บนกำแพงทิศตะวันตก
จางเผิง หยางเหว่ยและโม่หยวนเดิมทียังคงพูดคุยกับหลินเซวียนอยู่ด้วยความเกียจคร้าน
ทันใดนั้นเองกระแสลมรุนแรงหอบหนึ่งก็พัดมาเข้าใส่ใบหน้าของพวกเขาจนรู้สึกชาไปทั้งหน้า
เมื่อพวกเขาได้สติก็พบกับเงาร่างผอมเพรียวของผู้จัดการหมายเลข3ที่มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าแล้ว
ใบหน้าที่ทั้งเย่อหยิ่งและเย็นชานั้นมองมาที่พวกเขาด้วยสายตาดูถูก
คนทั้งสามพลันเกิดความรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา
“ขยะ! องค์กรเจอร์มินอลเลี้ยงดูพวกแกมาตั้งนาน ไร้ค่าเสียจริง!”
ผู้จัดการหมายเลข3ก่นด่าเสียงเย็น
สีหน้าของคนทั้งสามแดงก่ำขึ้นมาทันที ถึงแม้พวกเขาจะโดนด่าแต่พวกเขาก็ไม่กล้าตอบโต้
หลินเซวียนที่ยืนอยู่บนกำแพงเมืองทิศตะวันตกหรี่ตาลง
“ด้วยร่างอวตารฝึกฝนสองร่างในถ้ำพิษเสื่อมสลายกับร่างอวตารที่เหลือในภูเขาปิศาจชั้นต่ำ ฉันเลยสะสมค่าประสบการณ์ได้เป็นพันล้านแต้มแล้ว แต่ค่าประสบการณ์เท่านี้เพิ่มระดับนักสู้ได้แค่เลเวลเดียวเท่านั้นถ้างั้นก็เพิ่มระดับนักสู้เถอะ ค่าสถานะ8แต้มก็เพิ่มไปที่ค่าความอดทนให้หมด”
หลินเซวียนพึมพำคำว่า ‘เพิ่มระดับ’ ทำให้ระดับของเขาเพิ่มขึ้นเป็นเลเวล2ขอบเขตที่6
ทันทีที่ผู้จัดการหมายเลข3มาถึง หลินเซวียนก็หวนนึกไปถึงค่าความเร็ว389แต้มของเขาอีกฝ่ายที่เขาเห็นในคืนนั้น
ค่าสถานะระดับนั้นทำให้ผู้อื่นรู้สึกราวกับแผ่นหลังถูกเจาะทะลุก็ไม่ปาน
“ระเบิดเพลิงฉันมาที่นี่เพื่อฆ่าแก”
หลังจากก่นด่าจางเผิงและอีกสองคนไปแล้ว ผู้จัดการหมายเลข3ก็ดึงดาบพิษเหมันต์ออกมาจากอุปกรณ์เก็บของและชี้ไปที่หลินเซวียนที่อยู่ห่างออกไปก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
ปัง!
หมายเลข3กระทืบเท้าลงบนพื้นเพื่อดีดตัวขึ้นไปบนกำแพง หลินเซวียนแน่นอนว่าย่อมไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายปีนกำแพงขึ้นมาได้ง่ายๆแบบนั้น
เขาใช้ระเบิดเพลิงในทันที
ตูม!
ระเบิดเพลิงเข้าเป้าอย่างง่ายดายพร้อมๆกับเงาร่างของอีกฝ่ายที่ภูกเปลวเพลิงเจิดจ้ากลืนหายไป
จางเผิงและอีกสองคนแสดงสีหน้ามึนงง ผู้จัดการหมายเลข3ถูกโจมตีง่ายขนาดนี้เชียว? เป็นไปไม่ได้
หลินเซวียนใช้สกิลวงแหวนเพลิงออกมาตามสัญชาตญาณ
ฮึ่ม!
เสียงคำรามในลำคอดังมาจากทางด้านหลังของเขาห่างไปเพียงสามเมตร
จากนั้นมวลอากาศบริเวณนั้นก็พลันสั่นไหวเล็กน้อยและค่อยๆปรากฏร่างมนุษย์โผล่ออกมา
หลินเซวียนเข้าใจในทันที
ที่โดนระเบิดเพลิงเข้าไปเมื่อกี้คือร่างแยกของหมายเลข3เท่านั้น
หมายเลข3ตัวจริงปีนขึ้นมาบนกำแพงได้ซักพักแล้วและหมายจะโจมตีเขาจากทางด้านหลังในชั่วพริบตา
“ระเบิดเพลิง!”
หลินเซวียนแน่นอนว่าย่อมไม่งกพลังเวทย์ที่มี เขาพลิกมือและเรียกใช้งานระเบิดเพลิงอีกครั้ง
ผู้จัดการหมายเลข3ใช้สกิลย่างก้าวสายลมเพื่อเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ทำให้หลีกเลี่ยงการโจมตีนี้ไปได้
ยังไงก็ตามครั้งนี้เขากลับพบว่าระยะสร้างความเสียหายของระเบิดเพลิงมันกว้างขึ้นกว่าเดิมมาก!
เขาเร่งความเร็วและหลบหนีออกมาจากระยะระเบิดของระเบิดเพลิงแล้วชัดๆแต่กลับยังโดนความเสียหายอยู่และพลังชีวิตเองก็ลดลงไปถึง10%
“ความแข็งแกร่งของเวทย์ไฟของเจ้านี่เพิ่มขึ้นอีกแล้ว...” ผู้จัดการหมายเลข3ขมวดคิ้วมุ่น
ทำได้ยังไงกัน? นี่มันเพิ่งผ่านมานานเท่าไหร่เอง? ความแข็งแกร่งของเจ้าหมอนี่กลับเพิ่มขึ้นมาอย่างมหาศาล
ถ้าระเบิดเพลิงแข็งแกร่งเท่าเดิมเขามั่นใจว่าเขาสามารถเอาชนะได้แน่นอน
หากแต่จู่ๆความแข็งแกร่งของระเบิดเพลิงกลับเพิ่มขึ้นมากทำให้ตาชั่งเอนเอียงไปอีกครั้ง
ก่อนที่ผู้จัดการหมายเลข3จะโจมตีหลินเซวียนก็ใช้ระเบิดเพลิงออกมาอีกครั้ง เขาไม่ได้หยุดมือเลยแม้แต่น้อยราวกับว่ามีพลังเวทย์ไม่จำกัด
ผู้จัดการหมายเลข3สลดใจยิ่งนัก เขาทำได้เพียงดีดตัวถอยออกมาให้ห่างจากตัวหลินเซวียนราวสิบเมตรทำให้ไม่อาจย่นระยะเข้าหาอีกฝ่ายได้เลย
ส่วนความเสียหายจากการระเบิดของระเบิดเพลิงเองก็คอยกินพลังชีวิตของเขาไปเรื่อยๆ
เขาที่เลือกเป็นนักฆ่าระดับสูงซึ่งมีประสาทสัมผัสสูงล้ำทำให้ความเร็วในการฟื้นฟูพลังชีวิตไม่สูงนัก
ถ้าพลังชีวิตของเขายังลดลงแบบนี้เขานี่แหละที่จะเป็นผู้แพ้ในท้ายที่สุด
“ต้องโจมตีด้วยความเร็วสูงสุดและทำให้มันบาดเจ็บสาหัสในคราวเดียว!”
ดวงตาของผู้จัดการหมายเลข3ฉายประกายเย็นเยียบ พร้อมกันนั้นเขาก็เปิดใช้งานสกิลที่ทรงพลังที่สุดของเขาอย่าง - จู่โจมกระหายเลือดในทันที!
ฟิ้ว!
หลังจากเปิดใช้งานสกิลนี้ค่าสถานะสูงสุดของเขาจะเพิ่มขึ้นทันที15% นอกจากนี้ยังได้รับอัตราการโจมตีติดคริติคอล+20% ความเร็วในการเคลื่อนที่+20% ความเสียหายจากการโจมตีคริติคอล+90%และดูดเลือดถึง70%!
จากมุมมองของหลินเซวียนนั้น ความเร็วของหมายเลข3จู่ๆก็เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน เขาสามารถหลบระยะสร้างความเสียหายของระเบิดเพลิงได้อย่างทันท่วงทีและแทงเข้าใส่หน้าอกของหลินเซวียนอย่างรุนแรง
ถ้าเป็นเหมือนเช่นเดียวกับครั้งที่แล้วคมดาบทั้งสองคงจะไม่อาจเจาะทะลวงเกราะหนักเข้าไปได้
ยังไงก็ตามหนนี้หลังจากผู้จัดการหมายเลข3ใช้งานสกิลจู่โจมกระหายเลือดแล้วทำให้ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล คมดาบทั้งสองของเขาเจาะทะลวงชุดคลุมและเกราะหนักเข้าไปจนถึงผิวหนังได้สำเร็จ
“คริติคอล!”
เขาที่มีค่าความเร็ว389แต้มทำให้มีอัตราการโจมตีติดคริติคอลสูงมาก บวกกับความเสียหายจากการโจมตีคริติคอลจากสกิล ‘เชี่ยวชาญการโจมตีคริติคอลขั้นสูง’ และ ‘จู่โจมกระหายเลือด’ อีกทำให้อัตราการโจมตีติดคริติคอลของเขานั้นสูงจนน่าสะพรึง
ถ้าค่าความเร็วของระเบิดเพลิงต่ำมากและถูกค่าความเร็วของอีกฝ่ายกดข่มอย่างสิ้นเชิงก็แทบจะการันตีการโจมตีคริติคอลได้เลย100%!
ยังไงก็ตามผู้จัดการหมายเลข3กลับต้องผิดหวัง
การโจมตีของเขาไม่ติดคริติคอล
หลินเซวียนมีความสามารถที่สามารถลดค่าสถานะสูงสุดของอีกฝ่ายได้ถึง15%!
นอกจากนี้ชุดคลุมสีดำหรือก็คือชุดเซ็ตเพลิงปิศาจที่ได้มาจากทุ่งเพลิงผลาญเองก็ฝังเซ็ตรูน ‘โอสถวิญญาณแห่งความตาย’ เอาไว้แต่นอกจากนี้แล้วเขายังสวมใส่เซ็ตปราการยักษ์อยู่ข้างในอีกด้วย โดยที่เซ็ตปราการยักษ์นี้เขาฝังเซ็ตรูน ‘ชุบทอง’ เอาไว้!
เซ็ตรูนชุบทองนั้นตอนนี้มีระดับอยู่ที่เลเวล9ขอบเขตที่5 ความสามารถทั้งสามอย่างของมันก็คือเพิ่มพลังชีวิต15%และได้รับความสามารถติดตัวที่จะทำให้การโจมตีคริติคอลใดๆก็ตามที่โจมตีลงบนอุปกรณ์ที่ฝังเซ็ตรูนเอาไว้จะลดอัตราการติดคริติคอลลง80% และทุกครั้งที่ถูกโจมตีนั้นจะเพิ่มพลังชีวิตให้กับหลินเซวียน25หน่วย
อัตราการคริติคอลที่ผู้จัดการหมายเลข3ภูมิใจหนักหนาจึงไร้ผลกับเขา หรือถ้าจะพูดให้ถูกต้องบอกว่ามันด้อยเสียยิ่งกว่าการโจมตีธรรมดาเสียอีก!
หลังจากโจมตีไปสีหน้าของหมายเลข3พลันเปลี่ยนเป็นเป็นสีเขียว
เขาติดพิษ! ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นพิษรุนแรงอีกด้วย!
ในฐานะของนักฆ่าที่เดินอยู่ในเงามืดและมีประสาทสัมผัสเฉียบคมจึงแทบจะไม่มีทางเลยที่เขาจะอัพเกรดด้านการต้านทานพิษ อย่างมากที่สุดที่เขาทำก็คือการกินไอเทมค่าสถานะที่ดรอปจากแดนลับซึ่งองค์กรเจอร์มินอลควบคุมอยู่ซึ่งเพิ่มค่าต้านทานพิษให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพียงเท่านั้น
พิษนี้ส่งผลให้พลังชีวิตของเขาลดลงอย่างรวดเร็ว พลังชีวิตของเขาตอนนี้ไม่ต่างอะไรไปจากไก่ทอดที่ถูกคนหิวกัดแทะอย่างเมามันส์เลยซักนิด
“ไม่ใช่แค่ดาบพิษเหมันต์ของเราไม่มีผลกับมันแต่มันกลับเป็นฝ่ายทำให้เราติดพิษแทนเนี่ยนะ?!”
ผู้จัดการหมายเลข3รีบหยิบขวดยาแก้พิษออกมาจากอุปกรณ์เก็บของและคิดจะดื่มมันทันที
“กล้ามากเลยนะที่มากินยาต่อหน้าฉันเนี่ย”
หลินเซวียนสะบัดมือร่ายเวทย์ระเบิดเพลิงออกมาอีกครั้ง บีบให้ผู้จัดการหมายเลข3ต้องหยุดการดื่มยาและหลบฉากออกไปอย่างช่วยไม่ได้
ผู้จัดการหมายเลข3โดนพิษเนื่องจากผลของเซ็ตรูนโอสถวิญญาณแห่งความตาย
หลังจากฝังรูนเซ็ตนี้ลงในชุดเกราะ การโจมตีด้วยพิษ*ใดๆก็ตามที่โจมตีเข้าใส่อุปกรณ์ที่ฝังเซ็ตรูนนี้จะส่งผลให้ผู้โจมตีติดสถานะพิษรุนแรง (*ดาบของหมายเลข3มีพิษ)
หลินเซวียนแค่นเสียง เปลวเพลิงควบแน่นในมือซ้ายของเขาอีกครั้งเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเขากำลังจะใช้ระเบิดเพลิงอีกคราหนึ่ง
ผู้จัดการหมายเลข3คิดจะหลบแต่จู่ๆหลินเซวียนกลับใช้หอกน้ำแข็งออกมาเสียก่อน!
ความเสียหายจากหอกน้ำแข็งนั้นอาจจะไม่สูงมากนักแต่ก็ทำให้อีกฝ่ายติดสถานะผิดปกติอย่างน้ำแข็งเกาะซึ่งจะส่งผลให้ความเร็วในการเคลื่อนที่ลดลงอย่างมาก
ผู้จัดการหมายเลข3ไม่คิดเลยว่าจอมเวทย์ธาตุไฟที่แข็งแกร่งราวสัตว์ประหลาดอย่างระเบิดเพลิงนั้นจู่ๆกลับใช้หอกน้ำแข็งออกมาเสียอย่างนั้น!
เขาถูกหอกน้ำแข็งเข้าเต็มๆทำให้ความเร็วลดลงอย่างมีนัยยะ เห็นดังนั้นหลินเซวียนก็เปิดใช้งานสกิลความโกรธเกรี้ยวของราชันย์ปิศาจทันที!
บอลเพลิงขนาดมหึมาปรากฏขึ้นเหนือฝ่ามือของหลินเซวียน
เดิมทีเขามีความสามารถในการเพิ่มความเสียหายธาตุไฟ10%อยู่แล้ว!
ความโกรธเกรี้ยวของราชันย์ปิศาจในสภาพสกิลติดตัวนั้นจะเพิ่มความเสียหายธาตุไฟให้เขาอีก15%และเมื่อเปิดใช้งานก็จะเพิ่มความเสียหายธาตุไฟถึง40%!
สกิลเพลิงผลาญเพิ่มความเสียหายธาตุไฟอีก60%!
เซ็ตเพลิงปิศาจเพิ่มอีก20%!
เซ็ตรูน ‘ให้เปลวเพลิงชำระล้างสรรพสิ่ง’ เองก็เพิ่มความเสียหายธาตุไฟให้เขาถึง30%!
ยิ่งไปกว่านั้นเซ็ตรูนคลื่นสีชาดเองก็จะลดค่าต้านทานไฟของอีกฝ่ายลง15%ซึ่งเทียบได้กับการเพิ่มความเสียหายธาตุไฟไปอีก15%!
ท้ายที่สุด เนื่องจากสกิลร่างอสูรของหลินเซวียนจะทำให้หลินเซวียนเข้าสู่สภาวะอสูรหลังได้รับบาดเจ็บ ความเสียหายทั้งหมดของเขาในสภาวะนี้จะเพิ่มขึ้น15%!
“รับไปซะ ระเบิดเพลิงความเสียหาย+205%!”
บอลเพลิงขนาดกว่าเจ็ดเมตรลอยขึ้นอย่างช้าๆพร้อมๆกับคลื่นความร้อนที่หลั่งไหลออกมา!
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved