ตอนที่ 220

 ตอนที่ 220 เจ้าคิดจะทำลายล้างจริง ๆ หรือ

“ประมุข…”

หญิงสาวคนนั้น กล่าวอย่างลังเล

“มีเรื่องอันใด”

ชายชราผมขาว เอ่ยถาม

“ประมุขศักดิ์สิทธิ์ประกายแสงเป็นคนของวังมารสวรรค์ และในตอนที่ประมุขศักดิ์สิทธิ์ประกายแสง วางค่ายกลสังหารปราชญ์ไว้ที่เมืองต้าฮวงผู้อาวุโสของพวกเราก็หายสาบสูญไป” หญิงสาวคนนั้น ครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วน

“ประมุข ท่านคิดว่า...”

โม่เหิง ตบะอยู่ในระดับศักดิ์สิทธิ์ เหตุผลที่เขามีชีวิตอยู่ ก็เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างวังมารสวรรค์กับประมุขศักดิ์สิทธิ์ประกายแสง

แต่หลังจากเรื่องราวที่เมืองต้าฮวง

คนหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส อีกคนหนึ่งหายสาบสูญไป ดูอย่างไรก็ไม่สมเหตุสมผล

“แผ่นหยกจิตวิญญาณของพวกเขาอยู่ที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ประกายแสง จนถึงตอนนี้ พวกเรายังไม่รู้ว่าผู้อาวุโสโม่เหิง ตายหรือยัง แต่คาดว่าคงไม่มีทางรอดชีวิตแล้ว” หญิงสาวคนนั้นกล่าวต่อ

“เจ้าคิดว่าเจ้าหอคอยกลไกสวรรค์ จะลงโทษวังมารสวรรค์หรือ”

ชายชราผมขาว ลูบเครา กล่าวอย่างไม่ใส่ใจ

“ใช่”

หญิงสาวพยักหน้า

“ไม่จำเป็นต้องคิดมาก”

ชายชราโบกมือ กล่าวว่า “หากเจ้าหอคอยกลไกสวรรค์คิดจะลงโทษวังมารสวรรค์ คงลงมือนานแล้ว ในความคิดของข้าที่เขายังไม่ลงมือเป็นเพราะเขามองไม่เห็นวังมารสวรรค์อยู่ในสายตา!”

หากคนอื่น ๆ ถูกดูถูกเช่นนี้ คงต้องโกรธแค้นอย่างยิ่ง แต่หากถูกมหาจักรพรรดิดูถูก นั่นมิใช่เรื่องร้าย แต่เป็นเรื่องดี

เพราะเท่ากับว่าสำนักทั้งหมดรอดชีวิตจากภัยพิบัติ

“ข้าได้ยินมาว่า ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อัคคีชาดก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน”

ชายชราหันกลับไป มองไปยังทิศทางที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อัคคีชาดอยู่ ดวงตาของเขา เต็มไปด้วยความเย็นชา

ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อัคคีชาดได้รับบาดเจ็บสาหัส

หากต้องการฟื้นฟู คงต้องเปิดสำนัก รับศิษย์

ตราบใดที่พวกเขารับศิษย์ทุกอย่างก็จะง่ายดาย

วังมารสวรรค์สามารถส่งคนเข้าไปในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ประกายแสงได้โดยที่ผู้อาวุโสไม่รู้ตัว เช่นนั้นดินแดนศักดิ์สิทธิ์อัคคีชาดเล่า

คงไม่ใช่เรื่องยาก

“ประมุข ท่านต้องการ...”

หญิงสาวตกใจอย่างมาก กล่าวว่า “ประมุข ไม่ควรทำเช่นนี้ หลังจากเรื่องราวของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ประกายแสง วังมารสวรรค์ก็ถูกขุมอำนาจต่าง ๆ หวาดกลัว”

“หากยังคงใช้วิธีการเดิม คงไม่มีขุมอำนาจใด ยอมรับวังมารสวรรค์!”

“พวกเขามีความคิดเช่นนี้ ข้าจึงเลือกที่จะทำเช่นนี้ ประมุขศักดิ์สิทธิ์ประกายแสง เหตุใดจึงถูกเปิดเผย เพราะเขารนหาที่ตาย ล่วงเกินคนที่ไม่ควรล่วงเกิน!”

ชายชราราวกับรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง สายลมเย็นพัดผ่าน ผมของเขาสะบัดพลิ้วไสว ปราณมารแผ่ออกมาจากร่างกายของเขา

ราวกับจอมมารแอบซ่อนตัวอยู่ในโลกมนุษย์ มองไปรอบ ๆ ด้วยสายตาเย็นชา

“ครั้งนี้ พวกเราเพียงแค่ไม่ล่วงเกินเจ้าหอคอยกลไกสวรรค์ก็เพียงพอแล้ว”

“ในช่วงเวลาเช่นนี้ ใครจะไปคิดว่าวังมารสวรรค์ จะใช้วิธีการเดิม?”

“ยิ่งไปกว่านั้น พวกเราสามารถโยนความผิดทั้งหมดให้ประมุขศักดิ์สิทธิ์ประกายแสง บอกว่าทุกอย่างเป็นการกระทำของเขา

จากนั้นจึงเข้าไปสวามิภักดิ์เจ้าหอคอยกลไกสวรรค์!”

ชายชรา มองไปรอบ ๆ อย่างสงบนิ่ง

ความจริงแล้ววังมารสวรรค์ไม่รู้เรื่องราวที่ประมุขศักดิ์สิทธิ์ประกายแสงทำลงไป เพราะฉะนั้น พวกเขาจึงกล้าเข้าไปสวามิภักดิ์เจ้าหอคอยกลไกสวรรค์

“อย่างไรเสีย…”

“ข้อมูลข่าวสารของหอคอยกลไกสวรรค์ ทั้งสายธรรมะ สายมาร เผ่ามนุษย์ เผ่าสัตว์อสูร ต่างก็สามารถซื้อได้ ตราบใดที่พวกเราถามเจ้าหอคอยกลไกสวรรค์

ว่าแผนการของพวกเราจะถูกเปิดเผยหรือไม่ ก็ไม่มีปัญหา”

“ตราบใดที่พวกเรารู้ล่วงหน้า”

“สมบัติของดินแดนศักดิ์สิทธิ์อัคคีชาด ทั้งหมดจะเป็นของวังมารสวรรค์ พวกเราจะกลายเป็นสำนักมารเก้าขุมนรกสาขาที่สอง!”

ชายชรามองไปรอบ ๆ อย่างมั่นใจ กล่าวว่า “ทุกคนล้วนรู้ สำนักมารเก้าขุมนรก ทำลายดินแดนศักดิ์สิทธิ์ประกายแสงได้อย่างไร

แต่มีใครกล้าตำหนิพวกเขาหรือไม่”

“เพราะว่า พวกเขาแข็งแกร่ง!”

“ตราบใดที่พลังแข็งแกร่ง แม้จะทำลายดินแดนศักดิ์สิทธิ์อัคคีชาด ก็ไม่มีใครกล้ากล่าวสิ่งใด!”

หญิงสาวคนนั้นรู้สึกตกตะลึง เดิมทีนางต้องการปฏิเสธ

แต่ในตอนนี้คำพูดทั้งหมดติดอยู่ในลำคอ

วิธีการของประมุข ดูเหมือนจะมีโอกาสสำเร็จ

ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อัคคีชาด มีพระสูตรจักรพรรดิ อาวุธจักรพรรดิ คุณค่าของพวกเขา มิได้ด้อยไปกว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์ประกายแสง

ที่สำคัญคือดินแดนศักดิ์สิทธิ์อัคคีชาดไม่มีกึ่งจักรพรรดิ

หากมี ตั้งแต่หลิงเซียวบุกเข้าไป คงต้องปรากฏตัวแล้ว แต่จากเรื่องราวที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่มีกึ่งจักรพรรดินับว่าเป็นเรื่องดี

การจัดการกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์อัคคีชาดคงไม่ใช่เรื่องยาก

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีเจ้าหอคอยกลไกสวรรค์คอยช่วยเหลือ วังมารสวรรค์จะพ่ายแพ้ได้อย่างไร

พวกเขาไม่มีทางพ่ายแพ้

เพียงแค่คิดก็รู้สึกมั่นใจ

“ประมุข ข้าจะเดินทางไปหาอัจฉริยะที่เหมาะสม ให้เขาไปที่บ่อมารสวรรค์ หลังจากนั้น จะหาโอกาสที่เหมาะสม ปลอมแปลงตัวตนให้เขาเข้าไปในดินแดนศักดิ์สิทธิ์อัคคีชาด!”

หญิงสาวกล่าวอย่างตื่นเต้น

หลังจากฟังคำอธิบายของประมุข

นางเห็นภาพที่วังมารสวรรค์กลืนกินดินแดนศักดิ์สิทธิ์อัคคีชาด

“ไปเถอะ”

ชายชราโบกมือกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ

เขายิ้มอย่างเย็นชา ทุกคนต่างก็ดูถูกวังมารสวรรค์เกินไป วันใดวันหนึ่งในอนาคต วังมารสวรรค์จะต้องโด่งดังไปทั่วสามพันมณฑล

ส่วนชื่อของเขาจะต้องทำให้ผู้คนมากมายหวาดกลัว!

หญิงสาวคนนั้น แปรเปลี่ยนเป็นแสงวาบหนึ่ง หายไป

ยังไม่ทันได้เดินทางไปไกล

“ตู้ม!” เสียงดังสนั่นหวั่นไหว

หญิงสาวคนนั้น ไม่มีแม้แต่เสียงร้อง ก็แตกสลายเป็นหมอกโลหิต

“เกิดอะไรขึ้น?”

ชายชราผมขาวตกใจ

เขามองไปรอบ ๆ

ที่นี่คือวังมารสวรรค์ ใครกันที่กล้าลงมือกับผู้อาวุโสของวังมารสวรรค์

“ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ประกายแสง ถูกทำลายเช่นนี้หรือ?”

เสียงเย็นชาดังขึ้นภายในวังมารสวรรค์

ลมพัดผ่าน เมฆมากมายรวมตัวกัน

ภูเขามากมายถูกทำลายจนกลายเป็นผุยผงท่ามกลางฝุ่นควัน

เงาร่างหนึ่ง ปรากฏขึ้น เขาเดินออกมาจากความมืดมิด รูปร่างปานกลาง แต่กลับมีพลังอันน่ากลัว ปราณโลหิตพุ่งทะลวงเก้าสวรรค์ชั้นฟ้า

ร่างกายแข็งแกร่ง ราวกับสร้างจากโลหะเทพเปล่งประกาย

เสื้อผ้าสีแดงเลือดสะบัดพลิ้วไสว ปล่อยแสงเทพ

ดวงดาวมากมายสั่นสะเทือน

ทุกที่ที่เขาผ่านไป ห้วงมิติล้วนบิดเบี้ยว ภูผาพังทลาย ต้นไม้หักโค่น หินมากมายพุ่งทะลวงเมฆา ไม่มีสิ่งใดสามารถขวางกั้นเขาได้

ลูกศิษย์ของวังมารสวรรค์มากมาย ยังไม่ทันได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็หายไปจากโลก

“ตึก! ตึก! ตึก!”

ชายชราถอยหลังไปหลายก้าว

ใบหน้าซีดเผือด ไร้ซึ่งสีเลือด

เขามองไปยังเงาร่างที่กำลังเดินเข้ามาในวังมารสวรรค์ เอ่ยสองคำออกมาอย่างยากลำบาก

หลิง!

เซียว!

เป็นไปได้อย่างไร!

ไม่ใช่ว่าตายไปแล้วหรือ

ทำไมจึงปรากฏตัวขึ้นที่นี่

ยิ่งไปกว่านั้น

ยังเข้ามาในวังมารสวรรค์

แล้วเหตุใดค่ายกลพิทักษ์บรรพตเล่าจึงไม่มีการตอบสนองใด ๆ

“หลิงเซียวยังไม่ตาย!”

ภายในวังมารสวรรค์ ปราชญ์ระดับราชันศักดิ์สิทธิ์ท่านหนึ่งปรากฏตัวขึ้น เขามองไปยังหลิงเซียว ในดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

พลังที่แผ่ออกมา ช่างน่ากลัว ราวกับดวงอาทิตย์แผดเผา ทำให้วังมารสวรรค์สั่นสะเทือน

หากไม่พบเจอด้วยตนเอง ยากที่จะจินตนาการว่า ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อัคคีชาด และสำนักมารเก้าขุมนรก เผชิญหน้ากับแรงกดดันเช่นไร

“เป็นหลิงเซียวจริง ๆ ทำไมเขาถึงกลับมาเร็วเช่นนี้ เจ้าหอคอยกลไกสวรรค์ เหตุใดจึงไว้ชีวิตเขา ระหว่างทั้งสองคนมีเรื่องราวใดซ่อนอยู่หรือ”

ในขณะนี้ แม้แต่อภิศักดิ์สิทธิ์แห่งวังมารสวรรค์ ก็ยังปรากฏตัวขึ้น

ชายชราคนหนึ่ง ยืนอยู่บนท้องฟ้า ร่างกายเย็นเฉียบราวกับตกอยู่ในเหวน้ำแข็ง

พลังอันยิ่งใหญ่กดทับลงมาทำให้เขารู้สึกราวกับขาอ่อนแรง เกือบจะทรุดลงกับพื้น

เป็นหอคอยกลไกสวรรค์!

ประมุขวังมารสวรรค์ ราวกับคิดอะไรบางอย่างออก

เขามองหลิงเซียวแวบหนึ่ง จากนั้นก็มองค่ายกลพิทักษ์บรรพต ใจของเขาก็พลันเย็นเฉียบ หลิงเซียวแม้จะแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่อาจเข้ามาในวังมารสวรรค์ได้อย่างเงียบเชียบ

มีเพียงคำอธิบายเดียว

เจ้าหอคอยกลไกสวรรค์คอยช่วยเหลือ!

เมื่อดินแดนศักดิ์สิทธิ์ประกายแสงถูกทำลายคงเป็นเช่นนี้ เผชิญหน้ากับกึ่งจักรพรรดิที่บุกเข้าไปในสำนัก พวกเขาก็ไม่มีทางเลือก

“ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ประกายแสง ยืนหยัดมาล้านปี สุดท้ายกลับถูกคนทรยศ ทำลายดินแดน”

หลิงเซียวกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาราวกับภูผาที่ไม่ละลาย จิตสังหารแผ่กระจายออกไปน่ากลัวยิ่งนัก

“วังมารสวรรค์ก็ไม่ควรมีชีวิตอยู่ต่อไป เป็นเพื่อนกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์ประกายแสง!”

คำพูดนี้ดังขึ้นเท่ากับประกาศจุดจบของวังมารสวรรค์

พวกเขามิได้แข็งแกร่งเท่าสำนักมารเก้าขุมนรก และดินแดนศักดิ์สิทธิ์อัคคีชาด เผชิญหน้ากับหลิงเซียว เพียงคนเดียว พวกเขาไม่มีความมั่นใจ

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีคนบุกเข้ามาในสำนัก

ไม่มีความหวังอีกต่อไป

“ท่านผู้อาวุโสหลิง เรื่องนี้คงเป็นการเข้าใจผิดกระมัง”

บนท้องฟ้า อภิศักดิ์สิทธิ์แห่งวังมารสวรรค์ กัดฟันเอ่ยขึ้นมา

เขารู้สึกหนาวสันหลังวาบ

อายุของเขา มากกว่าหลิงเซียว แต่ในโลกแห่งการบำเพ็ญ ผู้ที่มีตบะสูงส่ง ย่อมได้รับความเคารพ

ตอนนี้คำว่า ท่านผู้อาวุโส เขาจำเป็นต้องกล่าว

“ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ประกายแสงถูกทำลาย มิใช่วังมารสวรรค์ที่ลงมือ แต่เป็นสำนักมารเก้าขุมนรก และดินแดนศักดิ์สิทธิ์อัคคีชาด เรื่องนี้ ทุกคนต่างก็รู้ หากท่านผู้อาวุโสไม่เชื่อ สามารถไปที่หอคอยกลไกสวรรค์ สอบถามได้”

“ความแค้นมีที่มา มีผู้รับผิดชอบ ท่านผู้อาวุโสหลิง เหตุใดจึงต้องลงมือกับวังมารสวรรค์ พวกเราก็สูญเสียผู้อาวุโสระดับปราชญ์ไปสองคนไม่ได้รับผลประโยชน์ใด ๆ”

“สู้วังมารสวรรค์มอบสมบัติกึ่งจักรพรรดิชิ้นหนึ่ง เรื่องนี้ก็จะจบลง”

กล่าวจบ อภิศักดิ์สิทธิ์ท่านนั้น ไม่ลังเล มือข้างหนึ่งปรากฏหินวิญญาณสีม่วงทองขึ้นมา หินก้อนนี้ ปล่อยกลิ่นอายแห่งมรรค

เป็นสมบัติล้ำค่า หินชำระฟ้าดิน!

มีข่าวลือว่าสามารถชำระฟ้าดินได้

ไม่เพียงแต่สามารถใช้หลอมสร้างยุทธภัณฑ์กึ่งจักรพรรดิ แม้แต่อาวุธจักรพรรดิ ก็ยังสามารถใช้หินก้อนนี้หลอมสร้างได้

คุณค่าของมันสูงส่งยิ่งนัก

“ไม่จำเป็น”

หลิงเซียวส่ายหน้า

เขาอ้าปาก กล่าวเสียงดัง

ดวงดาวมากมายสั่นสะเทือนรวมตัวกัน กลายเป็นทางช้างเผือก ทะลวงผ่านห้วงมิติ ปล่อยพลังแห่งดวงดาว ไหลหลั่งลงมาราวกับแสงสว่างนิรันดร์

ภาพเช่นนี้ราวกับวันสิ้นโลกกวาดล้างผืนแผ่นดิน

ภูเขาพังทลาย ต้นไม้หักโค่น ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ภายในรัศมีพลัง กลายเป็นผุยผง

“อ๊ากกก!”

ปราชญ์ระดับราชันศักดิ์สิทธิ์หลายคน ส่งเสียงร้องอย่างน่าอนาถ ร่างกายแตกสลาย เลือดสาดกระจาย

พลังของหลิงเซียว ร้ายกาจยิ่งนัก เพียงแค่คำรามครั้งเดียว ก็เกือบจะทำลายพวกเขา

“หลิงเซียว เจ้าคิดจะทำลายล้างจริง ๆ หรือ”

อภิศักดิ์สิทธิ์แห่งวังมารสวรรค์ ถือหินวิญญาณอยู่ในมือ เขามองไปยังภาพเบื้องล่าง

ดวงตาแดงก่ำ ร่างกายสั่นสะเทือน พลางกล่าวเสียงดัง

“ใช่ แล้วจะทำไม?”

หลิงเซียวกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ

เขาก้าวเท้าหนึ่งก้าว

กำหมัดกลางอากาศ

“ตู้ม!”

เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

วังมารสวรรค์สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกมากมาย ปรากฏขึ้นแผ่กระจายออกไป

สุดท้ายก็แตกสลายเป็นสี่ส่วน

“ไม่!”

อภิศักดิ์สิทธิ์แห่งวังมารสวรรค์ ตะโกนด้วยความสิ้นหวัง

หลิงเซียวกำหมัดพุ่งเข้าปะทะกับเขา

“ตู้ม!” เสียงดังสนั่นหวั่นไหว

ร่างกายของอภิศักดิ์สิทธิ์แตกสลาย ดวงวิญญาณถูกสะกดในทันที จากนั้นก็ถูกหลี่อวิ๋นเก็บไป

ราชันศักดิ์สิทธิ์ที่เหลืออยู่ล้วนไม่ใช่ภัยคุกคาม

ถูกหลิงเซียวกวาดล้างจนสิ้นซาก