ตอนที่ 243 คนที่เก่งที่สุดในการทำนายชะตาฟ้าดิน
“โลกสวรรค์ก่อกำเนิด?”
ยอดฝีมือระดับอภิศักดิ์สิทธิ์คนนั้นครุ่นคิดเล็กน้อย เอ่ยอย่างไม่มั่นใจ “มหาจักรพรรดิหมายถึงเจ้าหอคอยกลไกสวรรค์หรือ”
“เจ้าหอคอยกลไกสวรรค์? หอคอยกลไกสวรรค์!”
มหาจักรพรรดิห้วงนิลกาฬรู้สึกตัวสั่น ร่างกายเปล่งประกาย แสงสีดำปกคลุม ผมยาวสลวยปลิวไสว แม้จะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ปราณจักรพรรดิก็ยังคงน่ากลัวยิ่งนัก
เขาหันกลับมา ปราณจักรพรรดิทำให้ผู้คนหายใจติดขัด ผมยาวสลวยราวกับน้ำตก ดวงตาล้ำลึก เสียงแหบแห้ง เอ่ยว่า
“เจ้าสืบหาข่าวสารของหอคอยกลไกสวรรค์ได้แล้วหรือ”
ยอดฝีมือระดับอภิศักดิ์สิทธิ์คนนั้นรู้สึกเย็นวาบในใจ เขาฝืนยิ้มออกมา ยื่นแผ่นหยกในมือให้กับมหาจักรพรรดิห้วงนิลกาฬ กล่าวว่า
“กราบทูลมหาจักรพรรดิ หลังจากที่ข้าข้ามมิติมา ข้าได้สืบหาข่าวสารของโลกสวรรค์ก่อกำเนิดอย่างละเอียด ขุมอำนาจที่แข็งแกร่งหลายแห่ง ข้าสามารถยืนยันได้ว่าภายในไม่มีมหาจักรพรรดิ!”
“มีเพียงหอคอย...”
“หอคอยกลไกสวรรค์เป็นอย่างไร”
มหาจักรพรรดิห้วงนิลกาฬถามอย่างรวดเร็ว
ขุมอำนาจนี้ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัว บุคคลที่ใกล้เคียงกับเซียน พลังของอีกฝ่ายนั้นไม่อาจประมาท หากอีกฝ่ายไม่พอใจ เดินทางมาที่นี่
มหาจักรพรรดิห้วงนิลกาฬไม่แน่ใจว่า ใครในโลกอินทนิลเร้นลับ จะสามารถต้านทานได้
ตอนนี้เขาบรรลุระดับจักรพรรดิแล้ว
ในโลกใบนี้ มีแดนต้องห้ามอยู่ห้าแห่ง เขาไม่ได้เดินทางไปทุกแห่ง แต่ก็เคยเดินทางไปหลายแห่ง แดนต้องห้ามภายใน ไม่มีใครที่ใกล้เคียงกับเซียน
มีเพียงคนชราที่กำลังจะสิ้นอายุขัย
แม้แต่พลังที่แท้จริงก็ยังไม่รู้ พวกเขาทำได้เพียงยืดอายุขัยด้วยวิธีการพิเศษ ปล่อยให้ตนเองหลับไหล ลดการสูญเสียพลังชีวิต
คิดจะพึ่งพาพวกเขาต่อกรกับบุคคลที่ใกล้เคียงกับเซียน ก็ไม่ต่างอะไรกับการหาที่ตาย
“หอคอยกลไกสวรรค์... แปลกประหลาดมาก”
ยอดฝีมือระดับอภิศักดิ์สิทธิ์คนนั้นครุ่นคิดเล็กน้อย เอ่ยว่า “พลังของเจ้าหอคอยกลไกสวรรค์นั้นน่ากลัวยิ่งนัก เขาลงมือเพียงแค่สองครั้ง ครั้งหนึ่งดึงดูดพลังแห่งฟ้าดิน อีกครั้งเกือบจะสังหารกึ่งจักรพรรดิ”
“ข้าสามารถยืนยันได้ว่า เจ้าหอคอยกลไกสวรรค์ผู้นั้น ต้องเป็นถึงระดับจักรพรรดิ!”
“จากข่าวลือในโลกสวรรค์ก่อกำเนิด ข้าคิดว่ากึ่งจักรพรรดิที่เกือบจะถูกเจ้าหอคอยกลไกสวรรค์สังหาร คงบรรลุระดับจักรพรรดิแล้ว ตอนนี้โลกสวรรค์ก่อกำเนิดมีมหาจักรพรรดิเพียงแค่สองคน!”
“ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าหอคอยกลไกสวรรค์ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวใด ๆ ดูเหมือนจะเป็นคนที่เย็นชา โลกอินทนิลเร้นลับของพวกเราได้บุกรุกเข้าไปในโลกสวรรค์ก่อกำเนิดลึกหลายสิบล้านลี้แล้ว เขายังคงไม่ลงมือ คาดว่า...”
“เขาคงไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวของโลกสวรรค์ก่อกำเนิด”
“มหาจักรพรรดิ นี่เป็นโอกาสของพวกเรา!”
ยอดฝีมือระดับอภิศักดิ์สิทธิ์คนนั้นกล่าวอย่างยินดี
โลกสวรรค์ก่อกำเนิดมีมหาจักรพรรดิสองคน คนหนึ่งไม่สนใจเรื่องราวใด ๆ อีกคนหนึ่งยังไม่ปรากฏตัว
โอกาสเช่นนี้ หากพลาดไปคงไม่มีวันได้พบเจออีก
แต่เมื่อเขาเห็นบาดแผลบนร่างกายของมหาจักรพรรดิห้วงนิลกาฬ เขาก็เงียบลง
“โลกสวรรค์ก่อกำเนิด มีมหาจักรพรรดิสามคนแล้ว!”
มหาจักรพรรดิห้วงนิลกาฬกล่าวอย่างแผ่วเบา
เผ่ามังกรหนึ่งเผ่า บรรลุระดับจักรพรรดิในโลกนี้ ลูกน้องของเขาไม่สามารถสืบหาข้อมูลได้ ก็เป็นเรื่องปกติ เขาจึงไม่ได้กล่าวโทษ
“สามคน?”
ยอดฝีมือระดับอภิศักดิ์สิทธิ์คนนั้นตกตะลึง
ในใจรู้สึกทึ่ง
มหาจักรพรรดิก็คือมหาจักรพรรดิ
แม้จะอยู่ในโลกอินทนิลเร้นลับ แต่กลับล่วงรู้เรื่องราวของโลกสวรรค์ก่อกำเนิดอย่างละเอียด แม้แต่เรื่องที่อีกฝ่ายมีมหาจักรพรรดิสามคน เขาก็ยังรู้
“มหาจักรพรรดิ อีกฝ่ายมีมหาจักรพรรดิถึงสามคน พวกเราน่าจะรักษาดินแดนที่ยึดครองเอาไว้ก่อน รอจนจัดการเรื่องราวในโลกใบนี้เสร็จสิ้น ค่อยวางแผนใหม่ เป็นอย่างไร”
ยอดฝีมือระดับอภิศักดิ์สิทธิ์คนนั้นมองสถานการณ์
มหาจักรพรรดิถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ชัดเจนว่าถูกมหาจักรพรรดิในโลกอินทนิลเร้นลับโจมตี ตอนนี้ศัตรูอยู่ทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง หากยังคงรุกรานโลกสวรรค์ก่อกำเนิด ไม่ต่างอะไรกับการหาที่ตาย
เมื่อถึงเวลาถูกโจมตีทั้งสองด้าน คนที่พ่ายแพ้ก่อน คงเป็นมหาจักรพรรดิ
“ไม่จำเป็น!”
“คนที่ลงมือกับข้า คือเจ้าหอคอยกลไกสวรรค์!”
มหาจักรพรรดิห้วงนิลกาฬกล่าวอย่างแผ่วเบา
เรื่องที่เจ้าหอคอยกลไกสวรรค์ข้ามมิติมาลงมือ ไม่ใช่ความลับ อีกฝ่ายได้เอ่ยชื่อออกมา โลกอินทนิลเร้นลับเกือบทั้งหมดได้ยิน การปกปิดคงไม่มีประโยชน์
เพียงแค่สืบหาข้อมูล แม้แต่คนธรรมดาก็สามารถเล่าเรื่องราวทั้งหมดได้
เขาไม่ใช่คนที่ยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้
ยิ่งเป็นการพ่ายแพ้ให้กับบุคคลที่ใกล้เคียงกับเซียน ยิ่งไม่ใช่เรื่องน่าอับอาย
“เจ้าหอคอยกลไกสวรรค์?”
ยอดฝีมือระดับอภิศักดิ์สิทธิ์คนนั้นตกตะลึง แสดงสีหน้าไม่อยากเชื่อ
คนที่ทำร้ายมหาจักรพรรดิ กลับเป็นเจ้าหอคอยกลไกสวรรค์ ช่างน่าเหลือเชื่อ เขาทำได้อย่างไร ข้ามมิติมายังโลกใบนี้ ยังสามารถทำร้ายมหาจักรพรรดิได้
“เรื่องราวการรุกรานโลกสวรรค์ก่อกำเนิด ให้ชะลอเอาไว้ก่อน อย่าได้รีบร้อน”
มหาจักรพรรดิห้วงนิลกาฬกล่าวอย่างช้า ๆ ดวงตาเปิดขึ้น ปล่อยกลิ่นอายเย็นยะเยียบ
คนอื่น ๆ ของโลกสวรรค์ก่อกำเนิด เขาไม่สนใจ
แต่สำหรับเจ้าหอคอยกลไกสวรรค์ผู้นี้ เขามิอาจประเมินได้
หากทำสิ่งใดทำให้เจ้าหอคอยกลไกสวรรค์ไม่พอใจ อีกฝ่ายลงมืออีกครั้ง
มหาจักรพรรดิห้วงนิลกาฬไม่แน่ใจว่าตนเองจะรอดชีวิต
อย่างน้อย ต้องรอให้ตบะแข็งแกร่งขึ้นจนสามารถรับการโจมตีได้สองครั้ง
เช่นนี้แล้ว แม้จะไม่สามารถเอาชนะเจ้าหอคอยกลไกสวรรค์ได้ เขาก็ยังคงมีโอกาสหนีรอด
สาเหตุสำคัญ คือเขาเพิ่งจะบรรลุระดับจักรพรรดิ
อย่างเช่นราชาสันติ บาดแผลของเขามิได้ร้ายแรง ส่วนมหาจักรพรรดิน้ำตาฟ้านั้น เป็นเพราะเขาเลือกที่จะต่อต้านการโจมตีนั้นด้วยตนเอง
“ขอรับ”
ยอดฝีมือระดับอภิศักดิ์สิทธิ์คนนั้นประสานมือคารวะ
เขาหยุดคิดครู่หนึ่งกล่าวอีกครั้ง “มหาจักรพรรดิ ตามข้อมูลที่ข้าสืบหามา เจ้าหอคอยกลไกสวรรค์ผู้นั้น เชี่ยวชาญการทำนายชะตาฟ้าดิน!”
“โอ้?”
มหาจักรพรรดิห้วงนิลกาฬมองอีกฝ่ายแวบหนึ่ง เอ่ยว่า “เล่ามาให้ฟัง”
“ในโลกสวรรค์ก่อกำเนิด อัจฉริยะทุกคน หรือผู้ที่มีโอกาสบรรลุระดับจักรพรรดิ ล้วนอยู่ในรายนามหนึ่งแผ่น รายนามนี้สร้างขึ้นโดยเจ้าหอคอยกลไกสวรรค์”
“หากพวกเรา...”
กล่าวถึงตรงนี้ ยอดฝีมือระดับอภิศักดิ์สิทธิ์คนนั้น ในดวงตาปรากฏจิตสังหาร
ความหมายของเขาชัดเจน
ตอนนี้ไม่สามารถยึดครองโลกสวรรค์ก่อกำเนิดได้ แต่หากสังหารคนที่อยู่ในรายนามทั้งหมด
โลกสวรรค์ก่อกำเนิดก็เหมือนกับพ่ายแพ้โดยไม่ต้องต่อสู้
รอจนหลายแสนปีให้หลัง ก็ไม่จำเป็นต้องลงมือ พวกเขาก็จะล่มสลายไปเอง
ไม่มีอัจฉริยะรุ่นหลังคอยปกป้องโลกใบนี้ แม้จะมีผู้บำเพ็ญระดับกลางและระดับล่างมากมาย แต่คนเหล่านี้ไม่มีพลังต่อสู้ กึ่งจักรพรรดิเพียงคนเดียวก็สามารถกวาดล้างพวกเขาได้
“โดยเฉพาะคนที่อยู่ในลำดับที่หนึ่ง นางลึกลับมาก ข้าคิดว่านางอาจจะเป็นมหาจักรพรรดิที่กลับมาเกิดใหม่ ไม่เพียงแต่อยู่ในรายนามอัจฉริยะเท่านั้น แต่ยังอยู่ในรายนามจักรพรรดิสำรอง!”
“หากสามารถสังหารนาง โลกอินทนิลเร้นลับจะไม่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่ง!”
ยอดฝีมือระดับอภิศักดิ์สิทธิ์คนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“รายนามหรือ”
มหาจักรพรรดิห้วงนิลกาฬมองแผ่นหยกในมือทันใดนั้นก็เข้าใจ
ดูเหมือนว่าในโลกสวรรค์ก่อกำเนิดนั้น ไม่มีสิ่งใดที่เจ้าหอคอยกลไกสวรรค์ไม่รู้
วิธีการเช่นนี้ช่างน่ากลัวยิ่งนัก
แต่ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงมีโอกาส
ไม่สามารถรุกรานโลกสวรรค์ก่อกำเนิดอย่างเปิดเผย แต่สามารถสังหารคนที่อยู่ในรายนามทีละคน นับว่าเป็นวิธีการที่ดี แต่การกระทำเช่นนี้ มีเงื่อนไขสำคัญอย่างหนึ่ง
นั่นคือคนที่อยู่ในรายนามไม่มีผู้พิทักษ์มรรค
แต่ความเป็นไปได้นี้ต่ำมาก
ทุกคนต่างรู้ว่ารายนามนี้สำคัญเพียงใด ขุมอำนาจเบื้องหลังของพวกเขา ย่อมต้องเข้าใจ
หากพลาดท่า ไม่เพียงแต่สังหารอีกฝ่ายไม่ได้ พวกเขาอาจจะสูญเสียลูกน้อง หากพลาดเพียงครั้งเดียว ขุมอำนาจเหล่านั้นจะต้องระวังตัวมากขึ้น
การลงมือครั้งต่อไปคงยากลำบากมากขึ้น
“ให้กึ่งจักรพรรดิของเผ่าเจียวกิเลนมรกต ไปจัดการกับอวี้ชิงเซียน!”
มหาจักรพรรดิห้วงนิลกาฬครุ่นคิด เอ่ยว่า “บอกเขาว่า เผ่าเจียวกิเลนมรกตของพวกเขา ถูกคนของโลกสวรรค์ก่อกำเนิดทำลาย!”
“โอกาสมีเพียงครั้งเดียว”
“หลังจากนั้น ขุมอำนาจต่าง ๆ จะต้องระวังตัว เขามีโอกาสเพียงครั้งเดียว ดังนั้น ต้องเลือกคนที่แข็งแกร่งที่สุด”
“ตามข้อมูลที่ข้าสืบหามา รอบ ๆ อวี้ชิงเซียน มีค่ายกลมหาจักรพรรดิที่หลงเหลือปกป้อง หากเผชิญหน้ากับกึ่งจักรพรรดิที่มียุทธภัณฑ์จักรพรรดิ ผลลัพธ์คงยากที่จะคาดเดา”
“อัจฉริยะรุ่นเยาว์คนหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องลงมือโดยตรง เพียงแค่ปล่อยคลื่นพลัง ก็สามารถทำลายนางได้”
“ยิ่งไปกว่านั้น”
“บอกไท่ป๋อ ให้เขาหลีกเลี่ยงเผ่ามนุษย์ มุ่งเน้นการโจมตีเผ่าสมุทร!”
มหาจักรพรรดิห้วงนิลกาฬกล่าวอย่างเย็นชา
ลูกน้องของเขา สืบหาข้อมูลมากมาย รวมถึงเรื่องที่หอคอยกลไกสวรรค์ ตั้งอยู่ในดินแดนของเผ่ามนุษย์
ตอนนี้เขาก็สงสัย เจ้าหอคอยกลไกสวรรค์ อาจจะเป็นมหาจักรพรรดิในอดีตของเผ่ามนุษย์ การยุ่งเกี่ยวกับเผ่ามนุษย์ คงไม่ใช่เรื่องดี
เปลี่ยนเป็นการโจมตีเผ่าสมุทรหลีกเลี่ยงจากเผ่ามนุษย์นับว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น ภายในเผ่าสมุทร ยังมีมังกรหนึ่งตัวที่บรรลุระดับจักรพรรดิ ต้องสังหารอีกฝ่าย ก่อนที่ตบะของเขาจะมั่นคง มิเช่นนั้นจะเป็นภัยในอนาคต!
ตอนนี้ มังกรตัวนั้น หนีกลับไปแล้ว หากเผ่าสมุทรถูกโจมตี เขาคงไม่อาจนิ่งเฉย เมื่ออีกฝ่ายปรากฏตัวขึ้น เขาจะลงมือหนึ่งครั้งเพื่อทดสอบท่าทีของเจ้าหอคอยกลไกสวรรค์
หากอีกฝ่ายคิดจะขัดขวาง เขาก็จะหยุดแผนการยึดครองโลกสวรรค์ก่อกำเนิด หากอีกฝ่ายไม่สนใจ ก็เป็นเรื่องง่าย เขามีวิธีมากมายที่จะข้ามมิติมาต่อสู้
เบื้องล่างเมืองต้าฮวง
อ๋าวเสวียนพาเมิ่งชิ่งจือ เดินออกมาจากมิติที่บิดเบี้ยวอย่างโซเซ
เมื่อทั้งสองออกมามองเห็นภาพรอบข้าง ก็ตกตะลึง
พวกเขาไม่นึกเลยว่า เพียงแค่จากไปไม่นาน ภาพรอบข้างจะเปลี่ยนแปลงไป
โชคดีที่ทั้งสองปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว
พวกเขาก้าวขึ้นฟ้า เดินทางเข้าไปในเมืองต้าฮวง มุ่งหน้าไปยังหอคอยกลไกสวรรค์
ยังไม่ทันเข้าไปอ๋าวเสวียนก็ประสานมือคารวะ เอ่ยว่า “ผู้น้อย ขอบคุณผู้อาวุโสที่ช่วยเหลือ”
ข้างกาย เมิ่งชิ่งจือก็คารวะเช่นกัน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย เอ่ยว่า “ผู้น้อยเมิ่งชิ่งจือ ขอบคุณผู้อาวุโสที่ช่วยชีวิต!”
กล่าวจบ ทั้งสองก็นำแหวนเก็บของออกมา วางไว้บนโต๊ะ เอ่ยพร้อมกัน “นี่เป็นเพียงน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ของผู้น้อย หวังว่าผู้อาวุโสจะไม่รังเกียจ”
หากหลี่อวิ๋นไม่ลงมือบางทีอ๋าวเสวียนอาจจะต้านทานได้สักพัก แต่เมิ่งชิ่งจือคงไม่รอด
กึ่งจักรพรรดิเพียงคนเดียว อย่าว่าแต่การเผชิญหน้ากับมหาจักรพรรดิสามคน แม้แต่คลื่นพลัง ก็เพียงพอที่จะบดขยี้เขากลายเป็นผุยผง
“ดูเหมือนว่าพวกเจ้าทั้งสอง การเดินทางไปโลกอินทนิลเร้นลับครั้งนี้ คงจะได้รับผลประโยชน์มากมาย”
หลี่อวิ๋นเก็บแหวนทั้งสองวง มองดูสิ่งของภายใน กล่าว
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved