได้ถึงตัวตนอันทรงพลังที่กำลังมุ่งหน้าตรงมาทางนี้ด้วยความเร็วสูง

หลินเซวียนยิ้มกริ่ม หมาป่าเงินไม่ทำให้เขาผิดหวังจริงๆ

ถ้าหมาป่าเงินยังสังหารอสูรขอบเขตที่7ลงไม่ได้หลังจากเปลี่ยนอาชีพแล้วถ้างั้นนั่นก็คงเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความอ่อนแอของเขานั่นแหละ

หลินเซวียนดีดนิ้ว “บอสฉู่กำลังเสริมมาแล้ว”

ฉู่เผิงเฉิงชะงัก

อาชากลืนอัสนีเงยหน้าขึ้นอย่างระแวดระวังและพ่นสายฟ้าออกมาจากปาก หากแต่มันกลับไม่ได้ลงมือสังหารฉู่เผิงเฉิงแต่โจมตีไปยังเงาร่างที่กำลังพุ่งเข้ามายังกำแพงทิศเหนือด้วยความเร็วสูงแทน

เงาร่างนั้นหัวเราะเสียงดังสนั่นและหยิบคทาออกมาร่ายเวทย์โล่อัสนีอย่างสบายๆซึ่งก็สามารถป้องกันความเสียหายจากการโจมตีนี้ไปได้เกือบทั้งหมด

“แม่นมฉู่! ฉันฆ่าอสูรขอบเขตที่7ทางฝั่งกำแพงทิศตะวันตกไปแล้วเลยมาช่วย!”

เสียงหัวเราะดังสนั่นดังมาจากโล่อัสนี

หลังจากตกตะลึงอยู่ชั่วครู่ฉู่เผิงเฉิงเองก็หัวเราะออกมาเสียงดังลั่น

“ดี! ดีจริงๆ! เยี่ยมมากหมาป่าเงิน!”

หลินเซวียนเองก็ยิ้มเช่นกัน

หลังจากใช้ม้วนคัมภีร์อาชีพบวกกับวัตถุดิบเลื่อนขั้นระดับสูงสามชิ้นและระดับธรรมดาสองชิ้นเพื่อเปลี่ยนอาชีพเป็นจอมเวทย์ธาตุ พลังรบของหมาป่าเงินก็พุ่งทะยานราวกับติดจรวด ความเสียใจที่เคยพลาดการเลื่อนขั้นอย่างสมบูรณ์มาหลายครั้งก่อนหน้านี้ถูกการเลื่อนขั้นอาชีพเพียงครั้งเดียวนี้กลบจนสิ้น

ม้วนคัมภีร์เกรดสีม่วงนี้มีสกิลประจำอาชีพก็คือเพิ่มความสามารถของสกิลเวทย์มนตร์ธาตุทุกสกิล25%

เช่นนี้แล้วจึงไม่ได้เพิ่มเพียงแค่ความเสียหายจากเวทย์ธาตุเท่านั้น

หากแต่กระทั่งโล่ธาตุต่างๆก็ยังได้รับความสามารถเพิ่มขึ้น25%เช่นเดียวกัน!

บวกกับการที่หมาป่าเงินสวมใส่อุปกรณ์ของจอมเวทย์ เช่นนี้แล้วการจะเพิ่มค่าสถานะขึ้นมาถึง50%จึงไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด

นอกจากนี้ประสิทธิภาพในการป้องกันความเสียหายจากธาตุสายฟ้าของโล่อัสนีเองก็ดีเยี่ยมยิ่งนัก

ทั้งหมดนี้รวมกันจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหมาป่าเงินถึงสามารถป้องกันสกิลของอาชากลืนอัสนีได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย

“โล่วิญญาณ! ฉันชอบอาชีพจอมเวทย์ธาตุนี่มากๆเลย! ขอสาบานเลยว่าจะรักนายไปจนวันตาย!” หมาป่าเงินหัวเราะออกมาอีกครั้งและร่างเวทย์ธาตุน้ำแข็งออกมา

ค่าต้านทานน้ำแข็งของอาชากลืนอัสนีนั้นค่อนข้างต่ำมาก มันจึงได้รับความเสียหายจนถึงขั้นกรีดร้องออกมาและต้องล่าถอยไปอย่างไร้ทางเลือก

สมาชิกของกองพลก่อสร้างหลายคนบรนกำแพงต่างมองไปที่โล่วิญญาณและหมาป่าเงินด้วยแววตาอ่อนโยน

ริมฝีปากของหลินเซวียนกระตุกถี่ยิบ

ถ้ารู้สึกขอบคุณก็รู้สึกไปสิวะ แต่คำพูดอย่าง ‘รักนายจนวันตาย’ นี่รบกวนอย่าพ่นออกมาได้ไหมไอ้เวร!

ในเวลานี้เองน้ำเสียงเย็นชาอีกสายหนึ่งก็พลันดังขึ้นมา

“ผู้อำนวยการฉู่ อสูรขอบเขตที่7ทางด้านทิศตะวันออกถูกสังหารแล้ว ผมมาที่นี่เพื่อให้การสนับสนุน!”

เงาร่างชุ่มโลหิตของไป๋ชิงเหอปรากฎตัวขึ้นบนกำแพงทิศเหนือ

แขนข้างหนึ่งของเขาหักไปจนถึงโคนแขนแต่จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้อันแรงกล้าของเขานั้นสูงส่งยิ่งและไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย

เมื่อเห็นดังนี้หลินเซวียนก็รีบหยิบโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตขวดใหญ่ออกมาจากมิติส่วนตัวและส่งมันให้กับเขา

ไป๋ชิงเหอเองก็ไม่ได้ปฏิเสธและดื่มมันลงไปทันที

ฉู่เผิงเฉิงเองก็กุลีกุจอลุกขึ้นยืนและพยายามรีดเค้นมานาหยาดสุดท้ายเพื่อร่ายเวทย์ชำระล้างออกมา

ดีบัพบนร่างของไป๋ชิงเหอถูกชำระล้างไปจนสิ้น

“มาก็ดีแล้ว ตอนนี้ได้เวลาหมาป่าเงินแสดงพลังพอดีพวกเราเพียงแค่รอดูก็พอ” ฉู่เผิงเฉิงตบไหล่ของเขาและหัวเราะออกมา

ไป๋ชิงเหอเดิมทีคิดจะเข้าร่วมการต่อสู้อีกครา

หากแต่เขาไม่คิดเลยว่าเวทย์ธาตุน้ำแข็งของหมาป่าเงินจะรุนแรงจนถึงขั้นทำให้อาชากลืนอัสนีต้องร้องโหยหวนออกมาเช่นนี้ สีหน้าของไป๋ชิงเหอแข็งเกร็งและหลังจากชะงักไปชั่วครู่เขาก็เผยรอยยิ้มออกมาอย่างรู้กัน

“ตกลง!”

ไป๋ชิงเหอหันไปหาหลินเซวียนและเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “โล่วิญญาณครั้งนี้ต้องขอบคุณนายมากจริงๆ ถ้าหมาป่าเงินไม่ได้กลายเป็นจอมเวทย์ธาตุฉันเกรงว่ากำแพงทางฝั่งตะวันตกและทางเหนือคงเกิดปัญหาแน่ โชคดีที่สถานการณ์ทั้งหมดคลี่คลายแล้ว”

ฉู่เผิงเฉิงกระแอมออกมาเบาๆ “เรื่องแบบนี้ไม่ควรพูดต่อหน้าหัวหน้าของตัวเองรึเปล่า?”

ไป๋ชิงเหอยิ้มอ่อนและเอ่ยออกมา “ผู้อำนวยการฉู่ถึงแม้โล่วิญญาณจะไม่ได้เผชิญหน้ากับอสูรขอบเขตที่7ด้วยตัวเองแต่ทางอ้อมแล้วก็ถือว่าเป็นผลงานของเขาเช่นกัน หนนี้พวกเราสามารถป้องกันกำแพงทั้งสามด้านเอาไว้ได้และไม่มีพลเรือนเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บเลยล้วนเป็นผลงานของโล่วิญญาณทั้งสิ้น!”

ฉู่เผิงเฉิงพยักหน้ารับซ้ำๆและถอนหายใจออกมา

กล่าวตามตรงเขาไม่คิดเลยว่าโล่วิญญาณจะได้คัมภีร์อาชีพจอมเวทย์ธาตุมาครอบครอง

อาชีพนี้คืออาชีพที่นักสู้หลายต่อหลายคนใฝ่ฝัน!

ระเบิดเพลิงเองก็น่าจะต้องการมันเช่นกัน

หากแต่โล่วิญญาณกลับเลือกหยิบมันออกมาอย่างไม่ลังเล

ความเสียสละเช่นนี้มันคือสิ่งใดกัน?

ไม่สิจะเรียกว่าความเสียสละคงไม่ได้ หมาป่าเงินเซ็นสัญญาผ่อนจ่ายแปดสิบปีเอาไวนี่หว่า....