ตอนที่ 85

แต้มบุญหนึ่งหมื่นห้าพันแต้ม!

ตัวเลขนี้ทำให้คนอื่นๆตกตะลึงไปตามๆกัน

ฉู่เผิงเฉิงเองก็แทบจะพูดไม่ออก

หวังต้าฟู่จับจ้องมองดูโพชั่นจำนวนมหาศาลด้วยแววตาเปล่งประกาย

ลู่หลัวเองก็ชะงักไปหลายวินาทีก่อนที่จู่ๆจะเอนตัวไปหาหมาป่าเงิน “เมื่อกี้คุณว่าไงนะ? อนาคตเป็นของคนหนุ่มใช่ไหม? อย่ามาแข่งแย่งที่สองกับฉันเลยใช่ป่ะ?”

หมาป่าเงิน “...”

ใบหน้าของเขาพลันแดงก่ำพร้อมกันสบถออกมา “เมื่อกี้ฉันไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น! ไม่ได้พูดอะไรซักคำ!”

“ถ้ามีใครมาวุ่นวายกับเรื่องที่ฉันพูดอีกก็มาตีกันซักยก!” หมาป่าเงินมองไปรอบๆด้วยสายตาดุร้าย

ลู่หลัวหัวเราะอย่างหนักจนดวงตาหยีเป็นรูปจันทร์เสี้ยว

ไป๋ชิงเหอเองก็เดินเข้ามาแสดงความขอบคุณกับหลินเซวียน

“โล่วิญญาณขอบคุณสำหรับความดีความชอบที่นายทำให้กับแนวหน้าของกองพลก่อสร้างจริงๆนะ!”

ราวกับว่าแค่คำขอบคุณคงไม่พอ ไป๋ชิงเหอทำถึงขั้นยกมือทำความเคารพให้กับหลินเซวียนอย่างจริงใจ

หลินเซวียนรีบประคองหยุดเขาในทันที “ไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นหรอก...”

อย่างไรก็ตามไป๋ชิงเหอกลับตั้งมั่นไม่ยอมกลับคำ กลับกันเขากลับเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “โพชั่นเหล่านี้จะช่วยชีวิตของสมาชิกกอลพลก่อสร้างในช่วงเวลาวิกฤตได้อีกมากคน! ไม่ว่าฉันจะแสดงความขอบคุณเท่าไหร่ก็ยังไม่พออยู่ดี!”

ดวงตาของฉู่เผิงเฉิงเองก็เปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย “ถูกอย่างที่เขาว่า”

“ทุกคน...แสดงความเคารพโล่วิญญาณ!”

ฉู่เผิงเฉิงแผดเสียงลั่น

จากนั้นเขาก็เหยียดหลังตรงและยกมือขึ้นมาตะเบ๊ะ เช่นเดียวกับไป๋ชิงเหอเขาเองก็แสดงความเคารพให้แก่หลินเซวียนด้วยท่าทำความเคารพพื้นฐานของทหาร

ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!

หวังต้าฟู่ หมาป่าเงิน ลู่หลัว ซูซวนและคนอื่นๆเองก็ตะเบ๊ะเช่นกัน

แม้ว่าการเคลื่อนไหวของเหวินเซี่ยงจะดูไม่เป็นธรรมชาตินักแต่หลังจากยกมือขึ้นมาตะเบ๊ะแล้วเขาก็ไม่ขยับเลยซักนิ้ว

เพียงพริบตาเดียวภายในอาณาบริเวณนี้ก็พลันเงียบสงัดจนสามารถได้ยินเสียงของตกได้อย่างง่ายดาย

เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาร้อนแรงที่มองมาจากทุกทิศทาง หลินเซวียนก็รู้สึกราวกับได้ย้อนกลับมายังโลก ภาพที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เขาหวนนึกถึงเหล่าสานุศิษย์ที่ยืนทำความเคารพในพิธีสวนสนามวันชาติ

ภาพเหตุการณ์ทั้งสองนั้นคล้ายกันยิ่งนัก

หัวใจของหลินเซวียนสั่นสะท้าน

“เอาล่ะๆพอแล้วๆ”

ฉู่เผิงเฉิงเป็นคนแรกที่ลดมือลง

คนอื่นๆเองก็ทำตาม

“ฉันรู้สึกขอบคุณนายจริงๆที่ปรุงโพชั่นออกมามากมายขนาดนี้” ฉู่เผิงเฉิงกล่าว “แต่ขอถามได้ไหมว่าทักษะการปรุงยาของนายอยู่เกรดอะไร?”

ทุกคนเองก็อยากรู้เช่นกัน

การที่สามารถสร้างโพชั่นจำนวนมากขนาดนี้ได้ในหนึ่งเดือน ระดับของทักษะปรุงยาของอีกฝ่ายน่าจะสูงมาก

หลินเซวียนยกมือขึ้นเกาหัว

เขาคงบอกไม่ได้หรอกว่าตัวเองไม่มีทักษะปรุงยาและเผยความจริงไปว่าเป็นโต๊ะปรุงยาสามโต๊ะที่คอยปรุงยาทั้งวันทั้งคืนให้แก่เขาไม่ได้หรอกจริงไหม?

“สีทอง”

หลินเซวียนหาข้อแก้ตัวเอาไว้ก่อนแล้ว “ก่อนที่ผมจะมาถึงเมืองทะเลสาบตกวันออกผมบังเอิญไปเจอกับแพทย์แผนจีนชราคนหนึ่งโดยบังเอิญ เขากล่าวว่าบรรพบุรุษของเขาเป็นตระกูลแพทย์โบราณที่มีชื่อเสียงยิ่งนัก นับตั้งแต่วันที่โลกเปลี่ยนไปทักษะการปรุงยาของเขาก็กลายเป็นสีทองในทันที”

“ยังไงก็ตามบุตรของแพทย์แผนจีนชราคนนั้นเสียชีวิตไปในสงคราม เขารู้สึกว่าผมเป็นคนดีดังนั้นเลยสอนทักษะการปรุงยาให้ บางทีผมก็อาจจะมีพรสวรรค์ทางด้านนี้อยู่บ้าง หลังจากพยายามแบบเลือดตาแทบจะเด็นเพื่อเรียนรู้ผมก็ได้ทักษะปรุงยาเกรดสีทองมา”

ฝูงชนพากันฮือฮา

ไม่แปลกเลยว่าหลินเซวียนจะปรุงโพชั่นได้เก่งเบอร์นี้

กลับกลายเป็นว่าเขาพบกับอาจารย์ที่ดีนี่เอง

“ชายชราคนนั้นไปไหนแล้วล่ะ? เขาเสียแล้วหรอ?” ลู่หลัวถาม

“ใช่แล้ว เนื่องจากเขาใช้แต้มค่าประสบการณ์ทั้งหมดไปกับทักษะปรุงยาความแข็งแกร่งของเขาจึงค่อนข้างอ่อนแอ โชคร้ายที่สุดท้ายเขาก็ถูกพวกอสูรสังหารไป”

หลินเซวียนถอนหายใจ

เขาคิดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ว่าตัวเองก็เก่งกาจในด้านการตอแหลไม่เบา

“น่าเสียดายจริงๆ”

“ถ้าคนแบบนี้มาที่กองพลก่อสร้างเราพวกเราคงมองเขาไปต่างจากสมบัติเลยแหละ”

สมาชิกหลายคนของกองพลก่อสร้างเผยสีหน้าเสียดาย

ความตกตะลึงจากแต้มบุญ15,000แต้มของโล่วิญญาณค่อยๆสงบลง

หลังจากสมาชิกทุกคนของกองพลก่อสร้างส่งโพชั่นแล้ว ฉู่เผิงเฉิงก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจและประกาศออกมาเสียงดังสนั่น

“สามอันดับแรกได้แก่โล่วิญญาณ ซูซวนและหมาป่าเงิน!”

ฉู่เผิงเฉิงยิ้มและเอ่ยออกมา “พรุ่งนี้จะมีคนจากศูนย์ใหญ่มาทำการขนโพชั่น นอกจากนี้พวกเขาจะนำเอารางวัลมาด้วย”

หัวใจของหลินเซวียนปั่นป่วนขึ้นมา

ศูนย์ใหญ่ของกองพลก่อสร้าง...

เขายังไม่เคยเห็นใครจากศูนย์ใหญ่มาก่อนเลย

สงสัยจริงๆว่าคนแบบไหนกันที่จะมาที่เมืองหลงไห่ในวันพรุ่งนี้

อย่างไรก็ตามหลินเซวียนเดาว่าคนผู้นั้นอย่างน้อยก็ต้องเป็นนักสู้ขอบเขตที่7

เพื่อที่จะเอาตัวให้รอดในแดนรกร้างนั้นคนผู้นั้นจำเป็นต้องเป็นนักสู้ขอบเขตที่6เป็นอย่างน้อย

นักสู้ขอบเขตที่7สามารถไปที่ไหนก็ได้ตามต้องการ อสูรแทบจะไม่เป็นภัยคุกคามสำหรับพวกเขาเลย

“ว้าว คนจากศูนย์ใหญ่จะมางั้นหรอ?”

“คนจากศูนย์ใหญ่จะเป็นคนมาขนโพชั่นเอง? ดูเหมือนแนวหน้าจะขาดแคลนโพชั่นมากจริงๆ”

เหล่าสมาชิกพากันพูดคุยอย่างออกรส

ฉู่เผิงเฉิงลดมือลง “เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหากับโพชั่น โพชั่นทั้งหมดจะถูกเก็บเอาไว้ในคลังและมีคนคุ้มกันคอยเฝ้า

“พวกเราต้องทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับโพชั่นล็อตนี้!”

ฉู่เผิงเฉิงเอ่ยเสียงเข้ม

“ครับ!” สมาชิกทุกคนรับคำด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก

หลินเซวียนหรี่ตาลง

พรุ่งนี้คนจากกองพลก่อสร้างจะมาขนโพชั่นไป

ถ้ายังเหลือสปายในเมืองหลงไห่จริงๆถ้างั้นคืนนี้ก็คือโอกาสอันดีที่พวกมันจะลงมือ

...

ราตรีนี้มืดมิดยิ่งและแสดงดาวเองก็ริบหรี่นัก

ภายในเมืองหลงไห่ ผู้คนส่วนใหญ่ได้กลับไปที่บ้านพักของตัวเองกันหมดแล้ว

เนื่องจากเมืองหลงไห่มีขนาดใหญ่โตคนส่วนใหญ่จึงได้บ้านส่วนตัวของตนเองและแน่นอนว่าพลเรือนทั่วไปเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

อย่างไรก็ตามในช่วงเวลานี้กลับมีเงาร่างหกร่างวิ่งออกมาจากเมืองหลงไห่และกระจายออกไปสามทิศทาง

“เป้าหมายของพวกเราคือใช้ตัวเองล่อให้พวกอสูรเข้าโจมตีเมืองหลงไห่และซื้อเวลาให้กับหัวหน้า”

หนึ่งในสองคนที่วิ่งขึ้นเหนือนั้นคือนักสู้ขอบเขตที่4ที่ดูมีอายุเยอะที่สุดและอีกคนคือนักสู้ขอบเขตที่3ที่มีอายุน้อยที่สุดในกลุ่ม

เมื่อครู่เป็นคนอายุเยอะที่เอ่ยขึ้น

“รับทราบ!” ใบหน้าของนักสู้อีกคนบังเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาแต่ก็ยังคงตอบกลับทันที

ชายอายุเยอะกว่าดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงความกลัวของอีกฝ่ายจึงเอ่ยบอกกับเขาด้วยน้ำเสียงสงบ “หลังจากอาศัยอยู่ในเมืองหลงไห่มานานมันทำให้ศรัทธาของนายมันเริ่มไขว้เขวรึไง? ลืมตัวตนของตัวเองไปแล้วรึ?”

ชายหนุ่มส่ายหัวทันที “ศรัทธาของผมไม่เคยสั่นคลอน ผมจดจำอยู่ทุกวินาทีว่าตัวเองคือส่วนหนึ่งของทุ่งราบมหาสวรรค์”

ชายอายุเยอะพยักหน้า “ดีแล้วที่จำได้ ถึงแม้พวกเราจะตายในการต่อสู้เพื่อความรุ่งโรจน์นี้แต่ชื่อของพวกเราก็จะถูกบันทึกเอาไว้ในแผ่นหินจิตวิญญาณวีรบุรุษของทุ่งราบมหาสวรรค์!”

ไม่นานนักคนทั้งสองก็วิ่งห่างออกมาจากเมืองหลงไห่นับสิบกิโลเมตร

พวกเขาพากันหอบหายใจอย่างรุนแรงจากการวิ่งมานาน

“ไอ้เวรโล่วิญญาณนั่น ถ้าไม่ใช่เพราะคำแนะนำให้กวาดล้างอสูรของมันพวกเราคงไม่ต้องถ่อมาไกลขนาดนี้” ชายอายุเยอะก่นด่าออกมา

ชายหนุ่มอีกคนเอ่ยออกมาอย่างอดไม่อยู่ “คืนนี้คงไม่มีอะไรผิดพลาดใช่ไหมครับ? โล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงคู่นั้น...แข็งแกร่งเกินไป”

ชายอายุเยอะหยิบบางอย่างออกมาจากอุปกรณ์เก็บของและเปิดมันออกช้าๆ กลิ่นเหม็นอันแปลกประหลาดพลันลอยออกมาคละคลุ้งจนทำให้ชั้นบรรยากาศรอบๆเหม็นหืนยิ่งนัก

“คมดาบวายุ!”

ชายอายุเยอะหยิบคทาออกมาและร่ายเวทย์คมดาบวายุเป็นเวลาสั้นๆก่อนจะปล่อยมันออกไป

คมดาบวายุที่ปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่าพลันสร้างกระแสลมหมุนอันรุนแรงออกมาพัดเอากลิ่นเหม็นนี้ออกไปทางทิศเหนือ

ชายอายุเยอะลดคทาลงและเอ่ยเสียงเยาะเย้ย “โล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงแข็งแกร่งมากก็จริงแต่ไม่ว่าพวกมันจะแข็งแกร่งแค่ไหนพวกมันก็ยังไม่ใช่ขอบเขตที่7! ฉู่เผิงเฉิงเป็นนักสู้ขอบเขตที่7เพียงคนเดียวในเมืองหลงไห่และเขามีอาชีพเป็นฮีลเลอร์ เขาไม่มีทางหยุดอสูรขอบเขตที่7สามตัวได้แน่นอน!”

“ต่อให้พวกนักสู้เลเวล9ขอบเขตที่6พวกนั้นฝืนเลื่อนขั้นเพื่อปกป้องเมืองหลงไห่ก็เปล่าประโยชน์ ยังไงซะพวกมันก็กำลังขาดแคลนม้วนคัมภีร์อาชีพ ถ้าพวกมันฝืนเลื่อนขั้นจริงๆก็เท่ากับเป็นการปิดประตูอนาคตของตัวเอง ไม่ว่าจะทางไหนภารกิจของเราก็ลุล่วงทั้งนั้น”