ตอนที่ 96

"ชื่อ : ฉินหยุน"

"ค่ายกลรวบรวมโชคลาภระดับที่สอง : 2 จุด"

"ค่ายกลรวบรวมโชคลาภระดับที่หนึ่ง : 8 จุด"

"ยอดคงเหลือ : 2,658,000"

เมื่อถึงเวลา 12.00 น. แถวข้อความต่างๆก็ปรากฏขึ้นในจิตใจของฉินหยุน หลังจากนั้นก็ตามด้วยเสียงของระบบ

"ยอดคงเหลือยังไม่ถึง 100 ล้าน ซึ่งไม่เพียงพอที่จะเปิดใช้งานค่ายกลรวบรวมโชคลาภระดับที่สาม"

"ในวันที่ 1 ของแต่ละเดือน โฮสต์จะได้รับค่ายกลรวบรวมโชคลาภระดับที่สอง 1 จุด และค่ายกลรวบรวมโชคลาภระดับที่หนึ่ง 2 จุด"

"ตอนนี้มีค่ายกลรวบรวมโชคลาภระดับที่สอง 2 จุด ถูกใช้งานไปแล้ว 1 จุด และค่ายกลรวบรวมโชคลาภระดับที่หนึ่ง 8 จุด ซึ่งถูกใช้งานไปแล้ว 6 จุด"

"ข้อมูลของระบบรวบรวมโชคลาภจะได้รับการอัปเดตครั้งต่อไปในวันที่ 1 พฤศจิกายน เวลา 12:00 น."

เสียงระบบยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง และหลังจากที่เสียงนั้นหยุดลง ฉินหยุนก็เริ่มรู้สึกได้ถึงดวงแสงแปลกๆสามจุดในจิตใจของเขา

"ยอดคงเหลือถึงสองล้านกว่าหยวนแล้วงั้นเหรอ?"

เมื่อมองไปที่ข้อมูลของระบบรวบรวมโชคลาภในจิตใจของเขา มุมปากของฉินหยุนก็ยกขึ้นเผยให้เห็นถึงความสุข ซึ่งนี่ก็อยู่ในการคำนวณโดยคร่าวๆของเขา

ภายใต้อิทธิพลของค่ายกลรวบรวมโชคลาภระดับที่หนึ่ง เมื่อตอนที่เขายังไม่ได้เปิดโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าเอง ร้านขายเสื้อผ้าขนาดเล็กของเขามียอดขายปกติต่อเดือนที่ 400,000 หยวน หลังจากหักค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ทุนเสื้อผ้าที่รับมาขาย 200,000 หยวน เงินเดือนพนักงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ จำนวนนี้ก็ตีไปหลายหมื่นหยวน ดังนั้นกำไรสุทธิต่อเดือนของเขาจะอยู่ที่ประมาณ 130,000 หยวน

อย่างไรก็ตาม การเปิดโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าช่วยลดต้นทุนของเสื้อผ้าได้อย่างมาก ซึ่งเขาสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้ประมาณ 100,000 หยวนเลย ด้วยวิธีนี้ ร้านขายเสื้อผ้าที่ถูกคลุมทับด้วยค่ายกลรวบรวมโชคลาภระดับที่หนึ่ง จึงมีกำไรสุทธิต่อเดือนประมาณ 230,000 หยวน

และในเดือนกันยายน ฉินหยุนมีร้านค้าที่ถูกคลุมทับด้วยค่ายกลรวบรวมโชคลาภระดับที่หนึ่งทั้งหมด 6 จุด ดังนั้นกำไรสุทธิของเขาจึงได้ประมาณ 1.4 ล้านหยวนเลย!

นอกจากนี้เขายังมีค่ายกลรวบรวมโชคลาภระดับที่สอง ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าค่ายกลรวบรวมโชคลาภระดับที่หนึ่ง 5-6 เท่า และในเดือนกันยายน ร้านค้าร้านนี้ในถนนย่านการค้าก็ได้กำไรสุทธิมากถึง 1.2 ล้านหยวน

กำไรสุทธิของร้านค้าทั้ง 7 สาขานี้จึงสูงมากถึง 2.6 ล้านหยวนอย่างน่าอัศจรรย์!

นี่ยังแค่เดือนกันยายนเดือนเดียวเท่านั้น!

อย่างไรก็ตาม ในเดือนกันยายนโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าเทียนหยุนได้ขยายเพิ่มจำนวนพนักงานเป็น 100 คนภายในเดือนเดียว ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่ค่อนข้างมากเลยทีเดียว แค่เงินเดือนของพนักงานอย่างเดียวเขาก็ต้องจ่ายมากกว่า 500,000 หยวนแล้ว ดังนั้นกำไรจริงๆจึงอาจจะไม่เท่ากับยอดคงเหลือ 2.6 ล้านในระบบ แต่น้อยกว่าประมาณ 300,000 หยวน

"บอสฉินครับ ตอนนี้เวลา 12.00 น. แล้ว เราจะเริ่มเปิดร้านกันเลยไหมครับ?" จ้าวเทียนเฉียงที่อยู่ข้างๆฉินหยุนเอ่ยถามออกมา

ท่างทางจริงจังที่เขาแสดงออกมา ไม่สามารถซ่อนความปิติยินดีในสายตาของเขาได้เลย วันนี้เพิ่งเป็นวันที่ 1 ดังนั้นรายงานเกี่ยวกับยอดขายโดยละเอียดภายในเดือนกันยายนของร้านเสื้อผ้ายังไม่ได้ออกมา แต่เขาก็พอคิดคำนวนผลกำไรในเดือนกันยายนได้คร่าวๆแล้ว

ฉินหยุนกล่าวว่า เงินเดือนต่อปีของเขาคือ 200,000 หยวน และโบนัสสิ้นปีอีก 100,000 หยวน

อย่างไรก็ตาม ฉินหยุนจะจ่ายค่าจ้างให้เขาโดยเฉลี่ยเป็นรายเดือนแทน ซึ่งเขาจะได้รับประมาณ 16,000 หยวน ในทุกๆวันที่ 3 ของเดือน แถมฉินหยุนยังบอกด้วยว่าจะมีอั่งเปาพิเศษให้เขาอีกด้วย

"เอาล่ะมาเปิดร้านใหม่กันเถอะ" ฉินหยุนพยักหน้า

หัวใจของเขากระตุกขึ้น ทันใดนั้นก็มีดวงแสงปรากฏขึ้นในจิตใจของฉินหยุน และด้วยความคิดของเขา ดวงแสงดวงนั้นก็ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นเส้นสายที่ซับซ้อนมากมาย จากนั้นจึงเข้าครอบคลุมร้านเสื้อผ้าเทียนหยุนขนาด 230 ตารางเมตรที่อยู่ด้านหน้าเขาทันที!

ในเวลานี้ ฉินเสี่ยวเทาก็อยู่ข้างๆฉินหยุนเช่นกัน และภายในร้านค้า หูซานซานก็กำลังยืนอยู่กับพนักงานขายหลายคน

หูซานซานเคยได้เห็นความร้อนแรงของร้านเสื้อผ้าเทียนหยุน ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจลาออกอย่างเด็ดขาดเพื่อมาทำงานที่ร้านเสื้อผ้า

แต่ที่นี่เป็นสาขาใหม่ของร้านเสื้อผ้าเทียนหยุน เธอค่อนข้างกังวลเล็กน้อยว่าธุรกิจอาจจะไม่ดีเท่าร้านเหล่านั้น

ถ้าเป็นเช่นนั้น ค่าจ้างของพวกเธออาจจะลดลง

ไม่ใช่แค่เธอเท่านั้น ในเวลานี้ทั้งจ้าวเทียนเฉียงและฉินเสี่ยวเทาก็อดกังวลไม่ได้เช่นกัน

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความร้อนแรงของร้านค้าก็ขจัดความกังวลใจของพวกเขาไปจนหมดสิ้น

"ผู้จัดการจ้าว ผมฝากดูแลที่นี่ด้วยนะ ผมจะไปดูที่ร้านใหม่อีกสองสาขาก่อน" ฉินหยุนกล่าวออกมา

"ครับบอสฉิน ผมจะจัดการดูแลที่นี่ให้ดี" จ้าวเทียนเฉียงพยักหน้าอย่างรวดเร็ว

ฉินหยุนรู้สึกโล่งใจที่ความสามารถของจ้าวเทียนเฉียงนั้นแข็งแกร่งมาก ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นกับร้านเสื้อผ้าทั้งสามแห่ง แต่เขาก็จัดการกับมันได้อย่างรวดเร็ว

เขามีประสบการณ์ครบถ้วนตั้งแต่การเปิดร้านขายเสื้อผ้าไปจนถึงการขยายสาขา ในแง่ของประสบการณ์ ฉินหยุนเทียบกับเขาไม่ได้อย่างแน่นอน

เวลาที่เขาอยู่ในมหาลัย เขาก็รู้สึกโล่งใจที่ได้ฝากให้จ้าวเทียนเฉียงดูแลเช่นกัน

เมื่อเขามาถึงร้านใหม่ทั้งสองสาขา ค่ายกลรวบรวมโชคลาภระดับที่หนึ่งทั้ง 2 จุด ก็ถูกจัดวางไว้ทั้งหมดทันที

ในปัจจุบัน ฉินหยุนมีกิจการร้านขายเสื้อผ้าทั้งหมด 8 ร้าน โดยร้านที่พื้นที่มากกว่า 200 ตารางเมตรมีอยู่ 2 ร้าน พื้นที่ขนาด 40 ตารางเมตรมีอยู่ 6 ร้าน มีร้านขายรองเท้าที่มีพื้นที่ขนาด 40 ตารางเมตรอยู่ 2 ร้าน โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าหนึ่งแห่งที่มีพื้นที่มากกว่า 2,000 ตารางเมตร และโรงงานผลิตรองเท้าอีกหนึ่งแห่งที่พื้นที่ขนาด 1,000 ตารางเมตร

"เสร็จหมดแล้ว!"

หลังจากทำทั้งหมดนี้แล้ว ฉินหยุนก็เดินทางกลับไปที่ด้านของจ้าวเทียนเฉียงทันที

"พี่เสี่ยวเทา"

เมื่อมาถึง เขาก็เอ่ยเรียกฉินเสี่ยวเทาทันที ตอนนี้เขาจัดวางค่ายกลรวบรวมโชคลาภที่ร้านค้าใหม่ทั้งสามสาขาเสร็จหมดแล้ว และเขากำลังจะกลับไปที่เขตชิงอู๋ในช่วงบ่าย ซึ่งฉินเสี่ยวเทาก็จะกลับไปพร้อมเขาเช่นกัน

หลังจากที่ฉินเสี่ยวเทาได้ยินฉินหยุนเรียก เขาก็เดินเข้าไปหาทันที เมื่อหูซานซานที่กำลังยุ่งกับลูกค้าอยู่ได้ยินเสียง เธอก็เหลือบมองไปที่ฉินหยุนเช่นกัน

เห็นได้ชัดว่าฉินหยุน ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของฉินเสี่ยวเทา เขาเป็นเจ้าของร้านขายเสื้อผ้าแห่งนี้ ฉินหยุนเป็นคนเปิดร้านขายเสื้อผ้าทั้งหมดด้วยตัวเอง คำบอกเล่าที่เธอได้ยินมากที่สุดตั้งแต่เข้ามาทำงานในร้านก็คือ ฉินหยุนอายุน้อยและทรงพลังเพียงใด

"ผู้จัดการจ้าว ผมฝากที่นี่ไว้กับคุณด้วยนะ ถ้ามีเรื่องอะไร คุณโทรหาผมได้ทันทีเลย" ฉินหยุนยิ้มและกล่าวว่า "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว งั้นผมกลับก่อน"

"ครับ บอสฉิน" จ้าวเทียนเฉียงพยักหน้าอย่างรวดเร็ว

หลังจากสั่งการจ้าวเทียนเฉียงแล้ว ฉินหยุนกับฉินเสี่ยวเทาก็นั่งรถ Volkswagen กลับไปที่เขตชิงอู๋

เขตชิงอู๋อยู่ไม่ไกลจากเมืองจินหลิงมากนัก และไม่กี่ชั่วโมงต่อมาพวกเขาก็กลับมาถึงบ้าน

...

ที่หยางกวงซิตี้ ภายในบ้านเช่าหลังใหม่ของฉินกั๋วตงกับจ้าวเหมย

วันนี้บ้านหลังนี้คึกคักเป็นพิเศษ

ไม่ใช่แค่ฉินกั๋วตงกับจ้าวเหมยเท่านั้นที่อยู่ภายในบ้าน แต่ยังมีครอบครัวของพี่สาวคนโต ฉินซวน ครอบครัวของลุงใหญ่ ฉินกั๋วเหลียงกับจางพ่านตี้ และครอบครัวของลุงสาม ฉินกั๋วปินกับเฝิงหลาน ต่างก็อยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน

จ้าวเหมย จางพ่านตี้ และเฝิงหลาน เวลานี้พวกเธอกำลังง่วนอยู่ในห้องครัว หลังจากที่มือว่าง จ้าวเหมยก็ออกมาจากครัวแล้วถามว่า "เหล่าฉิน เสี่ยวหยุนกับเสี่ยวเทาถึงไหนกันแล้ว"

ฉินกั๋วตงถือโทรศัพท์มือถือของเขาพลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม "ฉันเพิ่งโทรไปถามเมื่อกี้ พวกเขาลงจากทางด่วนแล้ว คิดว่าพวกเขาน่าจะถึงบ้านในอีกประมาณสิบนาที มาถึงอาหารก็เสร็จพอดี"

ตอนนี้เป็นเวลาห้าโมงเย็นกว่าๆแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ฉินหยุนและฉินเสี่ยวเทาโทรมาบอกจะกลับมาที่บ้าน ดังนั้นที่บ้านหลังนี้ทั้งครอบครัวจึงมารวมตัวเพื่อรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน

ไม่กี่นาทีต่อมา ชายหนุ่มสองคนก็เดินเข้ามาทางประตูที่เปิดอยู่

"คุณน้า!"

ทันทีที่ฉินหยุนเข้ามาในบ้าน หลี่จุน หลานชายตัวน้อยของเขาก็รีบวิ่งเข้ามาหาอย่างตื่นเต้น

อันที่จริงหลี่จุนก็อายุเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น แต่ตอนนี้เขาดูเหมือนลูกวัวแล้ว

"เสี่ยวหยุนเสี่ยวเทา กลับมาแล้วเหรอ" เมื่อมองไปที่ทั้งสองคน ทุกคนในบ้านก็กล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม

"พ่อ ลุงใหญ่ ลุงสาม..."

ฉินหยุนมองไปที่ครอบครัวของเขาและเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม ฉินเสี่ยวเทาก็เช่นเดียวกัน

เห็นได้ชัดว่าฉินเสี่ยวเทาในเวลานี้ แตกต่างจากเมื่อหนึ่งเดือนก่อนเป็นอย่างมาก ตอนนี้เขาก็ไม่ได้เอาแต่ก้มหน้าอยู่ตลอดเวลาแล้ว

"อย่างที่เขาว่าจริงๆ ผู้คนเดินทางไปที่เมืองใหญ่ๆเพื่อฝึกฝนตนเอง หลังจากออกไปได้แค่ระยะหนึ่ง เสี่ยวเทาก็เปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้เลย" น้าสะใภ้เฝิงหลานกล่าวออกมาพลางถอนหายใจ

"เสี่ยวหยุน เสี่ยวเทา มาๆนั่งก่อน เราจะทานอาหารกันเลย" จ้าวเหมยยกชามอาหารออกมาและกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ระหว่างที่ทุกคนพูดคุยกัน อาหารก็ถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะจนเต็ม

เมื่อโต๊ะอาหารถูกผู้คนนั่งล้อมรอบเป็นวงกลม มันทำให้ดูมีชีวิตชีวาและอบอุ่นมากเป็นพิเศษ

(จบตอน)