ตอนที่ 138

หลี่มู่รู้สึกสงสัยที่พบเผ่าค้างคาวโลหิตใกล้ทะเลทรายรกร้าง เขารู้ว่าค้างคาวชอบอยู่ในที่มืดและมีความชื้น

การได้กลิ่นพวกมันแม้อยู่ไกลขนาดนั้น หมายความว่าต้องมีจำนวนมาก

นั่นเป็นเพียงคำอธิบายสำหรับกลิ่นคาวเลือดที่หลี่มู่ได้กลิ่น ค้างคาวเหล่านี้อาจจะกำลังกินเลือดอยู่

โจวเทียนสัมผัสได้ในที่สุด

"หืม! มันคือเผ่าค้างคาว ไม่ดีแล้ว!” เขาตะโกน

“เผ่าค้างคาวค้นพบตระกูลโจวของพวกเราแล้ว”

หลี่มู่เลิกคิ้วขึ้นเขาเข้าใจบางอย่างก่อนจะคว้ารุ่นเยาว์ทั้งห้าคนและบินตรงเข้าไปในป่า

……….

ในป่าข้างหน้าพวกเขาเห็นว่าปรมาจารย์จากตระกูลโจวเหลือเพียงไม่กี่ร้อยคน

เผ่าค้างคาวยังคงมีผู้เชี่ยวชาญมากกว่าพันตนที่ยังคงเหลืออยู่

“ทะลวงผ่านแนวป้องกันของพวกมัน!” หัวหน้าเผ่าค้างคาวออกคำสั่ง

ค้างคาวครึ่งหนึ่งยังคงอยู่เพื่อต่อสู้กับปรมาจารย์ตระกูลโจวต่อไป แต่ส่วนที่เหลือแยกตัวออกไปเพื่อไล่ล่ามนุษย์ที่กำลังหลบหนี

"มาฆ่าพวกเรา หากเจ้ามีความสามารถมากพอ!" ผู้นำตระกูลโจวตะโกน

.....

"ฮิฮิ! พวกเจ้าจะต้องเป็นกลายอาหารของข้า! ข้าจะเริ่มกินมนุษย์ที่อ่อนแอทั้งหมดก่อนที่จะกินมนุษย์ตัวอ้วนอย่างเจ้า!”

หัวหน้าของเผ่าค้างคาวยิ้มในขณะที่เขาชี้ไปที่ผู้นำของมนุษย์

รองหัวหน้าของเผ่าค้างคาวได้เข้าไปขัดขวางผู้นำของตระกูลโจวทันทีในขณะที่หัวหน้าของเผ่าค้างคาวพุ่งไปที่แนวหลัง

การป้องกันที่นำโดยประมุขตระกูลโจวนั้นแข็งแกร่งมันยากที่จะทำลาย

แต่ไม่ใช่สำหรับแนวหลังที่มีสมาชิกของตระกูลโจวนั้นง่ายกว่ามากที่จะสังหาร

ราวกับว่าแนวหลังคือฝูงแกะที่ถูกฝูงสิงโตโจมตี

แม้จะมีมากกว่าหนึ่งหมื่นคน แต่ระดับพลังยุทธ์ของพวกเขายังอ่อนแอเกินกว่าจะป้องกันตนเองได้

“ฆ่าพวกสารเลวค้างคาวลง แม้ว่าเราจะตายก็ต้องลากพวกมันไปตายด้วย!” หนึ่งในมนุษย์ตะโกน

“ถ้าพวกเจ้ามีโอกาสที่จะฆ่าค้างคาวได้ จงทำซะ! แม้ว่าเจ้าจะทำไม่ได้ พยายามขัดขวางพวกมันเพื่อให้คนอื่นๆ สามารถช่วยได้!”

"เขาพูดถูก! ฆ่า!"

พวกมนุษย์ตะโกนขณะที่พวกเขาเตรียมพร้อมที่จะเผชิญกับการโจมตีจากเผ่าค้างคาว

ค้างคาวแต่ละตัวถูกล้อมสังหารด้วยมนุษย์มากกว่าสิบคน แม้ว่ามนุษย์จะเสียชีวิตในการต่อสู้ แต่อย่างน้อยพวกเขาก็สามารถฆ่า

ค้างคาวที่โจมตีได้ เมื่อรวมกันแล้วอาจสร้างความแตกต่างได้

ค้างคาวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

แต่เพียงแค่นี้ไม่สามารถทำอันตรายพวกมันได้

ศัตรูที่พวกเขามองว่าเป็นเพียงปศุสัตว์ธรรมดากำลังต่อต้าน

พวกมันรู้สึกถึงการเหยียดหยาม

ชายวัยกลางคนเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ เขาหันไปหาสหายที่ยืนอยู่ข้างๆ

“พี่ชาย ถ้าเจ้ารอดไปได้ ช่วยข้าดูแลเสี่ยวเหม่ยด้วย” เขาพูดขณะแทงดาบเข้าที่หัวใจของค้างคาว

เมื่อค้างคาวล้มลง มันก็แทงกรงเล็บผ่านหน้าอกของชายคนนั้นและดึงหัวใจของเขาออกมา

"ไม่!" ชายอีกคนตะโกนเมื่อเห็นภาพที่ทำลายล้าง

เขาพุ่งเข้าหาค้างคาวที่เหลือแม้ว่าจะทรมานจากบาดแผลก็ตาม

“เจ้าอสูรร้าย! ตายซะ!"

ชายคนนั้นจับขาค้างคาวตัวหนึ่งแล้วบดขยี้มัน ค้างคาวพยายามดิ้นรนในขณะที่กรงเล็บของมันจิกลึกเข้าไปในหลังของชายคนนั้น

"ให้ข้าลงมือ! ใช้โอกาสใด ๆ ที่เจ้าจะได้รับ ฆ่ามันซะ” ชายสูงอายุตะโกน

เขาคว้าไม้โจมตีและใช้โซ่พันรอบตัวเอง ปลายอีกด้านของโซ่ผูกไว้กับหินก้อนใหญ่ที่ขยับไม่ได้

เขาตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่ปล่อยค้างคาวจนกว่าจะมีใครฆ่ามัน

ท่ามกลางความสิ้นหวัง สมาชิกของตระกูลโจวตัดสินใจที่จะเสียสละตนเองเพื่อให้คนอื่นได้มีชีวิตอยู่

ช่างน่าสลดใจ!

เมื่อเห็นว่ามนุษย์มีความมุ่งมั่นเพียงใด เผ่าค้างคาวก็เริ่มหวั่นใจ

“ท่านผู้นำ หากเราทำแบบนี้ต่อไป เราเป็นฝ่ายพ่ายแพ้! เราสูญเสียสหายมากเกินไป!”

รองหัวหน้าค้างคาวตนหนึ่งรายงานทันทีที่สังเกตเห็นปัญหา

ผู้นำกัดฟันด้วยความโกรธ “ไอ้พวกมนุษย์บัดซบ!”

“ท่านผู้นำ โปรดตัดสินใจ! หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป พวกเราควรถอยไปตั้งหลักก่อน!”

“ล่าถอยคือทางเลือกจริงๆ เหรอ? เจ้าคิดดีแล้ว? พวกเราต่อสู้กันมานาน และพวกเราเสียทหารค้างคาวไปมากมาย! แต่พวกเราไม่สามารถจับมนุษย์กับไปได้แม้แต่คนเดียว! จ้าวเผ่าจะฆ่าเราถ้าเรากลับไปเช่นนี้!”ผู้นำทาหารค้างคาวส่ายหัว

ตอนนี้เผ่าค้าวคาวอยู่ในสถานะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก...

“ผู้นำ จุนฟางและกองกำลังของเขาอยู่ไม่ไกลจากเรา? ท่านสามารถขอความช่วยเหลือ! อย่างน้อยเราสามารถแบ่งกันได้” รองหัวหน้าเสนอ

"นี่…"

ผู้นำไม่ชอบความคิดที่จะแบ่งปันอาหารกับผู้นำกองกำลังอื่น แต่ไม่มีทางเลือกอื่นสำหรับพวกเขา

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว หัวหน้าก็ส่งเสียงร้องเพื่อส่งสัญญาณไปยังทีมอื่นจากกลุ่มค้างคาวที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่ร้อยลี้

ทันใดนั้น ค้างคาวกลุ่มใหม่ก็พุ่งตรงไปยังสถานที่นั้นพร้อมกับส่งเสียงร้องตอบ

ฝูงค้างคาวที่อยู่ในสนามรบได้ยินเสียงร้องของพรรคพวก พวกเขาฟื้นคืนความมั่นใจทันที

ตระกูลโจวรู้สึกสิ้นหวังมากยิ่งขึ้นในตอนนี้

ผู้นำที่เป็นมนุษย์ตะโกนสั่งคนของเขา

“ฟังทางนี้! แม้ว่าเราทุกคนจะไม่รอดชีวิตที่นี่ แต่เราจะไม่ตายอย่างโดดเดี่ยว! ฆ่า! พวกมันต้องตายไปพร้อมกับเรา!”

“ประมุขพูดถูก! พวกมันต้องตายไปพร้อมกับเรา!” สมาชิกของตระกูลโจวคำรามเห็นด้วย

เสียงของพวกเขาดังมากจนกลบเสียงกรีดร้องของค้างคาว

อย่างไรก็ตาม จู่ๆ ก็มีเสียงดังก้องเบาๆ มนุษย์ที่เหลือหันไปมองต้นทาง

ถึงคราวที่ค้างคาวจะส่งเสียงกลบเสียงมนุษย์

มันเหมือนกับฉากที่เผ่ามนุษย์เห็นเมื่อไม่กี่ปีก่อน

ที่เผ่าค้างคาวปีนกำแพงโจมตีเมืองเหมือนฝูงมด

มันเตือนมนุษย์ทันทีถึงความหวาดกลัวที่พวกเขาเคยประสบในตอนนั้น

“เราจบสิ้นแล้ว…”

ความสิ้นหวังสามารถเห็นได้บนใบหน้าของมนุษย์

สมาชิกส่วนใหญ่จากตระกูลโจวเป็นมนุษย์ธรรมดา และการบ่มเพาะของพวกเขาไม่มากไปกว่าอาณาจักรเหนือมนุษย์

"ลูกชายของข้า!"

"ท่านพ่อ!"

เสียงร้องเริ่มก้องอยู่ในป่าขณะที่มนุษย์กำลังรอความตาย

“เจ้าสองคนคืออนาคตของตระกูลโจว!” ผู้หญิงคนหนึ่งร้องไห้ขณะที่พูดกับลูกชายทั้งสองของเธอ

"วิ่ง..! เข้าไปในทะเลทรายและเดินตามเส้นทางของพี่เทียนของเจ้า! ต่อให้ต้องตายก็อย่าปล่อยให้ค้างคาวกินเลือดของเจ้าได้!”

"ท่านแม่!"

“อย่าร้องไห้! เพียงแค่ไป!"

"ไม่! ข้าจะไม่ทิ้งท่าน!”

ถัดจากตระกูลโจว ตระกูลไท่ก็จ้องมองไปที่ค้างคาวเช่นกัน พวกเขาต้องการที่จะโทษตระกูลโจว ที่ลากพวกเขาเข้ามาสู่ความตาย

แต่พวกเขาทำไม่ได้

“เราจะตายไปพร้อมกับพวกเขา อย่างน้อยเราก็จะตายอย่างภาคภูมิ!”

“ในชาติหน้าข้าขอเกิดเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่มนุษย์ การเป็นมนุษย์นั้นเหนื่อยเกินไป…”

สมาชิกของตระกูลไท่ก็เริ่มอำลาซึ่งกันและกันเช่นกัน

ผู้คนที่ไม่อยากตายหรือไม่อยากเห็นสหายและญาติตายตัดสินใจเสี่ยงชีวิตเข้าไปในทะเลทราย

พวกเขายอมตายในทะเลทรายมากกว่าตกอยู่ในเงื้อมมือของค้างคาว

ในขณะเดียวกัน ในทะเลทรายรกร้าง ร่างหกร่างพุ่งผ่านดินแดนที่ปกคลุมไปด้วยทราย

หลี่มู่สำรวจป่าด้วยจิตวิญญาณแห่งสวรรค์ของเขา

เขารู้สึกได้ถึงกระแสความโกรธที่ก่อตัวขึ้นภายในตัวเขา

เขาพูดกับรุ่นเยาว์ห้าทั้งห้าคน

“ฟื้นฟูพลังปราณของพวกเจ้า ข้าจะไปดูข้างหน้า”

จากนั้นหลี่มู่ก็พึมพำกับตัวเองว่า “รับรางวัล พลังปราณ จากการลงชื่อเข้าใช้ทั้งหมด…”

เขาได้รับพลังปราณแท้จริงกว่าเก้าพันปีและโอสถระดับสูงสามเม็ดในขณะที่เขาอยู่ในทะเลทราย

ในไม่นาน เขาดูดซับพลังทั้งหมดนั้น ปราณแท้จริงพลุ่งพล่านขึ้นภายในตันเถียนเขา

ได้ยินเสียงรอยแตกจากร่างของหลี่มู่

ในขณะที่มีเมฆฝนฟ้าก่อตัวขึ้นเหนือหัวของเขา

"ไป!"

เขาปลดปล่อยดาบฟีนิกซ์โลหิตและเล็งไปที่หัวหน้ากองทหารเผ่าค้างคาว

สายฟ้าสีม่วงนับพันฟาดใส่ค้างคาวที่อยู่ระหว่างการต่อสู้กับตระกูลโจว

เปรี้ยง!

มนุษย์ที่ไม่ได้กลายเป็นฝุ่นจากสายฟ้าที่ฟาดลงมาก็ตกตะลึงไปกับมัน

ในที่สุดพวกมนุษย์ก็มีโอกาสที่จะตอบโต้ และพวกเขาก็นำใบมีดเฉือนไปที่คอของค้างคาวที่เป็นอัมพาตอย่างรวดเร็ว

สายฟ้ายังคงโจมตีในสนามรบต่อไปจนกระทั่งเหลือค้างคาวจำนวนน้อยเท่านั้นที่ยืนอยู่

คนแรกที่ตอบสนองคือตระกูลโจว

“กำลังเสริมของเรามาถึงแล้ว!”

ในขณะเดียวกัน ผู้นำของกองทหารเผ่าค้างคาวก็ถูกดาบโลหิตฟีนิกซ์ฟันกระเด็น

ผู้นำค้างคาวกระเด็นไปชนต้นไม้ เลือดของมันก็กระเซ็นไปทั่วบริเวณโดยรอบ

ตัวดาบดึงตัวเองกลับมาขณะที่ผู้นำค้าวคาวพึมพำ “อะไรนะ…”

ก่อนที่มันจะทันได้พูดจบ ดาบโลหิตก็หมุนวนในอากาศและบินพุ่งกลับมาอีกครั้ง

ชัว!

ศรีษะของผู้นำทหารค้างคาวกระเด็นตกลงพื้นดิน

ร่างที่ไร้ศรีษะก็ถูกสายฟ้าไหม้เกรียมจนกลายเป็นฝุ่นผง

"ยอดเยี่ยม!" กลุ่มมนุษย์โห่ร้องขณะที่พวกเขาพ้นขีดอันตรายแล้ว

ห่างจากสนามรบเพียงห้าลี้ กำลังเสริมของกลุ่มค้างคาวหยุดลง

.....

“มีการซุ่มโจมตี!”

เมื่อเห็นว่าสหายที่ขอความช่วยเหลือ ถูกฆ่าตาย ทหารค้างคาวต่างตกตะลึง

"ล่าถอย!" จุนฟางสั่งการ

ใบหน้าของเขามืดมนเมื่อเขาแทบมองไม่เห็นศัตรูที่ลงมือ

จากนั้นเขาก็หันหลังกลับและบินหนี

ทหารค้างคาวที่เหลือตกตะลึงไปครู่หนึ่งก่อนจะบินหนีตามผู้นำของมันไป

“คิดว่าจะหนีข้าได้เหรอ?”

.....................