ตอนที่ 266

ปัญหาที่มีอยู่ยังแก้ไม่ได้ ปัญหาอีกอย่างก็ปรากฎ!

“จ้าววานรที่ทรงพลังมากี่ตนแล้ว?”

“จ้าววานรขนทอง จ้าววรนรหลังเงิน วานรกระดูก วานรโลหิต และวานรอัสนี เหล่านี้ล้วนเป็นราชาสัตว์ผู้ยิ่งใหญ่ แต่ละตนอยู่ในระดับครึ่งก้าวอาณาจักรเทพสวรรค์ หรืออาจจะมีมากกว่านี้”

“ในนิกายของเรา นอกจากบรรพบุรุษที่เข้าสันโดษอยู่ มีเพียงประมุขนิกายของเราเท่านั้นที่อยู่ครึ่งก้าวอาณาจักรเทพสวรรค์”

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ศัตรูมีพลังมากกว่ามาก

ยกเว้นราชาสัตว์เหล่านี้ ต้องมีเทพสวรรค์อื่นเฝ้าดูบรรพบุรุษอย่างลับๆ เพื่อรอให้เขาปรากฏตัว

“ให้เวลาข้าอีกหน่อย เราจะสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของเราได้ และจะค้นพบสายลับที่ซ่อนตัวอยู่ในนิกาย เมื่อถึงเวลานั้นพวกเราก็ไม่มีอะไรต้องกลัว”

เมื่อเอ่ยถึงสายลับภายในนิกาย ทุกคนก็กัดฟันด้วยความเกลียดชัง

.....

ไม่เพียงแต่ข้อมูลที่เป็นความลับของนิกายรั่วไหลเท่านั้น

แม้แต่ทักษะดาบทลายความว่างเปล่าที่ถ่ายทอดโดยบรรพบุรุษยังเป็นที่รู้จักจากโลกภายนอกอีกด้วย

หากไม่ใช่เพราะทักษะฝ่ามือฮ่าวเทียน ต้องการการปราณพื้นฐานจากนิกายเส้นทางสวรรค์ตอนนี้ก็น่าถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกแล้ว

ถึงกระนั้นก็ตาม ฝ่ามือฮ่าวเทียนระดับต่ำมีอยู่ทั่วไปในทวีปนี้ ไม่ต้องกล่าวถึงความวุ่ยวายที่เกิดขึ้นในการทดสอบศิษย์ใหม่เข้าสู่นิกายภายใน

การโจมตีทั้งหมดถูกโจมตีที่ไปที่จุดสำคัญ

มันทำให้รากฐานของนิกายเส้นทางสวรรค์สั่นสะเทือน

“โชคดีที่ประมุขนิกายถ่ายทอดกระบวนท่าฝ่ามือฮ่าวเทียนได้เพียงกระบวนท่าเดียวและกระบวนท่าดาบทลายความว่างเปล่าอีกสองกระบวนท่า ไม่อย่างนั้นพวกเราจะเดือดร้อนกันใหญ่”

“สายลับจากเผ่าสัตว์พวกนี้ช่างน่ารังเกียจ!”

ความโกรธเพิ่มขึ้นในห้องโถง

บรรยากาศเคร่งเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ และเหงื่อเย็น ๆ ก็ไหลออกมาบนหน้าผากของศิษย์ระดับสูงที่อยู่ในอาณาจักรเต๋า

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้อาวุโสจ้องมองมาที่พวกเขา

หลายคนรู้สึกเคร่งเครียดมากขึ้นจากการจ้องมองนี้

หลังจากเวลาผ่านไปนาน เพื่อให้บรรยากาศผ่อนคลาย หวังเฉียนอันค่อย ๆเอ่ยอย่างช้า ๆ ว่า

“ตอนนี้ เรามาหารือกันถึงวิธีจัดการกับการโจมตีของเผ่าสัตว์จากหุบเขานิรันดร์!”

“เราต้องหาทางแจ้งให้ท่านบรรพบุรุษทราบเรื่องนี้ เพียงพลังของพวกเราไม่สามารถยั้บยั้งการโจมตีของเผ่าสัตว์ในครั้งนี้ได้”

“กองกำลังส่วนใหญ่ที่ปกป้องนิกายควรจะสามารถหยุดยั้งพวกมันได้ชั่วขณะหนึ่ง!” ผู้อาวุโสที่มีหน้าที่ปกป้องนิกายครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งกล่าวออกมา

“แต่ไม่ว่ากองกำลังใหญ่จะแข็งแกร่งเพียงใด มันก็ไม่สามารถต้านทานการโจมตีของสายลับและกลุ่มคนทรยศภานในนิกายได้ ผู้อาวุโสหวง ตำหนักคุมกฎของท่านยังคงหาสายลับและคนทรยศไม่พบอีกหรือ?”

“แบ่งกองกำลังออกไปก่อน ข้าจะไปขอความช่วยเหลือจากบรรพบุรุษ!"ไป่จื่อจิงมองไปที่ผู้อาวุโสแล้วกล่าว

“ท่านบรรพบุรุษออกจากการปิดด่านแล้วหรือ?”

ผู้อาวุโสตกตะลึงและจากนั้นความสุขก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพวกเขา

บรรยากาศในห้องโถงเปลี่ยนไปทันที

ความตึงเครียดยังคงเหลืออยู่เล้กน้อย

แต่มันแตกต่างจากเมื่อก่อน มีความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้อยู่ในนั้น

เห็นได้ชัดว่าพวกเขารู้สึกผ่อนคลายเนื่องจากแรงกดดันถูกแบ่งปันไปยังคนอื่น

ท้ายที่สุดพวกเขาไม่ได้กังวลเกี่ยวกับนิกาย แต่ก็ยังไม่รู้ว่าพวกเขาจะรอดจากการต่อสู้หรือไม่?

มีความประหม่าอีกแบบหนึ่ง

ไป่จื่อจิงพยักหน้าและเดินออกจากห้องโถงภายใต้การจ้องมองของผู้อาวุโส

“นั่นยอดเยี่ยมมาก ตราบใดที่ท่านบรรพบุรุษออกมาการเปิดเผยตัวตนของสายลับเหล่านี้ ทุกอย่างก็จะง่าย!”

ผู้อาวุโสสงบลง

บรรยากาศในห้องโถงกลายเป็นเรื่องแปลกเล็กน้อย

การสนทนาต่อไปนี้ค่อนข้างแปลก

เห็นได้ชัดว่าผู้อาวุโสหลายคนไม่ต้องการเป็นผู้นำในการต่อสู้ พวกเขาต้องการต่อสู้จากตำแหน่งที่ปลอดภัยเท่านั้น

“เพลิงปฐพี เราสามารถใช้เพลิงปฐพี มันจะทำให้ค่ากลแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่า เป็นไปไม่ได้ที่เผ่าสัตว์จะทำลายค่ากลป้องกัน”

“อย่างที่ข้ากล่าวไปก่อนหน้านี้ ตราบใดที่เราจับสายลับได้ พวกเราจะปลอดภัย!”

ถูกต้อง!

หากสายลับถูกจับได้ จะไม่มีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้น

หากสายลับยังอยู่รอบๆ พวกเขาจะตายโดยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นได้

แม้ว่าพวกเขาจะหลบหนี แต่ถ้ามีสายลับอยู่ด้วย เส้นทางและแผนการของพวกเขาทั้งหมดจะถูกเปิดโปง

พวกเขารอความตายเท่านั้น!

หวั่นเกรง!

ไม่ใช่ว่าผู้อาวุโสและศิษย์กลัวความตาย แต่พวกเขากลัวว่าความตายของพวกเขาจะสูญเปล่า

ตายไปอย่างไร้ประโยชน์!

ภายใต้แรงกดดันดังกล่าว ผู้อาวุโสยังคงมองไปรอบๆ

พวกเขาทั้งหมดดูเหมือนสายลับที่ส่งมาโดยเผ่าพันธุ์อื่น

ผู้อาวุโสก็ระมัดระวังเช่นกัน

ทุกคนกำลังคิดว่ามีสายลับอยู่ในหมู่พวกเขาหรือไม่และเริ่มคิดหาวิธีป้องกันตัวเอง

หากบรพพบุรุษไม่ออกมาพวกเขาจะหนีไปทันที

เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ความรู้สึกทางวิญญาณของผู้อาวุดสสามคนก็ตกลงไปที่ร่างของไป่จื่อจิง ซึ่งออกจากห้องโถงไปแล้ว

“ท่านผู้อาวุโส จงทำหน้าที่ของท่านให้ดี”

หวังเฉียนอันชำเลืองมองผู้อาวุโสแล้วกล่าว

ผู้อาวุโสเหม่อลอยและการประชุมไม่สามารถดำเนินต่อไปได้

หวังเฉียนอันรู้ว่าหากพวกเขาไม่พบสายลับในเหล่าผู้อาวุโส ความพยายามทั้งหมดของพวกเขาจะไร้ประโยชน์

หนึ่งชั่วยามต่อมา การประชุมในห้องโถงใหญ่จบลงผู้คนต่างก็แยกย้ายกันไปรอบนิกายเส้นทางสวรรค์และเริ่มสร้างแนวป้องกันอย่างแน่นหนา

หวังเฉียนอันปรากฏตัวที่ด้านหลังของภูเขา

เขาเห็นไป่จื่อจิงยืนอยู่ที่นอกพื้นที่ต้องห้าม เขาเดินไปหาเธอ

“ศิษย์พี่ ท่านบอกได้ไหมว่าผู้อาวุโสคนไหนเป็นคนทรยศ”ไป่จื่อจิงเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าหวังเฉียนอันเดินมา

ตอนที่อยู่ในห้องโถงใหญ่ นางกับศิษย์พี่ร่วมมือกันแสดงละคร

เมื่อนางออกมาตามหาบรรพบุรุษนางก็กุเรื่องขึ้นเพื่อหลอกสายลับและทำให้สายลับเปิดเผยตัวตน

“ผู้อาวุโสหลายคนมีท่าทางที่แตกต่างออกไป”

หวังเฉียนอันส่ายหัว

สายลับคนนี้ซ่อนตัวได้เป็นอย่างดี

“การที่จะสามารถปล่อยข้อมูลทักษะดาบทลายความว่างเปล่ารั่วไหลออกไปได้ สายลับคนนี้น่ากลัวจริงๆ มีเพียงร้อยคนที่รู้ทักษะดาบนี้”

ไป่จื่อจิงถอนหายใจขณะที่เธอกล่าว

พวกเขายังไม่สามารถหลอกลวงสายลับได้

“เฮ้อ... ศิษย์น้อง ใจเย็นๆ อย่างน้อยหลังจากการหลอกลวงครั้งนี้ สายลับก็ไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหวในตอนนี้ ก่อนการต่อสู้ครั้งใหญ่ เราปลอดภัย เราจะต้องคิดหาวิธีอื่นในระหว่างการต่อสู้”

“ศิษย์พี่ อย่าแม้แต่จะคิดถึงการต่อสู้ครั้งใหญ่ เราจะหาท่านบรรพบุรุษได้ที่ไหน? ถ้าเราหาบรรพบุรุษไม่พบ สายลับจะรู้ตัวและไม่รอให้การต่อสู้ครั้งใหญ่ปะทุขึ้นก่อนที่จะโจมตีเรา ใครจะไปทนได้”

มือของไป่จื่อจิงเริ่มสั่น

เธอไม่สามารถจินตนาการถึงผลที่ตามมาได้

“ศิษย์น้อง เจ้าอยู่ที่นี่ไปก่อน! หากเจ้าไม่ปรากฏตัวก่อนการต่อสู้ มันจะเป็นการขัดขวางสายลับไม่ให้เคลื่อนไหวก่อนเวลา” หวังเฉียนอันกล่าว

ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

พวกเขาได้แต่รอ

ยิ่งกว่านั้น ราชาสัตว์ผู้ยิ่งใหญ่จากหุบเขานิรันดร์กำลังเดินทางมาแล้ว ในเวลาไม่ถึงสองวัน กองทัพสัตว์จะล้อมรอบนิกายเส้นทางสวรรค์

“นี่เป็นวิธีเดียวเท่านั้น!”

“ข้าจะไปคุยกับหลี่เจียว! อย่าปรากฎตัวให้ใครเห็น”

หลังจากหวังเฉียนอันกล่าวจบ ร่างของเขาก็สว่างวาบและหายไป

.....

“ศิษย์พี่ ท่านไม่ได้จะเปิดเผยตัวเองหรือ หากท่านไปหาหลี่เจียว?”

“มันถึงเวลาแล้ว ที่ข้าจะจัดการกับตำแหน่งผู้สืบทอดประมุขนิกาย ก่อนการต่อสู้ ถึงสายลับจะรู้ก็ไม่รู้ความจริงว่าบรรพบุรุษมอบคำสั่ง

ให้ข้าทำหรือเปล่า”

เสียงของหวังเฉียนอันปรากฏขึ้นในหัวของไป่จื่อจิง

ไป่จื่อจิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง

“ศิษย์พี่เจ้าเล่ห์มาก การใช้หลี่เจียวเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญ ให้ท่านบรรพบุรุษที่มีต่อนิกายเส้นทางสวรรค์เป็นกลอุบายที่ดี”

ไป่จื่อจิงเริ่มเดินไปรอบ ๆ พื้นที่ต้องห้าม

หลังจากที่หวังเฉียนอันจากไป เขาก็ส่งศิษย์ไปรอบ ๆ ภูเขาด้านหลัง

พื้นที่นี้ไม่สามารถสัมผัสทางวิญญาณได้เนื่องจากอยู่ใกล้กับพื้นที่ต้องห้าม

ดังนั้นผู้อาวุโสจึงไม่สามารถตรวจสอบสถานการณ์ในสถานที่แห่งนี้ได้

อย่างไรก็ตาม ยิ่งพวกเขาเข้าใกล้พื้นที่ต้องห้ามมากเท่าไหร่ กฎของเวลาก็จะรบกวนพวกเขามากขึ้นเท่านั้น

ไป่จื่อจิงก้าวพลาดเพียงครั้งเดียว และในพริบตา ผมของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีเทา

นางดึงผมหงอกออกอย่างอารมณ์เสีย

“แค่พริบตาก็แก่ไปขนาดนี้! มันช่างน่ารำคาญ”

นางกระทืบเท้าแล้วหันกลับมาเพียงเห็นร่างหนึ่งปรากฏขึ้นข้างพื้นที่ต้องห้าม

เขายังมีผมหงอก แต่ใบหน้าของเขายังเด็ก เขาดูไม่เหมือนชายชรา

"เจ้าเป็นใคร?"

คนๆนี้ลอบเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่?

เขาเป็นสายลับของเผ่าสัตว์หรือไม่?

สายลับของเผ่าพันธุ์สัตว์มาถึงที่นี่ได้อย่างไร?

บรรพบุรุษ?

คนผู้นี้ไม่ใช่บรรพบุรุษอย่างแน่นอน

ครั้งสุดท้ายที่พวกเขาพบบรรพบุรุษ ท่านเป็นชายชราที่เข้าใกล้ความตายเป็นอย่างมาก