ตอนที่ 231

เมื่อมองไปที่เด็กสาวที่อยู่ตรงหน้า ฉินหยุนก็ถามขึ้นอีกครั้ง "ว่าไง คุณอยากทำไหม?"

"แอบฟังสองคนนั้นคุยกัน?"

เมื่อได้ยินเช่นนี้หลินเสี่ยวซีก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เธอมองเข้าไปในระยะไกลแล้วก็ได้เห็นคนสองคนที่ฉินหยุนกล่าวถึง

‘คู่รักนั่นเกี่ยวข้องอะไรกับหนุ่มหล่อคนนี้? หรือว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นแฟนของเขา? ไม่งั้นเขาจะให้ฉันไปแอบฟังทำไม? เขากำลังสะกดรอยตาม? หรือว่าเขาจะถูกทรยศ?!’

ทันใดนั้นฉากของซีรี่ย์เกี่ยวกับชีวิตในเมืองเรื่องหนึ่งที่มีความยาวมากกว่า 40 ตอน ก็แล่นเข้ามาในหัวของเธอ

ขณะที่กำลังคิดอยู่ในใจ หลินเสี่ยวซีก็พยักหน้าอย่างรวดเร็วและพูดว่า "ตกลงค่ะ ฉันจะทำ"

แม้ว่าพฤติกรรมนี้จะค่อนข้างแย่ไปสักหน่อย แต่เงิน 300 หยวนก็เพียงพอสำหรับเธอที่จะไม่ต้องมาขายลูกโป่งได้หลายวันเลย

"ผมจะโอนให้คุณหนึ่งร้อยหยวนก่อน และจะโอนส่วนที่เหลือให้คุณหลังจากที่งานนี้เสร็จสิ้น" เมื่อเห็นว่าเธอตกลง ฉินหยุนก็ไม่ได้พูดเรื่องไร้สาระอีกต่อไป

เขาโอนเงินให้เธอทันทีหนึ่งร้อยหยวน

หลังจากได้รับเงินหลินเสี่ยวซีก็รีบไปที่ร้านอาหารแห่งนั้นเพื่อทำภารกิจ ภายใต้การจ้องมองของฉินหยุน เธอไปนั่งที่โต๊ะข้างๆหูซานซาน จากนั้นก็สั่งบะหมี่แล้วเอาโทรศัพท์มือถือออกมา ราวกับว่าเธอกำลังเล่นมือถือรอบะหมี่เหมือนลูกค้าท้่วไป

จากนั้นไม่นานบะหมี่ก็ถูกยกมาเสิร์ฟ ซึ่งเธอก็กำลังกินบะหมี่อย่างช้าๆพร้อมกับปัดโทรศัพท์ไปพลางๆ

ฉากดังกล่าวไม่ได้ดูผิดปกติอะไร แต่หูของเธอกลับผึ่งอยู่ตลอดเวลา คอยฟังสิ่งที่หูซานซานและชายอีกคนพูดคุยกันอย่างเงียบๆ

ตั้งแต่หลังช่วงตรุษจีน ในใจของหูซานซานมักจะรู้สึกขัดแย้งกันเล็กน้อย เมื่อตอนที่เธอกำลังจะออกจากบ้านเพื่อกลับมาที่จินหลิง ป้าของเธอได้ติดต่อแม่ของเธอและแนะนำเธอให้รู้จักกับใครบางคน ซึ่งก็คือผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้

ชายคนนี้ชื่อจางเยี่ยนเฉิง อายุ 32 ปี บ้านเกิดของเขาก็อยู่หมู่บ้านเดียวกันกับเธอด้วย เขาพยายามสร้างเนื้อสร้างตัวอยู่ที่จินหลิงเป็นเวลา 10 ปี และตอนนี้เขาก็มีบ้านและรถหนึ่งคัน

ฉินเสี่ยวเทาดีกับเธอมาก ตราบเท่าที่เธอต้องการเขายินดีที่จะทำให้เธอพอใจทุกอย่าง แต่ครอบครัวของฉินเสี่ยวเทายากจนเกินไปแถมเขาก็ยังไม่มีบ้านอยู่ในจินหลิงอีก ส่วนรถมันก็เป็นรถของบริษัทซึ่งอนุญาตให้เขาขับได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น

เมื่อพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เธอจึงเพิ่มวีแชตของจางเยี่ยนเฉิงไว้และยินดีที่จะติดต่อเขากลับ ซึ่งตอนนี้ทั้งสองก็ติดต่อกันมานานกว่าสองสัปดาห์แล้ว และในระยะเวลาที่ผ่านมาทั้งคู่ก็ได้ออกมาพบกันถึงห้าครั้ง

เมื่อเทียบกับฉินเสี่ยวเทาที่ดูทึ่มทื่อและตรงไปตรงมา จางเยี่ยนเฉิงนั้นคุยเก่งกว่าอย่างเห็นได้ชัด เขาสามารถต่อหัวข้อสนทนาต่างๆที่ทั้งคู่พูดคุยกันได้ทั้งหมด ทำให้หูซานซานรู้สึกผ่อนคลายมากเวลาที่ได้คุยกับเขา

นอกจากเรื่องที่รูปร่างหน้าตาดูธรรมดาไปสักหน่อย บวกกับส่วนสูงแค่เพียง 1.7 เมตร เขาอาจจะไม่ได้ดีเท่าฉินเสี่ยวเทาที่สูงถึง 1.8 เมตร แต่ในด้านอื่นๆจางเยี่ยนเฉิงนั้นดีกว่าฉินเสี่ยวเทามาก

หากเอาทั้งคู่มาเปรียบเทียบกันในทุกด้าน จางเยี่ยนเฉิงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าฉินเสี่ยวเทาอย่างเห็นได้ชัด

หลังจากหลงทางอยู่ในจินหลิงมาหลายปี เธอก็ไม่อยากจะให้อนาคตของเธอต้องมีภาระหนี้สินเพิ่มเข้ามา

อย่างไรก็ตาม ฉินเสี่ยวเทานั้นดีกับเธอมากจนเธอรู้สึกได้ว่าเขารักเธอมากจริงๆ ดังนั้นตอนนี้เธอจึงไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี

"ซานซาน ผมติดต่อกับคุณมานานกว่าสองสัปดาห์แล้ว เวลาที่ได้อยู่กับคุณผมรู้สึกดีมากเลย"

จางเยี่ยนเฉิงมองไปที่หูซานซานพลางเอ่ยพูดเบาๆ ราวกับว่าเขากำลังแสดงความในใจออกมา

หูซานซานรู้ว่าจางเยี่ยนเฉิงเคยมีแฟนมาก่อน แต่เขาก็ต้องเจ็บปวดจากความรักในครั้งนั้น หลังจากนั้นเขาก็เลิกพยายามตามหารักแท้และเริ่มยุ่งอยู่กับธุรกิจ

หลังจากทำงานหนักมาหลายปี เขาก็สามารถซื้อรถและบ้านในเมืองจินหลิงได้ด้วยเงินเก็บทั้งหมด และตอนนี้รายได้ต่อเดือนของเขาก็มากถึงหลายหมื่นหยวนเลย

แต่เมื่อเร็วๆนี้ทางครอบครัวของจางเยี่ยนเฉิงเริ่มยุให้เขาแต่งงาน เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเริ่มติดต่อกับผู้หญิงอีกครั้ง เพราะงั้นก็เลยได้บังเอิญพบกับหูซานซาน

เมื่อได้ยินคำพูดของเขา หูซานซานก็ยิ้มและไม่เลือกสานต่อหัวข้อนี้

หลังทานข้าวกันเสร็จทั้งสองคนก็นั่งคุยกันสักพักในร้านอาหาร จากนั้นในที่สุดจางเยี่ยนเฉิงก็มองดูเวลาแล้วพูดว่า "ซานชาน นี่มันก็ดึกมากแล้ว ให้ผมไปส่งคุณนะ"

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจะนั่งแท็กซี่กลับเอง" เมื่อได้ยินเช่นนี้ หูซานซานก็เอ่ยปฏิเสธไป

จากนั้นทั้งสองก็เดินออกจากร้านอาหารพร้อมกัน

พวกเขาไม่ได้สังเกตเห็นหลินเสี่ยวซีที่กำลังนั่งกินบะหมี่และเล่นโทรศัพท์มือถือของเธออยู่เลย

เมื่อเห็นพวกเขาออกไป หลินเสี่ยวซีก็ไม่ได้จากไปทันทีแต่นั่งอยู่ในร้านอาหารต่ออีกสามนาที จากนั้นก็จ่ายค่าบะหมี่และเดินออกจากร้านอาหาร เธอรีบเดินไปหาฉินหยุน

"พวกเขาคุยเรื่องอะไรกัน?" เมื่อเห็นหลินเสี่ยวซีเดินมา ฉินหยุนก็ถามด้วยเสียงทุ้มต่ำ

"พวกเขาบอกว่า..."

เมื่อมองไปที่ใบหน้ามืดมนของฉินหยุน หลินเสี่ยวซีก็รู้สึกประหม่าขึ้นโดยไม่รู้ตัว เธอไม่กล้าพูดเรื่องไร้สาระและพูดแต่สิ่งที่เธอได้ยินมาออกมาตรงๆ

แม้ว่าจะมีเนื้อหาไม่มากนัก แต่ฉินหยุนก็รับรู้ได้อย่างรวดเร็วว่าทั้งสองคนมาออกเดทกัน

หูซานซานมีแฟนที่ชื่อฉินเสี่ยวเทาอยู่แล้ว แต่ก็ยังมาเดทกับผู้ชายคนอื่น!

เมื่อเห็นใบหน้ามืดมนของฉินหยุน หลินเสี่ยวซีก็ไม่กล้าพูดอะไร

ในใจของเธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกปลงเล็กน้อย ‘สายตาของผู้หญิงคนนั้นแย่เกินไปไหม เธอไม่ต้องการแฟนที่รูปร่างสูงและหล่อเหลาเช่นนี้ แต่กลับไปหาลุงเลี่ยนคนนั้น"

เธอคร่ำครวญถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ผู้ชายหล่อเหลาไม่เป็นที่นิยมอีกต่อไป

เอาโทรศัพท์มือถือออกมา ฉินหยุนโอนเงินที่เหลืออีกสองร้อยหยวนและเงินสำหรับค่าบะหมี่ให้หลินเสี่ยวซี

เขามองดูหลินเสี่ยวซีจากไป ยืนเงียบๆอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาและโทรออกไปที่เบอร์ๆหนึ่งทันที

...

ในห้องส่วนตัวของร้านอาหารแห่งหนึ่ง ฉินหยุนสั่งอาหารและเบียร์มาเกือบเต็มโต๊ะ

ด้านนอกห้อง ฉินเสี่ยวเทากำลังเดินเข้ามา

"เสี่ยวหยุน ทำไมนายถึงเรียกฉันมาดึกจัง" ฉินเสี่ยวเทายิ้มขณะที่เขามองไปที่อาหารและเบียร์บนโต๊ะ

ฉินหยุนยืนขึ้นและชวนให้เขานั่งลง

"ช่วงนี้ผมไม่ค่อยว่างและก็ไม่ได้ดื่มกับพี่เสี่ยวเทามานานแล้ว เพราะงั้นก็เลยชวนพี่ออกมาดื่มซะหน่อย" ฉินหยุนกล่าว

เขาเทเบียร์และนั่งดื่มกับฉินเสี่ยวเทาสองคน

หลังจากจิบเข้าไปอึกหนึ่ง ฉินหยุนก็เอ่ยถามว่า "พี่เสี่ยวเทา ตอนนี้พี่กับหูซานซานเป็นยังไงบ้าง พี่จะแต่งงานกันเมื่อไร?"

เมื่อได้ยินคำถามของฉินหยุน ฉินเสี่ยวเทาก็เกาหัวแล้วพูดว่า "ซานซานเธอบอกว่าเธอยังไม่พร้อมที่จะแต่งงานน่ะ ตอนนี้เธอกำลังตัดสินใจอยู่ เพราะงั้นฉันก็เลยยังไม่แน่ใจเรื่องวันที่"

หลังจากพูดจบ เขาก็กล่าวเสริมว่า "ฉันไปดูบ้านในจงเหลียงหู่ไท่มาแล้วเมื่อวันก่อน และในอีกสองวันนี้ฉันก็วางแผนที่จะพาซานซานไปที่นั่นเพื่อเซอร์ไพรส์เธอ บางทีเธออาจจะเต็มใจแต่งงานเลยก็ได้" ฉินเสี่ยวเทากล่าวพร้อมกับยิ้มออกมา

หูซานซานต้องการมีบ้านเป็นของตัวเองมาโดยตลอด ถ้าเธอได้รู้ว่าเขากำลังจะซื้อบ้าน เธอต้องมีความสุขมากแน่นอน

เมื่อเห็นความปรารถนาและความคาดหวังของฉินเสี่ยวเทา ในใจของฉินหยุนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้าใจ

"พี่เสี่ยวเทา ดูเหมือนว่าพี่จะชอบหูซานซานมากจริงๆ พี่เคยคิดเกี่ยวกับวันที่พี่จะเลิกกับเธอและแต่งงานกับคนอื่นไหม?"

ฉินหยุนถามออกมาด้วยความไม่เต็มใจ

เมื่อได้ยินเช่นนี้ฉินเสี่ยวเทาก็ผงะไปครู่หนึ่ง เขาส่ายหัวและพูดว่า "ฉันไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลย"

เขายิ้มพลางกล่าวว่า "เสี่ยวหยุน ฉันชอบหูซานซานมากจริงๆ ชอบตั้งแต่ตอนที่ฉันยังเรียนอยู่ในวิทยาลัยแล้ว แต่ฉันไม่เคยกล้าสารภาพกับเธอเลย จนกระทั่งได้มาพบเธอที่นี่ ฉันรู้สึกราวกับว่ามันเป็นของขวัญจากพระเจ้าที่ประทานมาให้ฉันจริงๆ และในอนาคตฉันจะแต่งงานกับเธอแน่นอน"

เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ฉินหยุนก็พูดอะไรไม่ออกและไม่รู้ว่าจะพูดอะไรไปสักครู่

เมื่อสังเกตเห็นท่าทางของฉินหยุน ฉินเสี่ยวเทาจึงถามอย่างสงสัยว่า "เสี่ยวหยุน นายมีอะไรจะพูดกับฉันไหม?"

ในเวลานี้เขาสังเกตเห็นว่าฉินหยุนมีท่าทีผิดปกติ

ฉินหยุนพยักหน้า มองไปที่ลูกพี่ลูกน้องของเขาและบอกสิ่งที่เขาได้เห็นมาก่อนหน้านี้ทั้งหมด

ไม่ว่าความจริงมันจะเป็นเช่นไร เขาก็รู้สึกว่าไม่ควรจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับจากฉินเสี่ยวเทา สำหรับวิธีแก้ปัญหานั้นมันก็ขึ้นอยู่กับตัวของฉินเสี่ยวเทาเอง

(จบตอน)