ตอนที่ 212 ด่าทอสวรรค์

 ตอนที่ 212 ด่าทอสวรรค์

"ท้องฟ้าดินแดนมรกตคงจะเปลี่ยนแปลงแน่แท้"

มีอัจฉริยะฟ้าประทานอดไม่ได้ที่จะพูดอย่างซาบซึ้ง

และในเวลาเดียวกัน บนท้องฟ้าสูงอีกฝั่ง

อินทรีวิญญาณเพลิงกำลังพาเย่ชิงเฉิงบินวนรอบหุบเขา

"กู่หยาง เขา...จะสามารถเผชิญทัณฑ์สายฟ้าเรือนจำม่วงครั้งนี้ได้สำเร็จหรือไม่?"

ดวงตาของเย่ชิงเฉิงมีความกังวลเล็กน้อย

ถึงแม้นางจะเคยเห็นกู่หยางฟันทัณฑ์สายฟ้าเรือนจำม่วงขาดด้วยกระบี่เดียวมาแล้ว

แต่ทัณฑ์สายฟ้าเรือนจำม่วงที่ปรากฏครั้งนี้ ชัดเจนว่าเหนือกว่าครั้งก่อนหลายเท่านัก!

ดังนั้นแม้แต่นางก็ยังรู้สึกหวาดหวั่นอยู่บ้าง

แต่อินทรีวิญญาณเพลิงกลับส่งเสียงร้องจิ๊บ ๆ

ดูเหมือนมันจะมั่นใจในเจ้านายของมันมากทีเดียว

ทัณฑ์สายฟ้าเล็ก ๆ แบบนี้ ไม่ถือเป็นอะไรสำหรับเจ้านายเลย!

สายตามากมายจับจ้องมาที่กู่หยาง

แน่นอนว่ากู่หยางรับรู้ได้อย่างชัดเจน

เขารู้ว่าตอนนี้ตนเองกำลังตกเป็นเป้าสายตาของยอดฝีมือขอบเขตมรณะชีวันไม่น้อย

แต่เขาไม่ได้รู้สึกกังวลใจแต่อย่างใด

กลับดูสบายอารมณ์เสียอีก

จากนั้นก็ค่อย ๆ เงยหน้ามองท้องฟ้า

สายฟ้าสีม่วงเส้นใหญ่จำนวนมากไม่หยุดปะทุขึ้นในก้อนเมฆ

แต่มันยังไม่ยอมลงมาสักที

เห็นดังนี้ กู่หยางก็ขมวดคิ้ว

ทำอะไรอยู่?

ยังไม่ฟาดลงมาอีกหรือ?

ในขณะที่กำลังครุ่นคิด กู่หยางอดไม่ได้ที่จะชูนิ้วกลางขึ้นมาอย่างดูถูกใส่ทัณฑ์สายฟ้าเรือนจำม่วงบนท้องฟ้า

ทัณฑ์สายฟ้าเรือนจำม่วงขยะนี่ มันกลัวเขาเสียแล้วกระมัง?

เห็นกู่หยางแสดงท่าทางดังนี้

ยอดฝีมือขอบเขตมรณะชีวันโดยรอบก็มองหน้ากันอย่างงงงวย

"เด็กนั่นกำลังทำอะไร?"

"ท่าทางมือนั่นมันอะไรกัน?"

"ไม่ค่อยเข้าใจนกั แต่ดูเหมือนเขากำลังท้าทายทัณฑ์สายฟ้าเรือนจำม่วง"

ฉับพลันนั้น ยอดฝีมือขอบเขตมรณะชีวันทุกคนก็เงียบกริบ

กู่หยางคนนี้...

ช่างไร้ความเกรงกลัวเสียจริง

ถึงกับกล้าท้าทายทัณฑ์สายฟ้าเรือนจำม่วง!

และในขณะที่ยอดฝีมือขอบเขตมรณะชีวันมากมายกำลังคิดเช่นนี้

ก็ไม่ผิดจากที่คาด

ท่าทางของกู่หยาง เห็นได้ชัดว่ายั่วโมโหทัณฑ์สายฟ้าเรือนจำม่วงที่ลอยอยู่สูงบนท้องฟ้า!

ฟ้าผ่าลั่น!

เสียงระเบิดสะเทือนสะท้านโลกดังขึ้นครั้งหนึ่ง

ถัดมา ทัณฑ์สายฟ้าเรือนจำม่วงที่สามารถบดขยี้ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแก่นสุญตาระดับ 10 ขั้นสูงสุดได้อย่างง่ายดายเส้นหนึ่งก็พุ่งตรงใส่ศีรษะของกู่หยางด้วยความดุร้าย!

เห็นภาพนี้ สีหน้ากู่หยางเผยรอยยิ้ม... ในที่สุดมันก็ยอมเริ่มลงมือแล้ว

กู่หยางยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เหมือนไม่มีท่าทีจะหลบหลีกแม้แต่น้อย แม้แต่พลังแก่นแท้ยังไม่ยอมปลดปล่อยออกมา

ราวกับจะยอมแพ้ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นเตรียมพร้อมรับทัณฑ์สายฟ้าเรือนจำม่วงที่ถาโถมลงมา!

เห็นฉากนี้

ยอดฝีมือขอบเขตมรณะชีวันโดยรอบต่างตาค้าง

แน่ใจหรือว่านี่คือการเผชิญทัณฑ์สายฟ้า?

แต่ภาพในวินาทีถัดมา ทำให้พวกเขาอ้าปากค้างยิ่งกว่าเดิม

เห็นทัณฑ์สายฟ้าเรือนจำม่วงเส้นใหญ่ขนาดเกือบพันเมตรพุ่งลงมาตรง ๆ ใส่ร่างของกู่หยาง

ควันสีม่วงก็พวยพุ่งออกมาทันที

เห็นได้ชัดว่า

ทัณฑ์สายฟ้าเรือนจำม่วงพุ่งชนร่างกายกู่หยางโดยตรง

แต่ที่แปลกก็คือ...

ถึงแม้ว่าร่างของกู่หยางจะมีควันลอยคลุ้งก็จริง

แต่กุญแจสำคัญก็คือ...

กู่หยางกลับดูเหมือนไม่ได้เป็นอะไรเลย!

ไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย แถมไม่เห็นแม้แต่รอยข่วนเดียว!

หากไม่ใช่ว่ามีควันสีม่วงลอยออกมาจากร่างของกู่หยางไม่หยุด

พวกเขาคงคิดว่าทัณฑ์สายฟ้าเรือนจำม่วงไม่ได้พุ่งใส่กู่หยางเสียด้วยซ้ำ!

และกู่หยางที่ยืนคะนองท่ามกลางทัณฑ์สายฟ้า รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของตัวเอง

เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย

"หืม? เหมือนจะมีการพัฒนาขึ้นบ้าง?"

เขารู้สึกสนใจขึ้นมาบ้าง

เหมือนกับรับรู้ถึงท่าทีของกู่หางในทันที

ทัณฑ์สายฟ้าเรือนจำม่วงจึงไม่ลังเลใจ โถมทัณฑ์สายฟ้าลงมาใส่ถึง 10 เส้นรวด!

สายฟ้าทั้ง 10 เส้นนี้ล้วนแต่มีขนาดเกือบพันเมตรทั้งนั้น!

หากทั้งหมดนี้ถาโถมลงมา แม้ยอดฝีมือขอบเขตมรณะชีวันที่ไม่ยอมป้องกัน ปล่อยให้ร่างกายรับมันไป ก็อาจรับไม่แทบไหว!

ทัณฑ์สายฟ้าเรือนจำม่วง 10 เส้นพุ่งลงมา

เห็นแล้วยอดฝีมือขอบเขตมรณะชีวันโดยรอบต่างสั่นสะท้านทั้งร่าง

กู่หยางกำลังยั่วโมโหสวรรค์!

ขณะที่พวกเขารอคอยอย่างตั้งตา หวังจะเห็นสภาพอันน่าเวทนาของกู่หยาง

แต่พวกเขากลับตาค้างอ้าปากหวอในชั่วพริบตา

ทัณฑ์สายฟ้าเรือนจำม่วง 10 เส้นพุ่งเข้าใส่กู่หยางอย่างจัง

แต่กู่หยาง...

ยังคงทำสีหน้าเหมือนเดิม ยืนนิ่งเอกเขนก

เหมือนกำลังอาบน้ำ

อาบน้ำด้วยทัณฑ์สายฟ้าเรือนจำม่วง...

นี่มัน...

ยอดฝีมือขอบเขตมรณะชีวันโดยรอบต่างตะลึง

ร่างกายเด็กคนนี้ทำมาจากอะไรกันแน่?

ในเวลานี้ ในหัวของพวกเขามีแค่ความคิดนี้เพียงอย่างเดียว

ภายใต้การชโลมของทัณฑ์สายฟ้า 10 เส้น

กู่หยางหรี่ตาลง

พลังทัณฑ์สายฟ้าครั้งนี้ไม่เลวเลย

รู้สึกปวดเมื่อยเบา ๆ ด้วยซ้ำ

หลังจากนั้นทัณฑ์สายฟ้าเรือนจำม่วงก็ส่งสายฟ้าลงมามากมาย

แต่พลังกลับอ่อนแอลงไม่น้อย

สุดท้าย ทัณฑ์สายฟ้าเรือนจำม่วงเส้นเล็ก ๆ ขนาดไม่ถึง 3 เมตรก็ตกลงบนร่างกู่หยาง

ก้อนเมฆก็หมดพลังไปโดยสิ้นเชิง

แล้วก็ค่อย ๆ สลายตัวไปเอง

เห็นดังนี้

กู่หยางย่นคิ้ว

"ทัณฑ์สายฟ้าครั้งนี้อ่อนแอขนาดนี้เลยหรือ"

จากการหลอมกายด้วยทัณฑ์สายฟ้าครั้งนี้

พลังของเขากลับเพิ่มขึ้นเพียงแค่พลังมังกร 5 ตัว!

ทัณฑ์สายฟ้าเรือนจำม่วงกลับมีแค่ระดับนี้เอง

คำพูดของกู่หยาง ก็ชัดเจนแจ่มแจ้งเข้าหูของทุกคนโดยรอบเช่นกัน

สัตว์ประหลาดเฒ่าขอบเขตมรณะชีวันข้างกายยิ่งฟังแล้วแทบจะกัดฟันจนแตก

จ้องมองกู่หยางด้วยสายตาโกรธ

นี่คือคำพูดของมนุษย์หรือ?

อ่อนแอ?

ทัณฑ์สายฟ้าเรือนจำม่วงยังอ่อนแออีกหรือ?

เพียงแค่ทัณฑ์สายฟ้าเส้นเดียวเมื่อครู่ ไม่รู้ว่าสามารถสังหารผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแก่นสุญตาระดับ 10 ขั้นสูงสุดได้เท่าใดแล้ว

มันยังสามารถคุกคามยอดฝีมือขอบเขตมรณะชีวันได้ด้วยซ้ำ

แต่กลับยังบอกว่ามันอ่อนแอ?

ฝั่งตรงข้าม บนอากาศสูง

ผู้อาวุโสใหญ่และยอดฝีมือขอบเขตมรณะชีวันของราชวงศ์เซวียนเหนี่ยวก็ได้ยินคำพูดของกู่หยาง

สีหน้าผู้อาวุโสใหญ่ก็แปลกใจเช่นกัน

"กู่หยางก็เป็นเช่นนี้”

ผู้อาวุโสขอบเขตมรณะชีวันที่ยืนอยู่หลังผู้อาวุโสใหญ่ เพิ่งกลับมาราชวงศ์ไม่นานนัก

ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ค่อยเข้าใจกู่หยางมากนัก

พอได้ยินเช่นนี้ พวกเขาก็มองหน้ากัน

ไม่รู้จะพูดอะไรดี

พวกเขาจะพูดอะไรได้?

ก็ได้แต่บอกว่า แม้จะเรียนรู้ไปจนแก่แล้ว ก็ยังต้องเรียนรู้เพิ่มเติมอีก

พวกเขามีชีวิตมานานเพียงใดแล้ว นี่ยังเป็นครั้งแรกที่เห็นคนบ่นว่าทัณฑ์สายฟ้าเรือนจำม่วงอ่อนแอ

นี่มัน...

เมื่อเห็นก้อนเมฆสลายตัวไป

แสงตะวันส่องสว่างแผ่นดินอีกครั้ง

กู่หยางก็หรี่ตาลงเล็กน้อย

อย่างที่คาดไว้ไม่ผิด

นิมิตที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นมาบนท้องฟ้าอีกครั้ง

ยังเหมือนกับนิมิตครั้งที่แล้วไม่ผิดเพี้ยน

"เหมือนแม้แต่เต๋าสวรรค์ก็ไม่มีความคิดสรรค์สร้างนัก"

กู่หยางอดส่ายหัวไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก

จากนั้นร่างกายก็โลดแล่นอยู่ในนิมิต

เผชิญกับการชำระล้างของเต๋าสวรรค์!

ไม่นานนัก นิมิตก็หายไป

สีหน้ากู่หยางก็แปลกใจขึ้นมา

รู้สึกว่า...การชำระล้างของเต๋าสวรรค์ครั้งนี้แย่กว่าครั้งก่อนเสียอีก?

ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็หาสาเหตุไม่เจอ

เขาเลยได้แต่โบ้ยความผิดใส่เต๋าสวรรค์

"ช่างตระหนี่ขี้เหนียวเสียจริง!"

ได้ยินเสียงพึมพำของกู่หยางแล้ว

ยอดฝีมือขอบเขตมรณะชีวันโดยรอบก็ด้านชา

และเพราะตอนนี้ทัณฑ์สายฟ้าได้สลายไปแล้ว...

ก็ได้เวลาเริ่มลงมือ!

คิดถึงตรงนี้ สัตว์ประหลาดเฒ่าขอบเขตมรณะชีวัน และผู้บำเพ็ญเพียรพเนจรที่อยู่โดยรอบก็พากันลอยขึ้นมากลางอากาศ

พวกตาจ้องมองไปที่กู่หยาง

"กู่หยาง จงมอบมรดกให้พวกข้าเสีย ตราบใดที่เจ้ายอมมอบมันแต่โดยดี พวกข้าจะไม่ทำร้ายเจ้าแม้แต่ปลายเล็บ"