หลินเซวียนเดินเข้าใกล้ๆและแหวกฝูงชนเข้าไปดู ในที่สุดเขาก็ได้เห็นว่าอะไรที่วางขายอยู่บนแผงลอย
พวกมันคือวัตถุทรงกลมที่ถูกห่อหุ้มเอาไว้โดยหินสีเหลืองดิน พวกมันทั้งหมดล้วนมีขนาดประมาณศีรษะของมนุษย์เท่าๆกัน
บนแผงลอยในเวลานี้มีพวกมันวางขายอยู่กว่า300ก้อน
เจ้าของแผงลอยคือชายวัยกลางคนผิวคล้ำอายุราวๆสี่สิบ เขาดูค่อนข้างซื่อตรงแต่ทุกครั้งที่ตะโกนออกมาแววตากลับเผยให้เห็นความเจนโลก
“พี่ชายของพวกนี้คืออะไรงั้นหรอ?” หลินเซซียนถามนักสู้ที่อยู่ข้างๆ
“รังไหมศิลาไง”
หลินเซวียนอยากจะถามต่อหากแต่อีกฝ่ายนั้นขี้เกียจจะตอบ
หลินเซวียนใช้สกิลตรวจสอบขั้นสูงกับเจ้าของแผงลอยดู
ชายวัยกลางคนผู้นี้มีชื่อว่าหลิวเฉียงและเป็นนักสู้เลเวล1ขอบเขตที่7 สกิล อุปกรณ์สวมใส่และเซ็ตรูนของเขานั้นใหม่กริบ ระดับสูงสุดคือเกรดสีม่วงและไม่มีเกรดสีทองเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
หลินเซวียนอยากจะตรวจสอบต่อ
หากแต่นักสู้ชายร่างสูงโปร่งกลับเดินเข้ามาขวางเสียก่อน “เหล่าหลิวเอามาสิบกล่อง!”
กล่าวจบเขาก็ยื่นแก่นแท้ให้ไป9000แก่น
“ได้เลย! หว่างคิ้วของนายวันนี้ใสกระจ่างขนาดนั้นต้องได้อะไรดีๆแน่!” หลิวเฉียงหัวเราะและหยิบมีดสั้นออกมาตัดหิน
ก้อนแรกว่างเปล่า
ก้อนที่สองว่างเปล่า
ก้อนที่สามมีมีดสั้นเกรดสีเขียว
ก้อนที่สี่ว่างเปล่า
..
ก้อนที่สิบ หลิวเฉียงที่เพิ่งจะผ่าเปิดรอยแยกออกมานั้นก็พลันปรากฏแสงสีทองเจิดจ้าส่งอออกมาจากด้านใน!
แสงสีทองนั้นทำให้หลิวเฉียงแทบจะลืมตาไม่ขึ้น!
นักสู้ร่างสูงตกตะลึงยิ่งนัก “เชี่ย!? แสงสีทอง?!”
ทุกคนเองก็ต่างก็พากันชะโงกหน้ามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ทุกวันนั้นจะมีคนมาซื้อสิบกล่องอยู่บ่อยๆหากแต่กลับหายากนักที่จะได้เห็นแสงสืทอง
9000แก่นแท้แลกกับไอเทมเกรดสีทอง ไม่ว่าจะเป็นหนังสือสกิลหรืออุปกรณ์เกรดสีทองก็กำไรทั้งนั้น! ต่อให้เป็นรูนก็ไม่ได้นับว่าขาดทุน
หลิวเฉียงเองก็ดูจะมีความสุขไม่น้อยเหมือนกัน “เห็นไหม?! ฉันบอกพวกนายแล้วว่ามีโอกาสได้ไอเทมเกรดสีทอง! ในตลาดมีกล่องลึกลับขายอยู่มากมายก็จริงแต่ของฉันเป็นเพียงเจ้าเดียวที่มีไอเทมเกรดสีทอง!”
“เข้าใจแล้วน่าๆรีบๆเปิดซักที”
“ฉันเองก็จะซื้อบ้างแต่เป็นคราวหน้านะ! แต่นายรีบๆเปิดรังไหมศิลาเร็วๆเข้าเถอะฉันรอจะเห็นของข้างในไม่ไหวแล้ว!”
นักสู้หลายคนบ่นใส่หลิวเฉียง
หลิวเฉียงปล่อยให้พวกเขาใจจดใจจ่ออยู่นานกว่าจะเริ่มเปิดรังไหมศิลาต่อ
รองเท้าสีฟ้าคู่หนึ่งซึ่งถูกห่อหุ้มเอาไว้โดยกระแสลมปรากฏออกมาต่อหน้าต่อตาของทุกคน
ดูจากสกิลตรวจสอบขั้นสูงแล้ว หลินเซวียนพบว่านี่คืออุปกรณ์สวมใส่ประเภทรองเท้าเกรดสีทอง
ความสามารถของมันเองก็ดีมาก มัน+ความเร็วในการเคลื่อนที่ถึง30%และมีอัตราการหลบหลีกที่สูงมาก
นักสู้ร่างสูงผู้นั้นกอดรองเท้าทั้งสองข้างเอาไว้ในอ้อมแขนด้วยความรู้สึกดีอกดีใจ
“เหล่าหลิวเดี๋ยววันหน้าฉันจะมาเปิดกล่องอีก!” นักสู้ร่างสูงผู้นั้นวิ่งหนีจากไปทันทีเพราะเกรงว่าคนอื่นจะมาแย่งสมบัติไปจากเขา
นักสู้คนอื่นๆที่ถูกแสงสีทองตกไปเต็มๆนั้น ต่างพากันปิดปากและเต็มไปด้วยอารมณ์ท่วมท้น
“ฉันคิดจะเลือกรังไหมศิลาก้อนนั้นอยู่แล้วแท้ๆ โชคไม่ดีที่สุดท้ายดันไปเลือกก้อนข้างๆแทน”
“เวรเอ๊ย! ฉันก็ด้วย ขลาดจากรังไหมศิลาก้อนนั้นไปแค่ก้าวเดียวเอง! ทำไมถึงไม่เลือกก้อนนั้นนะ!”
“น่าเสียดายๆ ถ้าฉันได้ไอเทมเกรดสีทองมาบ้างล่ะก็นะ”
“หยุดคิดเถอะ ในช่วงเดือนที่ผ่านมานี้มีคนแค่เจ็ดถึงแปดคนเท่านั้นเองที่ได้ไอเทมเกรดสีทอง”
เหล่านักสู้พูดคุยกันและฟังจากน้ำเสียงแล้วเหมือนว่าพวกเขาปรารถนาว่าตนเองจะเป็นคนผู้นั้น
หลินเซวียนประหลาดใจยิ่งนัก
ต้นกำเนิดของรังไหมศิลานี่คืออะไรกันแน่?
มันกลับมีทั้งอุปกรณ์สวมใส่ หนังสือสกิลและรูนอยู่ภายในเนี่ยนะ?
เขาสงสัยขึ้นมาว่าสามารถใช้สกิลตรวจสอบมองทะลุมันได้หรือเปล่า
เขาย่อตัวลงและเตรียมจะใช้สกิลตรวจสอบขั้นสูงเพื่อทดสอบดู
“น้องชายอย่าคิดให้เสียเวลาเลย ด้วยสกิลตรวจสอบของนายไม่มีทางมองทะลุรังไหมศิลาได้หรอก ของพวกนี้อัดแน่นไปด้วยกฎอันแปลกประหลาดของบรรพตเสี้ยววิญญาณ กระทั่งขาใหญ่ขอบเขตที่9ก็ยังมองทะลุรังไหมศิลาไม่ได้ด้วยซ้ำ”
หลิวเฉียงสังเกตเห็นการกระทำของหลินเซวียนและหัวเราะออกมา
หลินเซวียนถามขึ้นบ้าง “ถ้างั้นเกรดและระดับของสกิลตรวจสอบต้องเท่าไหร่ล่ะถึงจะมองเห็นได้?”
หลิวเฉียงชะงักไปชั่วครู่และตอบกลับมาอย่างไร้สติ “ฉันจะไปรู้ได้ยังไง...”
จากนั้นเขาก็หยุดไปและเอ่ยเสียงเข้ม “ฉันคิดว่าถ้านายมีสกิลตรวจสอบเกรดสีทองเลเวล1ขอบเขตที่8ก็อาจจะมองผ่านได้ล่ะมั้ง?”
หลินเซวียนแสดงสีหน้าปั้นยาก
หือ?
ถ้างั้นทำไมตอนนี้เขาถึงมองเห็นมันอย่างชัดเจนเลยล่ะ?
หลินเซวียนลองใช้สกิลตรวจสอบขั้นสูงดูและพลันพบว่าเขาสามารถมองเห็นของที่ถูกซ่อนอยู่ด้านในได้
ภายในช่วงเวลาสั้นๆเมื่อครู่นั้นเขาก็ได้มองทะลุรังไหมศิลาไปแล้วกว่าเจ็ดถึงแปดก้อนแต่กลับไม่เห็นว่ามีรังไหมศิลาก้อนไหนเลยที่มีไอเทมเกรดสีทองบรรจุเอาไว้
“ฮ่าๆๆๆ! เหล่าหลิวล้อกันเล่นแล้ว ใครมันจะไปเสียค่าประสบการณ์กับแก่นแท้อันมีค่ากับสกิลตรวจสอบกันเล่า?”
“เกรงว่าทั่วทั้งกองพลก่อสร้างคงมีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นแหละที่มีสกิลตรวจสอบเกรดสีทอง”
ชายอ้อนที่ยืนอยู่ข้างๆหลินเซวียนจู่ๆก็เอ่ยออกมา “ฉันได้ยินมาว่าครั้งหนึ่งทางกองพลก่อสร้างเคยคิดจะชุบเลี้ยงนักสู้เช่นนี้ขึ้นมา พวกเขาคิดจะให้คนผู้นี้หลีกเลี่ยงการเรียนรู้สกิลป้องกันและสกิลโจมตีทุกประเภทและมุ่งเน้นไปที่การเรียนรู้สกิลเสริมเพียงอย่างเดียว ในบรรดาสกิลเหล่านี้ก็มีทั้งสกิลตรวจสอบและสกิลตรวจจับ หากแต่ในภายหลังพวกเขาก็ต้องล้มเหลว”
“ทำไมถึงได้ล้มเหลว?” คนที่อยู่ข้างๆเขาถามขึ้น
หลิวเฉียงเองก็สงสัยเช่นกัน “นั่นน่ะสิ กองพลก่อสร้างใหญ่โตขนาดนี้ตราบใดที่ยัดทรัพยากรเข้าไปก็น่าจะฝืนชุบเลี้ยงคนประเภทนี้ออกมาได้”
ชายอ้วนส่ายหัว “นักสู้ประเภทนี้จะได้เพลิดเพลินไปกับทรัพยากรจำนวนมาก จำนวนทรัพยากรที่คนประเภทนี้ใช้นั้นเทียบได้เลยกับการชุบเลี้ยงนักสู้ประเภทต่อสู้เจ็ดถึงแปดคนแต่พวกเขากลับไม่มีความสามารถในการต่อสู้และจำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองตลอดเวลา”
“คนที่พวกเราชุบเลี้ยงขึ้นมานั้นจึงถูกสปายจากองค์กรอื่นลอบสังหารตั้งแต่เพิ่งจะได้เป็นขอบเขตที่3เท่านั้น หลังจากนั้นเป็นต้นมากองพลก่อสร้างจึงไม่เคยชุบชีวิตแผนการนี้อีกเลย พวกเขาคงเลือกที่จะยอมแพ้ไปแล้ว”
นักสู้หลายคนเองก็พากันถอนหายใจอย่างซับซ้อน
หลิวฉัยงก้มหน้าลงและพบว่าชายหนุ่มหล่อเหลาผู้นี้ยังคงจ้องมองรังไหมศิลาอย่างไม่ลดละ เขาจึงหัวเราะและเอ่ยออกมา “หนุ่มน้อยนี่เป็นครั้งแรกที่นายมาที่บรรพตเสี้ยววิญญาณสินะ? อยากจะลองซื้อซักสิบกล่องไหมล่ะ? ในเมื่อนายเป็นหน้าใหม่ถ้างั้นฉันจะลดให้20% เอาไปเลย10กล่อง7200แก่นแท้”
หลินเซวียนเอ่ยออกมาด้วยวาจาประหลาดๆ “นั่นไม่ค่อยดีมั้ง? คุณต้องใช้ความพยายามมหาศาลเลยนี่กว่าจะได้รังไหมศิลาพวกนี้มา”
หลิวเฉียงโบกมือ “ก็แค่เสี่ยงชีวิตหารังไหมศิลาพวกนี้มาจากถ้ำใต้ดินเท่านั้น เป็นแค่งานหนักประเภทหนึ่งเท่านั้นเอง”
หลินเซวียนกระแอมเบาๆ
ความใจกว้างของอีกฝ่ายนั้นดูจะเกินจริงไปหน่อย
ถ้าเขาเอาอุปกรณ์เกรดสีทองกับสกิลเกรดสีทองที่มีเหลืออย่างละ1ชิ้นไปจากรังไหมศิลาทั้ง328ก้อนเหล่านี้นั่นคงจะนำมาซึ่งผลร้าย นอกจากนี้ยังจะทำให้ดูเด่นเกินไปด้วย
ถูกแล้ว ในตอนที่นักสู้กลุ่มนี้กำลังถอนหายใจกันอยู่นั้นหลินเซวียนก็ได้มองทะลุรังไหมศิลาทั้ง328ก้อนเรียบร้อยแล้ว
รังไหมศิลาเหล่านี้ดูเหมือนจะถูกเลิกผ้าคลุมอันลึกลับออกและเผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในอย่างสมบูรณ์เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา
หลังจากคิดอยู่ชั่วครู่หลินเซวียนก็ตัดสินใจว่าจะเอาไอเทมเกรดสีทองไปเพียงหนึ่งชิ้นเท่านั้น ไม่อย่างนั้นแล้วคงเป็นการรังแกเจ้าของแผงลอยเกินไป
ยิ่งไปกว่านั้นความสามารถของอุปกรณ์สวมใส่เองก็ธรรมดามาก ถ้ามาอยู่ในมือของหลินเซวียนก็คงไม่พ้นถูกนำไปเทรดหรือไม่ก็โยนเข้าไปในเตาหลอมนั่นแหละ
หลินเซวียนเดินออกมาและยื่นแก่นแท้7200ก้อนให้กับอีกฝ่าย
หลินเฉียงยิ้มและเอ่ยออกมา “เดี๋ยวฉันเลือกให้นายเองสิบก้อน ฉันเปิดขายรังไหมศิลามากว่าสองปีแล้วเลยค่อนข้างจะมีประสบการณ์”
หลินเซวียนส่ายหัว “ผมขอเลือกเองดีกว่า เช่นนี้แล้วต่อให้ไม่ได้ไอเทมเกรดสีทองก็เป็นที่ตัวของผมเอง จะได้โทษคุณไม่ได้ด้วยไง”
หลิวเฉียงยิ้มอย่างหมดคำจะพูด
ชายหนุ่มผู้นี้ค่อนข้างน่าสนใจ
“เอาล่ะถ้างั้นนายก็เลือกเองเถอะ”
นักสู้ข้างๆพากันส่ายหัว
นายเป็นแค่มือใหม่แท้ๆแต่กลับอยากจะท้าทายหลิวเฉียงที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการเปิดรังไหมศิลางั้นหรอ?
“ผมเลือกสิบก้อนนี้แหละ” หลินเซวียนแสร้งทำทีเป็นลังเลเล็กน้อยก่อนจะเลือกมาสิบก้อน
“หนุ่มน้อยฉันแนะนำให้โยนไอ้ก้อนน่าเกลียดนั่นทิ้งไปดีกว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมาสองปีของฉันก้อนนี้น่าจะแห้ว”
หลิวเฉียงกล่าวออกมาอย่างอดไม่ได้เมื่อเห็นว่าหนึ่งในสิบของรังไหมศิลานั้นมีก้อนหนึ่งที่น่าเกลียดเป็นพิเศษปนอยู่ด้วย
หลินเซวียนไม่รู้เลยว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
ก้อนที่หลิวเฉียงพูดถึงกลับกลายเป็นก้อนที่มีหนังสือสกิลเกรดสีทองอยู่นี่สิ
หลินเซวียนยิ้มและพูดขึ้น “ผมว่าก้อนนี้มันดูมีเอกลักษณ์ดี เอาก้อนนี้แหละ”
นักสู้รอบๆรู้สึกหมดคำจะพูดขึ้นมาอีกครั้ง
เจ้าหนูนี่หัวดื้อจริงๆ
ถ้าไม่ฟังคนเฒ่าคนแก่ระวังจะซวยเอานะ
หลิวเฉียงเป่ามือของตัวเองและหยิบมีดสั้นขึ้นมาผ่ารังไหมศิลา
ก้อนแรกว่างเปล่า
ก้อนที่สองเป็นอุปกรณ์เกรดสีฟ้า
ก้อนที่สามเป็นม้วนคัมภีร์อาชีพเกรดสีม่วง
“หือ? เจ้าหนุ่มนี่โชคไม่เลวเลย! คัมภีร์อาชีพอะไรล่ะนั่นน่ะ?”
“ฉันมีเพื่อที่ติดอยู่ที่เลเวล9ขอบเขตที่6อยู่ เขาขาดแค่ม้วนคัมภีร์อาชีพเท่านั้น เดี๋ยวขอคุยหลังไมค์ทีหลังเผื่อว่าจะแลกเปลี่ยนกันได้ซักหน่อยก็แล้วกัน”
นักสู้รอบๆเริ่มสนใจขึ้นมา
ผู้มาใหม่คนนี้โชคค่อนข้างดี
หลิวเฉียงเปิดรังไหมศิลาต่อ
ก้อนที่สี่ว่างเปล่า
ก้อนที่ห้าว่างเปล่า
ก้อนที่หกว่างเปล่า
หลังจากพลาดไปสามครั้งติด นักสู้รอบๆก็เริ่มถอนหายใจ
หลิวเฉียงหยิบรังไหมศิลาก้อนน่าเกลียดขึ้นมา “อยากเปิดมันจริงๆหรอ? ฉันคิดว่าหน้าใหม่อย่างนายคงลำบากไม่น้อย เอาเป็นว่าถ้านายไม่เปิดสี่ก้อนที่เหลือเดี๋ยวฉันคืนให้4000แก่นแท้แล้วกัน”
ในเวลานี้ทักษะการแสดงที่หลินเซวียนแสดงออกมานั้นคู่ควรแก่รางวัลนักแสดงดีเด่นยิ่งนัก
สีหน้าของเขานั้นมีทั้งร่องรอยของความดิ้นรน ผิดหวังและดื้อรั้นผสมปนเป
“เปิดเถอะ! เปิดต่อไป!” หลินเซวียนกัดฟันแน่น
หลิวเฉียงพยักหน้า
ก้อนที่เจ็ดส่องแสงสีทองออกมา
“เชี่ย!? ฉันเห็นอะไรเนี่ย?”
“แสงสีทอง? นี่เป็นครั้งที่สองของวันนี้แล้วนะจากแผงของเหล่าหลิวเนี่ย!”
“เชี่ยเอ๊ย โชคของเจ้าหน้าใหม่นี่ดีจริงๆ! ฉันขอกลับคำที่พูดไปเมื่อกี้ ต้องขอโทษเจ้าหน้าใหม่นั่นด้วย!”
นักสู้รอบๆพากันยืนนิ่งโง่งม
ตามปกติแล้วจากบรรดาแผงลอยนับสิบในตลาดนั้นต่อให้ผ่านไปซักสองหรือสามวันก็อาจจะยังไม่มีไอเทมเกรดสีทองโผล่ออกมาเลยก็เป็นได้
แต่แผงของเหล่าหลิววันนี้กลับมีไอเทมเกรดสีทองโผล่ออกมาแล้วสองชิ้น!
หลิวเฉียงเองก็ตื่นเต้นยิ่งนักจนใบหน้าแดงก่ำ “หนุ่มน้อยเปิดประสบการณ์ใหม่ๆที่ไม่เคยเจอในช่วงสองปีที่ผ่านมาให้กับฉันจริงๆ! รังไหมศิลาหน้าตาน่าเกลียดแบบนี้มีไอเทมเกรดสีทองอยู่ได้ยังไงกัน?!”
เขาเปิดรังไหมศิลาออกอย่างสมบูรณ์เผยให้เห็นหนังสือสกิลที่ส่องแสงสีทองเจิดจ้า
“เชี่ยเอ๊ยเป็นหนังสือสกิลเลยหรอเนี่ย!”
“หนังสือสกิล อุปกรณ์สวมใส่และรูน ถ้าเลือกได้อย่างใดอย่างหนึ่งฉันขอเลือกหนังสือสกิลแน่นอน”
นักสู้รอบๆตกตะลึงครั้งแล้วครั้งเล่า
เรื่องที่มันมีไอเทมเกรดสีทองก็เรื่องนึงแต่นี่ถึงกลับเป็นหนังสือสกิลเกรดสีทอง!
เรื่องนี้เข้าใจง่ายมาก
ในบรรดาหนังสือสกิล อุปกรณ์สวมใส่และรูนเกรดสีทองนั้น...
อุปกรณ์สวมใส่สามารถใส่ได้ก็สามารถพังได้
ความสามารถของรูนจะถึงขีดสุดก็ต่อเมื่อรวบรวมครบเซ็ต
หนังสือสกิลจะติดตัวนักสู้ไปจนตัวตายและไม่มีวันหนีจากเขาไปไหน ในบางมุมแล้วนั้นมันเป็นตัวตนที่เหนือกว่าภรรยาของพวกเขาด้วยซ้ำ
“เหล่าหลิววันนี้ฉันก็จะซื้อสิบกล่องด้วยเหมือนกัน! วันนี้ต้องเป็นวันดีแน่ๆ!”
“ฉันๆๆๆ ฉันมาก่อน!”
นักสู้รีบพุ่งเข้ามาจ่ายเงินกันด้วยใบหน้าบ้าคลั่ง
เหล่าหลิวส่งหนังสือสกิลให้กับหลินเซวียนด้วยตัวเอง “เจ้าหนูนายนี่มันดาวนำโชคของฉันจริงๆ!”
หลินเซวียนรับหนังสือสกิลมา
หน้าปกของสกิลเขียนเอาไว้ว่า ‘ขยายเวทย์มนตร์’ ทุกๆอุปกรณ์สวมใส่เกรดสีทองหนึ่งชิ้นบนร่างกายของเขาจะทำให้เวทย์มนตร์ทุกประเภทแข็งแกร่งขึ้น10%
สำหรับคนธรรมดานั้นการที่เวทย์มนตร์ทรงพลังขึ้น30%ก็น่าประทับใจมากแล้ว
หากแต่สำหรับหลินเซวียนนั้นสกิลนี้จัดได้ว่าเป็นสกิลระดับเทพเลย
ระหว่างที่เขากำลังมีความสุขนั้นหลินเซวียนก็ไม่ลืมถามอีกฝ่าย “คุณไปได้รังไหมศิลานี่มาจากไหนหรอครับ?”
หลิวเฉียงที่กำลังเก็บเงินอย่างมีความสุขเอ่ยขึ้นมา “ถ้ำใต้ดินทางตะวันตกของโคโลนี่ที่สามน่ะ หลังจากเปิดรังไหมศิลาทั้ง300ก้อนนี้แล้วฉันก็ว่าจะเตรียมตัวไปเก็บเพิ่มอีกชุด นายอยากจะไปไหมล่ะ? ในเมื่อนายช่วยฉันค้าขายฉันก็จะพานายไปด้วย”
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved