ตอนที่ 115

หลินเซวียนเดินเข้าใกล้ๆและแหวกฝูงชนเข้าไปดู ในที่สุดเขาก็ได้เห็นว่าอะไรที่วางขายอยู่บนแผงลอย

พวกมันคือวัตถุทรงกลมที่ถูกห่อหุ้มเอาไว้โดยหินสีเหลืองดิน พวกมันทั้งหมดล้วนมีขนาดประมาณศีรษะของมนุษย์เท่าๆกัน

บนแผงลอยในเวลานี้มีพวกมันวางขายอยู่กว่า300ก้อน

เจ้าของแผงลอยคือชายวัยกลางคนผิวคล้ำอายุราวๆสี่สิบ เขาดูค่อนข้างซื่อตรงแต่ทุกครั้งที่ตะโกนออกมาแววตากลับเผยให้เห็นความเจนโลก

“พี่ชายของพวกนี้คืออะไรงั้นหรอ?” หลินเซซียนถามนักสู้ที่อยู่ข้างๆ

“รังไหมศิลาไง”

หลินเซวียนอยากจะถามต่อหากแต่อีกฝ่ายนั้นขี้เกียจจะตอบ

หลินเซวียนใช้สกิลตรวจสอบขั้นสูงกับเจ้าของแผงลอยดู

ชายวัยกลางคนผู้นี้มีชื่อว่าหลิวเฉียงและเป็นนักสู้เลเวล1ขอบเขตที่7 สกิล อุปกรณ์สวมใส่และเซ็ตรูนของเขานั้นใหม่กริบ ระดับสูงสุดคือเกรดสีม่วงและไม่มีเกรดสีทองเลยแม้แต่ชิ้นเดียว

หลินเซวียนอยากจะตรวจสอบต่อ

หากแต่นักสู้ชายร่างสูงโปร่งกลับเดินเข้ามาขวางเสียก่อน “เหล่าหลิวเอามาสิบกล่อง!”

กล่าวจบเขาก็ยื่นแก่นแท้ให้ไป9000แก่น

“ได้เลย! หว่างคิ้วของนายวันนี้ใสกระจ่างขนาดนั้นต้องได้อะไรดีๆแน่!” หลิวเฉียงหัวเราะและหยิบมีดสั้นออกมาตัดหิน

ก้อนแรกว่างเปล่า

ก้อนที่สองว่างเปล่า

ก้อนที่สามมีมีดสั้นเกรดสีเขียว

ก้อนที่สี่ว่างเปล่า

..

ก้อนที่สิบ หลิวเฉียงที่เพิ่งจะผ่าเปิดรอยแยกออกมานั้นก็พลันปรากฏแสงสีทองเจิดจ้าส่งอออกมาจากด้านใน!

แสงสีทองนั้นทำให้หลิวเฉียงแทบจะลืมตาไม่ขึ้น!

นักสู้ร่างสูงตกตะลึงยิ่งนัก “เชี่ย!? แสงสีทอง?!”

ทุกคนเองก็ต่างก็พากันชะโงกหน้ามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ทุกวันนั้นจะมีคนมาซื้อสิบกล่องอยู่บ่อยๆหากแต่กลับหายากนักที่จะได้เห็นแสงสืทอง

9000แก่นแท้แลกกับไอเทมเกรดสีทอง ไม่ว่าจะเป็นหนังสือสกิลหรืออุปกรณ์เกรดสีทองก็กำไรทั้งนั้น! ต่อให้เป็นรูนก็ไม่ได้นับว่าขาดทุน

หลิวเฉียงเองก็ดูจะมีความสุขไม่น้อยเหมือนกัน “เห็นไหม?! ฉันบอกพวกนายแล้วว่ามีโอกาสได้ไอเทมเกรดสีทอง! ในตลาดมีกล่องลึกลับขายอยู่มากมายก็จริงแต่ของฉันเป็นเพียงเจ้าเดียวที่มีไอเทมเกรดสีทอง!”

“เข้าใจแล้วน่าๆรีบๆเปิดซักที”

“ฉันเองก็จะซื้อบ้างแต่เป็นคราวหน้านะ! แต่นายรีบๆเปิดรังไหมศิลาเร็วๆเข้าเถอะฉันรอจะเห็นของข้างในไม่ไหวแล้ว!”

นักสู้หลายคนบ่นใส่หลิวเฉียง

หลิวเฉียงปล่อยให้พวกเขาใจจดใจจ่ออยู่นานกว่าจะเริ่มเปิดรังไหมศิลาต่อ

รองเท้าสีฟ้าคู่หนึ่งซึ่งถูกห่อหุ้มเอาไว้โดยกระแสลมปรากฏออกมาต่อหน้าต่อตาของทุกคน

ดูจากสกิลตรวจสอบขั้นสูงแล้ว หลินเซวียนพบว่านี่คืออุปกรณ์สวมใส่ประเภทรองเท้าเกรดสีทอง

ความสามารถของมันเองก็ดีมาก มัน+ความเร็วในการเคลื่อนที่ถึง30%และมีอัตราการหลบหลีกที่สูงมาก

นักสู้ร่างสูงผู้นั้นกอดรองเท้าทั้งสองข้างเอาไว้ในอ้อมแขนด้วยความรู้สึกดีอกดีใจ

“เหล่าหลิวเดี๋ยววันหน้าฉันจะมาเปิดกล่องอีก!” นักสู้ร่างสูงผู้นั้นวิ่งหนีจากไปทันทีเพราะเกรงว่าคนอื่นจะมาแย่งสมบัติไปจากเขา

นักสู้คนอื่นๆที่ถูกแสงสีทองตกไปเต็มๆนั้น ต่างพากันปิดปากและเต็มไปด้วยอารมณ์ท่วมท้น

“ฉันคิดจะเลือกรังไหมศิลาก้อนนั้นอยู่แล้วแท้ๆ โชคไม่ดีที่สุดท้ายดันไปเลือกก้อนข้างๆแทน”

“เวรเอ๊ย! ฉันก็ด้วย ขลาดจากรังไหมศิลาก้อนนั้นไปแค่ก้าวเดียวเอง! ทำไมถึงไม่เลือกก้อนนั้นนะ!”

“น่าเสียดายๆ ถ้าฉันได้ไอเทมเกรดสีทองมาบ้างล่ะก็นะ”

“หยุดคิดเถอะ ในช่วงเดือนที่ผ่านมานี้มีคนแค่เจ็ดถึงแปดคนเท่านั้นเองที่ได้ไอเทมเกรดสีทอง”

เหล่านักสู้พูดคุยกันและฟังจากน้ำเสียงแล้วเหมือนว่าพวกเขาปรารถนาว่าตนเองจะเป็นคนผู้นั้น

หลินเซวียนประหลาดใจยิ่งนัก

ต้นกำเนิดของรังไหมศิลานี่คืออะไรกันแน่?

มันกลับมีทั้งอุปกรณ์สวมใส่ หนังสือสกิลและรูนอยู่ภายในเนี่ยนะ?

เขาสงสัยขึ้นมาว่าสามารถใช้สกิลตรวจสอบมองทะลุมันได้หรือเปล่า

เขาย่อตัวลงและเตรียมจะใช้สกิลตรวจสอบขั้นสูงเพื่อทดสอบดู

“น้องชายอย่าคิดให้เสียเวลาเลย ด้วยสกิลตรวจสอบของนายไม่มีทางมองทะลุรังไหมศิลาได้หรอก ของพวกนี้อัดแน่นไปด้วยกฎอันแปลกประหลาดของบรรพตเสี้ยววิญญาณ กระทั่งขาใหญ่ขอบเขตที่9ก็ยังมองทะลุรังไหมศิลาไม่ได้ด้วยซ้ำ”

หลิวเฉียงสังเกตเห็นการกระทำของหลินเซวียนและหัวเราะออกมา

หลินเซวียนถามขึ้นบ้าง “ถ้างั้นเกรดและระดับของสกิลตรวจสอบต้องเท่าไหร่ล่ะถึงจะมองเห็นได้?”

หลิวเฉียงชะงักไปชั่วครู่และตอบกลับมาอย่างไร้สติ “ฉันจะไปรู้ได้ยังไง...”

จากนั้นเขาก็หยุดไปและเอ่ยเสียงเข้ม “ฉันคิดว่าถ้านายมีสกิลตรวจสอบเกรดสีทองเลเวล1ขอบเขตที่8ก็อาจจะมองผ่านได้ล่ะมั้ง?”

หลินเซวียนแสดงสีหน้าปั้นยาก

หือ?

ถ้างั้นทำไมตอนนี้เขาถึงมองเห็นมันอย่างชัดเจนเลยล่ะ?

หลินเซวียนลองใช้สกิลตรวจสอบขั้นสูงดูและพลันพบว่าเขาสามารถมองเห็นของที่ถูกซ่อนอยู่ด้านในได้

ภายในช่วงเวลาสั้นๆเมื่อครู่นั้นเขาก็ได้มองทะลุรังไหมศิลาไปแล้วกว่าเจ็ดถึงแปดก้อนแต่กลับไม่เห็นว่ามีรังไหมศิลาก้อนไหนเลยที่มีไอเทมเกรดสีทองบรรจุเอาไว้

“ฮ่าๆๆๆ! เหล่าหลิวล้อกันเล่นแล้ว ใครมันจะไปเสียค่าประสบการณ์กับแก่นแท้อันมีค่ากับสกิลตรวจสอบกันเล่า?”

“เกรงว่าทั่วทั้งกองพลก่อสร้างคงมีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นแหละที่มีสกิลตรวจสอบเกรดสีทอง”

ชายอ้อนที่ยืนอยู่ข้างๆหลินเซวียนจู่ๆก็เอ่ยออกมา “ฉันได้ยินมาว่าครั้งหนึ่งทางกองพลก่อสร้างเคยคิดจะชุบเลี้ยงนักสู้เช่นนี้ขึ้นมา พวกเขาคิดจะให้คนผู้นี้หลีกเลี่ยงการเรียนรู้สกิลป้องกันและสกิลโจมตีทุกประเภทและมุ่งเน้นไปที่การเรียนรู้สกิลเสริมเพียงอย่างเดียว ในบรรดาสกิลเหล่านี้ก็มีทั้งสกิลตรวจสอบและสกิลตรวจจับ หากแต่ในภายหลังพวกเขาก็ต้องล้มเหลว”

“ทำไมถึงได้ล้มเหลว?” คนที่อยู่ข้างๆเขาถามขึ้น

หลิวเฉียงเองก็สงสัยเช่นกัน “นั่นน่ะสิ กองพลก่อสร้างใหญ่โตขนาดนี้ตราบใดที่ยัดทรัพยากรเข้าไปก็น่าจะฝืนชุบเลี้ยงคนประเภทนี้ออกมาได้”

ชายอ้วนส่ายหัว “นักสู้ประเภทนี้จะได้เพลิดเพลินไปกับทรัพยากรจำนวนมาก จำนวนทรัพยากรที่คนประเภทนี้ใช้นั้นเทียบได้เลยกับการชุบเลี้ยงนักสู้ประเภทต่อสู้เจ็ดถึงแปดคนแต่พวกเขากลับไม่มีความสามารถในการต่อสู้และจำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองตลอดเวลา”

“คนที่พวกเราชุบเลี้ยงขึ้นมานั้นจึงถูกสปายจากองค์กรอื่นลอบสังหารตั้งแต่เพิ่งจะได้เป็นขอบเขตที่3เท่านั้น หลังจากนั้นเป็นต้นมากองพลก่อสร้างจึงไม่เคยชุบชีวิตแผนการนี้อีกเลย พวกเขาคงเลือกที่จะยอมแพ้ไปแล้ว”

นักสู้หลายคนเองก็พากันถอนหายใจอย่างซับซ้อน

หลิวฉัยงก้มหน้าลงและพบว่าชายหนุ่มหล่อเหลาผู้นี้ยังคงจ้องมองรังไหมศิลาอย่างไม่ลดละ เขาจึงหัวเราะและเอ่ยออกมา “หนุ่มน้อยนี่เป็นครั้งแรกที่นายมาที่บรรพตเสี้ยววิญญาณสินะ? อยากจะลองซื้อซักสิบกล่องไหมล่ะ? ในเมื่อนายเป็นหน้าใหม่ถ้างั้นฉันจะลดให้20% เอาไปเลย10กล่อง7200แก่นแท้”

หลินเซวียนเอ่ยออกมาด้วยวาจาประหลาดๆ “นั่นไม่ค่อยดีมั้ง? คุณต้องใช้ความพยายามมหาศาลเลยนี่กว่าจะได้รังไหมศิลาพวกนี้มา”

หลิวเฉียงโบกมือ “ก็แค่เสี่ยงชีวิตหารังไหมศิลาพวกนี้มาจากถ้ำใต้ดินเท่านั้น เป็นแค่งานหนักประเภทหนึ่งเท่านั้นเอง”

หลินเซวียนกระแอมเบาๆ

ความใจกว้างของอีกฝ่ายนั้นดูจะเกินจริงไปหน่อย

ถ้าเขาเอาอุปกรณ์เกรดสีทองกับสกิลเกรดสีทองที่มีเหลืออย่างละ1ชิ้นไปจากรังไหมศิลาทั้ง328ก้อนเหล่านี้นั่นคงจะนำมาซึ่งผลร้าย นอกจากนี้ยังจะทำให้ดูเด่นเกินไปด้วย

ถูกแล้ว ในตอนที่นักสู้กลุ่มนี้กำลังถอนหายใจกันอยู่นั้นหลินเซวียนก็ได้มองทะลุรังไหมศิลาทั้ง328ก้อนเรียบร้อยแล้ว

รังไหมศิลาเหล่านี้ดูเหมือนจะถูกเลิกผ้าคลุมอันลึกลับออกและเผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในอย่างสมบูรณ์เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา

หลังจากคิดอยู่ชั่วครู่หลินเซวียนก็ตัดสินใจว่าจะเอาไอเทมเกรดสีทองไปเพียงหนึ่งชิ้นเท่านั้น ไม่อย่างนั้นแล้วคงเป็นการรังแกเจ้าของแผงลอยเกินไป

ยิ่งไปกว่านั้นความสามารถของอุปกรณ์สวมใส่เองก็ธรรมดามาก ถ้ามาอยู่ในมือของหลินเซวียนก็คงไม่พ้นถูกนำไปเทรดหรือไม่ก็โยนเข้าไปในเตาหลอมนั่นแหละ

หลินเซวียนเดินออกมาและยื่นแก่นแท้7200ก้อนให้กับอีกฝ่าย

หลินเฉียงยิ้มและเอ่ยออกมา “เดี๋ยวฉันเลือกให้นายเองสิบก้อน ฉันเปิดขายรังไหมศิลามากว่าสองปีแล้วเลยค่อนข้างจะมีประสบการณ์”

หลินเซวียนส่ายหัว “ผมขอเลือกเองดีกว่า เช่นนี้แล้วต่อให้ไม่ได้ไอเทมเกรดสีทองก็เป็นที่ตัวของผมเอง จะได้โทษคุณไม่ได้ด้วยไง”

หลิวเฉียงยิ้มอย่างหมดคำจะพูด

ชายหนุ่มผู้นี้ค่อนข้างน่าสนใจ

“เอาล่ะถ้างั้นนายก็เลือกเองเถอะ”

นักสู้ข้างๆพากันส่ายหัว

นายเป็นแค่มือใหม่แท้ๆแต่กลับอยากจะท้าทายหลิวเฉียงที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการเปิดรังไหมศิลางั้นหรอ?

“ผมเลือกสิบก้อนนี้แหละ” หลินเซวียนแสร้งทำทีเป็นลังเลเล็กน้อยก่อนจะเลือกมาสิบก้อน

“หนุ่มน้อยฉันแนะนำให้โยนไอ้ก้อนน่าเกลียดนั่นทิ้งไปดีกว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมาสองปีของฉันก้อนนี้น่าจะแห้ว”

หลิวเฉียงกล่าวออกมาอย่างอดไม่ได้เมื่อเห็นว่าหนึ่งในสิบของรังไหมศิลานั้นมีก้อนหนึ่งที่น่าเกลียดเป็นพิเศษปนอยู่ด้วย

หลินเซวียนไม่รู้เลยว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

ก้อนที่หลิวเฉียงพูดถึงกลับกลายเป็นก้อนที่มีหนังสือสกิลเกรดสีทองอยู่นี่สิ

หลินเซวียนยิ้มและพูดขึ้น “ผมว่าก้อนนี้มันดูมีเอกลักษณ์ดี เอาก้อนนี้แหละ”

นักสู้รอบๆรู้สึกหมดคำจะพูดขึ้นมาอีกครั้ง

เจ้าหนูนี่หัวดื้อจริงๆ

ถ้าไม่ฟังคนเฒ่าคนแก่ระวังจะซวยเอานะ

หลิวเฉียงเป่ามือของตัวเองและหยิบมีดสั้นขึ้นมาผ่ารังไหมศิลา

ก้อนแรกว่างเปล่า

ก้อนที่สองเป็นอุปกรณ์เกรดสีฟ้า

ก้อนที่สามเป็นม้วนคัมภีร์อาชีพเกรดสีม่วง

“หือ? เจ้าหนุ่มนี่โชคไม่เลวเลย! คัมภีร์อาชีพอะไรล่ะนั่นน่ะ?”

“ฉันมีเพื่อที่ติดอยู่ที่เลเวล9ขอบเขตที่6อยู่ เขาขาดแค่ม้วนคัมภีร์อาชีพเท่านั้น เดี๋ยวขอคุยหลังไมค์ทีหลังเผื่อว่าจะแลกเปลี่ยนกันได้ซักหน่อยก็แล้วกัน”

นักสู้รอบๆเริ่มสนใจขึ้นมา

ผู้มาใหม่คนนี้โชคค่อนข้างดี

หลิวเฉียงเปิดรังไหมศิลาต่อ

ก้อนที่สี่ว่างเปล่า

ก้อนที่ห้าว่างเปล่า

ก้อนที่หกว่างเปล่า

หลังจากพลาดไปสามครั้งติด นักสู้รอบๆก็เริ่มถอนหายใจ

หลิวเฉียงหยิบรังไหมศิลาก้อนน่าเกลียดขึ้นมา “อยากเปิดมันจริงๆหรอ? ฉันคิดว่าหน้าใหม่อย่างนายคงลำบากไม่น้อย เอาเป็นว่าถ้านายไม่เปิดสี่ก้อนที่เหลือเดี๋ยวฉันคืนให้4000แก่นแท้แล้วกัน”

ในเวลานี้ทักษะการแสดงที่หลินเซวียนแสดงออกมานั้นคู่ควรแก่รางวัลนักแสดงดีเด่นยิ่งนัก

สีหน้าของเขานั้นมีทั้งร่องรอยของความดิ้นรน ผิดหวังและดื้อรั้นผสมปนเป

“เปิดเถอะ! เปิดต่อไป!” หลินเซวียนกัดฟันแน่น

หลิวเฉียงพยักหน้า

ก้อนที่เจ็ดส่องแสงสีทองออกมา

“เชี่ย!? ฉันเห็นอะไรเนี่ย?”

“แสงสีทอง? นี่เป็นครั้งที่สองของวันนี้แล้วนะจากแผงของเหล่าหลิวเนี่ย!”

“เชี่ยเอ๊ย โชคของเจ้าหน้าใหม่นี่ดีจริงๆ! ฉันขอกลับคำที่พูดไปเมื่อกี้ ต้องขอโทษเจ้าหน้าใหม่นั่นด้วย!”

นักสู้รอบๆพากันยืนนิ่งโง่งม

ตามปกติแล้วจากบรรดาแผงลอยนับสิบในตลาดนั้นต่อให้ผ่านไปซักสองหรือสามวันก็อาจจะยังไม่มีไอเทมเกรดสีทองโผล่ออกมาเลยก็เป็นได้

แต่แผงของเหล่าหลิววันนี้กลับมีไอเทมเกรดสีทองโผล่ออกมาแล้วสองชิ้น!

หลิวเฉียงเองก็ตื่นเต้นยิ่งนักจนใบหน้าแดงก่ำ “หนุ่มน้อยเปิดประสบการณ์ใหม่ๆที่ไม่เคยเจอในช่วงสองปีที่ผ่านมาให้กับฉันจริงๆ! รังไหมศิลาหน้าตาน่าเกลียดแบบนี้มีไอเทมเกรดสีทองอยู่ได้ยังไงกัน?!”

เขาเปิดรังไหมศิลาออกอย่างสมบูรณ์เผยให้เห็นหนังสือสกิลที่ส่องแสงสีทองเจิดจ้า

“เชี่ยเอ๊ยเป็นหนังสือสกิลเลยหรอเนี่ย!”

“หนังสือสกิล อุปกรณ์สวมใส่และรูน ถ้าเลือกได้อย่างใดอย่างหนึ่งฉันขอเลือกหนังสือสกิลแน่นอน”

นักสู้รอบๆตกตะลึงครั้งแล้วครั้งเล่า

เรื่องที่มันมีไอเทมเกรดสีทองก็เรื่องนึงแต่นี่ถึงกลับเป็นหนังสือสกิลเกรดสีทอง!

เรื่องนี้เข้าใจง่ายมาก

ในบรรดาหนังสือสกิล อุปกรณ์สวมใส่และรูนเกรดสีทองนั้น...

อุปกรณ์สวมใส่สามารถใส่ได้ก็สามารถพังได้

ความสามารถของรูนจะถึงขีดสุดก็ต่อเมื่อรวบรวมครบเซ็ต

หนังสือสกิลจะติดตัวนักสู้ไปจนตัวตายและไม่มีวันหนีจากเขาไปไหน ในบางมุมแล้วนั้นมันเป็นตัวตนที่เหนือกว่าภรรยาของพวกเขาด้วยซ้ำ

“เหล่าหลิววันนี้ฉันก็จะซื้อสิบกล่องด้วยเหมือนกัน! วันนี้ต้องเป็นวันดีแน่ๆ!”

“ฉันๆๆๆ ฉันมาก่อน!”

นักสู้รีบพุ่งเข้ามาจ่ายเงินกันด้วยใบหน้าบ้าคลั่ง

เหล่าหลิวส่งหนังสือสกิลให้กับหลินเซวียนด้วยตัวเอง “เจ้าหนูนายนี่มันดาวนำโชคของฉันจริงๆ!”

หลินเซวียนรับหนังสือสกิลมา

หน้าปกของสกิลเขียนเอาไว้ว่า ‘ขยายเวทย์มนตร์’ ทุกๆอุปกรณ์สวมใส่เกรดสีทองหนึ่งชิ้นบนร่างกายของเขาจะทำให้เวทย์มนตร์ทุกประเภทแข็งแกร่งขึ้น10%

สำหรับคนธรรมดานั้นการที่เวทย์มนตร์ทรงพลังขึ้น30%ก็น่าประทับใจมากแล้ว

หากแต่สำหรับหลินเซวียนนั้นสกิลนี้จัดได้ว่าเป็นสกิลระดับเทพเลย

ระหว่างที่เขากำลังมีความสุขนั้นหลินเซวียนก็ไม่ลืมถามอีกฝ่าย “คุณไปได้รังไหมศิลานี่มาจากไหนหรอครับ?”

หลิวเฉียงที่กำลังเก็บเงินอย่างมีความสุขเอ่ยขึ้นมา “ถ้ำใต้ดินทางตะวันตกของโคโลนี่ที่สามน่ะ หลังจากเปิดรังไหมศิลาทั้ง300ก้อนนี้แล้วฉันก็ว่าจะเตรียมตัวไปเก็บเพิ่มอีกชุด นายอยากจะไปไหมล่ะ? ในเมื่อนายช่วยฉันค้าขายฉันก็จะพานายไปด้วย”