ตอนที่ 117

ทุกคนลุกพรวดขึ้นทันที

หมาป่าเงินยกมือขึ้นเกาหัว “ไม่ใช่พวกนั้นบอกกันว่าเมื่อวานนี้มีคลื่นอสูรขนาดกลางไปแล้วรึไง? พูดตามปกติแล้วมันควรจะมีคลื่นอสูรขนาดกลางทุกสามถึงห้าวันสิ นี่พึ่งจะจะผ่านมาได้วันเดียวเอง”

แบล็คเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่แยแส “ไม่นานมานี้บรรพตเสี้ยววิญญาณเกิดการเปลี่ยนแปลงแปลกๆขึ้นหลายอย่าง จำนวนของคลื่นอสูรเองก็ถี่ขึ้นด้วยดังนั้นถือว่าสมเหตุสมผล”

ไป๋ชิงเหอเอ่ยเสียงเข้ม “รีบไปสนับสนุนที่กำลังทิศตะวันออกที่ใกล้ที่สุดเถอะ”

คนอื่นๆพยักหน้าและจัดเก็บอาหารและน้ำดื่มที่ยังทานไม่เสร็จเอาไว้ในอุปกรณ์เก็บของ จากนั้นพวกเขาก็ผลักประตูเดินออกไปจากห้อง

เมื่อพวกเขาเดินออกมาจากห้องก็พบกับเหล่านักสู้ตื่นตระหนกที่กำลังเร่งรีบออกมาจากห้องกัน

บางคนก็ออกมาทั้งๆที่ยังไม่ทันได้ใส่กางเกงด้วยซ้ำ

บางคนก็มีคราบน้ำมันพริกสีแดงๆติดอยู่เต็มปาก

นักสู้บางคนกระทั่งว่าดวงตายังง่วงงุนอยู่เลยด้วยซ้ำ พวกเขารีบรุดออกมาจากห้องพร้อมกับไม้กวาดในมือและตะโกนออกมาในชุดนอน “ได้เวลาสร้างชื่อแล้วโว้ย!” จากนั้นเขาก็ตรงไปยังกำแพงทิศตะวันออกในทันที

นักสู้ส่วนใหย่เหล่านี้เป็นพลเรือนและไม่ได้ผ่านการฝึกฝนระดับสูงมา

ในทางกลับกันสมาชิกของกองพลก่อสร้างนั้นจะอยู่อาศัยอีกที่หนึ่ง

เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนพวกเขาทุกคนก็รีบแต่งองค์ทรงเครื่องในเวลาไม่กี่สิบวิและเร่งรุดออกจากห้องอย่างพร้อมเพรียง จากนั้นพวกเขาก็จับกลุ่มและมุ่งตรงไปยังกำแพงทิศตะวันออกอย่างเป็นระเบียบ

ระหว่างทางนั้นกลุ่มนักสู้พลเรือนเองก็เปิดทางให้กับพวกเขาอย่างรู้งาน

หลินเซวียนและคนอื่นๆตามหลังสมาชิกของกองพลก่อสร้างเหล่านี้ไปและไม่นานนักก็ปีนขึ้นมาถึงด้านบนของกำแพงทิศตะวันออก

เมื่อยืนอยู่เหนือกำแพงแล้วหลินเซวียนจึงก้มหน้ามองลงไปด้านล่าง สิ่งเดียวที่เขาเห็นคือจุดแสงสีเขียวอ่อนละลานตา

แน่นอนว่าหากมองดูดีๆมันไม่ใช่จุดสีเขียวหากแต่เป็นดวงตาที่เรืองแสงในความมืด!

ถัดลงมาจากดวงตาเหล่านี้ จมูกและปากเองก็แทบไม่แตกต่างจากมนุษย์

ภายใต้แสงดาราเบาบาง หลินเซวียนพบว่าร่างกายของพวกมันนั้นดูมายาราวกับลอยอยู่ในอากาศ

แน่นอนว่านอกจากวิญญาณรูปแบบมนุษย์แล้วก็มีวิญญาณรูปแบบอสูรอยู่มากเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตามสิ่งที่แปลกก็คือวิญญาณเหล่านี้รวมตัวกันมาจากทางเดียวกันและเข้าล้อมโคโลนี่หมายเลข3เอาไว้หากแต่กลับไม่ยอมโจมตีราวกับกำลังรออะไรบางอย่าง

นักสู้ที่ยืนอยู่บนกำแพงเกิดความรู้สึกกลัวขึ้นมาเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ เมื่อจับจ้องไปยังดวงตาจำนวนมากที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่าและมุ่งร้ายเหล่านั้นทุกคนก็พลันรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาหน่อยๆ

ความรู้สึกราวกับว่าเรื่องร้ายๆกำลังจะเกิดเข้าเกาะกุมจิตใจของพวกเขาเอาไว้

“วิญญาณหรอ?” หลินเซวียนมึนงงไปชั่วขณะ

เขาไม่คิดเลยว่าพวกที่โจมตีเมืองหนนี้จะเป็นอสูรประเภทนี้

เย่อู่ชิวที่ยืนอยู่ข้างๆ เมื่อเห็นว่าเขาประหลาดใจนิดหน่อยจึงเริ่มอธิบายออกมา “ถูกต้องอสูรพวกนี้คือวิญญาณ พวกมันถือได้ว่าค่อนข้างพิเศษในบรรพตเสี้ยววิญญาณ”

แบล็คเองก็เอ่ยอย่างขอไปที “วิญญาณจะไม่ปรากฏตัวในช่วงกลางวัย พวกมันจะซ่อนตัวอยู่ลึกลงไปใต้ดินหรือในอาคารร้างที่ปราศจากแสงอาทิตย์ อย่างไรก็ตามทุกค่ำคืนพวกมันมักจะรวมตัวกันเพื่อเข้าโจมตีโคโลนี่ที่มนุษย์อยู่อาศัย”

หลินเซวียนขมวดคิ้วเล็กน้อย

อสูรที่เขาเคยเจอที่ผ่านมานั้นอย่างน้อยก็ยังมีร่างกาย นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาต้องสู้กับอสูรที่กระทั่งร่างกายก็ยังไม่มี

ยิ่งไปกว่านั้นจำนวนของพวกมันไม่ใช่ว่าเยอะเกินไปหน่อยรึไง?

อย่างน้อยก็มีสองหมื่นเห็นจะได้

ไกลออกไปนั้นก็ดูเหมือนจะมีจุดแสงสีเขียวอ่อนเข้ามาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

และนี่เป็นเพียงคลื่นอสูรขนาดกลางเนี่ยนะ?

ถ้างั้นคลื่นอสูรขนาดใหญ่จะเป็นยังไง?

หลินเซวียนรู้สึกเหมือนสัมผัสได้รางๆว่ากองพลก่อสร้างนั้นต้องเผชิญกับแรงกดดันหนักหนาเพียงใด

ในอดีตนั้นเขารู้สึกเพียงว่ากองพลก่อสร้างมีคนมากและมีธุรกิจขนาดใหญ่ในครอบครอง การพึ่งพิงกองพลก่อสร้างจึงเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับเขา

ยิ่งไปกว่านั้นนี่เป็นเพียงแดนลับบรรตเสี้ยววิญญาณเล็กๆเพียงเท่านั้น

การต่อสู้ในเมืองบาดาลนั้นอย่างน้อยก็ต้องน่าอดสูกว่าสถานการณ์ในบรรพตเสี้ยววิญญาณนับสิบเท่า อสูรที่ปรากฏตัวที่นั่นมีแต่จะน่าสะพรึงยิ่งกว่าอสูรในบรรพตเสี้ยววิญญาณ

ไม่อย่างนั้นแล้วกองพลก่อสร้างคงไม่เสี่ยงชีวิตจัดแจงกำลังพลไปยังเมืองบาดาลเป็นแน่ ไม่ว่ายังไงพวกเขาก็ต้องหยุดการปะทุของอสูรจากเมืองบาดาลให้จงได้

นอกจากแดนลับอย่างบรรพตเสี้ยววิญญาณกับเมืองบาดาลแล้วพวกเขายังต้องจับตามองสายตาอันละโมบโลภมากขององค์กรอื่นที่มองมาอีกด้วย

เมื่อผ่านไปได้ซักพักพวกเขาก็ต้องทุบตีองค์กรบางแห่งที่ข้ามเส้น ไม่อย่างนั้นแล้วองค์กรพวกนั้นคงหมายจะเสี่ยงโชคดูสักครั้ง

ผู้อำนวยการของกองพลก่อสร้างที่รับผิดชอบกำแพงทิศตะวันออกตะโกนออกมา “ทุกคนใครก็ตามที่มีสกิลโจมตีระยะไกลสามารถเปิดฉากโจมตีได้เลย ฆ่าให้มากที่สุดเท่าที่จะฆ่าได้!”

เหล่านักสู้พากันเปิดฉากโจมตีทันทีเมื่อได้ยินเช่นนี้

สกิลหลากหลายประเภทหลากหลายสีสันปลิวว่อนออกจากเมือง

อย่างไรก็ตามไม่ว่าพวกเขาจะโจมตีไปเท่าไหร่ วิญญาณเหล่านั้นก็ยังคงไร้อารมณ์เช่นเดิม

ภายใต้การโจมตีละลอกแรกก็มีวิญญาณนับร้อยตัวแล้วที่ตกตายไปในทันที

แต่วิญญาณแนวหลังก็เข้ามาเติมเต็มช่องว่างในชั่วพริบตา

หากดูจากด้านบนกำแพงแล้วจะเหมือนว่าการโจมตีละลอกเมื่อครู่นั้นแท้จริงแล้วยังไม่ได้ถูกปล่อยออกไปด้วยซ้ำ

นักสู้บางคนที่เพิ่งจะมาถึงบรรพตเสี้ยววิญญาณพลันเผยสีหน้าสยดสยองก่อนจะพึมพำออกมา “พวกเราจะสู้กับพวกมันได้ยังไงกัน?”

ผู้ดูแลของกองพลก่อสร้างตะโกนลั่น “ทุกคนอย่าตื่นตระหนก วิญญาณมีจำนวนมากก็จริงแต่ด้วยกำแพงเมืองพวกเราสามารถขวางพวกมันเอาไว้ได้อย่างแน่นอน!”

“นอกจากนี้เนื่องจากจู่ๆก็เกิดคลื่นอสูรทำให้หอคอยสายฟ้าจำเป็นต้องใช้เวลาในการสะสมพลังงาน โปรดช่วยกันซื้อเวลาให้กับหอคอยสายฟ้าด้วย!”

หลินเซวียนหันไปมองและพบกับหอคอยหินสูงสามเมตรสามต้นบนกำแพงทิศตะวันออก

“หอคอยสายฟ้า?”

หลินเซวียนใช้สกิลตรวจสอบขั้นสูงและสามารถเห็นข้อมูลของสิ่งนั้นได้ในพริบตา

[ชื่อ : หอคอยสายฟ้า]

[ระดับ : เลเวล3ขอบเขตที่7]

[เกรด : หายากสีฟ้า]

[ความสามารถที่1 : เผาผลาญพลังงาน1%เพื่อปลดปล่อยโซ่สายฟ้าที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง3เมตรออกมา สร้างความเสียหายธาตุสายฟ้า120%]

[ความสามารถที่2 : เผาผลาญพลังงาน5%เพื่อปลดปล่อยสุดยอดโซ่สายฟ้าที่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง10เมตรออกมา สร้างความเสียหายธาตุสายฟ้า300%และทำให้ทุกเป้าหมายในระยะ50เมตรติดสถานะตาบอดเป็นเวลา5วินาที]

[ความสามารถที่3 : ในโหมดเตรียมพร้อมจะเผาผลาญพลังงาน10หน่วยต่อชั่วโมง เมื่อเข้าโหมดต่อสู้จะเผาผลาญพลังงาน100หน่วยต่อชั่วโมง สามารถเติมเชื้อเพลิงเพื่อเร่งการชาร์จพลังงานได้เช่น ถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติและอื่นๆซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นพลังงานได้ คลิ๊กเพื่อดูเพิ่ม]

[คำอธิบาย : ผลิตภัณฑ์จากจ้าวแห่งหอคอยป้องกัน - หว่านโหยวซี ถูกและดี]

หลินเซวียนประหลาดใจเล็กน้อย

กลับกลายเป็นว่ามันถูกสร้างขึ้นมาโดยหัวหน้าของกองพลก่อสร้างนี่เอง ไม่แปลกใจเลยที่ทรงพลังขนาดนี้

เย่อู่ชิวเอ่ยเสียงเข้ม “หอคอยสายฟ้ากินพลังงานค่อนข้างมากและไม่สามารถเปิดใช้งานกับคลื่นอสูรขนาดเล็กได้ ผู้รับผิดชอบโคโลนี่หมายเลข3คงจะไม่คิดว่าคลื่นอสูรขนาดเล็กประจำวันนี้จะกลับกลายเป็นคลื่นอสูรขนาดกลาง ดังนั้นมันจึงต้องใช้เวลาอีกซักพักในการเติมพลังงาน”

กล่าวจบเย่อู่ชิวก็พลันจับจ้องมองออกไปเบื้องล่างและกระซิบเสียงแผ่ว

“พวกพี่เบิ้มมากันแล้ว”

หลินเซวียนเองก็มองตามไปและพลันพบเข้ากับจุดแสงสีสว่างเป็นพิเศษสองจุดที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ท้ายที่สุดเมื่ออยู่ห่างออกไปจากกำแพงเมืองได้ราว300เมตรมันก็หยุดลง

จุดแสงคู่นั้นมีขนาดเท่ากับถังน้ำเลยทีเดียว

พริบตาที่แสงจันทร์สาดส่องผ่านหมู่เมฆและกระทบกับเงาร่างนั้น ทำให้หลินเซวียนมีโอกาสได้เห็นลักษณะที่แท้จริงของมัน

มันคือวิญญาณหน้าตาน่าเกลียดที่มีขนาดตัวสูงกว่าเจ็ดเมตร

เหตุผลที่ว่าทำไมมันน่าเกลียดนั้นหลินเซวียนไม่รู้จะหาคำอธิบายอะไรมาอธิบายตัวตนของวิญญาณตนนี้ดี

มันไม่ได้ดูเหมือนเผ่าพันธุ์อะไรเลย

ไม่ใช่ทั้งรูปแบบมนุษย์ นกหรืออสูร

หัวของมันเป็นหมาป่า

มันมีร่างกายมนุษย์และใบหน้ามนุษย์ตรงหน้าอกแต่ปากของใบหน้ามนุษย์นี้กลับมีลิ้นงูแล่บออกมา

ในบรรดาแขนทั้งสี่ข้างของมัน สองข้างเป็นแขนมนุษย์และอีกสองข้างเป็นกงเล็บหมาป่า

ส่วนหางนั้นคงไม่อาจเรียกหางได้เต็มปากแต่ต้องเรียกว่างูเหลือมครึ่งท่อน

ราวกับเป็นวิญญาณที่ประกอบขึ้นมาจากหมาป่า มนุษย์และงูเหลือมซึ่งถูกตัดออกและปะติดเข้าด้วยกัน

หมาป่าเงินรู้สึกหนาวสันหลังขึ้นมา “วิญญาณตัวนี้ก็เกิดขึ้นตามธรรมชาติงั้นหรอ?!”

แบล็คยักไหล่ “ก่อนนี้เมื่อตอนที่ฉันมาเก็บเลเวลที่บรรพตเสี้ยววิญญาณ ก็เป็นวิญญาณประเภทนี้แหละที่ทำตัวเป็นหัวหน้าและนำวิญญาณตนอื่นเข้าโจมตี”

“พวกมันทั้งหมดคือราชันย์แดนลับ ในเมื่อพวกมันมาแล้วก็หมายความว่าวิญญาณเหล่านั้นเตรียมพร้อมแล้วและกำลังจะเข้าโจมตี”

เป็นดังคาด

หลังจากอสูรวิญญาณผสมปรากฏตัว วิญญาณที่ยืนนิ่งติดกับพื้นด้วยใบหน้ามึนงงจู่ๆก็ดูราวกับจะได้รับสัญญาณบางอย่าง พวกมันกลายเป็นดุร้ายขึ้นมาในชั่วพริบตาและพากันกระโจนเข้าใส่กำแพงเมือง

การต่อสู้อุบัติขึ้นในพริบตา!

เนื่องจากพลังป้องกันกายภาพของวิญญาณพวกนี้สูงมาก นักสู้หลายคนจึงไม่มีทางเลือกได้แต่ต้องใช้เวทย์และสกิลธาตุในการโจมตี

สิ่งนี้ทำให้นักสู้ที่มุ่งเน้นไปที่ความสามารถในการสร้างความเสียหายกายภาพต้องบ่นอุบ

หลินเซวียนทำการแยกประสาท ร่างหลักของเขาถือโล่และคอยประคับประคองสถานการณ์ ส่วนระเบิดเพลิงที่เป็นร่างแยกก็คอยใช้งานระหว่างระเบิดเพลิงกับบอลเพลิง

ไม่ไกลจากเขานักเป็นหมาป่าเงิน

หมาป่าเงินในเวลานี้กำลังสำแดงความแข็งแกร่งของจอมเวทย์ธาตุออกมา

แม้ว่าเขาจะเสียเวลาไปมากจากการเป็นสปายอยู่ในองค์กรเจอร์มินอลและล้มเหลวในการเลื่อนขั้นอย่างสมบูรณ์แบบมาหลายครั้งแต่ตอนนี้เขาก็ยังโอเคอยู่ ยังไงซะจอมเวทย์ธาตุก็เป็นอาชีพเกรดสีม่วงซึ่งก็มีส่วนช่วยเขาได้มาก

ในเวลานี้หมาป่าเงินปาสกิลทั้งสี่ธาตุออกไปรัวๆไม่ว่าจะเป็นไฟ น้ำแข็ง สายฟ้าและพิษ

เวทย์ธาตุทั้งสี่นั้นสังหารวิญญาณได้ชะงัดนัก

ในเวลาสั้นๆพื้นที่รูปพัดรัศมี5เมตรข้างหน้าหมาป่าเงินก็ถูกกวาดจนเกลี้ยง

วิญญาณตนใดที่เขามาในบริเวณนี้จะถูกสังหารในชั่วพริบตา

นักสู้ที่อยู่รอบๆพากันประหลาดใจ

เจ้าหมอนี่สุดยอดมาก!

เขาเชี่ยวชาญเวทย์ธาตุทั้งสี่ธาตุเลยงั้นหรอ? ผู้เชี่ยวชาญชัดๆ!

อาชีพจอมเวทย์คนอื่นๆอิจฉายิ่งกว่า

ในฐานะจอมเวทย์แล้วพวกเขาย่อมรู้ดีว่าการเรียนรู้เวทย์ธาตุทั้งสี่ประเภทในเวลาเดียวกันนั้นยากเพียงใด

กระทั่งผู้รับผิดชอบกำแพงทิศตะวันออก สมาชิกเลเวล9ขอบเขตที่7ของกองพลก่อสร้างเองก็ยังมองมาและเอ่ยชื่นชม “นักสู้คนนั้นไม่เลวเลย ทุกคนเรียนรู้จากเขาเอาไว้”

หมาป่าเงินหัวเราะ “ชมกันเกินไปแล้ว”

เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาจากทุกทิศทางเขาก็พลันรู้สึกดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“เฮ้ยๆๆ หยุดเก๊กได้แล้วมั้ง?” แบล็คแค่นเสียง

หมาป่าเงินแค่นเสียงและถามกลับ “นายฆ่าไปเท่าไหร่แล้วล่ะ? เทียบกับฉันได้ไหม? ในฐานะของสมาชิกกองพลก่อสร้างแล้วทั้งหมดทั้งมวลนั้นขึ้นอยู่กับแต้มบุญล้วนๆ! ไม่มีแต้มบุญนายจะยังดื้อดึงต่อหน้าฉันได้อีกเรอะ?!”

แบล็คกัดฟันแน่น

หมาป่าเงินยิ่งยิ้มกว้างขึ้นไปอีกเมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้

ปกติแล้วจะเป็นฝ่ายแบล็คที่ปากเสียใส่เขา ตอนนี้เขาได้โอกาสตอบโต้คืนไปบ้างจึงรู้สึกลำพองใจไม่น้อย

แบล็คแค่นเสียง “อย่าดีใจเร็วไป เมื่อไหร่ที่ระเบิดเพลิงเริ่มโจมตีสายตาอิจฉาพวกนั้นก็จะไม่จับจ้องมาที่นายอีกต่อไป”

หมาป่าเงินดูเหมือนจะรู้เรื่องนี้เช่นนี้เขาจึงหัวเราะออกมา “ฉันด้อยกว่าหมอนั่นแค่เรื่องเวทย์ไฟเท่านั้น ยังไงก็ตามฉันเชี่ยวชาญทั้งสายฟ้า น้ำแข็งและพิษ โดยรวมแล้วฉันไม่ด้อยกว่าแน่นอน”

จากนั้นเขาก็กระแอมออกมาและกระซิบเบาๆ “ยิ่งไปกว่านั้นนายลืมไปแล้วรึไง? อาจารย์เตือนพวกเราแล้วว่าอย่าใช้สกิลที่ใช้ประจำเพราะอาจจะถูกเผยไต๋ได้ แน่นอนว่าระเบิดเพลิงย่อมไม่มีทางใช้ระเบิดเพลิงได้แบบต่อเนื่อง”

เวทย์ประจำตัวของระเบิดเพลิงก็คือระเบิดเพลิง แม้ว่านักสู้อาชีพจอมเวทย์หลายคนจะมีสกิลนี้แต่ก็มีโอกาสเป็นไปได้สูงมากที่ระเบิดเพลิงจะถูกพวกสปายที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดจำได้ถ้าเขาใช้มันถี่เกินไป ยังไงซะความอันตรายของระเบิดเพลิงถี่ยิบนี้ก็สูงมากจริงๆ

สีหน้าของแบล็คเปลี่ยนไปเล็กน้อย

สิ่งที่หมาป่าเงินเอ่ยออกมานั้นคือความจริง ถ้าอีกฝ่ายไม่ใช่ระเบิดเพลิงเขาก็ย่อมไม่ได้เปรียบซักเท่าไหร่นัก

เชี่ย...เจ้าหมาป่าเงินนี่คงได้โอกาสแสดงฝีมือเต็มที่เลยสินะ!

อย่าบอกนะว่าจุดเด่นของกำแพงทิศตะวันออกจะตกไปอยู่ในมือของหมาป่าเงินจริงๆ?

แบล็คฟันใส่วิญญาณที่ปีนขึ้นมาบนกำแพงและค่อยๆกระเถิบเข้าไปหาระเบิดเพลิงก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงเบา “ช่วยอะไรฉันหน่อยได้ไหม?”

หลินเซวียนชะงัก ทำไมจู่ๆแบล็คถึงมาขอให้เขาช่วยในเวลาแบบนี้กันล่ะเนี่ย?

เขาถามผ่านร่างแยกในทันที “มีอะไรให้ผมช่วยงั้นหรอ?”

แบล็คแค่นเสียง “ดูนั่นสิเจ้าหมาป่าเงินนั่นกำลังรู้สึกผยองเต็มแก่ ถ้ามีหางคงจะแกว่งไปแกว่งมาไม่หยุดไปแล้ว ฉันอยากให้นายแย่งความเด่นมาจากหมอนั่นด้วยความแข็งแกร่งของนาย!”

กล่าวจบเขาก็ถามออกมาด้วยท่าทีลังเล “นายใช้ระเบิดเพลิงไม่ได้แต่เวทย์อย่างอื่นล่ะ? พอจะข่มหมอนั่นได้ไหม?”

หลินเซวียนหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ เหตุผลอะไรกันเนี่ย?

หมาป่าเงินกับแบล็คนนี้ดูเหมือนจะเป็นสหายที่ดีต่อกันแท้ๆ

แม้คำขอของแบล็คจะฟังดูยุ่งยากแต่ระเบิดเพลิงก็ยังพยักหน้ารับคำ “ย่อมได้แต่เวทย์อย่างอื่นของผมมันด้อยกว่าเวทย์ไฟอยู่นิดหน่อยนะ”