ตอนที่ 202 ผลไม้วิญญาณม่วง

 ตอนที่ 202 ผลไม้วิญญาณม่วง

เมื่อผลไม้วิญญาณม่วงสุกงอมแล้วกิน นอกจากจะช่วยเพิ่มรากฐานแล้ว แม้แต่ผู้บำเพ็ญเพียรที่กำลังจะทะลวงขอบเขตแก่นสุญตา หรือจะอยู่ในขอบเขตแก่นสุญตาก็ยังได้ประโยชน์มหาศาล

เพราะมันยังช่วยเพิ่มคุณภาพของแก่นก่อกำเนิดที่ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแก่นสุญตาควบแน่นขึ้นมาได้ด้วย

และก็เพราะจุดนี้

ผลไม้วิญญาณม่วงจึงมีแรงดึงดูดต่อผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแก่นสุญตาเป็นอย่างมาก

ตอนนี้ ต้นไม้สมบัติวิญญาณม่วงออกผลวิญญาณม่วง 3 ลูก

ผลไม้วิญญาณม่วง3 ลูกยังไม่สุก แต่ใกล้จะสุกแล้ว

ดังนั้นนางจึงคอยเฝ้าอยู่ที่นี่ รอผลไม้วิญญาณม่วงสุก

ทว่าคิดไม่ถึงว่า พอผลไม้ใกล้จะสุก กลับปล่อยนิมิตมากมายออกมา ชั่วพริบตาก็ดึงดูดผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแก่นสุญตาจำนวนมากมาที่นี่

ถึงแม้ว่าโดยมากพวกเขาจะมีพรสวรรค์และพลังด้อยกว่าเย่ชิงเฉิง

แต่หากร่วมมือกัน

แม้แต่เย่ชิงเฉิง ก็ยากที่จะต้านทาน

ยิ่งไปกว่านั้น ในหมู่พวกเขายังมีผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแก่นสุญตาระดับ 9 ขึ้นไปด้วย

ลำพังนางที่อยู่แค่ขอบเขตห้วงสมุทรแก่นแท้ระดับ 12 มือเปล่าสู้ไม่ได้

แต่โอกาสนี้ นางก็ไม่มีทางปล่อยไปง่าย ๆ

ผลไม้วิญญาณม่วง3 ลูก นางเก็บเอาไว้ทั้งหมด

ตอนนี้ ต้นไม้สมบัติวิญญาณม่วงจึงโล่งเตียนไปหมด

"เย่ชิงเฉิง ส่งผลไม้วิญญาณม่วงมา หรือเจ้าคิดจะกินคนเดียวหมด"

"เย่ชิงเฉิง ถึงแม้เจ้าจะมีพรสวรรค์เหนือชั้น แต่ก็เป็นแค่ขอบเขตห้วงสมุทรแก่นแท้เท่านั้น เจ้าจะเป็นศัตรูกับพวกเราทุกคนหรือ"

"ส่งผลไม้วิญญาณม่วงมา พวกเราจะไม่ทำร้ายเจ้า"

โดยมากผู้ที่พูดเป็นผู้บำเพ็ญเพียรพเนจร มีแค่ส่วนน้อยที่มาจากราชวงศ์ใหญ่ทั้งสาม

ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าทำร้ายเย่ชิงเฉิงง่าย ๆ

แต่อยากจะได้รับส่วนแบ่งบ้าง

หากเย่ชิงเฉิงส่งผลไม้วิญญาณม่วงให้เอง นั่นย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

หากไม่ส่ง...

พวกเขาก็จะไม่ปรานีแน่

ในฝูงชน

หลัวเฟ่ยฟานก็ปรากฏตัวอยู่ที่นี่

เขามองเย่ชิงเฉิงที่ใบหน้าลำบากใจอยู่ห่าง ๆ

พูดตามตรง เขาอยากจะออกมือช่วยมาก

เพื่อสร้างความประทับใจให้เย่ชิงเฉิง แต่ว่า...

ถึงแม้เขาจะมีฐานะสูงส่ง แต่พลังกลับสู้ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแก่นสุญตาไม่ได้

ต่างคนต่างฝีมือไม่อ่อน

ผลลัพธ์ก็คือ ต่อให้เขาออกหน้า ก็ไม่สร้างผลกระทบใด ๆ

"เย่ชิงเฉิง เจ้าจะส่งหรือไม่ส่ง"

ในตอนนี้ ผู้อาวุโสขอบเขตแก่นสุญตาระดับ 9 ขั้นสูงสุดลุกขึ้น เดินเข้าหาเย่ชิงเฉิง

เห็นเช่นนี้ เย่ชิงเฉิงก็กัดฟันแน่น

เดิมทีนางไม่ได้ตั้งใจจะทะลวงขอบเขตแก่นสุญตาที่นี่

เพราะนางเพิ่งจะขอบเขตห้วงสมุทรแก่นแท้ระดับ 12 ห่างจากขีดจำกัดที่แท้จริงคือระดับ 13 ยังขาดไปหนึ่งขั้น

หากทะลวงก่อนถึงขีดจำกัด เพดานของนางในภายภาคหน้าเมื่อทะลวงถึงขอบเขตแก่นสุญตาก็จะต่ำลงไม่น้อย

แต่ตอนนี้ สถานการณ์เร่งด่วน หากนางไม่เลือกที่จะทะลวง...

กลัวว่าผลไม้วิญญาณม่วงคงรักษาไว้ไม่ได้แล้ว

"ดูท่านางไม่ตั้งใจจะส่งแล้ว ช่วยกันลงมือ"

อีกด้านหนึ่ง ผู้อาวุโสอีกคนแสดงสีหน้าไม่อดทน ปราณน่าสะพรึงกลัวจากร่างกายก็ระเบิดออกมา

แต่ก่อนที่ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแก่นสุญตามากมายจะร่วมมือกันโจมตีเย่ชิงเฉิง

ทันใดนั้นก็มีเสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นอย่างเชื่องช้า

"ชายชราที่อายุกว่าพันปีหลายคนมาร่วมมือกันรังแกสาวน้อยอายุยี่สิบ ไม่รู้สึกอับอายบ้างหรือ"

"ผู้ใดกัน"

ได้ยินเสียงที่ดังขึ้นกะทันหัน

ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแก่นสุญตาทั้งหมดก็ขมวดคิ้ว

หลัวเฟ่ยฟานก็ตกใจ

ใครกล้าหาญขนาดนี้ กล้าเย้ยหยันผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแก่นสุญตาเหล่านี้ อยากตายหรือกระไร

เย่ชิงเฉิงได้ยินเสียงนี้ ก็เผยสีหน้าประหลาดใจกับดีใจ

และในขณะที่ผู้คนต่างมองหา

ถัดมา ร่างหนึ่งก็ค่อย ๆ เหยียบอากาศมา

"เป็นเจ้า"

"กู่หยาง"

เมื่อมองร่างที่เหยียบอากาศมา ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแก่นสุญตาทั้งหมดก็เปลี่ยนสีหน้าในทันที

ผู้มาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นกู่หยางนั่นเอง

เขากระโดดครั้งเดียว ก็ข้ามผ่านผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแก่นสุญตามากมายโดยตรง

ปรากฏตัวข้าง ๆ เย่ชิงเฉิงในทันที

เย่ชิงเฉิงจ้องมองกู่หยาง อารมณ์ร้อนรนในใจที่เดิมทีก็สงบลงไปมากโดยไม่รู้สาเหตุ

"กู่หยาง เจ้าคิดจะเป็นศัตรูกับพวกเราเพื่อนางหรือ"

"กู่หยาง ถ้าร่วมมือกับพวกเรา ผลไม้วิญญาณม่วง พวกเราจะแบ่งให้เจ้าครึ่งลูก"

"ถ้าเจ้าเลือกยืนอยู่ข้างเย่ชิงเฉิง ก็อย่าโทษว่าพวกเราไม่ให้เกียรติ"

ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแก่นสุญตาที่แข็งแกร่งหลายคนจ้องมองกู่หยาง

น้ำเสียงเต็มไปด้วยการข่มขู่ล่อลวง

พลังที่กู่หยางแสดงออกมาด้านนอกเขตแดนลับนั้นแข็งแกร่งมาก

หากให้กู่หยางและเย่ชิงเฉิงร่วมมือกัน ถึงแม้จะไม่ถึงขั้นเอาชนะพวกเขาได้ แต่ก็จะสร้างภัยคุกคามให้กับพวกเขาพอสมควร

"กู่หยาง เจ้าไม่ต้องสนใจหรอก ไปก่อนเถอะ ข้าจัดการได้"

เห็นกลุ่มคนเริ่มข่มขู่ล่อลวงกู่หยาง ใบหน้างดงามของเย่ชิงเฉิงก็เปลี่ยนไป ดึงชายเสื้อของกู่หยางเบา ๆ

แต่กู่หยางกลับกุมมือนุ่มของเย่ชิงเฉิงไว้แน่น

"ไม่ต้องตื่นตระหนก เชื่อข้าสิ ข้ามีความมั่นใจที่จะจัดการพวกเขาได้"

เย่ชิงเฉิงเห็นดังนี้ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก็มองมือของนางและกู่หยางที่กุมกันอยู่

ใบหน้างามก็แดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย

"อืม.."

นางไม่ได้พูดอะไรอีก แต่เหมือนภรรยาน้อยพยักหน้าตอบรับเสียงเบา ๆ

ในฝูงชน

หลัวเฟ่ยฟานเห็นกู่หยางกุมมือเย่ชิงเฉิง ในดวงตาก็ระเบิดความอิจฉาที่รุนแรงยิ่งออกมา

"ไอ้สารเลว!"

"บัดซบ!"

เขาขบฟันเขี้ยว ใจก็เต็มไปด้วยความโกรธแค้น แต่เขาก็รู้ดี...

ตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของกู่หยาง แต่ว่า...

ในสถานการณ์แบบนี้ก็ไม่แน่

หากให้ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแก่นสุญตายอดฝีมือเหล่านั้นโจมตีกู่หยาง

ไม่แน่ว่า...ตนเองอาจจะมีโอกาส

คิดได้ดังนั้น ในตาของเขาก็ฉายแวบ

ครู่ถัดมา ก็ตะโกนเสียงดัง "กู่หยางกับเย่ชิงเฉิงต่างก็มาจากราชวงศ์เซวียนเหนี่ยวเหมือนกัน ย่อมต้องยืนอยู่ข้างเดียวกันกับนาง รีบจัดการฆ่ากู่หยางก่อนเร็ว"

"พวกท่านอยากออกไปเผชิญความโกรธเกรี้ยวของราชวงศ์เซวียนเหนี่ยวหรือ"

"หากพวกท่านไม่ลงมือ พอกู่หยางและเย่ชิงเฉิงร่วมมือกัน พวกท่านคงไม่อาจได้ผลไม้วิญญาณม่วงสักลูก"

เมื่อหลัวเฟ่ยฟานพูดประโยคนี้ออกมา

ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแก่นสุญตาทั้งหมดก็ฉายแววเจตนาสังหารออกมาอย่างหนาแน่น

ถึงแม้ประโยคของหลัวเฟ่ยฟานจะดูเหมือนเป็นการยั่วยุ

แต่ก็พูดถูกใจพวกเขาโดยแท้

หากปล่อยให้กู่หยางและเย่ชิงเฉิงร่วมมือกันจริง ๆ

แต่ขณะที่พวกเขาเต็มไปด้วยแรงจูงใจ และกำลังจะลงมือ

หลัวเฟ่ยฟานก็เผยสีหน้าดีใจออกมา

ใช่แล้ว

รีบลงมือเร็ว ๆ เสีย

ถ้าเป็นไปได้ก็ให้ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันให้หมดสภาพ แบบนั้น...

ตนเองก็จะมีโอกาสฉวยโชคลาภแล้ว

แต่ขณะที่เขากำลังเพ้อฝัน

ทันใดนั้น ปราณกระบี่น่าสะพรึงกลัวก็ผ่านผู้คนนับไม่ถ้วน

ปรากฏตัวตรงหน้าหลัวเฟ่ยฟานในทันที

และหลังจากนั้น....

ฟึ่บ

ศีรษะก็ลอยขึ้นบนท้องฟ้าโดยตรง

หลัวเฟ่ยฟาน ถูกสังหาร

ตุบ

ศีรษะของหลัวเฟ่ยฟานกลิ้งหล่นลงบนพื้น

บนใบหน้าของเขายังคงมีรอยยิ้มหลงเหลืออยู่

เห็นได้ชัดว่าเขาไม่คาดคิดเลยว่า...ตนเองจะตายกระทันหัน

ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแก่นสุญตารอบข้างก็หน้าตาตาค้าง

ต่างเงยหน้ามองไปยังทิศทางที่ปราณกระบี่มา

กลับเห็นกู่หยางค่อย ๆ ชักมือกลับ

"พูดเสียงดังน่ารำคาญ"

กู่หยางพูดด้วยใบหน้าเย็นชา

"กู่หยาง ดูเหมือนเจ้าจะเลือกยืนข้างเย่ชิงเฉิงแล้วสินะ"

"ในเมื่อเช่นนั้น...ก็อย่าโทษว่าพวกเราโหดร้าย"

"วันนี้ ถ้าไม่ส่งมอบผลไม้วิญญาณม่วง ก็อย่าหวังจะออกไปจากที่นี่"

ในทันที ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแก่นสุญตาขั้นสูงสุดหลายคนก็ปลดปล่อยแก่นก่อกำเนิดออกมา

ปล่อยแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวกดลงมายังกู่หยาง

"พวกเจ้า มีคุณสมบัตินั้นด้วยรึ"

กู่หยางหัวเราะเยาะ

ตูม

แรงกดดันที่ซัดกระหน่ำมานั้นก็แตกกระจายทันที

"เจ้ารนหาที่ตาย"

"ร่วมกันลงมือ กำจัดเด็กหนุ่มอวดดีนี่เสียที่นี่"

"ดี ข้าเองก็เกลียดมันอยู่แล้ว มีแค่พรสวรรค์ดีหน่อย ก็อวดดีถึงขนาดนี้"

"ข้าจะให้มันรู้ว่า อะไรคือเหนือฟ้ายังมีฟ้า"

เมื่อกู่หยางพูดเช่นนี้ออกมา ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแก่นสุญตาทั้งหมดก็แสดงสีหน้าโกรธจัด

และหลังจากนั้นก็ไม่ลังเลใจใด ๆ ต่างปลดปล่อยแก่นก่อกำเนิดกดดันลงมายังกู่หยาง

การโจมตีร่วมกันของผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแก่นสุญตาหลายสิบคน ระดับการโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวที่ปล่อยออกมานั้นแทบจะเกินกว่าขอบเขตแก่นสุญตาแล้ว