ตอนที่ 181

 ตอนที่ 181 ผู้อาวุโสท่านนี้ มิใช่คนธรรมดา

“หะ?”

หยางชิวร่างกายอ่อนแรง เกือบจะล้มพับลงไปกับพื้น

แม้แต่ผู้อาวุโส ยังกล่าวว่าเขาได้พบเจอกับเรื่องใหญ่ เช่นนั้นเรื่องนี้ จะเล็กได้อย่างไร

“ผู้น้อยเพียงแค่ต้องการเลื่อนลำดับในรายนามประมุขศักดิ์สิทธิ์ขึ้นไปสองสามลำดับ นับว่าเป็นเรื่องเล็กไม่ใช่หรือ”

หยางชิวกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

ก่อนหน้านี้

บุตรศักดิ์สิทธิ์ปฐมกาล ไม่ได้ทำเช่นนี้หรือ

ตนเองกับบุตรศักดิ์สิทธิ์ปฐมกาล มีเพียงรายนามที่แตกต่างกัน ระดับพลังที่แตกต่างกัน นอกจากนี้

ก็ไม่ต่างกัน!

“กล่าวให้ถูกต้องคือ สำนักมารเก้าขุมนรกของพวกเจ้า หรือกล่าวว่าเมิ่งชิ่งจือได้พบเจอกับเรื่องใหญ่!”

หลี่อวิ๋นกล่าวอย่างแผ่วเบา

ข่าวเรื่องการแย่งชิงสมุนไพรวิญญาณระดับกึ่งจักรพรรดิ หากแพร่ออกไป ย่อมต้องสร้างความปั่นป่วน แต่ในตอนนี้ ภายในหอคอยกลไกสวรรค์ มีเพียงหยางชิวคนเดียว

หากผู้นำตระกูลอื่น ๆ อยู่ที่นี่

เขาอย่างน้อยก็ต้องได้แต้มกลไกสวรรค์หลายแสนแต้ม

เมื่อถึงตอนนั้น

เขาอาจจะสามารถแลกเปลี่ยนพลังวิเศษได้สองสามอย่าง

เก้าความลับ

ก็ไม่เลว

“คำพูดของผู้อาวุโส ผู้น้อยไม่ค่อยเข้าใจ”

หยางชิวมืดแปดด้าน ตนเองเพียงแค่ต้องการหาวาสนาสักแห่ง เหตุใดจึงกล่าวถึงสำนักมารเก้าขุมนรก

ยิ่งไปกว่านั้น

ยังกล่าวถึงบรรพบุรุษของเขาอีกด้วย

“รอจนกว่าเจ้าจะเข้าใจ ก็สายเกินไปแล้ว”

หลี่อวิ๋นกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

“สายเกินไป?”

หยางชิวตกตะลึง คิดเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก สำนักมารเก้าขุมนรกของพวกเขาในตอนนี้ มิได้มีเรื่องใดเกิดขึ้น

ผู้อาวุโสท่านนี้

ทำนายถึงเรื่องราวใดกันแน่

เหตุใดจึงไม่ยอมบอกใบ้สักคำ

“ขอให้ผู้อาวุโสชี้แนะด้วย”

หยางชิวกัดฟัน นำยุทธภัณฑ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ชิ้นหนึ่งออกมา วางไว้เบื้องหน้าหลี่อวิ๋น เมื่อเทียบกับการพัฒนาตบะของตนเองแล้ว สำนักมารเก้าขุมนรกย่อมสำคัญกว่า

หากเมิ่งชิ่งจือล้มลง

สำนักมารเก้าขุมนรก ก็เท่ากับสูญเสียพลังไปกว่าครึ่ง!

“จางไป๋ชวนกำลังจะพบเจอกับเรื่องไม่ดี”

หลี่อวิ๋นกล่าวเพียงไม่กี่คำ

“เป็นไปไม่ได้!”

หยางชิวลุกขึ้นยืนอย่างฉับพลัน สีหน้าเคร่งขรึม เมื่อครู่เขามีความคิดเช่นนี้ แต่ก็ไม่เชื่อว่าจะมีใครกล้าทำเช่นนั้น

สำนักมารเก้าขุมนรกของพวกเขา

ก็เป็นขุมอำนาจที่เทียบเท่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์

ตอนนี้

เมิ่งชิ่งจือเป็นถึงไพ่ตาย คนทั่วไปต่างก็หวาดกลัว ใครเล่าจะกล้ามาหาเรื่องสำนักมารเก้าขุมนรก

ยิ่งไปกว่านั้น

ในมือของจางไป๋ชวน มีเพียงสมุนไพรวิญญาณระดับกึ่งจักรพรรดิเพียงครึ่งต้น ไม่ใช่ทั้งต้น เพื่อผลประโยชน์เพียงเล็กน้อย กลับมาหาเรื่องขุมอำนาจที่ยิ่งใหญ่

ไม่ว่าจะมองมุมใด

ก็ไม่สมเหตุสมผล

“เหตุใดจึงเป็นไปไม่ได้”

หลี่อวิ๋นถามกลับ มองหยางชิวแวบหนึ่ง กล่าวอย่างแผ่วเบาว่า “ไม่เพียงแต่จางไป๋ชวนเท่านั้น แม้แต่เย่เฉิน คนอื่น ๆ ก็เช่นกัน หากประมาท ทุกอย่างที่พวกเขาได้รับจากอาณาเขตลับสรรค์สร้าง จะต้องตกเป็นของคนอื่น”

“วิธีการอันแยบยล!”

หยางชิวกัดฟัน

คนผู้นี้ ไม่เพียงแต่หมายตาศิษย์ของเขา แม้แต่เย่เฉิน คนอื่น ๆ ก็ยังกลายเป็นเป้าหมาย นี่มันอะไรกัน

สำนักมารเก้าขุมนรกของพวกเขา

ถึงกับส่งราชันศักดิ์สิทธิ์ไปด้วยตนเอง

ส่วนตระกูลจักรพรรดิเย่ คงไม่ส่งคนออกมาจำนวนน้อยกว่าสำนักมารเก้าขุมนรก เมื่อเผชิญหน้ากับพลังอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้

คนผู้นั้นยังคงกล้าลงมือ

พลังของเขา ย่อมไม่ธรรมดา

อย่างน้อย

ก็ต้องแข็งแกร่งกว่าสำนักมารเก้าขุมนรก!

“ขอถามผู้อาวุโส ท่านผู้นี้คือผู้ใด พวกเขาคิดจะลงมือเมื่อใด”

หยางชิวหยิบสมบัติเวทระดับจอมศักดิ์สิทธิ์อีกหลายชิ้นออกมา วางไว้เบื้องหน้าหลี่อวิ๋น

มิใช่ว่าเขาไม่อยากหยิบสมบัติล้ำค่าออกมา

แต่ในตอนนี้ ภายในแหวนเก็บของของเขา ไม่มีอะไรเหลืออยู่แล้ว เดิมทีเขาต้องการเพียงซื้อข่าวสารของอาณาเขตลับสรรค์สร้าง

แต่ไม่นึกเลยว่า

จะมีเรื่องวุ่นวายมากมายเช่นนี้

ตอนนี้

แม้แต่วาสนาที่เขาคิดไว้ ก็มลายหายไป

“ของเหล่านี้ ไม่เพียงพอที่จะแลกเปลี่ยนกับข้อมูลสองอย่าง”

หลี่อวิ๋นส่ายหน้าเล็กน้อย มองหยางชิว กล่าวว่า “แต่ข้าสามารถบอกเจ้าได้อย่างหนึ่ง สามชั่วยามให้หลัง จางไป๋ชวนจะพบเจอกับเรื่องไม่ดี”

“สามชั่วยาม?”

หยางชิวยินดีอย่างยิ่ง

แม้จะไม่รู้ว่าศัตรูคือผู้ใด แต่เขามีเวลาถึงสามชั่วยาม เพียงพอแล้ว!

เขานำแผ่นหยกออกมา เขียนข้อความส่งไปยังผู้อาวุโสสูงสุดภายในสำนักมารเก้าขุมนรก บอกพวกเขาให้แจ้งบรรพบุรุษออกมาจากการบำเพ็ญเพียร

ตราบใดที่มีบุคคลระดับอภิศักดิ์สิทธิ์เดินทางมาถึง

เรื่องราวครั้งนี้ ย่อมผ่านพ้นไปได้

หลังจากส่งข้อความ

เขาจึงส่งข้อความไปยังจางไป๋ชวน

หลังจากหยางชิวส่งข้อความ

หลายหมื่นล้านลี้

นกอินทรีสีดำขนาดใหญ่ แบกตำหนักสีดำ บดขยี้ห้วงมิติ บินอย่างรวดเร็ว

จางไป๋ชวนยืนอยู่ด้านนอกตำหนัก ใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดี ครั้งนี้ เขามีผลงานมากมาย

ตำแหน่งประมุขสำนัก

คงเป็นของเขาอย่างแน่นอน

เมื่อคิดถึงอนาคตอันสดใส เขาก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงบุตรศักดิ์สิทธิ์ปฐมกาล บุตรศักดิ์สิทธิ์คนผู้นั้น อาศัยวาสนาเพียงแห่งเดียว ก็สามารถเลื่อนลำดับในรายนามอัจฉริยะไปถึงสิบลำดับ

แถมยังสามารถต่อกรกับอัจฉริยะเผ่าอสูรสองคนพร้อมกัน ถอยออกมาอย่างปลอดภัย

หากตนเอง ใช้เงินซื้อวาสนาสักแห่ง

การติดลำดับในรายนามอัจฉริยะ

คงไม่ใช่ความฝัน!

ขณะที่เขากำลังคิดถึงการติดลำดับในรายนามอัจฉริยะ ปราบปรามอัจฉริยะนับไม่ถ้วน แผ่นหยกในอกเสื้อ ก็สั่นสะเทือน เขาก้มลงมอง

พึมพำกับตัวเอง

“ท่านอาจารย์ เหตุใดจึงส่งข้อความมา”

แม้จะสงสัยแต่เขาก็ไม่กล้าเพิกเฉย จึงหยิบแผ่นหยกออกมาอย่างรวดเร็ว มองดูข้อความภายใน ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน

“แย่แล้ว!”

จางไป๋ชวนกล่าวออกมาด้วยความตกใจ

ก่อนจะหันกลับ รีบวิ่งเข้าไปในตำหนักสีดำ