ปัญหาที่มีอยู่ยังแก้ไม่ได้ ปัญหาอีกอย่างก็ปรากฎ!
“จ้าววานรที่ทรงพลังมากี่ตนแล้ว?”
“จ้าววานรขนทอง จ้าววรนรหลังเงิน วานรกระดูก วานรโลหิต และวานรอัสนี เหล่านี้ล้วนเป็นราชาสัตว์ผู้ยิ่งใหญ่ แต่ละตนอยู่ในระดับครึ่งก้าวอาณาจักรเทพสวรรค์ หรืออาจจะมีมากกว่านี้”
“ในนิกายของเรา นอกจากบรรพบุรุษที่เข้าสันโดษอยู่ มีเพียงประมุขนิกายของเราเท่านั้นที่อยู่ครึ่งก้าวอาณาจักรเทพสวรรค์”
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ศัตรูมีพลังมากกว่ามาก
ยกเว้นราชาสัตว์เหล่านี้ ต้องมีเทพสวรรค์อื่นเฝ้าดูบรรพบุรุษอย่างลับๆ เพื่อรอให้เขาปรากฏตัว
“ให้เวลาข้าอีกหน่อย เราจะสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของเราได้ และจะค้นพบสายลับที่ซ่อนตัวอยู่ในนิกาย เมื่อถึงเวลานั้นพวกเราก็ไม่มีอะไรต้องกลัว”
เมื่อเอ่ยถึงสายลับภายในนิกาย ทุกคนก็กัดฟันด้วยความเกลียดชัง
.....
ไม่เพียงแต่ข้อมูลที่เป็นความลับของนิกายรั่วไหลเท่านั้น
แม้แต่ทักษะดาบทลายความว่างเปล่าที่ถ่ายทอดโดยบรรพบุรุษยังเป็นที่รู้จักจากโลกภายนอกอีกด้วย
หากไม่ใช่เพราะทักษะฝ่ามือฮ่าวเทียน ต้องการการปราณพื้นฐานจากนิกายเส้นทางสวรรค์ตอนนี้ก็น่าถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกแล้ว
ถึงกระนั้นก็ตาม ฝ่ามือฮ่าวเทียนระดับต่ำมีอยู่ทั่วไปในทวีปนี้ ไม่ต้องกล่าวถึงความวุ่ยวายที่เกิดขึ้นในการทดสอบศิษย์ใหม่เข้าสู่นิกายภายใน
การโจมตีทั้งหมดถูกโจมตีที่ไปที่จุดสำคัญ
มันทำให้รากฐานของนิกายเส้นทางสวรรค์สั่นสะเทือน
“โชคดีที่ประมุขนิกายถ่ายทอดกระบวนท่าฝ่ามือฮ่าวเทียนได้เพียงกระบวนท่าเดียวและกระบวนท่าดาบทลายความว่างเปล่าอีกสองกระบวนท่า ไม่อย่างนั้นพวกเราจะเดือดร้อนกันใหญ่”
“สายลับจากเผ่าสัตว์พวกนี้ช่างน่ารังเกียจ!”
ความโกรธเพิ่มขึ้นในห้องโถง
บรรยากาศเคร่งเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ และเหงื่อเย็น ๆ ก็ไหลออกมาบนหน้าผากของศิษย์ระดับสูงที่อยู่ในอาณาจักรเต๋า
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้อาวุโสจ้องมองมาที่พวกเขา
หลายคนรู้สึกเคร่งเครียดมากขึ้นจากการจ้องมองนี้
หลังจากเวลาผ่านไปนาน เพื่อให้บรรยากาศผ่อนคลาย หวังเฉียนอันค่อย ๆเอ่ยอย่างช้า ๆ ว่า
“ตอนนี้ เรามาหารือกันถึงวิธีจัดการกับการโจมตีของเผ่าสัตว์จากหุบเขานิรันดร์!”
“เราต้องหาทางแจ้งให้ท่านบรรพบุรุษทราบเรื่องนี้ เพียงพลังของพวกเราไม่สามารถยั้บยั้งการโจมตีของเผ่าสัตว์ในครั้งนี้ได้”
“กองกำลังส่วนใหญ่ที่ปกป้องนิกายควรจะสามารถหยุดยั้งพวกมันได้ชั่วขณะหนึ่ง!” ผู้อาวุโสที่มีหน้าที่ปกป้องนิกายครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งกล่าวออกมา
“แต่ไม่ว่ากองกำลังใหญ่จะแข็งแกร่งเพียงใด มันก็ไม่สามารถต้านทานการโจมตีของสายลับและกลุ่มคนทรยศภานในนิกายได้ ผู้อาวุโสหวง ตำหนักคุมกฎของท่านยังคงหาสายลับและคนทรยศไม่พบอีกหรือ?”
“แบ่งกองกำลังออกไปก่อน ข้าจะไปขอความช่วยเหลือจากบรรพบุรุษ!"ไป่จื่อจิงมองไปที่ผู้อาวุโสแล้วกล่าว
“ท่านบรรพบุรุษออกจากการปิดด่านแล้วหรือ?”
ผู้อาวุโสตกตะลึงและจากนั้นความสุขก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพวกเขา
บรรยากาศในห้องโถงเปลี่ยนไปทันที
ความตึงเครียดยังคงเหลืออยู่เล้กน้อย
แต่มันแตกต่างจากเมื่อก่อน มีความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้อยู่ในนั้น
เห็นได้ชัดว่าพวกเขารู้สึกผ่อนคลายเนื่องจากแรงกดดันถูกแบ่งปันไปยังคนอื่น
ท้ายที่สุดพวกเขาไม่ได้กังวลเกี่ยวกับนิกาย แต่ก็ยังไม่รู้ว่าพวกเขาจะรอดจากการต่อสู้หรือไม่?
มีความประหม่าอีกแบบหนึ่ง
ไป่จื่อจิงพยักหน้าและเดินออกจากห้องโถงภายใต้การจ้องมองของผู้อาวุโส
“นั่นยอดเยี่ยมมาก ตราบใดที่ท่านบรรพบุรุษออกมาการเปิดเผยตัวตนของสายลับเหล่านี้ ทุกอย่างก็จะง่าย!”
ผู้อาวุโสสงบลง
บรรยากาศในห้องโถงกลายเป็นเรื่องแปลกเล็กน้อย
การสนทนาต่อไปนี้ค่อนข้างแปลก
เห็นได้ชัดว่าผู้อาวุโสหลายคนไม่ต้องการเป็นผู้นำในการต่อสู้ พวกเขาต้องการต่อสู้จากตำแหน่งที่ปลอดภัยเท่านั้น
“เพลิงปฐพี เราสามารถใช้เพลิงปฐพี มันจะทำให้ค่ากลแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่า เป็นไปไม่ได้ที่เผ่าสัตว์จะทำลายค่ากลป้องกัน”
“อย่างที่ข้ากล่าวไปก่อนหน้านี้ ตราบใดที่เราจับสายลับได้ พวกเราจะปลอดภัย!”
…
ถูกต้อง!
หากสายลับถูกจับได้ จะไม่มีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้น
หากสายลับยังอยู่รอบๆ พวกเขาจะตายโดยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นได้
แม้ว่าพวกเขาจะหลบหนี แต่ถ้ามีสายลับอยู่ด้วย เส้นทางและแผนการของพวกเขาทั้งหมดจะถูกเปิดโปง
พวกเขารอความตายเท่านั้น!
หวั่นเกรง!
ไม่ใช่ว่าผู้อาวุโสและศิษย์กลัวความตาย แต่พวกเขากลัวว่าความตายของพวกเขาจะสูญเปล่า
ตายไปอย่างไร้ประโยชน์!
ภายใต้แรงกดดันดังกล่าว ผู้อาวุโสยังคงมองไปรอบๆ
พวกเขาทั้งหมดดูเหมือนสายลับที่ส่งมาโดยเผ่าพันธุ์อื่น
ผู้อาวุโสก็ระมัดระวังเช่นกัน
ทุกคนกำลังคิดว่ามีสายลับอยู่ในหมู่พวกเขาหรือไม่และเริ่มคิดหาวิธีป้องกันตัวเอง
หากบรพพบุรุษไม่ออกมาพวกเขาจะหนีไปทันที
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ความรู้สึกทางวิญญาณของผู้อาวุดสสามคนก็ตกลงไปที่ร่างของไป่จื่อจิง ซึ่งออกจากห้องโถงไปแล้ว
“ท่านผู้อาวุโส จงทำหน้าที่ของท่านให้ดี”
หวังเฉียนอันชำเลืองมองผู้อาวุโสแล้วกล่าว
ผู้อาวุโสเหม่อลอยและการประชุมไม่สามารถดำเนินต่อไปได้
หวังเฉียนอันรู้ว่าหากพวกเขาไม่พบสายลับในเหล่าผู้อาวุโส ความพยายามทั้งหมดของพวกเขาจะไร้ประโยชน์
หนึ่งชั่วยามต่อมา การประชุมในห้องโถงใหญ่จบลงผู้คนต่างก็แยกย้ายกันไปรอบนิกายเส้นทางสวรรค์และเริ่มสร้างแนวป้องกันอย่างแน่นหนา
หวังเฉียนอันปรากฏตัวที่ด้านหลังของภูเขา
เขาเห็นไป่จื่อจิงยืนอยู่ที่นอกพื้นที่ต้องห้าม เขาเดินไปหาเธอ
“ศิษย์พี่ ท่านบอกได้ไหมว่าผู้อาวุโสคนไหนเป็นคนทรยศ”ไป่จื่อจิงเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าหวังเฉียนอันเดินมา
ตอนที่อยู่ในห้องโถงใหญ่ นางกับศิษย์พี่ร่วมมือกันแสดงละคร
เมื่อนางออกมาตามหาบรรพบุรุษนางก็กุเรื่องขึ้นเพื่อหลอกสายลับและทำให้สายลับเปิดเผยตัวตน
“ผู้อาวุโสหลายคนมีท่าทางที่แตกต่างออกไป”
หวังเฉียนอันส่ายหัว
สายลับคนนี้ซ่อนตัวได้เป็นอย่างดี
“การที่จะสามารถปล่อยข้อมูลทักษะดาบทลายความว่างเปล่ารั่วไหลออกไปได้ สายลับคนนี้น่ากลัวจริงๆ มีเพียงร้อยคนที่รู้ทักษะดาบนี้”
ไป่จื่อจิงถอนหายใจขณะที่เธอกล่าว
พวกเขายังไม่สามารถหลอกลวงสายลับได้
“เฮ้อ... ศิษย์น้อง ใจเย็นๆ อย่างน้อยหลังจากการหลอกลวงครั้งนี้ สายลับก็ไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหวในตอนนี้ ก่อนการต่อสู้ครั้งใหญ่ เราปลอดภัย เราจะต้องคิดหาวิธีอื่นในระหว่างการต่อสู้”
“ศิษย์พี่ อย่าแม้แต่จะคิดถึงการต่อสู้ครั้งใหญ่ เราจะหาท่านบรรพบุรุษได้ที่ไหน? ถ้าเราหาบรรพบุรุษไม่พบ สายลับจะรู้ตัวและไม่รอให้การต่อสู้ครั้งใหญ่ปะทุขึ้นก่อนที่จะโจมตีเรา ใครจะไปทนได้”
มือของไป่จื่อจิงเริ่มสั่น
เธอไม่สามารถจินตนาการถึงผลที่ตามมาได้
“ศิษย์น้อง เจ้าอยู่ที่นี่ไปก่อน! หากเจ้าไม่ปรากฏตัวก่อนการต่อสู้ มันจะเป็นการขัดขวางสายลับไม่ให้เคลื่อนไหวก่อนเวลา” หวังเฉียนอันกล่าว
ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
พวกเขาได้แต่รอ
ยิ่งกว่านั้น ราชาสัตว์ผู้ยิ่งใหญ่จากหุบเขานิรันดร์กำลังเดินทางมาแล้ว ในเวลาไม่ถึงสองวัน กองทัพสัตว์จะล้อมรอบนิกายเส้นทางสวรรค์
“นี่เป็นวิธีเดียวเท่านั้น!”
“ข้าจะไปคุยกับหลี่เจียว! อย่าปรากฎตัวให้ใครเห็น”
หลังจากหวังเฉียนอันกล่าวจบ ร่างของเขาก็สว่างวาบและหายไป
.....
“ศิษย์พี่ ท่านไม่ได้จะเปิดเผยตัวเองหรือ หากท่านไปหาหลี่เจียว?”
“มันถึงเวลาแล้ว ที่ข้าจะจัดการกับตำแหน่งผู้สืบทอดประมุขนิกาย ก่อนการต่อสู้ ถึงสายลับจะรู้ก็ไม่รู้ความจริงว่าบรรพบุรุษมอบคำสั่ง
ให้ข้าทำหรือเปล่า”
เสียงของหวังเฉียนอันปรากฏขึ้นในหัวของไป่จื่อจิง
ไป่จื่อจิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง
“ศิษย์พี่เจ้าเล่ห์มาก การใช้หลี่เจียวเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญ ให้ท่านบรรพบุรุษที่มีต่อนิกายเส้นทางสวรรค์เป็นกลอุบายที่ดี”
ไป่จื่อจิงเริ่มเดินไปรอบ ๆ พื้นที่ต้องห้าม
หลังจากที่หวังเฉียนอันจากไป เขาก็ส่งศิษย์ไปรอบ ๆ ภูเขาด้านหลัง
พื้นที่นี้ไม่สามารถสัมผัสทางวิญญาณได้เนื่องจากอยู่ใกล้กับพื้นที่ต้องห้าม
ดังนั้นผู้อาวุโสจึงไม่สามารถตรวจสอบสถานการณ์ในสถานที่แห่งนี้ได้
อย่างไรก็ตาม ยิ่งพวกเขาเข้าใกล้พื้นที่ต้องห้ามมากเท่าไหร่ กฎของเวลาก็จะรบกวนพวกเขามากขึ้นเท่านั้น
ไป่จื่อจิงก้าวพลาดเพียงครั้งเดียว และในพริบตา ผมของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีเทา
นางดึงผมหงอกออกอย่างอารมณ์เสีย
“แค่พริบตาก็แก่ไปขนาดนี้! มันช่างน่ารำคาญ”
นางกระทืบเท้าแล้วหันกลับมาเพียงเห็นร่างหนึ่งปรากฏขึ้นข้างพื้นที่ต้องห้าม
เขายังมีผมหงอก แต่ใบหน้าของเขายังเด็ก เขาดูไม่เหมือนชายชรา
"เจ้าเป็นใคร?"
คนๆนี้ลอบเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่?
เขาเป็นสายลับของเผ่าสัตว์หรือไม่?
สายลับของเผ่าพันธุ์สัตว์มาถึงที่นี่ได้อย่างไร?
บรรพบุรุษ?
คนผู้นี้ไม่ใช่บรรพบุรุษอย่างแน่นอน
ครั้งสุดท้ายที่พวกเขาพบบรรพบุรุษ ท่านเป็นชายชราที่เข้าใกล้ความตายเป็นอย่างมาก
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved