ตอนที่ 66

ภายใต้แสงจันทร์ เย่อู่ชิวในที่สุดก็ได้เห็นใบหน้าของคนทั้งสอง

พวกเขานั้นมีผมสีดำ ดวงตาสีดำและผิวเหลืองแต่ไม่ด้วยเหตุผลบางอย่างพวกเขากลับให้ความรู้สึกผิดแผกยิ่งนัก

คนทั้งสองมีลักษณะเย็นชาและเลือดเย็นราวกับถอดแบบกันออกมา พวกเขาดูแล้วน่าจะเป็นฝาแฝด

นักสู้ขอบเขตที่7ที่เป็นฝาแฝดกัน นี่ถือว่าหาได้ยากทีเดียว

โค้ดเนมชื่อหนึ่งปรากฏขึ้นมาในหัวของเย่อู่ชิว

แฝดอสูร คนพี่เรียกตัวเองว่าอสูรโลหิตส่วนคนน้องเรียกตัวเองว่าอสูรตะกละ

ทั้งสองคนนี้คือนักสู้ขอบเขตที่7จากองค์กรที่ราบมหาสวรรค์

ลักษณะเฉพาะตัวสุดโต่งของพวกเขาก็คือพวกเขาชื่นชอบการฆ่าเป็นอาจิณ

กล่าวกันว่าก่อนที่คนทั้งคู่จะเข้าร่วมกับที่ราบมหาสวรรค์ คนทั้งสองนี้เคยเตร็ดเตร่ไปทั่วแดนรกร้าง สังหารและแย่งชิงไปทุกหนทุกแห่ง ท้ายที่สุดพวกเขาก็ถูกกำราบลงโดยนักสู้ขอบเขตที่9จากที่ราบมหาสวรรค์และจากนั้นพวกเขาจึงได้เข้าร่วมกับองค์กรที่ราบมหาสวรรค์

กลับกลายเป็นว่าศูนย์ใหญ่เบื้องหลังขององค์กรเจอร์มินอลแท้จริงแล้วก็คือที่ราบมหาสวรรค์นี่เอง!

“สตรีนางนี้สวยมาก น่าจะอายุราวๆยี่สิบซึ่งถือได้ว่าเป็นช่วงวัยที่งดงามที่สุดของสตรีเพศ ยังไงก็ตามผมไม่ค่อยชอบของสวยๆงามๆเท่าไหร่เพราะมันจะทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองน่าเกลียด” อสูรโลหิตกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ฉันเห็นต่างจากพี่ชายนะ ขาของสตรีผู้นี้สวยมาก ดวงตาเองก็งามหยดและริมฝีปากเองก็สวยยิ่งนักแต่เมื่อมันอยู่บนร่างกายนี้มันกลับดูไม่งดงามเอาซะเลย ท่านหญิงผู้นี้ขอให้กระผมนำสิ่งสวยงามบนตัวของท่านออกเถอะเพราะมันไม่คู่ควรกับร่างกายของท่านเลย” อสูรตะกละค้อมศีรษะลงเล็กน้อยราวกับสุภาพบุรุษ

เย่อู่ชิวแค่นเสียง “พวกปัญญาอ่อน”

อสูรโลหิตและอสูรตะกละยกมือขึ้นปิดหูพร้อมกับด้วยสีหน้าหวาดกลัว

“ท่านหญิงผู้นี้ทำไมถึงได้กล่าววาจาไม่งดงามเช่นนี้ออกมาเล่า? มันทำให้หูของพวกเราสกปรกนะ”

“ท่านหญิงถึงแม้กระผมจะไม่มีเอี่ยวกับวาจาสกปรกของท่านแต่ด้วยความเคารพ ในเมื่อริมฝีปากของท่านเอ่ยเช่นนั้นออกมา ในความคิดของกระผมมันก็ดูไม่งดงามอีกต่อไป” สีหน้าของเย่อู่ชิวยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

คำกล่าวของอีกฝ่ายแม้จะฟังดูให้ไพเราะหากแต่การกระทำนั้นโหดเหี้ยมยิ่ง

แฝดอสูรเป็นคนแบบนี้แหละ

“ถ้างั้น...คุณแบล็คผู้นี้ผู้ที่พวกเรามองไม่เห็นข้อมูลชัดเจนนัก...ช่วยหลบไปอยู่ข้างๆก่อนได้ไหม? พวกเรากำลังจะโจมตีแล้ว ภาพอาจจะติดเรทนิดหน่อยหวังว่าคงจะไม่ทำให้ท่านรู้สึกไม่ดีหรอกนะ”

อสูรโลหิตดึงทาจิออกมาจากอุปกรณ์เก็บของและค้อมศีรษะให้แบล็คพร้อมรอยยิ้ม

แบล็คหยิบเอ่อกั่วโถวดาวแดงออกมาและเริ่มดื่มมันลงคอ “ย่อมได้ ฉันอยู่ตรงนี้ก็เพราะมีคนจ่ายให้มาทำก็เท่านั้น”

กล่าวจบเขาก็หาที่นั่งเพื่อดูการแสดง

ถึงตอนนี้การต่อสู้นั้นได้กลายเป็นสนามรบระหว่างนักสู้ขอบเขตที่7ไปแล้ว

ถ้านักสู้ขอบเขตที่7จากกองพลก่อสร้างชนะ เมืองเครนขาวก็จะกลายเป็นเพียงปลาในอวย

นักสู้ขอบเขตที่6และ5ด้านล่างต่างไม่อาจคาดเดาผลลัพธ์ของการต่อสู้ได้เลย

บนกำแพงเมืองทิศใต้ การต่อสู้ระหว่างนักสู้ขององค์กรเจอร์มินอลและกองพลก่อสร้างยังคงเกิดขึ้น หากแต่ทุกคนล้วนรู้กันดีว่าการต่อสู้ที่แท้จริงนั้นไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเขา

ในความเป็นจริงแล้วหลังจากเห็นนักสู้ขอบเขตที่7ถึง3คนของฝั่งองค์กรเจอร์มินอลมันก็ทำให้ในใจของพวกเขาสิ้นหวังขึ้นมาทันที

การที่คนหนึ่งคนจะมีชัยเหนือคนสามคนนั้นยากยิ่งนัก

ด้วยบรรยากาศเช่นนี้ทำให้พลังรบของเหล่านักสู้จากกองพลก่อสร้างเริ่มตกลงอย่างมีนัยยะ

นักสู้ขอบเขตที่6จากกองพลก่อสร้างสติหลุดจนเผลอเผยจุดอ่อนให้อีกฝ่ายเห็นและถูกนักสู้ขอบเขตที่6ขององค์กรเจอร์มินอลสังหารไปและกลายเป็นนักสู้ขอบเขตที่6คนแรกเลยที่ถูกสังหารในการต่อสู้ครั้งนี้

การตายของเขากลายเป็นจุดแตกหัก นักสู้ขององค์กรเจอร์มินอลตบเท้าบุก ส่วนนักสู้ของกองพลก่อสร้างกลับล่าถอย พวกเขาไม่มีทางเลือกได้แต่ต้องยอมละทิ้งกำแพงเมืองและไปคุ้มกันอยู่รอบๆเย่อู่ชิวราวกับอสูรติดกับดัก

ผู้จัดการหมายเลข1และหมายเลข3ฝ่ากำแพงเมืองเข้ามาได้ภายใต้การสนับสนุนจากนักสู้ขององค์กรเจอร์มินอลและเข้ามาในเมืองเครนขาวได้สำเร็จ

เมื่อเห็นว่าฝั่งตัวเองมีนักสู้ขอบเขตที่7ถึง3คนส่วนนักสู้ขอบเขตที่7เพียงคนเดียวของเมืองเครนขาวอย่างเย่อู่ชิวเองก็ได้รับบาดเจ็บไปแล้ว ผู้จัดการหมายเลข1ก็หัวเราะออกมาเสียงดังสนั่น

“ดูเหมือนเมืองเครนขาวจะไม่มีไพ่ตายเหลือแล้ว พวกเราชนะแล้ว!”

แผนการของหมายเลข1นั้นชัดเจนมาโดยตลอด เขาบีบให้อีกฝ่ายต้องใช้ไพ่ตายออกมาทั้งหมดจนไม่เหลือให้ใช้อีก

ถ้าไพ่ตายใบสุดท้ายของอีกฝ่ายถูกใช้ไปแล้วแต่พวกเขายังถ้างั้นชัยชนะก็ย่อมเป็นของพวกเขา

ตอนนี้เย่อู่ชิวเต็มไปด้วยบาดแผลและโลหิตทั่วร่างแต่กลับยังไม่มีนักสู้ขอบเขตที่7จากเมืองเครนขาวคนอื่นๆกระโดดออกมาช่วย

นี่ก็หมายความว่าเมืองเครนขาวนั้นมีนักสู้ขอบเขตที่7เพียงคนเดียวเท่านั้น

ถ้างั้นผลลัพธ์ก็ถูกตัดสินแล้ว!

หลินเซวียนพอจะเข้าใจแผนการของเย่อู่ชิวอยู่บ้าง เย่อู่ชิวเป็นคนแรกที่ก้าวออกมาปะทะกับแบล็คและแสร้งทำทีว่าเสียเปรียบ หลังจากเห็นว่าไม่มีใครออกมาช่วยเธอถึงแม้ตัวเธอจะได้รับบาดเจ็บขนาดนี้อีกฝ่ายก็น่อมต้องคิดแล้วว่าพวกเขาไม่มีนักสู้ขอบเขตที่7อีกแล้ว นี่ยังเป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่าทำไมพวกเขากล้าปล่อยให้แฝดอสูรปรากฏตัวออกมา เช่นนี้ก็หมายความว่าภายในเมืองเครนขาวยังมีนักสู้ขอบเขตที่7คนอื่นอยู่สินะ?

ถ้าไม่มีผู้เชี่ยวชาญขอบเขตที่7อีก ผลลัพธ์ของการต่อสู้นี้ย่อมไม่อาจพลิกโผ

ในเวลานี้เองเขาพลันสังเกตเห็นชายชราธรรมดาๆกำลังเดินเข้ามาอย่างช้าๆ แม้จะเห็นชัดๆว่าเขากำลังเดินตรงไปยังจุดที่เกิดการต่อสู้แต่กลับไม่มีนักสู้คนใดสังเกตเห็นเขาเลยรวมไปถึงแฝดอสูรด้วย

มีเพียงคนสองคนเท่านั้นที่สังเกตเห็นชายชราผู้นี้ หนึ่งคือหลินเซวียนและอีกคนคือผู้จัดการหมายเลข1

“นั่นหมายตาแก่จากจุดตรวจรักษาความปลอดภัยนี่หว่าแต่ไม่ใช่ว่าเขาเป็นนักสู้เลเวล9ขอบเขตที่6หรอกหรอ?” หลินเซวียนตกตะลึงยิ่งนัก

ในเวลานี้เอง อสูรตะกละได้ดึงทาจิออกมาจากฝักและกระทืบเท้าลงบนพื้นอย่างแรง ร่างของเขาปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าของเย่อู่ชิวและฟาดฟันลงไปอย่างโหดเหี้ยม

เขาเล็งฝังไปที่เอวของอีกฝ่าย

เขาคือคนที่กล่าวว่าเย่อู่ชิวมีขาที่สวยมากดังนั้นเขาจึงอยากจะตัดมันออก

ยังไงก็ตามเย่อู่ชิวกลับทำเพียงแค่เผยสีหน้าเยาะเย้ยเท่านั้น

ดาบทาจิฟาดฟันลงมาอย่างทรงพลัง

หากแต่ภาพที่โลหิตสาดกระเซ็นกลับไม่ปรากฏและขาของเจ้าหล่อนเองก็ไม่ได้สูญหาย

กลับกันกลับมีเสียงโลหะปะทะกันดังขึ้นมาแทน!

เคล้ง!

มือของอสูรตะกละสั่นสะท้านอย่างรุนแรง

แรงกระแทกจากการโจมตีนั้นทำให้เขาแทบจะถือทาจิเอาไว้ให้มั่นไม่ไหว

อสูรตะกละเงยหน้าขึ้นมองและพบว่าคนที่อยู่เบื้องหน้าของเขาไม่ใช่สตรีงดงามผู้นั้นอีกต่อไปหากแต่กลายเป็นชายชราจมูกโตแทน

ชายชราผู้นี้เปลือยกล้ามอกเผยให้เห็นกล้ามเนื้อกำยำล่ำสัน

ชายชราผู้นี้ป้องกันการโจมตีเมื่อครู่เอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ที่น่าแปลกก็คืออีกฝ่ายกลับไม่ได้รับบาดเจ็บเลยซักนิด

ชายชรายิ้มเยาะ “ดูเหมือนฉันเองก็ยังมีของสินะ!”

เขาหมุนตัวและต่อยเข้าใส่หน้าอกของอสูรตะกละ

ปัง!

อสูรตะกละที่ไม่ทันระวังรู้สึกราวกับถูกช้างตัวมหึมากระแทกเข้าใส่ร่าง ร่างของเขาปลิวกระเด็นออกไปนับสิบเมตรและชนเข้ากับบ้านด้านหลังก่อนจะหยุดนิ่งไป

สีหน้าของผู้จัดการหมายเลข1เปลี่ยนไปทันที

ผู้ใดก็ตามที่สามารถป้องกันการโจมตีเต็มกำลังของนักสู้ขอบเขตที่7และส่งนักสู้ขอบเขตที่7ปลิวกระเด็นออกไปได้เช่นนี้ย่อมเป็นนักสู้ขอบเขตที่7เช่นกัน

ชายชราผู้นี้คือใครกัน? เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงไม่เคยได้ยินข้อมูลเกี่ยวกับอีกฝ่ายมาก่อน?

ยิ่งไปกว่านั้นเนื่องจากเย่อู่ชิวถูกทุบตีจนทั่วร่างเต็มไปด้วยบาดแผลทำให้แฝดอสูรผ่อนคลายยิ่งและไม่ทันระวังตัว การที่จู่ๆชายชราผู้นี้ก็ปรากฏตัวออกมาก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่อสูรตะกละไม่ทันระวังตัวที่สุด

อีกฝ่ายเห็นได้ชัดว่าวางแผนเอาไว้แล้ว!

พวกมันไปได้ข้อมูลมาจากไหน?!

สีหน้าของอสูรโลหิตเปลี่ยนไปเล็กน้อยและรีบสาวเท้าหมายจะเข้าไปช่วย

หากแต่ในพริบตาต่อมา

ฉึก

มีดบางเล่มหนึ่งพลันเจาะทะลุหน้าอกของอสูรโลหิต

ถ้าไม่ใช่เพราะอสูรโลหิตผ่านการต่อสู้มานักต่อนักจึงสามาถเบี่ยงตัวได้ทันเวลา การโจมตีนี้คงเจาะทะลุหัวใจของเขาไปแล้ว

อสูรโลหิตกัดฟันฝืนทนรับความเจ็บปวดและเปิดใช้งานสกิลเพื่อทิ้งระยะห่างทันที

คนที่โจมตีเขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเลยนอกจากแบล็ค

แบล็คที่พึ่งจะจัดการเอ่อกั่วโถวดาวแดงจนเสร็จเอ่ยด้วยน้ำเสียงล้อเลียน เขาก้มหัวลงและกล่าวเช่นเดียวกับที่แฝดอสูรทำ “อสูรโลหิตผู้ทรงเกียรติ กระผมต้องขอโทษด้วยที่เผลอลงมือตอนที่ท่านกำลังตื่นตัว ยังไงก็ตามกระผมอยากจะขอให้ท่านช่วยตายไวๆเท่าที่จะไวได้ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆกระผมจะมีความสุขมาก”

ดวงตาของผู้จัดการหมายเลข1เบิกกว้างอีกครั้ง

แบล็คคือคนทรยศงั้นหรอ?

ผู้จัดการหมายเลข2ที่อยู่ข้างๆเขาก่นด่าออกมา “แบล็ค! แกเป็นคนทรยศจริงๆด้วย! ฉันอุส่าห์ดูแลแกเป็นอย่างดีแท้ๆ!”

หมายเลข1พลันรู้สึกเบาใจขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่เสียงอื้ออึงจะดังขึ้นมาอีก

มีดเล่มหนึ่งจู่ๆก็เจาะทะลุหน้าอกของหมายเลข1 เป็นหมายเลข2นั่นเองที่ลงมือใช้มีดสีแดงแทงเข้าใส่เขาจนทำให้พลังชีวิตของหมายเลข1ลดลงจนแทบจะหมดหลอด

เขามองไปที่หมายเลข2ที่ยืนอยู่ด้านหลังด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อก่อนจะทรุดตัวล้มลง

“นาย...เองก็เป็นคนทรยศสินะ!”

หมายเลข2ตะโกนออกมา “เฮ้ยแบล็ค! ไอ้คนมืดมนอย่างนายก็มีของเหมือนกันนี่หว่า!”

แบล็คโยนขวดเหล้าที่ว่างเปล่าใส่หัวของหมายเลข2 “ถ้างั้นในอนาคตฉันจะทำอะไรที่มืดมนกว่านี้อีกกับนายแล้วกัน”

หมายเลข2 “...คิดซะว่าฉันไม่ได้พูดอะไรก็ได้นะ”

อสูรโลหิตคำรามลั่น “พี่ชายพวกเราถูกลอบโจมตี!”

เดิมทีพวกเขาคิดว่าการสังหารอย่างไร้ข้อผูกมัดนี้จะทำให้ความปรารถนาในการสังหารของพวกเขาพึงพอใจ

ไม่คิดเลยว่าพวกเขากลับเป็นฝ่ายถูกลอบโจมตี

องค์กรเจอร์มินอลสาขานี้มันมีแต่ขยะรึไง?

พวกมันไม่รู้แม้กระทั่งจำนวนของนักสู้ขอบเขตที่7ในเมืองเครนขาวด้วยซ้ำ!

กระทั่งคนที่มีระดับสูงที่สุดเองก็ยังเป็นคนทรยศอีก!

เดิมทีพวกเขาคิดว่าจะเป็นการต่อสู้แบบสามต่อหนึ่งแต่จู่ๆกลับกลายเป็นสองต่อสามไปเสียอย่างนั้น ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังถูกลอบโจมตีและเสียพลังชีวิตไปแล้วกว่าครึ่งหลอด เช่นนี้แล้วพวกเขาจะสู้ต่อยังไง?

“ฉันรู้แล้วน่า...” น้ำเสียงไม่สู้ดีดังออกมาจากซากบ้าน

จากนั้นอสูรตะกละก็คลานออกมาจากใต้ซากบ้านหลังนั้น บนหน้าอกของเขามีรอยประทับหนาลึกประดับเอาไว้

การโจมตีของชายชราเมื่อครู่ทำให้เขาบาดเจ็บพอสมควร ไม่คิดเลยว่าตาแก่ที่ดูธรรมดาๆกลับสามารถปล่อยพลังออกมาได้มากมายระดับนี้