"เสี่ยวหยุน มาแล้วเหรอ"
เมื่อเห็นฉินหยุนกำลังเดินมา ฉินลู่ก็ยิ้มขึ้นทันที
"พี่รอง" ฉินหยุนร้องเรียก จากนั้นเขาก็ทักทายคนอื่นๆที่อยู่ในบ้าน
จางอวี๋ชิงมองไปที่ฉินหยุน หลังจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่สถานีรถไฟคราวที่แล้ว แน่นอนว่าเธอก็ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับฉินหยุนเรียบร้อยแล้ว
นักศึกษาปีหนึ่ง น้องชายของฉินลู่คนนี้เปิดร้านขายเสื้อผ้าขึ้นมา 9 สาขาแล้ว เขาสามารถเรียกได้ว่าเป็นสัตว์ประหลาดเลยก็ว่าได้ คาดว่ารายได้ต่อเดือนของเขาจะต้องมากกว่าที่เธอจินตนาการแน่นอน
เมื่อมองไปที่ฉินหยุน ตอนนี้เธอรู้สึกว่าเขาแตกต่างจากคนทั่วไปมาก แม้ว่าเขาจะยังอายุน้อยมาก แต่เขาก็มีความสงบและมั่นคง เหมือนกับดาบยาวที่เพิ่งดึงออกจากฝัก ซึ่งมันคมมาก
แม้ว่าเธอจะไม่ได้เป็นเพื่อนกับฉินหยุนเพราะสถานการณ์ต่างๆ แต่ทัศนคติของเธอที่มีต่อฉินลู่ก็ดีขึ้นมาก และเธอก็ให้ความสำคัญกับอีกฝ่ายมากขึ้นเช่นกัน
การที่เป็นคนจริงจังและแต่งตัวเชย ไม่ได้หมายความว่าจางอวี๋ชิงจะเป็นคนที่ไม่เข้าใจโลกใบนี้
"ฉินลู่ ต่อไปนี้เธอกับซุนหยิงจะเป็นคนที่รับผิดชอบคดีอสังหาริมทรัพย์คดีนี้นะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันจะออกไปก่อน" จางอวี๋ชิงกล่าว เธอพยักหน้าให้ฉินหยุน จากนั้นก็เดินออกไป
เมื่อจางอวี๋ชิงจากไป หยางเย่เจินก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวว่า "เสี่ยวลู่ ก่อนหน้านี้เราแต่ละคนต่างก็ได้เป็นแค่ผู้ช่วย รับผิดชอบในเรื่องบางอย่างเท่านั้น แต่ตอนนี้พี่สาวจางได้มอบความไว้วางใจให้เธอและซุนหยิงในการดูแลคดีอสังหาริมทรัพย์คดีนี้ นี่มันเท่ากับว่าเป็นการฝึกให้เธอเลย แถมเราทุกคนก็รู้ถึงความสามารถของซุนหยิงคนนี้มาก และเธอก็ชอบช่วยเหลือคนมาใหม่ด้วย หลังจากคดีนี้จบลงความสามารถของเธอน่าจะดีขึ้นมากเลย"
ทนายความฝึกหัดหลายคนไม่ค่อยได้รับการฝึกฝนเช่นนี้มากนัก บางครั้งหลังจากที่ฝึกงานอยู่เป็นเวลาสองสามเดือน พวกเขาอาจถูกใช้เป็นแค่พนักงานทั่วไปในสำนักงานเท่านั้น คอยทำธุระต่างๆหรือไม่ก็ใช้เป็นแรงงานราคาถูก บอสอาจจะให้ทำงานบางอย่างที่ไม่สลักสำคัญสักเท่าไร
ในระหว่างขั้นตอนฝึกงาน การได้พบกับบอสที่ดีถือว่ามีความโชคดีมาก
และตอนนี้ก็เห็นได้ชัดว่าจางอวี๋ชิงกำลังมุ่งเน้นไปที่การฝึกอบรมฉินลู่โดยเฉพาะ
อย่างไรก็ตาม พวกเธอรู้ถึงเหตุผลนี้ดีเช่นกัน และพวกเธอก็รู้สึกอิจฉามาก
หากพวกเธอมีน้องชายสุดเทพแบบนี้ด้วยสักคน เส้นทางแห่งชีวิตก็คงจะราบรื่นขึ้นมากแน่นอน
"เดี๋ยวพวกเธอก็มีโอกาสให้ได้ฝึกเองแหละ" ฉินลู่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
ตื๊ด...
หลังจากที่เธอกล่าวจบ ก็มีเสียงโทรศัพท์มือถือสั่นออกมาให้ได้ยิน
โทรศัพท์เครื่องนี้เป็นของฉินหยุนเอง
"ฮัลโหล"
หลังจากกดรับสาย เขาก็ได้รู้ว่าจ้าวเทียนเฉียงเป็นคนโทรมา
แต่จากนั้นไม่กี่วินาที สีหน้าของฉินหยุนเปลี่ยนไปทันที เขากล่าวบางอย่างกับปลายสายอีกสักครู่หนึ่งก่อนที่จะกดวางสายไป
"เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอเสี่ยวหยุน?" ฉินลู่อดไม่ได้ที่จะถามออกมา หลังจากที่ได้เห็นสีหน้าน้องชายของเธอเปลี่ยนไป
ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องเลวร้ายบางอย่างเกิดขึ้น
ใบหน้าของฉินหยุนมืดลง เขาไม่ได้ปิดบังอะไรจากพี่รองของเขา และก็เล่าเรื่องนี้ให้เธอฟัง
มีบางอย่างเกิดขึ้นที่ร้านเสื้อผ้าเทียนหยุน!
ในขณะนี้ฉินหยุนได้เปิดร้านขายเสื้อผ้าในเมืองจินหลิงไป 9 สาขาแล้ว ซึ่ง 3 สาขาในจำนวนนั้นมีพื้นที่มากกว่า 200 ตารางเมตร และอีก 6 สาขาที่เหลือมีพื้นที่ทั้งหมด 40 ตารางเมตร
ร้านค้าสาขาใหญ่ 3 แห่งกระจายกันอยู่ในเขตต่างๆของเมืองจินหลิง ซึ่งมันครอบคลุมมากกว่าครึ่งหนึ่งของเมืองเลยทีเดียว
ตามแผนการของฉินหยุน เขาจะเปิดร้านค้าสาขาใหญ่ในจินหลิง 4 แห่ง และร้านค้าสาขาขนาดเล็กอีก 8 แห่ง รวมทั้งหมดเป็น 12 สาขา จากนั้นจึงจะขยายไปยังเมืองรอบๆแทนที่จะยึดติดกับแค่เมืองๆเดียวอย่างจินหลิง
แต่ตอนนี้เอง ในถนนย่านการค้าที่มีร้านค้าสาขาใหญ่ทั้ง 3 แห่งนี้ตั้งอยู่ จู่ๆก็มีร้าน 3 ร้านตั้งขึ้นใกล้ๆกับร้านเสื้อผ้าเทียนหยุน จากนั้นก็เริ่มเปิดขายเสื้อผ้า
และดูเหมือนพวกเขาจะกังวลว่าคนอื่นอาจจะไม่รู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างร้านของพวกเขากับร้านเสื้อผ้าเทียนหยุน พวกเขาจึงใช้ชั้นวางของข้างในคล้ายกับร้านเสื้อผ้าเทียนหยุนมาก แถมจุดที่จัดวางสินค้าต่างๆก็ยังเหมือนกันมากอีกด้วย
ประเด็นสำคัญคือราคาเสื้อผ้าของพวกเขาต่ำกว่าร้านเสื้อผ้าเทียนหยุนถึง 20%!
ดีไซน์ของเสื้อผ้าคล้ายกันแถมราคาก็ถูกกว่า สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเกิดขึ้นพร้อมกันมาก แน่นอนว่านี่เป็นพฤติกรรมการกำหนดเป้าหมายที่ไตร่ตรองไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว
"มีคนตั้งใจจะเล่นงานเรา?" เมื่อได้ยินคำกล่าวของฉินหยุน สีหน้าของฉินลู่ก็เปลี่ยนไปทันที และความโกรธที่ยากจะอธิบายก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ
"พี่รอง เดี๋ยวผมจะไปดูที่ร้านขายเสื้อผ้าก่อน" ฉินหยุนกล่าวออกมาทันที
ด้วยระบบรวบรวมโชคลาภที่เขามี อันที่จริงเขาไม่กังวลว่าธุรกิจของร้านขายเสื้อผ้าจะได้รับผลกระทบมากเท่าไร
แม้ว่าคนที่กำหนดเป้าหมายมาที่เขาจะประสบความสำเร็จในการเล่นงานเขาได้ เขาก็จะเปลี่ยนไปเปิดร้านที่อื่นแทน
"เสี่ยวหยุน พี่จะไปกับแกด้วย" หลังจากที่ฉินหยุนกล่าวจบ ฉินลู่ก็เอ่ยขึ้นอย่างเร่งรีบ
"พี่เป็นนักศึกษาด้านกฎหมาย ดังนั้นมันอาจจะช่วยร้านขายเสื้อผ้าของแกได้บ้าง"
หลังจากที่ฉินลู่กล่าวจบ สองสาวหยางเย่เจินและจ้าวเถียนต่างก็เอ่ยขึ้นมาว่า "ฉันไปด้วย"
เมื่อเห็นเช่นนี้ ฉินหยุนก็ไม่ได้ปฏิเสธพวกเธอ
พวกฉินลู่ทั้งสามคนต่างก็เป็นพนักงานของสำนักงานกฎหมายกันทั้งหมด หลังจากที่ในอนาคตเทียนหยุนจัดตั้งบริษัทขึ้นมา เขาวางแผนที่จะตั้งทีมทนายความของตัวเองเช่นกัน
ในการดำเนินการเปิดร้านค้านั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะราบรื่นไร้อุปสรรค ซึ่งคุณจะต้องพบกับปัญหาต่างๆอย่างแน่นอน ดังนั้นทีมทนายความจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อดูจากสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในขณะนี้ มีแนวโน้มว่าหน่วยงานทางด้านกฎหมายอาจจะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
หลังจากนั้นฉินหยุนก็ขับรถไปยังสถานที่แห่งหนึ่งพร้อมกับฉินลู่ พี่สาวของเขาและเพื่อนของเธออีกสองคน
เป็นที่ตั้งของร้านเสื้อผ้าเทียนหยุนที่มีขนาดพื้นที่ 230 ตารางเมตร
"บอสฉิน"
ในเวลานี้จ้าวเทียนเฉียงก็มาถึงที่นี่แล้วเช่นกัน และเมื่อเขาเห็นฉินหยุนมาถึง เขาก็รีบเดินเข้าไปหาพลางเอ่ยขึ้น
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล จากนั้นเขาก็พาฉินหยุนเดินไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง
"นี่คือร้านเสื้อผ้าหานลู่"
เมื่อเดินเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้าแห่งนี้ และมองดูการจัดวางและดีไซน์ของเสื้อผ้าภายในร้าน ฉินหยุนก็เกือบหลงคิดว่าเขาเดินเข้ามาในร้านขายเสื้อผ้าของตัวเอง
ขนาดฉินหยุนยังเป็นเช่นนี้ ไม่ต้องพูดถึงฉินลู่เลย ตอนนี้สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความโกรธจัด
"ยินดีต้อนรับค่ะ"
เมื่อพนักงานขายเห็นพวกฉินหยุนเดินเข้ามา เธอจึงเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม
"หัวหน้าของคุณอยู่ที่ไหน"
เมื่อมองไปที่พนักงานขาย ฉินหยุนกล่าวกับเธอด้วยเสียงทุ้มต่ำ
เมื่อได้เห็นสีหน้าของฉินหยุนในขณะนี้ พนักงานขายก็รู้สึกกลัวโดยไม่รู้ตัวทันที เธอไม่กล้ากล่าวอะไรออกมาอีก จากนั้นเธอก็รีบเข้าไปโทรหาหัวหน้าของเธอ และในไม่ช้าก็มีหญิงวัยกลางคนอายุมากกว่าสี่สิบปีเดินเข้ามา
"สวัสดีค่ะ" หญิงวัยกลางคนเดินเข้ามาและกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
ฉินหยุนกล่าวขณะที่ใบหน้าของเขามืดมนลงเรื่อยๆ "ผมเป็นเจ้าของร้านเสื้อผ้าเทียนหยุน ไม้แขวนเสื้อและดีไซน์เสื้อผ้าในร้านเสื้อผ้าหานลู่ของคุณเหมือนกับของเรามากเลย นี่มันหมายความว่ายังไง"
เมื่อได้ยินคำกล่าวของฉินหยุน ใบหน้าของหญิงวัยกลางคนก็เปลี่ยนไป เธอรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยพลางกล่าวว่า "ร้านเสื้อผ้าเทียนหยุนงั้นเหรอ ฉันไม่เห็นเคยรู้จักร้านนั้นเลย และฉันก็ไม่เคยไปที่นั่นมาด้วย"
เธอทำราวกับว่าเธอไม่รู้เรื่องอะไรเลยจริงๆ
นอกจากฉินหยุนแล้ว ฉินลู่ก็กล่าวขึ้นด้วยความโมโหว่า "ร้านเสื้อผ้าหานลู่ของคุณลอกเลียนแบบการออกแบบและดีไซน์เสื้อผ้าของร้านเสื้อผ้าเทียนหยุนทุกอย่าง ซึ่งการกระทำนี้มันถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์"
เมื่อเผชิญหน้ากับฉินลู่ที่กำลังโมโห หญิงวัยกลางคนก็ไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด
เธอยิ้มขึ้นบางๆพลางกล่าวว่า "คุณผู้หญิงคะ คุณกำลังพูดเรื่องอะไร? ในร้านขายเสื้อผ้า ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งและการจัดวางสินค้า มันก็อาจจะบังเอิญเหมือนกันได้ แบบนี้ก็มีให้เห็นอยู่ทั่วไป สำหรับดีไซน์ของเสื้อผ้า ร้านเสื้อผ้าร้านไหนที่ไม่มีดีไซน์เสื้อผ้าคล้ายๆกันบ้าง? แม้ว่าดีไซน์เสื้อผ้าของร้านเสื้อผ้าเทียนหยุนจะคล้ายกันกับของร้านเรา แต่แล้วยังไงล่ะ?"
"คุณพูดว่าเราละเมิดลิขสิทธิ์ ฉันรู้ว่าการลอกเลียนแบบแบรนด์ชั้นนำเหล่านั้นจะถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์แน่นอน แต่ฉันไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับแบรนด์ที่คุณกำลังพูดถึงเลย ถ้าแบบนี้ไม่ใช่ว่าร้านขายเสื้อผ้าของคุณก็เลียนแบบแบรนด์ดังเหล่านั้นด้วยใช่ไหม?"
ใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มประดับไว้ แต่สิ่งที่เธอกล่าวออกมากลับทำให้ฉินหยุนและคนอื่นๆเริ่มหน้าซีด
นี่มันแกล้งไม่รู้ชัดๆ
อันที่จริงมันก็มีร้านเสื้อผ้าที่คล้ายๆกันอยู่ แต่ถึงแม้ว่ามันจะคล้ายกัน มันก็มีความคล้ายคลึงกันแค่ 60%-70% เท่านั้น มันจะไปคล้ายคลึงกันมากถึง 100% ได้อย่างไร?
ฉินลู่โต้เถียงกับเธออีกสองสามคำ แต่หญิงวัยกลางคนก็ยังยืนยันอย่างหนักแน่นว่ามันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ
(จบตอน)
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved