เพียงสิบนาทีหลังจากที่พวกเขามาถึงร้านขายเสื้อผ้า ฉินหยุนก็รีบตามมา
"เสี่ยวหยุน"
เมื่อมองไปที่ลูกชายของพวกเขา ทั้งฉินกั๋วตงและจ้าวเหมยต่างก็พยายามสังเกตดูว่าเขาผอมลงหรือไม่
ส่วนจ้าวเจียฝูก็มองไปที่หลานชายของเขาเช่นกัน ในใจของเขาแอบรู้สึกตกใจนิดหน่อย
ในช่วงตรุษจีนปีที่แล้ว หลานชายคนนี้ของเขาไม่ได้มีอะไรพิเศษเลย แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าลักษณะท่าทางโดยรวมของเขาจะมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่อธิบายไม่ได้เกิดขึ้น
"พ่อแม่ ลุงรอง" ฉินหยุนเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม
จ้าวตงเสวี่ยที่อยู่ข้างๆ เธอก็ยิ้มและกล่าวว่า "พี่ฉินหยุน"
"เสี่ยวเสวี่ย เดี๋ยวฉันบอกผู้จัดการร้านให้ ว่าวันนี้เธอจะเลิกงานเร็วหน่อย" เมื่อมองไปที่จ้าวตงเสวี่ย ฉินหยุนก็กล่าวออกมาทันที
หลังจากที่ฉินหยุนมาถึง จ้าวเจียฝูก็ให้ความสนใจกับทัศนคติของฉินหยุนที่มีต่อจ้าวตงเสวี่ย ถึงอย่างไรก่อนหน้านี้จ้าวตงเสวี่ยก็เคยเอ่ยเรื่องไร้สาระกับเขา แถมยังยืนยันที่จะขอขึ้นเงินเดือนอีก
ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้ให้ความสนใจกับหลานชายคนนี้มากนัก ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาก็เป็นระดับทั่วไป บางทีฉินหยุนอาจจะไม่ได้รู้สึกชอบจ้าวตงเสวี่ยเลย แต่ที่ให้เธอได้ทำงานในร้านก็เพราะว่าเป็นญาติกัน
แต่เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองก็อยู่ในเกณฑ์ดี ไม่ได้มีการบาดหมางกัน
อันที่จริงฉินหยุนไม่ได้รู้สึกอคติอะไรกับจ้าวตงเสวี่ย เธอก็แค่มีนิสัยดื้อรั้นนิดหน่อย และตอนนี้จ้าวตงเสวี่ยก็เป็นคนมีเหตุผลมากกว่าเมื่อก่อนมาก
นอกจากนี้ เมื่อเธออยู่ในร้านขายเสื้อผ้านานขึ้น จ้าวตงเสวี่ยก็พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่ตลอดด้วย
"พ่อแม่ ลุงรอง เราไปกันเถอะ พี่เสี่ยวเทาจองร้านอาหารไว้แล้ว" เมื่อมองไปที่คนสองสามคนด้านหน้า ฉินหยุนก็กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
เมื่อได้ยินที่ฉินหยุนกล่าว ฉินกั๋วตงที่ยืนอยู่ข้างๆเขาก็รีบกล่าวขึ้นทันทีว่า "ยังไงก็เถอะเสี่ยวหยุน พ่อได้ยินลุงใหญ่ของลูกบอกว่าเสี่ยวเทามีแฟนแล้ว พาเราไปดูเธอหน่อยสิ"
เขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับฉินกั๋วเหลียง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะกังวลเกี่ยวกับการแต่งงานของฉินเสี่ยวเทา
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฉินหยุนก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม "พ่อไม่ต้องห่วง พี่เสี่ยวเทาจะพาแฟนของเขามาด้วย"
...
ในห้องส่วนตัวภายในร้านอาหาร ที่โต๊ะตัวใหญ่มีคนนั่งกันอยู่หลายคน
นอกจากครอบครัวของฉินหยุนแล้ว ยังมีลุงรองจ้าวเจียฝู ลูกพี่ลูกน้องจ้าวตงเสวี่ย และฉินเสี่ยวเทากับหูซานซาน
ที่โต๊ะอาหารมื้อค่ำ ฉินกั๋วตงและจ้าวเจียฝูเป็นผู้ชาย ดังนั้นจึงเป็นการยากที่พวกเขาจะเป็นฝ่ายเอ่ยถามคำถามเรื่องต่างๆเหล่านี้ ซึ่งในเวลานี้จ้าวเหมยก็กำลังสวมบทบาทเป็นหัวหน้าครอบครัวและกำลังพูดคุยอยู่กับหูซานซาน
ด้วยรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าของหูซานซาน เธอตอบคำถามของจ้าวเหมยเป็นครั้งคราวด้วยความสง่างามมาก ขนาดที่พ่อสื่อแม่สื่อทุกคนยังต้องแอบพยักหน้าอยู่ในใจ
"เสี่ยวเทา หลานต้องปฏิบัติต่อซานซานให้ดีนะรู้ไหม"
พวกเขาแสดงความเป็นห่วงต่อหูซานชานด้วยใบหน้าที่อ่อนโยน แต่ในขณะเดียวกันทั้งฉินกั๋วตงและจ้าวเหมยก็กล่าวกับฉินเสี่ยวเทาด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม
"แน่นอนครับ" ฉินเสี่ยวเทากล่าวด้วยรอยยิ้ม
เขาดีใจมาก นี่เป็นครั้งแรกที่หูซานซานได้พบกับคนในบ้านของเขา
หลังจากรับประทานอาหารกันเสร็จ ฉินหยุนก็พาฉินกั๋วตง จ้าวเหมย และลุงรองจ้าวเจียฝูไปที่บ้านของเขา
บ้านที่เขาเช่าอยู่มีสามห้องนอน ซึ่งก็ถือว่าเพียงพอแล้ว และไม่มีความจำเป็นที่ฉินกั๋วตงและคนอื่นๆจะต้องไปพักอยู่ในโรงแรม
"เสี่ยวหยุน ครั้งนี้ทั้งพ่อของลูก ลุงรอง แล้วก็แม่จะอยู่ที่นี่สักสองวัน ช้าสุดเราก็จะเดินทางกลับในช่วงเช้าของวันมะรืนนี้"
จ้าวเหมยยิ้มพลางกล่าวว่า "แค่ได้เห็นว่าลูกสบายดีเราก็โล่งใจแล้ว"
ที่จริงพวกเขาต้องการอยู่ต่ออีกสักสองสามวัน แต่ลุงรองจ้าวเจียฝูมีบางอย่างที่ต้องทำอยู่ที่บ้าน ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถอยู่นานกว่านี้ได้ ถ้าครั้งหน้าพวกเขามากันแค่สองคนอาจจะอยู่ที่นี่ได้นานกว่านี้
ฉินหยุนพยักหน้า ซึ่งเขาก็ไม่ได้คัดค้านอะไร
พวกเขาวางแผนสำหรับวันพรุ่งนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะนานๆทีจะได้มาที่จินหลิง พวกเขาจึงต้องการจะไปดูสถานที่บางแห่ง
"สภาพแวดล้อมของชุมชนนี้ดีอยู่นะ"
ก่อนที่จะเข้าไปในชุมชน ฉินกั๋วตงก็มองดูรอบๆแล้วกล่าวออกมา
แต่ก่อนที่ฉินหยุนจะได้เอ่ยอะไร เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็กล่าวว่า "คุณฉินหยุนใช่ไหมครับ วันก่อนมีผู้หญิงคนหนึ่งมารอพบคุณอยู่ทั้งคืนเลย ไม่ทราบว่าคุณได้เจอเธอหรือยัง"
เมื่อได้ยินสิ่งที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกล่าว ฉินหยุนก็ผงะไปชั่วครู่
ฉินกั๋วตงและจ้าวเหมยก็มองไปที่ลูกชายของพวกเขา จากนั้นก็รีบถามขึ้นอย่างรวดเร็วว่า "เสี่ยวหยุน มีผู้หญิงมารอลูกอยู่ทั้งคืนเลยงั้นเหรอ ลูกมีแฟนแล้วใช่ไหม?"
แน่นอนว่าพวกเขาต้องเป็นห่วงเกี่ยวกับเรื่องตลอดทั้งชีวิตของลูกชาย
แต่ในเวลานี้ฉินหยุนเองก็ยังสับสนเล็กน้อย เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งมารอเขาอยู่ทั้งคืน
"วันไหนเหรอครับ?"
ฉินหยุนมองไปที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและถามออกมาทันที
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเองก็สับสนเล็กน้อยเช่นกัน จู่ๆวันก่อนก็มีหญิงสาวคนหนึ่งมาถามเขาว่า ฉินหยุนกลับมาหรือยัง และจากนั้นเธอก็รอเขาอยู่ทั่งคืนเลย แต่ฉินหยุนก็ยังไม่กลับมา
ซึ่งหลังจากนั้นก็มีบางอย่างเกิดขึ้นที่บ้านของเขา ดังนั้นเขาจึงกลับไปที่บ้านเกิดที่อยู่ที่อื่น เขาเองก็เพิ่งกลับมาได้ไม่นานเช่นกัน และเมื่อเขาเห็นฉินหยุน เขาก็นึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้ทันที ดังนั้นเขาจึงกล่าวกับอีกฝ่ายแบบปกติทั่วไป
แต่โดยไม่คาดคิด ฉินหยุนยังไม่รู้เรื่องนี้
เขาคิดสักพัก จากนั้นก็บอกวันที่ออกมา ซึ่งมันก็เป็นวันที่ร้านเสื้อผ้าเทียนหยุนเพิ่งปิดตัวลง
"ใครกัน?"
ฉินหยุนคิดกับตัวเอง
ในวันที่ร้านเสื้อผ้าเทียนหยุนปิดตัวลง วันนั้นเขาและเซียวหลานออกไปเดินเล่นกันในตอนกลางคืนจนถึงตีสามตีสี่ และพวกเขาก็ไม่ได้กลับมาเลย
"อาจจะเป็น... หยูเล่อเหยา?"
หลังจากคิดอยู่สองสามวินาที ฉินหยุนก็ตระหนักได้ในทันที
มีผู้หญิงไม่กี่คนที่เขารู้จัก และพวกเธอก็รู้จักร้านเสื้อผ้าของเขา คนแรกคือโจวเสี่ยวหยาและอีกคนก็คือหยูเล่อเหยา
ร้านขายเสื้อผ้าปิดตัวลงในคืนวันพฤหัสบดี และหยูเล่อเหยาไม่ได้มาเรียนในวันศุกร์ ซึ่งเขาได้ยินมาว่าเธอรู้สึกไม่ค่อยสบาย เมื่อบวกกับความไม่พอใจของศาสตราจารย์จ้าว ย่าของหยูเล่อเหยาที่มีต่อเขา เบาะแสทั้งหมดก็ถูกสรุปออกมา และเขาก็อนุมานว่าคนๆนั้นคือใครได้อย่างง่ายดาย
เมื่อรู้เช่นนี้ ฉินหยุนก็ไม่รู้ว่าเขาควรจะรู้สึกอย่างไรดี
ในคืนที่ร้านเสื้อผ้าเทียนหยุนปิดตัวลง เซียวหลานก็มาหาเขาด้วยความกังวลว่าเขาจะรู้สึกไม่สบายใจ ซึ่งเขาก็รู้สึกซาบซึ้งมาก
แต่ตอนนี้กลับมีผู้หญิงแบบนั้นอีกคน คงจะเป็นเรื่องเพ้อเจ้อที่จะบอกว่าเขาไม่รู้สึกอะไรเลย
"เสี่ยวหยุน ผู้หญิงคนไหนเหรอลูก?" จ้าวเหมยที่อยู่ข้างๆอดไม่ได้ที่จะถามออกมา
ฉินหยุนส่ายหัวและกล่าวว่า "ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน"
แม้ว่าเขาจะเดาถูก แต่เขาก็ไม่ได้มั่นใจ 100%
...
"เหล่าฉิน สถานการณ์ของลูกชายคุณตอนนี้เป็นยังไง"
ในห้อง จ้าวเหมยอดไม่ได้ที่จะถามในขณะที่เธอเดินไปเดินมา
ตอนนี้เธอนอนไม่หลับเลย เมื่อได้รู้ว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งรอพบลูกชายของเธออยู่ทั้งคืน เธออยากจะเจอผู้หญิงคนนั้นมาก
"ไม่รู้สิ ไม่ต้องคิดมากหรอก อาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดก็ได้" ฉินกั๋วตงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าว
เขาก็กังวลเกี่ยวกับเรื่องชีวิตคู่ในอนาคตของฉินหยุนมากเช่นกัน แต่เขาคิดว่าลูกชายของเขาสามารถจัดการเรื่องเหล่านี้ได้ และเขาจะไม่เข้าไปยุ่งกับมัน
ตอนนี้ฉินหยุนอายุ 18 ปี และเขาก็ถือว่าเป็นผู้ใหญ่แล้ว
"มีอะไรที่เอาไว้พูดกันตอนเช้าไม่ได้ แต่ต้องรออยู่ทั้งคืน?"
เห็นได้ชัดว่าจ้าวเหมยไม่เชื่อ
"เสี่ยวหยุนต้องรู้แน่ แต่เขาไม่บอกเรา" เธอเดินไปเดินมารอบๆห้องสักพัก จากนั้นก็กล่าว "ไม่ พรุ่งนี้ฉันจะไปดูให้ได้"
หลังจากตัดสินใจแล้ว วันต่อมาจ้าวเหมยก็เปลี่ยนแผนกะทันหัน เธอไม่ได้ไปตามแผนที่วางไว้ แต่กลับตรงมาที่มหาลัยแทน
"แม่ ไม่ใช่ว่าแม่บอกว่าจะไปเที่ยวที่อื่นหรอกเหรอ แม่จะมาที่มหาลัยของผมทำไม?" ฉินหยุนทำอะไรไม่ถูก
"เสี่ยวหยุน แม่อยากเจอผู้หญิงคนนั้น" จ้าวเหมยกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
ฉินหยุนปวดหัว ในขณะที่เขากำลังจะกล่าวอะไรบางอย่าง เขาก็มองเข้าไปในทิศทางไม่ไกล
มีคนสองสามคนกำลังเดินมาหาเขา ฉินหยุนก็ผงะทันทีเมื่อเห็นคนไม่กี่คนนั้น นั่นก็คือหยูเล่อเหยาและรูมเมทของเธอ
"ฉินหยุน"
เมื่อเห็นฉินหยุน หยูเล่อเหยาและคนอื่นๆก็เข้ามาทักทาย
"เสี่ยวหยุน นี่คือเพื่อนร่วมชั้นของลูกเหรอ?" จ้าวเหมยถามออกมาด้วยเสียงเบา
"ใช่ครับ"
ฉินหยุนพยักหน้า แนะนำพวกเธอให้กับพ่อแม่ของเขา จากนั้นก็กล่าวว่า "นี่คือพ่อแม่ของฉัน"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หยูเล่อเหยาก็ตกใจทันที
"สวัสดีค่ะคุณลุง คุณป้า"
เธอรีบกล่าวอย่างรวดเร็ว ทั้งร่างกายและคำพูดของเธอเริ่มสงวนท่าทีเล็กน้อย
จ้าวเหมยมองไปที่หยูเล่อเหยา ซึ่งมีใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโต และที่สำคัญเธอสวยมาก
"นักศึกษา เธอชื่ออะไรเหรอจ้ะ?" จ้าวเหมยถามด้วยรอยยิ้ม
(จบตอน)
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved