ตอนที่ 224

“เราต้องค้นหาศัตรูและแก้แค้น!”

อัปยศ!

มันน่าละอายเกินไปสำหรับเผ่าอินทรีปีกทอง

พวกเขาถูกรังแก

แต่ตอนนี้พวกเขาขาดสมาชิกชั้นนำที่ลงมือสั่งการและไม่สามารถตัดสินใจได้หลายอย่าง

เผ่าอินทรีปีกทองตกอยู่ในความโกลาหลชั่วขณะหนึ่งก่อนที่พวกเขาจะสงบลงอย่างช้าๆ

พวกมันอพยพไปยังบริเวณรอบ ๆดินแดนของมันบนภูเขาหินที่พังทลายและตั้งที่พักชั่วคราว

สมาชิกเผ่าอินทรีปีกทองที่เหลือสนทนากันอยู่พักหนึ่ง พวกมันส่วนหนึ่งเดินตรวจตรารอบๆดินแดนและคอยคุ้มกันสมาชิกที่เหลือ

ส่วนอีกตัวหนึ่งเดินไปรอบ ๆฐานทัพเพื่อดูว่ามีศัตรูหรือไม่

“เหล่าผู้อาวุโสยังไม่กลับมาอีกหรือ?”

.....

"ยังเลย!"

“ผ่านมาสองวันแล้ว ทำไมพวกเขายังไม่กลับมาอีก”

“ผู้อาวุโสและคนอื่น ๆ ต่างบินเร็วมาก คนของเราตามไม่ทัน เมื่อตามทันพวากเขาก็จะกลับมา”

ที่ชายแดนเฟิงหลาน

บนภูเขาแห่งหนึ่ง มีนกตัวใหญ่ปรากฏขึ้น

พลิ้ว!

นกตัวใหญ่กระพือปีกไปรอบทิศทาง ต้นไม้โดยรอบถูกลมพัดจนหัก เหลือแต่ภูเขาที่แห้งแล้ง

ต่อจากนั้นหินและไม้เหล่านี้จึงเกิดเป็นลวดลายที่แปลกประหลาด

หลังจากผ่านไปสองวัน ผู้อาวุโสใหญ่ก็มาถึงชายแดนเป็นคนแรก

จากนั้น เขาก็หาที่พักและรอให้สมาชิกเผ่าอินทรีคนอื่นๆ มาถึง

"ช้ามาก! ถ้าข้าบินไปต่อในเวลานี้ ข้าคงพบเมืองนั้นแล้วและได้ตัวหลี่มู่แล้ว”

แต่มันเป็นแค่ความคิดที่กล่าวออกมา

เขาบินเร็วเกินไป เขารู้เพียงว่าหลี่มู่อยู่ในดินแดนเฟิงหลาน แต่เขาไม่รู้ว่าเมืองหลี่มู่นั้นอยู่ที่ไหน!

อันที่จริง เมืองแบบนี้คงไม่อยู่ในแผนที่

ภูเขาหรือแม่น้ำที่เล็ก ก็จะไม่ปรากฏบนแผนที่เช่นกัน

นานครั้งครั้ง เมืองเล็กๆ บางแห่งในดินแดนเฟิงหลานจะหายไป และแผนที่ไม่สามารถบันทึกได้ตลอดเวลาได้

เขาได้แต่รอ!

“หลังจากที่เราจับหลี่มู่ได้ในครั้งนี้ เรามาแสดงให้ประมุขเผ่าเห็นว่าใครเป็นคนที่มีความสามารถมากที่สุดในหมู่พวกเรา ทำไมทุกครั้งที่เราทำสงครามกับเผ่ามังกร ข้ามักจะอยู่ข้างหลังการต่อสู่เสมอ”

เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ ผู้อาวุโสรู้สึกโกรธเคืองในใจของเขา

ผู้อาวุโสระดับเดียวกับเขาคนอื่น ๆ มักจะออกไปก่อนเขาเสมอ

ราชันอมตะเที่ยงแท้กลุ่มนั้นดูถูกเขา

พวกเขาไม่เชื่อในความสามารถของเขา และไม่เชื่อในความแข็งแกร่งในการต่อสู้ของเขา

ทุกครั้งที่ผู้อาวุโสคนอื่นๆ ออกไป ไม่เพียงแต่พวกเขาจะได้ต่อสู้กับราชันอมตะเที่ยงแท้ในระดับเดียวกันเท่านั้น

พวกเขายังสามารถได้รับสมบัติมากมายอีกด้วย

ในอนาคต ความแข็งแกร่งของเขากับราชันอมตะเที่ยงแท้คนอื่นๆจะค่อยๆต่างกัน

ครั้งนี้เขาตั้งใจแน่วแน่ที่จะได้มรดกในมือของหลี่มู่

ถ้าเขาได้รับมรดกนั้นก่อน เขาจะสามารถรู้ได้ว่าคัมภีร์ลับนั้นเกี่ยวกับอะไร

ด้วยคัมภีร์ลับเหล่านั้น ระดับการบ่มเพาะของเขาจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

เขาจะไม่ถูกปฏิเสธจากราชันในเผ่าอินทรีปีกทอง

“ไอ้สารเลวพวกนี้ ทำไมพวกมันยังมาไม่ถุงอีก”

บนยอดเขา ผู้อาวุโสตาเหยี่ยวเผ่าอินทรีปีกทอง รออยู่เป็นเวลานาน แต่ก็ยังไม่มีวี่แววของกลุ่มผู้อาวุโสที่ติดตามมา

ผ่านไปอีกวัน ผู้อาวุโสตาเหยี่ยวก็เริ่มกังวล

เป็นไปได้ไหมที่พวกเขาจะหลงทาง?

เป็นไปไม่ได้!

อินทรีปีกทองจะหลงทางได้อย่างไร?

เว้นแต่จะมีอะไรเกิดขึ้น?

เมื่อหนึ่งวันก่อน

ที่ชายแดนของดินแดนชางชิง

เหล่าผู้อาวุโสกว่าสิบตนของเผ่าอินทรีปีกทองถูกหยุดลง

“ท่าน…พวกท่านเร็วเกินไป!” อินทรีชั้นสูงที่ปรากฏตัวหอบและพูดด้วยความตื่นตระหนก

“ท่านราชันกำลังบินด้วยความเร็วและพวกข้าช้ามากพอแล้ว หลีกทาง พวกข้ากำลังไล่ตามท่านราชัน”

“หยุดไล่ตาม ทันทีที่พวกท่านจากไป มีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับดินแดนของพวกเรา!”

“มีเรื่องร้ายเกิดขึ้น?”

ควับ!

เหล่าผู้อาวุโสมากกว่าสิบตนจ้องไปที่อินทรีชั้นสูงที่ไล่ตามมาจากด้านหลังด้วยความสงสัย

พวกเขาไม่เชื่อ!

ใครกล้าสร้างปัญหาในดินแดนของพวกเขา?

แม้แต่เผ่าฟีนิกซ์ยังต้องคิดอย่างรอบครอบก่อนที่จะยั่วยุเผ่าอินทรีปีกทอง

ผ่านมากี่ปีแล้ว? ดินแดนของพวกมันสงบสุขเรียบร้อยมาตลอด ทำไมมีอะไรเกิดขึ้นหลังจากที่พวกมันจากไป?

มีความบังเอิญเช่นนี้หรือไม่?

"มันเป็นความจริง พวกท่านกลับไปยืนยันด้วยตาตนเองได้ ดินแดนเผ่าพวกเราถูกโจมตีจริงๆ ข้ายังสงสัยว่าใครทำมัน”

อินทรีชั้นสูงที่ตามทันพวกเขากลืนน้ำลายอย่างหนักและพูดอย่างกระวนกระวายหลังจากระงับความโกรธของเขาแล้ว

เขารู้ว่าหากไม่อธิบายเรื่องนี้ให้ชัดเจน ผู้อาวุโสกลุ่มนี้อาจจะไม่เชื่อเรื่องนี้เลย

แม้แต่พวกเขาเองยังไม่อยากเชื่อเมื่อตอนแรกที่ถูกโจมตี

หากไม่เห็นกับตาตนเองก็คงไม่เชื่อว่าจะมีศัตรูโจมตีฐานทัพเผ่าอินทรี

ถึงกระนั้นพวกมันก็โจมตีเมื่อกลุ่มผู้อาวุโสออกจากดินแดน

“ยังยืนยันตัวตนของศัตรูไม่ได้? เจ้าเชิญหมาป่าอสูรมาตรวจสอบหรือเปล่า”

“ขอรับ เขาแจ้งว่าเป็นไปได้ยากมากที่จะติดตามผู้ลงมือ!”

หืม?

แม้แต่หมาป่าอสูรก็ค้นหาศัตรูไม่ได้

ความสามารถของผู้ลงมือนั้นทรงพลังมากหรือไม่?

“ถ้าพวกท่านยังไม่เชื่อก็กลับไปดูก่อนก็ได้ ดินแดนต้องการเหล่าราชันมาปกป้องในเวลานี้ ข้ายังต้องไล่ตามท่านราชัน…”

ผู้อาวุโสทั้้งสิบตนลังเล

พวกเขาไม่รู้ว่าสิ่งที่อินทรีชั้นสูงต่อหน้าพวกเขากล่าวนั้นเป็นความจริงหรือไม่?

อีกด้านหนึ่งคือหลี่มู่!

สิ่งล่อใจนี้ยิ่งใหญ่มาก

แต่ถ้าอินทรีที่แจ้งข่าวกล่าวความจริงและฐานทัพถูกโจมตี?

หากพวกเขาเพิกเฉยต่อการปกป้องดินแดนและยังคงมุ่งมั่นที่จะจับตัวหลี่มู่ต่อไป

พวกเขาจะไม่สามารถแบกรับความสูญเสียในการที่ฐานทัพถูกทำลายได้

ที่สำคัญกว่านั้น พวกเขาจะยังสามารถจับหลี่มู่ได้หรือไม่?

เกิดอะไรขึ้นถ้าพวกเขาจับเขาไม่ได้?

ครั้งที่แล้ว ปรมาจารย์เผ่าอินทรีปีกทองจำนวนมากถูกสังหารในดินแดนเฟิงหลานในที่สุดพวกเขาก็ไม่ได้แม้แต้เส้นผมของหลี่มู่

เผ่ามังกร เผ่าฟีนิกซ์ และเผ่าอสูรค้นหามาหลายปี

หลังจากผ่านไปหลายปี หากหลี่มู่ยังคงซ่อนตัวอยู่ มนุษย์เจ้าเล่ห์ที่มีที่ซ่อนมากกว่าหนึ่งแห่งคงจะถูกค้นพบไปนานแล้วในตอนนี้

บางทีเขาอาจไม่ได้อยู่ในเฟิงหลานด้วยซ้ำ

ครั้งนี้ ปราณดาบที่หลงเหลืออยู่ในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ก็อาจจะเป็นเหยื่อล่อให้พวกเขาติดกับดักและสร้างความโกลาหล

มันเป็นแบบนี้ในเมืองอู๋ฉิน

.....

อสูรจำนวนมากเสียชีวิตในการต่อสู้ครั้งนั้น เผ่าอินทรีปีกทองและเผ่ามังกรก็ประสบความสูญเสียครั้งใหญ่ในการต่อสู้ครั้งนั้นเช่นกัน

ในที่สุดพวกเขาก็พบว่ามันเป็นกับดักที่อีกฝ่ายสร้างขึ้น

หลังจากล่อเสือออกจากแผนภูเขาแล้ว เผ่าพันธุ์สัตว์ก็ไม่ดูถูกสติปัญญาของมนุษย์อีกต่อไป

เผ่าจิ้งจอกอะไร? ไม่ว่าพวกเขาจะฉลาดแกมโกงแค่ไหน พวกเขาจะเทียบชั้นมนุษย์ได้อย่างไร?

“ผู้อาวุโสใหญ่ไม่ได้อยู่ที่นี่ ถ้าศัตรูแข็งแกร่งมาก แล้วถ้าเราไม่ใช่คู่ต่อสู้ล่ะ?”

"นี่…"

“พวกเราจะกลับไปดู พวกเจ้าไม่สักตนจะยังคงไล่ตามเขาต่อไป พอเจอผู้อาวุโสใหญ่บอกเขาให้รอสามวัน ถ้าพวกข้าไม่กลับมาภายในสามวัน แสดงว่ามีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับดินแดนของพวกเรา”

สมาชิกเผ่าอินทรีปีกทองหลายสิบคนคุยกันอยู่พักหนึ่งและตัดสินใจว่าทั้งสองฝ่ายต้องได้รับการตรวจสอบเรื่องนี้

ดังนั้นพวกเขาจึงแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม

หลังจากตัดสินใจ ผู้อาวุโสทั้งแปดตนก็กลับฐานทัพอย่างรวดเร็ว

ผู้อาวุโสหกตน และติดตามมาด้วยอินทรีชั้นสูงทั้งหมดเจ็ดตนไล่ตามผู้อาวุโสใหญ่

รอบ ๆดินแดนเผ่าอินทรีปีกทอง

หลี่มู่เฝ้าดูขณะที่ เผ่าอินทรีปีกทองค่อยๆมีเสถียรภาพ ตั้งแต่ต้นจนจบไม่มีราชันอินทรีอมตะเที่ยงแท้ที่ทรงพลังปรากฏตัว

ไม่มีแม้แต่ผู้อาวุโสใหญ่ในระดับอมตะเที่ยงแท้

เรื่องนี้ไม่สอดคล้องกับรูปแบบการเคลื่อนไหวของเผ่าสัตว์อสูรของกองกำลังระดับสูงอย่างเผ่าอินทรีปีกทอง

แม้แต่กองกำลังระดับสามอย่างนิกายเส้นทางสวรรค์ ก็มีราชันอมตะเที่ยงแท้จำนวนหนึ่งที่รับผิดชอบคุ้มกันดินแดนของตนเอง

“ไม่กี่วันก่อน สมาชิกเผ่าอินทรีปีกทองที่ออกจากดินแดน พวกเขาต้องการทำอะไร”

การเคลื่อนไหวของราชันอินทรีปีกทองจำนวนมากในครั้งเดียว ต้องมีบางเรื่องที่สำคัญ

หลี่มู่ควรรอพวกเขาในดินแดนของเผ่าอินทรีหรือไล่ตามพวกเขาดี?

หลังจากคิดอยู่พักหนึ่ง หลี่มู่รู้สึกว่าเขาควรไปตรวจสอบก่อน

ดินแดนของเผ่าอินทรีปีกทองไม่สามารถเคลื่อนที่ได้

เวลามากมายสำหรับการแก้แค้นในอนาคต

หลังจากนั้น หลี่มู่ก็ไล่ตามเหล่าผู้อาวุโสอินทรีปีกทอง

ก่อนที่หลี่มู่จะออกจากดินแดนชางชิง

หลี่มู่ได้พบเข้ากับผู้อาวุโสเผ่าอินทรีปีกทองทั้งแปดตัวที่อยู่ในระดับอมตะเที่ยงแท้

“หืม?”

หลี่มู่ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง

จากนั้นเขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เข้าใจ

อินทรีอมตะเที่ยงแท้กลุ่มนี้ต้องได้รับข้อมูลและรับกลับไปที่ฐารทัพเพื่อตรวจสอบ

เดิมทีหลี่มู่วางแผนที่จะรอให้ราชันอินทรีอมตะเที่ยงแท้ กลับมาปรากฏบนดินแดนของพวกมัน แล้วจึงเปิดฉากลอบโจมตี

มันเยี่ยมมาก!

ทุกอย่างสมบูรณ์แบบมาก

ในขณะเดียวกัน ราชันอมตะเที่ยงแท้ที่อยู่อีกด้านหนึ่งก็ตกตะลึงเช่นกัน

"มนุษย์?" ราชันอินทรีอมตะเที่ยงแท้ที่เป็นผู้นำกล่าวถาม

จิตวิญญาณแห่งสวรรค์ของเขาตรวจสอบหลี่มู่ขึ้นและลงสองสามครั้ง

แต่จริงๆแล้วเขาไม่สามารถมองผ่านระดับพลังยุทธ์ของฝ่ายตรงข้ามได้

สีหน้าดุร้ายบนใบหน้าของเขาค่อยๆ คลายลง

เนื่องจากเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเอาชนะอีกฝ่าย เขาทำได้เพียงปล่อยเขาไป ตอนนี้ การกลับไปที่ดินแดนของมันสำคัญกว่า

ดังนั้นพวกเขาจึงกระพือปีกบินต่อไป ตั้งใจที่จะเลี่ยงหลี่มู่

"ใช่แล้ว!"

หลี่มู่ตอบอย่างเมินเฉยและก้าวไปข้างหน้าเพื่อขัดขวางกลุ่มราชันอมตะเที่ยงแท้

"แกเป็นใคร…"