ตอนที่ 118

เมื่อเห็นแบล็คเดินเข้าไปหาระเบิดเพลิง หมาป่าเงินก็ลอบแอบมองอยู่นานแล้ว

เมื่อเขาเห็นว่าระเบิดเพลิงเผยสีหน้าปั้นยากเขาก็ยิ่งมั่นใจ

แบล็คคิดจะหาตัวช่วยภายนอกงั้นหรอ?

ระเบิดเพลิงเอาชนะเขาไม่ได้หรอกน่า!

ระเบิดเพลิงเชี่ยวชาญแต่สกิลระเบิดเพลิงเท่านั้น เวทย์มนตร์ธาตุอื่นของระเบิดเพลิงจะเทียบกับเวทย์มนตร์ของเขาได้ยังไง?

ในเวลานี้เองหลังจากที่มอนสเตอร์วิญญาณลูกผสมตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง วิญญาณตนอื่นๆก็พลันเร่งความเร็วในการบุกทะลวงขึ้นมา

ในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีก็มีวิญญาณรวมตัวกันนับร้อยและเข้าจู่โจม

นักสู้ผู้หนึ่งที่พึ่งจะใช้สกิลออกไปและพลังเวทย์เหือดแห้งนั้น ก่อนที่เขาจะทันได้พักหายใจกลับตกเป็นเป้าของวิญญาณและถูกโจมตีโดย “สกิลเคออส”

สกิลเคออสนั้นจะทำให้ผู้โดนติดสถานะ ‘โกลาหล’ ในสถานะโกลาหลนี้คนผู้นั้นจะบ้าคลั่งและไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าควรจะโจมตีหรือป้องกัน นอกจากนี้ยังไม่อาจประเมินได้ด้วยว่าควรจะใช้สกิลหรือเติมเลือดเติมมานา

ในพริบตาเดียวนักสู้ผู้นี้ก็ถูกวิญญาณครอบงำและชูอาวุธหวดเข้าใส่นักสู้ที่อยู่ข้างๆกาย

เนื่องจากนักสู้ข้างๆนั้นล้วนเป็นสหายของเขาพวกเขาจึงไม่กล้าทำอะไรบ้าบิ่นและจำต้องล่าถอยอย่างไม่มีทางเลือก

เช่นนี้แล้วการป้องกันจึงบังเกิดช่องโหว่ขึ้นมา

วิญญาณจำนวนมากพุ่งเข้ามาและดูดกลืนพลังชีวิตของเหล่านักสู้ ยึดครองร่างกายของพวกเขาและควบคุมให้พวกเขาเข้าโจมตีนักสู้คนอื่นๆ

กำแพงตะวันออกที่ดูเหมือนจะอยู่ยง ในตอนนี้กลับเริ่มปรากฏรอยร้าวเนื่องจากข้อผิดพลาดเล็กๆ

ราวกับจุดเล็กๆบนกระดาษขาวปลอดที่ขนายขนาดใหญ่ขึ้นและใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ!

ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไป พวกวิญญาณย่อมขย้ำลงตรงจุดที่เกิดข้อผิดพลาดและถาโถมเข้ามาในโคโลนี่หมายเลข3ได้อย่างแน่นอน!

แววตาของผู้นำกำแพงทิศตะวันออกพลันหรี่แคบลงพร้อมกับคำรามลั่น “นักสู้ที่ถูกวิญญาณสิงพวกนั้นตายไปแล้ว! อย่าไปออมมือ!”

เรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งโดยปกติแล้วนักสู้เหล่านี้ก็จะทราบเรื่องนี้อยู่ก่อนแล้วจากแผ่นพับข้อควรระวังที่แจกให้ก่อนการต่อสู้

หากแต่เมื่อเป็นการต่อสู้จริงนั้น นักสู้พลเรือนเหล่านี้กลับขลาดเขลาไปบ้าง

หมาป่าเงินเองก็ล่าถอยออกมาตามสัญชาตญาณ

ระยะห่างตอนนี้ใกล้เกินไป ในฐานะจอมเวทย์ธาตุแล้วตัวเขาไม่เหมาะแก่การต่อสู้ระยะประชิดเช่นนี้เพราะอาจจะถูกนักสู้เหล่านี้ทำให้บาดเจ็บเอาได้ง่ายๆ

ต่อให้เขาปล่อยสกิลออกไปก็มีแต่จะทำร้ายตัวเองทั้งนั้น

เขาเป็นจอมเวทย์ก็จริงแต่ก็ไม่ได้หมายตวามว่าค่าต้านทานธาตุของเขาจะสูงตาม ในทางกลับกันค่าต้านทานธาตุของเขานั้นต่ำมาก! เนื่องจากความสามารถพิเศษที่ติดมากับอุปกรณ์สวมใส่ของเขาทำให้ค่าต้านทานธาตุของเขาติดลบเลยด้วยซ้ำ!

ขณะที่นักสู้คนอื่นๆกำลังล่าถอยนั้น ระเบิดเพลิงกลับเปิดใช้งานสกิล ‘อัสนีวาโย’ และพุ่งไปข้างหน้าแทน

เย่อู่ชิว ไป๋ชิงเหอ แบล็คและคนอื่นๆพากันร้องโวยวายออกมา

เวรแล้ว!

ทำไมจอมเวทย์อย่างเขาจู่ๆถึงพุ่งออกไปเล่า?!

พริบตาต่อมาระเบิดเพลิงก็พลันโยนสกิลพายุสายฟ้าออกไป!

พายุสายฟ้าที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางแปดเมตรเข้าปกคลุมร่างและวิญญาณของวิญญาณส่วนใหญ่เอาไว้

พายุสายฟ้านั้นคือสกิลAOEอันทรงพลังยิ่งในบรรดาเวทย์สายฟ้า

มันเผาผลาญพลังเวทย์ไม่มากนักแต่ขอบเขตความเสียหายกลับกว้างมาก นอกจากนี้ยังสร้างความเสียหายได้ถึงสองชุดต่อเนื่อง!

นักสู้อาชีพจอมเวทย์ตั้งแต่ขอบเขตที่6-9ล้วนสามารถใช้มันได้ เซี่ยงเทียนซิวเองก็ใช้ค่าประสบการณ์กับแก่นแท้ไปกับสกิลนี้ไม่น้อยและมักจะใช้มันเป็นสกิลประจำตัว

นักสู้ที่อยู่รอบๆต่างก็เห็นว่าความเสียหายละลอกแรกจากพายุสายฟ้านั้นสามารถสังหารวิญญาณเลเวล1ขอบเขตที่7ไปได้มากกว่าสิบตัว

สถานะเหน็บชาที่ติดมาด้วยทำให้ร่างของพวกมันจำนวนมากสั่นสะท้านและทรุดลงบนพื้น

จากนั้นพายุสายฟ้าก็ถล่มลงมาโอบล้อมพื้นที่รอบๆในรัศมีแปดเมตรเอาไว้

วิญญาณตนใดก็ตามที่เข้ามาในขอบเขตจะถูกไฟฟ้าช็อตในทันที หลังจากรับความเสียหายจากการถูกช็อตไปกว่าหกครั้ง พลังชีวิตของพวกมันก็แห้งเหือดและตายลงตรงจุดนั้น

แบล็คอ้าปากค้าง

นี่น่ะนะที่บอกว่าอ่อนแอ?

หมาป่าเงินเองก็โง่งมไปแล้ว

ไม่ใช่ว่าพวกนั้นบอกกันว่าสกิลประจำตัวของระเบิดเพลิงคือระเบิดเพลิงไม่ใช่รึไง?!

แล้วทำไมพายุสายฟ้านี่ถึงทรงพลังขนาดนี้!?

นี่มันเทียบได้กับพายุสายฟ้าของเซี่ยงเทียนซิวเลยนะ!

เมื่อนักสู้คนอื่นๆเห็นภาพนี้พวกเขาต่างก็พากันตกตะลึงเข้าไปใหญ่

หมอนี่เป็นนักสู้ขอบเขตที่7เหมือนพวกเขาจริงดิ?

ต่อให้บอกว่าเป็นนักสู้ขอบเขตที่8พวกเขาก็เชื่อนะเนี่ย!

ลู่หยวนเองก็ประหลาดใจกับผลลัพธ์ของพายุสายฟ้าเช่นกัน

อย่างไรก็ตามหลังจากลองดูสกิลกับอุปกรณ์สวมใส่ให้ดีๆเขาก็พอจะอุปมาได้คร่าวๆว่าทำไมผลลัพธ์ถึงออกมาแบบนี้

อย่างแรกเลยคือตัวเขานั้นทานไอเทมค่าสถานะไปเยอะมากจึงได้ค่าความเสียหายธาตุสายฟ้า+10%

อย่างที่สองคือสกิล ‘ราชันย์อสูรอัสนี’ ซึ่งคล้ายกับ ‘ความโกรธเกรี้ยวของราชันย์ปิศาจ’ เมื่อมันไม่ได้ใช้งานจะเพิ่มความเสียหายธาตุสายฟ้าให้กับเขา15%และเมื่อใช้งานจะเพิ่มความเสียหายธาตุสายฟ้าให้อีก25%

นอกจากนี้ตัวเขายังมีแหวนกับเครื่องประดับบางส่วนอีกด้วย

แม้ว่าพวกมันจะเป็นเพียงเกรดสีม่วงแต่ความสามารถนั้นนับว่าไม่เลวและสามารถเพิ่มความเสียหายธาตุสายฟ้าได้เช่นกัน

อย่างสุดท้ายและสำคัญที่สุดเลยก็คือ ‘ขยายเวทย์’ สกิลติดตัวที่ทำให้ยิ่งตัวเขาสวมใส่อุปกรณ์เกรดสีทองมากเท่าไหร่เวทย์มนตร์ก็ยิ่งทรงพลังมากเท่านั้น!

หลังจากความสามารถทั้งหลายซ้อนทับกันทำให้ความเสียหายธาตุสายฟ้าของเขา+เพิ่มถึง140%!

แน่นอนว่ามันยังไม่ทรงพลังเท่ากับธาตุไฟที่มีทั้งชุดเซ็ตเพลิงปิศาจ ตำราเพลิงผลาญ ความโกรธเกรี้ยวของราชันย์อสูร กายาอสูรและอื่นๆอีกมากมาย

อย่างไรก็ตามความเสียหายธาตุสายฟ้าเพิ่มเติมถึง140%นี้ก็มากพอจะข่มนักสู้อาชีพจอมเวทย์ขอบเขตที่7คนอื่นๆจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว

ผู้นำฝั่งกำแพงทิศตะวันออกเองก็เห็นเช่นกันจึงอดส่งเสียงเชียร์ออกมาไม่ได้

“น้องชายทำได้ดีมาก! กองพลก่อสร้างจะไม่ลืมผลงานของนายในวันนี้แน่นอน!”

“ทุกคนใช้โอกาสนี้อุดช่องว่างเอาไว้และไล่พวกวิญญาณลงไปจากกำแพงให้ได้!”

ผู้นำตะโกนบอกกับนักสู้คนอื่นๆ

มาถึงตรงนี้นักสู้คนอื่นๆถึงได้สติกลับมา สมาชิกของกองพลก่อสร้างหลายคนแบกโล่พุ่งขึ้นหน้าอย่างไม่ลังเลเพื่อเผชิญหน้ากับวิญญาณจำนวนมาก

ส่วนด้านหลังนั้น เหล่านักสู้ที่รู้สึกเบาใจลงมากต่างก็พากันปลดปล่อยสกิลที่มีทุกประเภทออกไป

เช่นนี้แล้วในที่สุดพวกเขาก็สามารถข่มพวกวิญญาณที่ปีนขึ้นมาบนกำแพงเอาไว้ได้ในที่สุด

อย่างไรก็ตามความผิดพลาดครานี้ทำให้มีนักสู้เสียชีวิตไปกว่า30คนและมีมากกว่า50คนที่ได้รับบาดเจ็บ ความเสียหายนี้แน่นอนว่าทำให้เกิดเงาทมิฬในใจของหลายๆคนบนกำแพง

หมาป่าเงินปาเวทย์มนตร์ออกไปเรื่อยๆขณะกระเถิบเข้าหาระเบิดเพลิง

“นายมีไพ่ตายซ่อนอยู่ลับหลังพวกเราอีกกี่ใบกันแน่? ทำไมฉันถึงรู้สึกว่านายซ่อนตัวได้ดียิ่งกว่าโล่วิญญาณซะอีก?” หมาป่าเงินกระซิบ “อย่าบอกนะว่านายยังเชี่ยวชาญเวทย์น้ำแข็งกับเวทย์พิษด้วยน่ะ?”

ระเบิดเพลิงยิ้ม “ผมไม่มีเวทย์พิษเลยซักบท”

“งั้นก็ดี....เดี๋ยวสิ นี่ไม่ใช่หมายความว่านายเชี่ยวชาญเวทย์น้ำแข็งด้วยงั้นหรอ?” ดวงตาของหมาป่าเงินเบิกกว้าง

ดูเหมือนข้อได้เปรียบเดียวของเขาคือเวทย์พิษ

เวรเอ๊ย!

แสงที่ส่องมาที่เขาก่อนหน้านี้ถูกระเบิดเพลิงแย่งไปจนหมดสิ้นแล้ว

การต่อสู้ดำเนินต่อไปเรื่อยๆจวบจนเวลาผ่านไปร่วมชั่วโมง

อย่างไรก็ตามจำนวนของวิญญาณใต้กำแพงเมืองกลับไม่ลดลงเลย

วิญญาณเหล่านี้ราวกับคลื่นน้ำ พวกมันพากันถาโถมเข้ามาละลอกแล้วละลอกเล่า

ผู้นำของกำแพงฝั่งทิศตะวันออกตรวจสอบสถานะการชาร์จพลังงานของหอคอยสายฟ้าและเอ่ยออกมาเสียงดังลั่น “อีกสิบนาทีหอคอยสายฟ้าทั้งสามจะชาร์จพลังงานเต็มแล้ว! ทุกคนพยายามเข้า พวกเราจะปล่อยให้พวกวิญญาณขึ้นมาอีกไม่ได้เด็ดขาด!”

ได้ยินข่าวดีนี้นักสู้ทุกคนต่างก็พากันโล่งอก

หอคอยสายฟ้านั้นสำคัญที่สุด

ตราบใดที่หอคอยสายฟ้าชาร์จพลังงานจนเต็มพวกเขาก็สามารถเริ่มการสังหารหมู่ได้ทันที เมื่อถึงตอนนั้นต่อให้อู้ซักหน่อยก็ไม่เป็นอะไร

หลินเซวียนเองก็สัมผัสได้ทันทีเลยว่าบรรยากาศบนกำแพงเมืองนั้นเปลี่ยนไปราวกับทุกคนผ่อนคลายขึ้น

ในเวลานี้เอง อสูรวิญญาณผสมพลันเปิดปากและส่งเสียงคำรามออกมาอย่างเงียบเชียบ

เสียงคำรามนี้กวาดไปทั่วทั้งสนามรบราวกับคลื่นที่มองไม่เห็น

เพียงพริบตาเดียววิญญาณทุกตัวก็ราวกับถูกฉีดเลือดไก่และความปรารถนาในการสังหารเองก็เพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่ง

พวกมันเลิกสนใจเป้าหมายที่อยู่เบื้องหน้า

คทาของจอมเวทย์ผู้หนึ่งถูกปัดหลุดออกจากมือและลำคอเองก็เปิดกว้างรอให้กงเล็บวิญญาณเชือดเฉือน หากแต่วิญญาณตนนี้กลับไม่สนใจ

ยิ่งไปกว่านั้นยังมีนักสู้อาชีพนักรบสองคนบังเอิญถูกโยนลงจากกำแพงเมืองหากแต่พวกเขากลับไม่ถูกฝูงวิญญาณรุมเขมือบ วิญญาณจำนวนมากพุ่งผ่านพวกเขาไปและแยกกันออกเป็นสามทิศทางด้วยเจตนาอันชัดแจ้ง

นั่นก็คือหอคอยสายฟ้าทั้งสามหอคอย!

ผู้นำกำแพงเตรียมการรับมือเอาไว้แล้ว สมาชิกที่ถูกฝึกมาอย่างดีของกองพลก่อสร้างคว้าโล่ออกมาตั้งด้านหน้าอย่างหนักแน่น

ร่างกายของพวกเขาคือปราการด่านสุดท้ายของหอคอยสายฟ้า!

อย่างไรก็ตามวิญญาณพวกนี้กลับไม่ได้ลงมือโจมตี กลับกันพวกมันกลับหยุดลงเบื้องหน้าสมาชิกของกองพลก่อสร้าง ในร่างของพวกมันนั้นราวกับมีพลังงานบ้าคลั่งบางอย่างพวยพุ่งอยู่

ผู้นำกำแพงทิศตะวันออกชะงักไป

แผนการต่อสู้แบบไหนกัน?

มันไม่เคยมีเรื่องอะไรแบบนี้เกิดขึ้นมาก่อน

หลินเซวียนเองก็ชะงักไปเช่นเดียวกันและเขาก็รีบใช้สกิลตรวจสอบขั้นสูงในทันที

“ระเบิดตัวเอง! หลบเร็ว!”

หลังจากเห็นสกิลของวิญญาณเหล่านี้หลินเซวียนก็คำรามออกมาทันที

ทันทีที่เขากล่าวจบ ร่างของวิญญาณพวกนั้นก็พลันขยายขนาดขึ้นราวกับลูกโป่ง

พริบตาต่อมาร่างของพวกมันก็ระเบิดเข้าใส่กำแพงเมืองอย่างรุนแรงราวกับลูกเกลี้ยง!

[ระเบิดตัวเอง : เผาผลาญพลังชีวิตทั้งหมดของตัวเองเพื่อสร้างความเสียหายเวทย์มนตร์300%ในรัศมี5เมตรรอบตัว!]

เย่อู่ชิวพึมพำ “ที่ผ่านมา..พวกวิญญาณไม่เคยระเบิดตัวเองมาก่อนเลยนะ”

ปัง ปัง ปัง!

สมาชิกของกองพลก่อสร้างซึ่งถือโล่มหึมาเอาไว้กลับไม่อาจต้านทานได้และถูกการระเบิดตัวเองของวิญญาณจำนวนมากเป่าจนกระจายเป็นชิ้นเนื้อ

อย่างไรก็ตามกลับไม่มีใครล่าถอยเลยแม้แต่คนเดียว

พวกเขายังคงขวางวิญญาณเหล่านี้เอาไว้ด้วยร่างกายของตัวเองอย่างหนักแน่น

ดวงตาของผู้นำกำแพงเองก็แดงก่ำราวกับบ้าคลั่งไปแล้ว เขาสบถด่าออกมาอย่างรุนแรง “ยังชาร์จไม่เสร็จอีกหรอวะ? ยังอีกหรอ!? ไอ้หอคอยสายฟ้าเฮงซวย!”

นักสู้ระดับต่ำที่กำลังยัดถ่านหินเข้าไปในหม้อไอน้ำของหอคอยสายฟ้าต่างปรารถนาว่าตนจะมีแขนซักแปดข้างและพยายามใช้ทุกวิถีทางเพื่อโยนถ่านหินเข้าไปให้ไวที่สุด

หากแต่พวกเขากลับทำเช่นนั้นไม่ได้

เมื่อคืนนี้หอคอยสายฟ้าทั้งสามพึ่งจะถูกใช้เพื่อต้านทานคลื่นอสูรขนาดกลางไปหมาดๆ มันจึงเหลือพลังงานเพียง10%เท่านั้นและถ่านหินเองก็ใกล้จะหมดเต็มที

เช้ามืดวันนี้ถ่านหินชุดใหม่ก็พึ่งจะมาส่ง!

ต่อให้นักสู้ระดับต่ำพวกนี้พยายามกันหนักมากแล้วแต่อัตราการชาร์จพลังงานก็ยังเป็นไปอย่างเชื่องช้าอยู่ดี

ยิ่งไปกว่านั้นหอคอยสายฟ้าชุดนี้ยังเป็นผลงานชิ้นแรกๆของหว่านโหยวซีอีกด้วย มันจึงมีข้อผิดพลาดในการออกแบบอยู่มากซึ่งก็คือมันจำเป็นต้องชาร์จพลังงานให้เต็มก่อนถึงจะใช้งานได้!

หอคอยสายฟ้าที่ดีกว่านี้ถูกมอบให้กับโคโลนี่หมายเลข1กับหมายเลข2ก่อน หอคอยที่อยู่ในโคโลนี่หมายเลข3จึงเป็นเพียงผลงานต้นแบบ

หว่านโหยวซีอยากจะสร้างหอคอยสายฟ้าออกมามากกว่านี้แต่วัตถุดิบที่จำเป็นนั้นหายากอย่างยิ่ง บ้างก็หาได้แค่ในโบราณสถานคุนหลุนและบ้างก็ต้องอิมพอร์ทเข้ามาจากแดนลับที่อยู่ภายใต้การควบคุมของภาคีอัศวินแห่งความจริงและสมาคมผู้ปลดปล่อยโลกา

อย่างไรก็ตามในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้เนื่องจากความแข็งแกร่งโดยรวมของกองพลก่อสร้างเพิ่มขึ้นมากทำให้ความสัมพันธ์กับภาคีอัศวินและสมาคมผู้ปลดปล่อยนั้นย่ำแย่ลง การนำเข้าวัตถุดิบจึงถูกตัวขาดซึ่งก็ทำให้หว่านโหยวซีไม่อาจสร้างหอคอยสายฟ้าขึ้นมาได้อีก

โคโลนี่หมายเลข3ของบรรพตเสี้ยววิญญาณจึงมีเพียงหอคอยตัวต้นแบบเหล่านี้เท่านั้น

ปัง ปัง ปัง!

การระเบิดตัวเองของวิญญาณยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เหล่านักสู้ต่างไม่กล้าเข้าห้ำหั่นกับวิญญาณบ้าบิ่นพวกนี้ซึ่งๆหน้าและพากันล่าถอยโดยไม่รู้ตัว

หอคอยสายฟ้าเองก็ได้รับผลกระทบจากการระเบิดตัวเองเช่นกัน กำแพงด้านนอกเองก็ถูกเป่าจนเป็นเศษหินและการชาร์จพลังงานเองก็เริ่มไม่เสถียร

เย่อู่ชิว ไป๋ชิงเหอและคนอื่นๆสบตามองกันและรีบรุดหน้าไปสนับสนุน

หลินเซวียนเองก็รีบพุ่งไปเช่นกัน “มีวิธีอื่นที่สามารถเพิ่มความเร็วในการชาร์จพลังงานของหอคอยสายฟ้าได้รึเปล่า?!”

หลินเซวียนทรงพลังมากก็จริงอยู่แต่เขาก็รู้ดีว่าเขาไม่มีทางต้านทานวิญญาณจำนวนมากขนาดนี้ได้เพียงลำพังแล้วก็รู้ด้วยว่าตัวเขาไม่มีทางช่วยคนอื่นได้ อย่างมากที่สุดที่ทำได้ก็คือหนีไปคนเดียว

ถ้าพวกเขาอยากจะให้ทุกคนรอดพวกเขาก็ต้องคิดหาวิธีชาร์จพลังงานหอคอยสายฟ้าให้ได้ ไม่อย่างนั้นแล้วโคโลนี่หมายเลข3คงได้พังทลายลงในคืนนี้นี่แหละ!

“ใช้ไอเทมที่นายได้จากแดนลับไงล่ะแต่พวกมันต้องมีคุณสมบัติธาตุสายฟ้านะและอย่างน้อยก็ต้องเป็นเกรดสีม่วงด้วย! ถ้าเกรดสีทองก็ยิ่งดี!”

หลินเซวียนพลันนึกถึงศิลาไขกระดูกสายฟ้าซึ่งเขาได้มาจากภูเขาอัสนีร่วงขึ้นมา

เมื่อเย่อู่ชิวและคนอื่นๆได้ยินดังนี้พวกเขาจึงพากันนำศิลาไขกระดูกสายฟ้าออกมาจากอุปกรณ์เก็บของอย่างไม่ลังเล “พวกเราจะกันตรงนี้เอาไว้เอง รีบไปเติมพลังงานที่เตาปฏิกรณ์เถอะ”

หลินเซวียนพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ทนกันเอาไว้ก่อนนะ!”

เขากระโดดลงจากกำแพงเมืองและวิ่งตรงไปยังเตาปฏิกรณ์ในทันที