ตอนที่ 187

ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของหลัวเฉิน ไม่มีใครกล้าที่จะประเมินเขาต่ำแม้แต่น้อย

ยิ่งไปกว่านั้น การโจมตีที่เขาใช้ออกด้วยเจตนาดาบร่วมกับอาวุธวิญญาณระดับกลาง

[ดาบหวู่เหริน]

แม้ว่าผนึกที่ใช้ผนึก [เปลวไฟจิตวิญญาณแก่นพิภพ] จะแข็งแกร่ง

แต่ก็ยังมีรอยแตกจำนวนมากปรากฏขึ้นภายใต้การโจมตีของหลัวเฉิน

มีแม้แต่เศษไฟจำนวนมากที่ลอยออกมาจากผนึก ทำให้อุณหภูมิของบริเวรโดยรอบสูงขึ้นเล็กน้อย

หลัวเฉินไม่กล้าที่จะละเลย พลังงานดาบในร่างกายของเขาสั่นสะเทือน

และเขาใช้ทักษะ [วิชาดาบแยกเงา] ออกมา และเปลวไฟที่กระจายออกมาถูกตัดเป็นชิ้นๆ

เขารู้ว่าจะต้องทำอย่างไรก่อนที่จะเข้าสู่ หอคอยเปลวไฟจิตวิญญาณ

อยู่แล้วว่าการพิชิตเปลวไฟจิตวิญญาณที่เกิดจากพลงงานของสวรรค์และโลก นั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือประทับเครื่องหมายวิญญาณของเขาบนต้นกำเนิดของเปลวไฟจิตวิญญาณ

เปลวไฟจิตวิญญาณเหล่านี้ แม้ว่าจะทรงพลังหรือมันจะถูกทำลายลง แต่ก็จะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ

ต่อเปลวไฟเหล่านั้น พวกมันใช้เวลาในการพักฟื้นเพียงระยะหนึ่งเท่านั้นก็จะกลับมาทรงพลังเหมือนเดิม

ดังนั้นสำหรับเปลวไฟที่หลุดออกมาจากผนึก หลัวเฉินก็ไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย

โจมตีและสับมันเป็นชิ้น ในทันที!

เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของหลัวเฉิน ผู้อาวุโสที่เฝ้าหอคอยที่ยืนรออยู่ด้านล่างก็พยักหน้าโดยไม่รู้ตัว

และคิดในใจ "เด็กคนนี้มีความมุ่งมั่นมากกว่าหลายคนที่เข้ามาในหอคอยในอดีตมาก"

ในฐานะผู้อาวุโสที่พิทักษ์หอคอยเปลวไฟจิตวิญญาณ เขาได้เห็นอัจฉริยะหลายคนที่มาปราบปรามเปลวไฟจิตวิญญาณ

แม้ว่าอัจฉริยะเหล่านั้นจะรู้ว่าตราบใดที่ไฟดั้งเดิมของเปลวไฟจิตวิญญาณยังคงอยู่

มันจะไม่ส่งผลกระทบในการหลอมรวม

อย่างไรก็ตาม อัจฉริยะเหล่านนั้นยังคงควบคุมการกระทำของตัวเองเอาไว้

ทำให้พวกเขามีปัญหามากมายเมื่อพวกเขาพิชิตเปลวไฟจิตวิญญาณ

ในช่วงหลายปีของเขาในการพิทักษ์หอคอยเปลวไฟจิตวิญญาณ เขายังได้พบกับอัจฉริยะหลายคนที่ล้มเหลวในการพิชิต

เปลวไฟจิตวิญญาณเพราะกลัวว่าจะทำลายเปลวไฟจิตวิญญาณ

ดังนั้น การกระทำของหลัวเฉินทำให้ตาของผู้พิทักษ์หอคอยเป็นประกายอย่างไม่ต้องสงสัย

“น่าเสียดาย” ผู้อาวุโสที่พิทักษ์หอคอยเปลวไฟจิตวิญญาณฟื้นคืนสติอย่างรวดเร็ว

เมื่อเห็นหลัวเฉินซึ่งกำลังโจมตี ผนึกอย่างต่อเนื่อง และส่ายหัวและพึมพำ

"ถ้าเป็นเปลวไฟชนิดอื่นแม้ว่าจะเป็นรอง [เปลวไฟจิตวิญญาณแก่นพิภพ] ของสถานที่นี้

เด็กคนนี้ก็อาจมีโอกาสพิชิตเปลวไปจิตวิญญาณได้สำเร็จก็ได้..."

เขาปกป้องและพิทักษ์หอคอยเปลวไฟจิตวิญญาณแห่งนี้มาหลายปี

และเขารู้ดีว่าการเอาชนะและปราปราม [เปลวไฟจิตวิญญาณแก่นพิภพ] นั้นยากเพียงใด

ปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้หลายคนล้มเหลวในการปราบปรามเปลวไฟจิตวิญญาณ

สำหรับหลัวเฉิน ที่มีระดับการบ่มเพาะเพียงแค่

ปรมาจารย์การต่อสู้ขั้นที่เจ็ดเท่านั้น?

หลัวเฉินมุ่งความสนใจไปที่เปลวไฟที่ลุกโชนของ [เปลวไฟจิตวิญญาณแก่นพิภพ] ที่อยู่ตรงหน้าเขา และโดยธรรมชาติแล้วเขาไม่ได้สนใจคำพูดของผู้อาวุโสผู้พิทักษ์หอคอย

[ดาบหวู่เหริน] ในมือของเขาถูกเหวี่ยงครั้งแล้วครั้งเล่า

โจมตีผนึกที่อยู่ตรงหน้าเขา จนในที่สุดผนึกก็ได้แตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในทันที

และเมื่อผนึกถูกปลดออก [เปลวไฟจิตวิญญาณแก่นพิภพ] ก็แผดเผาบริเวรโดยรอบอย่างรุนแรง

และเปลวไฟสีแดงเข้มก็พุ่งเข้าหาหลัวเฉิน

ผู้อาวุโสผู้พิทักษ์หอคอยที่ยืนอยู่ด้านล่างเห็นสิ่งนี้

ดวงตาของเขาควบแน่น และเตรียมพร้อมที่จะดำเนินการช่วยเหลือได้ทุกเมื่อ

หลัวเฉินเป็นอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมมากทั้งในเรื่องการปรุงยาและศิลปะการต่อสู้

หากมีอะไรเกิดขึ้นในหอคอยเปลวไฟจิตวิญญาณ เขาเกรงว่าผู้อาวุโสของทั้งสองสาขาคงจะมาเอาเรื่องเขาอย่างแน่นอน!

"ฮึ!"

จู่ๆ เสียงตะคอกที่เย็นชาของหลัวเฉินก็ดังก้องในหอคอยเปลวไฟจิตวิญญาณ

แสงดาบจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นจากอากาศ ฉีกกระชากเปลวไฟที่ท่วมท้นทันที

จากนั้นแสงดาบก็ยังคงไม่ลดน้อยลง ทิ้งรอยดาบไว้บนผนังของหอคอยเปลวไฟจิตวิญญาณ

"ถ้าเป็นตอนที่ข้ายังไม่ได้เปิดจุดฝังเข็มในร่างกาย

ข้าอาจจะเกรงกลัวอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ตอนนี้เจ้าเป็นเพียงแค่กลุ่มก้อนเปลวไฟจิตวิญญาณที่โง่เขลา

กล้าที่จะทำร้ายข้า"

ใบหน้าของหลัวเฉินเย็นชา มือขวาของเขาโบกไปมาครั้งแล้วครั้งเล่า

ได้ยินเพียงแค่เสียงลมแตกกระจายในอากาศ จากนั้นก็มีกลุ่มแสงลอยมาอยู่ตรงหน้าของหลัวเฉิน

กลุ่มแสงนั้นก็คือ [เปลวไฟจิตวิญญาณแก่นพิภพ] ที่ถูกตัดออกเป็นหลายลูก!

และในกลุ่มเปลวไฟเหล่านี้ มีเปลวไฟสีทองซึ่งลอยอยู่ในกลุ่มเปลวไฟเหล่านนั้นด้วย...