ตอนที่ 64

บนกำแพงทิศตะวันตก

จางเผิง หยางเหว่ยและโม่หยวนเดิมทียังคงพูดคุยกับหลินเซวียนอยู่ด้วยความเกียจคร้าน

ทันใดนั้นเองกระแสลมรุนแรงหอบหนึ่งก็พัดมาเข้าใส่ใบหน้าของพวกเขาจนรู้สึกชาไปทั้งหน้า

เมื่อพวกเขาได้สติก็พบกับเงาร่างผอมเพรียวของผู้จัดการหมายเลข3ที่มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าแล้ว

ใบหน้าที่ทั้งเย่อหยิ่งและเย็นชานั้นมองมาที่พวกเขาด้วยสายตาดูถูก

คนทั้งสามพลันเกิดความรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา

“ขยะ! องค์กรเจอร์มินอลเลี้ยงดูพวกแกมาตั้งนาน ไร้ค่าเสียจริง!”

ผู้จัดการหมายเลข3ก่นด่าเสียงเย็น

สีหน้าของคนทั้งสามแดงก่ำขึ้นมาทันที ถึงแม้พวกเขาจะโดนด่าแต่พวกเขาก็ไม่กล้าตอบโต้

หลินเซวียนที่ยืนอยู่บนกำแพงเมืองทิศตะวันตกหรี่ตาลง

“ด้วยร่างอวตารฝึกฝนสองร่างในถ้ำพิษเสื่อมสลายกับร่างอวตารที่เหลือในภูเขาปิศาจชั้นต่ำ ฉันเลยสะสมค่าประสบการณ์ได้เป็นพันล้านแต้มแล้ว แต่ค่าประสบการณ์เท่านี้เพิ่มระดับนักสู้ได้แค่เลเวลเดียวเท่านั้นถ้างั้นก็เพิ่มระดับนักสู้เถอะ ค่าสถานะ8แต้มก็เพิ่มไปที่ค่าความอดทนให้หมด”

หลินเซวียนพึมพำคำว่า ‘เพิ่มระดับ’ ทำให้ระดับของเขาเพิ่มขึ้นเป็นเลเวล2ขอบเขตที่6

ทันทีที่ผู้จัดการหมายเลข3มาถึง หลินเซวียนก็หวนนึกไปถึงค่าความเร็ว389แต้มของเขาอีกฝ่ายที่เขาเห็นในคืนนั้น

ค่าสถานะระดับนั้นทำให้ผู้อื่นรู้สึกราวกับแผ่นหลังถูกเจาะทะลุก็ไม่ปาน

“ระเบิดเพลิงฉันมาที่นี่เพื่อฆ่าแก”

หลังจากก่นด่าจางเผิงและอีกสองคนไปแล้ว ผู้จัดการหมายเลข3ก็ดึงดาบพิษเหมันต์ออกมาจากอุปกรณ์เก็บของและชี้ไปที่หลินเซวียนที่อยู่ห่างออกไปก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

ปัง!

หมายเลข3กระทืบเท้าลงบนพื้นเพื่อดีดตัวขึ้นไปบนกำแพง หลินเซวียนแน่นอนว่าย่อมไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายปีนกำแพงขึ้นมาได้ง่ายๆแบบนั้น

เขาใช้ระเบิดเพลิงในทันที

ตูม!

ระเบิดเพลิงเข้าเป้าอย่างง่ายดายพร้อมๆกับเงาร่างของอีกฝ่ายที่ภูกเปลวเพลิงเจิดจ้ากลืนหายไป

จางเผิงและอีกสองคนแสดงสีหน้ามึนงง ผู้จัดการหมายเลข3ถูกโจมตีง่ายขนาดนี้เชียว? เป็นไปไม่ได้

หลินเซวียนใช้สกิลวงแหวนเพลิงออกมาตามสัญชาตญาณ

ฮึ่ม!

เสียงคำรามในลำคอดังมาจากทางด้านหลังของเขาห่างไปเพียงสามเมตร

จากนั้นมวลอากาศบริเวณนั้นก็พลันสั่นไหวเล็กน้อยและค่อยๆปรากฏร่างมนุษย์โผล่ออกมา

หลินเซวียนเข้าใจในทันที

ที่โดนระเบิดเพลิงเข้าไปเมื่อกี้คือร่างแยกของหมายเลข3เท่านั้น

หมายเลข3ตัวจริงปีนขึ้นมาบนกำแพงได้ซักพักแล้วและหมายจะโจมตีเขาจากทางด้านหลังในชั่วพริบตา

“ระเบิดเพลิง!”

หลินเซวียนแน่นอนว่าย่อมไม่งกพลังเวทย์ที่มี เขาพลิกมือและเรียกใช้งานระเบิดเพลิงอีกครั้ง

ผู้จัดการหมายเลข3ใช้สกิลย่างก้าวสายลมเพื่อเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ทำให้หลีกเลี่ยงการโจมตีนี้ไปได้

ยังไงก็ตามครั้งนี้เขากลับพบว่าระยะสร้างความเสียหายของระเบิดเพลิงมันกว้างขึ้นกว่าเดิมมาก!

เขาเร่งความเร็วและหลบหนีออกมาจากระยะระเบิดของระเบิดเพลิงแล้วชัดๆแต่กลับยังโดนความเสียหายอยู่และพลังชีวิตเองก็ลดลงไปถึง10%

“ความแข็งแกร่งของเวทย์ไฟของเจ้านี่เพิ่มขึ้นอีกแล้ว...” ผู้จัดการหมายเลข3ขมวดคิ้วมุ่น

ทำได้ยังไงกัน? นี่มันเพิ่งผ่านมานานเท่าไหร่เอง? ความแข็งแกร่งของเจ้าหมอนี่กลับเพิ่มขึ้นมาอย่างมหาศาล

ถ้าระเบิดเพลิงแข็งแกร่งเท่าเดิมเขามั่นใจว่าเขาสามารถเอาชนะได้แน่นอน

หากแต่จู่ๆความแข็งแกร่งของระเบิดเพลิงกลับเพิ่มขึ้นมากทำให้ตาชั่งเอนเอียงไปอีกครั้ง

ก่อนที่ผู้จัดการหมายเลข3จะโจมตีหลินเซวียนก็ใช้ระเบิดเพลิงออกมาอีกครั้ง เขาไม่ได้หยุดมือเลยแม้แต่น้อยราวกับว่ามีพลังเวทย์ไม่จำกัด

ผู้จัดการหมายเลข3สลดใจยิ่งนัก เขาทำได้เพียงดีดตัวถอยออกมาให้ห่างจากตัวหลินเซวียนราวสิบเมตรทำให้ไม่อาจย่นระยะเข้าหาอีกฝ่ายได้เลย

ส่วนความเสียหายจากการระเบิดของระเบิดเพลิงเองก็คอยกินพลังชีวิตของเขาไปเรื่อยๆ

เขาที่เลือกเป็นนักฆ่าระดับสูงซึ่งมีประสาทสัมผัสสูงล้ำทำให้ความเร็วในการฟื้นฟูพลังชีวิตไม่สูงนัก

ถ้าพลังชีวิตของเขายังลดลงแบบนี้เขานี่แหละที่จะเป็นผู้แพ้ในท้ายที่สุด

“ต้องโจมตีด้วยความเร็วสูงสุดและทำให้มันบาดเจ็บสาหัสในคราวเดียว!”

ดวงตาของผู้จัดการหมายเลข3ฉายประกายเย็นเยียบ พร้อมกันนั้นเขาก็เปิดใช้งานสกิลที่ทรงพลังที่สุดของเขาอย่าง - จู่โจมกระหายเลือดในทันที!

ฟิ้ว!

หลังจากเปิดใช้งานสกิลนี้ค่าสถานะสูงสุดของเขาจะเพิ่มขึ้นทันที15% นอกจากนี้ยังได้รับอัตราการโจมตีติดคริติคอล+20% ความเร็วในการเคลื่อนที่+20% ความเสียหายจากการโจมตีคริติคอล+90%และดูดเลือดถึง70%!

จากมุมมองของหลินเซวียนนั้น ความเร็วของหมายเลข3จู่ๆก็เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน เขาสามารถหลบระยะสร้างความเสียหายของระเบิดเพลิงได้อย่างทันท่วงทีและแทงเข้าใส่หน้าอกของหลินเซวียนอย่างรุนแรง

ถ้าเป็นเหมือนเช่นเดียวกับครั้งที่แล้วคมดาบทั้งสองคงจะไม่อาจเจาะทะลวงเกราะหนักเข้าไปได้

ยังไงก็ตามหนนี้หลังจากผู้จัดการหมายเลข3ใช้งานสกิลจู่โจมกระหายเลือดแล้วทำให้ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล คมดาบทั้งสองของเขาเจาะทะลวงชุดคลุมและเกราะหนักเข้าไปจนถึงผิวหนังได้สำเร็จ

“คริติคอล!”

เขาที่มีค่าความเร็ว389แต้มทำให้มีอัตราการโจมตีติดคริติคอลสูงมาก บวกกับความเสียหายจากการโจมตีคริติคอลจากสกิล ‘เชี่ยวชาญการโจมตีคริติคอลขั้นสูง’ และ ‘จู่โจมกระหายเลือด’ อีกทำให้อัตราการโจมตีติดคริติคอลของเขานั้นสูงจนน่าสะพรึง

ถ้าค่าความเร็วของระเบิดเพลิงต่ำมากและถูกค่าความเร็วของอีกฝ่ายกดข่มอย่างสิ้นเชิงก็แทบจะการันตีการโจมตีคริติคอลได้เลย100%!

ยังไงก็ตามผู้จัดการหมายเลข3กลับต้องผิดหวัง

การโจมตีของเขาไม่ติดคริติคอล

หลินเซวียนมีความสามารถที่สามารถลดค่าสถานะสูงสุดของอีกฝ่ายได้ถึง15%!

นอกจากนี้ชุดคลุมสีดำหรือก็คือชุดเซ็ตเพลิงปิศาจที่ได้มาจากทุ่งเพลิงผลาญเองก็ฝังเซ็ตรูน ‘โอสถวิญญาณแห่งความตาย’ เอาไว้แต่นอกจากนี้แล้วเขายังสวมใส่เซ็ตปราการยักษ์อยู่ข้างในอีกด้วย โดยที่เซ็ตปราการยักษ์นี้เขาฝังเซ็ตรูน ‘ชุบทอง’ เอาไว้!

เซ็ตรูนชุบทองนั้นตอนนี้มีระดับอยู่ที่เลเวล9ขอบเขตที่5 ความสามารถทั้งสามอย่างของมันก็คือเพิ่มพลังชีวิต15%และได้รับความสามารถติดตัวที่จะทำให้การโจมตีคริติคอลใดๆก็ตามที่โจมตีลงบนอุปกรณ์ที่ฝังเซ็ตรูนเอาไว้จะลดอัตราการติดคริติคอลลง80% และทุกครั้งที่ถูกโจมตีนั้นจะเพิ่มพลังชีวิตให้กับหลินเซวียน25หน่วย

อัตราการคริติคอลที่ผู้จัดการหมายเลข3ภูมิใจหนักหนาจึงไร้ผลกับเขา หรือถ้าจะพูดให้ถูกต้องบอกว่ามันด้อยเสียยิ่งกว่าการโจมตีธรรมดาเสียอีก!

หลังจากโจมตีไปสีหน้าของหมายเลข3พลันเปลี่ยนเป็นเป็นสีเขียว

เขาติดพิษ! ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นพิษรุนแรงอีกด้วย!

ในฐานะของนักฆ่าที่เดินอยู่ในเงามืดและมีประสาทสัมผัสเฉียบคมจึงแทบจะไม่มีทางเลยที่เขาจะอัพเกรดด้านการต้านทานพิษ อย่างมากที่สุดที่เขาทำก็คือการกินไอเทมค่าสถานะที่ดรอปจากแดนลับซึ่งองค์กรเจอร์มินอลควบคุมอยู่ซึ่งเพิ่มค่าต้านทานพิษให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพียงเท่านั้น

พิษนี้ส่งผลให้พลังชีวิตของเขาลดลงอย่างรวดเร็ว พลังชีวิตของเขาตอนนี้ไม่ต่างอะไรไปจากไก่ทอดที่ถูกคนหิวกัดแทะอย่างเมามันส์เลยซักนิด

“ไม่ใช่แค่ดาบพิษเหมันต์ของเราไม่มีผลกับมันแต่มันกลับเป็นฝ่ายทำให้เราติดพิษแทนเนี่ยนะ?!”

ผู้จัดการหมายเลข3รีบหยิบขวดยาแก้พิษออกมาจากอุปกรณ์เก็บของและคิดจะดื่มมันทันที

“กล้ามากเลยนะที่มากินยาต่อหน้าฉันเนี่ย”

หลินเซวียนสะบัดมือร่ายเวทย์ระเบิดเพลิงออกมาอีกครั้ง บีบให้ผู้จัดการหมายเลข3ต้องหยุดการดื่มยาและหลบฉากออกไปอย่างช่วยไม่ได้

ผู้จัดการหมายเลข3โดนพิษเนื่องจากผลของเซ็ตรูนโอสถวิญญาณแห่งความตาย

หลังจากฝังรูนเซ็ตนี้ลงในชุดเกราะ การโจมตีด้วยพิษ*ใดๆก็ตามที่โจมตีเข้าใส่อุปกรณ์ที่ฝังเซ็ตรูนนี้จะส่งผลให้ผู้โจมตีติดสถานะพิษรุนแรง (*ดาบของหมายเลข3มีพิษ)

หลินเซวียนแค่นเสียง เปลวเพลิงควบแน่นในมือซ้ายของเขาอีกครั้งเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเขากำลังจะใช้ระเบิดเพลิงอีกคราหนึ่ง

ผู้จัดการหมายเลข3คิดจะหลบแต่จู่ๆหลินเซวียนกลับใช้หอกน้ำแข็งออกมาเสียก่อน!

ความเสียหายจากหอกน้ำแข็งนั้นอาจจะไม่สูงมากนักแต่ก็ทำให้อีกฝ่ายติดสถานะผิดปกติอย่างน้ำแข็งเกาะซึ่งจะส่งผลให้ความเร็วในการเคลื่อนที่ลดลงอย่างมาก

ผู้จัดการหมายเลข3ไม่คิดเลยว่าจอมเวทย์ธาตุไฟที่แข็งแกร่งราวสัตว์ประหลาดอย่างระเบิดเพลิงนั้นจู่ๆกลับใช้หอกน้ำแข็งออกมาเสียอย่างนั้น!

เขาถูกหอกน้ำแข็งเข้าเต็มๆทำให้ความเร็วลดลงอย่างมีนัยยะ เห็นดังนั้นหลินเซวียนก็เปิดใช้งานสกิลความโกรธเกรี้ยวของราชันย์ปิศาจทันที!

บอลเพลิงขนาดมหึมาปรากฏขึ้นเหนือฝ่ามือของหลินเซวียน

เดิมทีเขามีความสามารถในการเพิ่มความเสียหายธาตุไฟ10%อยู่แล้ว!

ความโกรธเกรี้ยวของราชันย์ปิศาจในสภาพสกิลติดตัวนั้นจะเพิ่มความเสียหายธาตุไฟให้เขาอีก15%และเมื่อเปิดใช้งานก็จะเพิ่มความเสียหายธาตุไฟถึง40%!

สกิลเพลิงผลาญเพิ่มความเสียหายธาตุไฟอีก60%!

เซ็ตเพลิงปิศาจเพิ่มอีก20%!

เซ็ตรูน ‘ให้เปลวเพลิงชำระล้างสรรพสิ่ง’ เองก็เพิ่มความเสียหายธาตุไฟให้เขาถึง30%!

ยิ่งไปกว่านั้นเซ็ตรูนคลื่นสีชาดเองก็จะลดค่าต้านทานไฟของอีกฝ่ายลง15%ซึ่งเทียบได้กับการเพิ่มความเสียหายธาตุไฟไปอีก15%!

ท้ายที่สุด เนื่องจากสกิลร่างอสูรของหลินเซวียนจะทำให้หลินเซวียนเข้าสู่สภาวะอสูรหลังได้รับบาดเจ็บ ความเสียหายทั้งหมดของเขาในสภาวะนี้จะเพิ่มขึ้น15%!

“รับไปซะ ระเบิดเพลิงความเสียหาย+205%!”

บอลเพลิงขนาดกว่าเจ็ดเมตรลอยขึ้นอย่างช้าๆพร้อมๆกับคลื่นความร้อนที่หลั่งไหลออกมา!