เมื่อสักครู่นี้เจียงอีส่งข้อความมาถามเกี่ยวกับสถานที่ที่จะไป แต่หลังจากรออยู่หลายนาทีจ้าวคังฮ่าวก็ยังไม่ตอบกลับมา
ในความคิดของเธอ แม้ว่าเธอจะตอบว่าไม่อยากออกไปเที่ยว แต่อย่างน้อยอีกฝ่ายก็ไม่ควรหายไปดื้อๆแบบนี้สิ?
"เดี๋ยวก่อนอีอี มันไม่ใช่แบบนั้น มีบางอย่างเกิดขึ้นกับหลิวซิน ฉันเลยลืมตอบข้อความของเธอ" จ้าวคังฮ่าวรีบอธิบาย
เมื่อตอนที่เจียงอีส่งข้อความกลับมาเขากำลังคุยโทรศัพท์อยู่ หลังจากที่เขาโทรหาหลิวซินและไม่มีใครรับสาย เขาก็โทรหาฉินหยุนต่ออีกครั้งทันที และเขาก็ลืมตอบกลับข้อความของเธอ
"หลิวซิน?"
ในหอพักหญิงห้อง 406 เจียงอีกล่าวด้วยความสงสัย "ฉันก็พอรู้อยู่บ้าง ได้ยินมาว่าน้องสาวของเขาป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว"
เหล่าสาวๆในหอพักหญิงต่างก็รู้เกี่ยวกับสถานการณ์ของหลิวซินเช่นกัน
นอกจากพวกเธอ คนในชั้นเรียนของพวกเธอก็ยังรู้เรื่องนี้ด้วย เพราะว่าที่ปรึกษาเจียงเล่ยได้ขอให้คนอื่นๆช่วยบริจาคเงินเล็กน้อยให้กับหลิวซิน
"ไม่ใช่เรื่องนั้น แต่เป็นเรื่องที่เขากำลังทำงานอยู่ในไซต์ก่อสร้างและตกลงมาจากตึก" จ้าวคังฮ่าวกล่าวอย่างรวดเร็ว "เดี๋ยวฉันจะส่งลิงก์วิดีโอในโต่วอินให้เธอดู"
"อะไรนะ! เขาตกจากตึกที่ไซต์ก่อสร้าง?!"
เจียงอีตกใจมาก เสียงอุทานของเธอยังไปกระตุ้นความสงสัยของจางเสี่ยวเยว่ จ้าวฉิงและคนอื่นๆในห้องพักอีกด้วย
"อีอี ใครตกจากตึกที่ไซต์ก่อสร้างเหรอ?"
จางเสี่ยวเยว่และคนอื่นๆเอ่ยถามด้วยความสงสัย
แต่เจียงอีไม่ได้กล่าวอะไรและกดวางสายไป เพียงสองวินาทีเสียงแจ้งเตือนวีแชตของเธอก็ดังขึ้น จากนั้นเธอก็กดลิงก์ที่ส่งมาโดยจ้าวคังฮ่าวและเปิดไปที่แอพโต่วอิน
วิดีโอหนึ่งปรากฏบนหน้าจอ ซึ่งเป็นวิดีโอคลิปอุบัติเหตุของหลิวซิน
"นั่นคือหลิวซินเหรอ!?"
"ใช่หลิวซินหรือเปล่าที่ตกลงมาจากตึกชั้นบน?"
เมื่อจางเสี่ยวเยว่ จ้าวฉิง หลินเมิ่งเมิ่งและคนอื่นๆได้เห็นฉากในวิดีโอทั้งหมด ใบหน้าของพวกเธอเปลี่ยนสีไปทันที
จางเสี่ยวเยว่เริ่มกดโทรศัพท์โทรหาหลี่หานอวี่ เพื่อสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์
หลังจากสนทนากันสองสามคำและวางสายโทรศัพท์ จางเสี่ยวเยว่ก็กล่าวว่า "ตอนนี้หานอวี่กับคนอื่นๆกำลังมุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาล เราก็ไปเยี่ยมหลิวซินที่โรงพยาบาลกันเถอะ"
"ตกลง"
คนในห้องพักพยักหน้าโดยไม่ลังเล
คนจากทั้งสองหอพักเคยไปไหนมาไหนด้วยกันอยู่หลายครั้ง แม้ว่าหลิวซินจะเป็นคนเงียบๆและไม่ค่อยพูดจากับพวกเธอมากนัก แต่ตอนนี้เมื่อมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แถมจ้าวคังฮ่าวกับหลี่หานอวี่ก็เดินทางไปเยี่ยมเขาแล้ว พวกเธอก็ต้องไปเช่นกัน
สาวๆหลายคนรีบออกเดินทางพร้อมกัน
...
ภายในโรงพยาบาล จ้าวคังฮ่าวและคนอื่นๆซื้อของมามากมาย
"หลิวซิน นายสบายดีไหม?"
"ตอนนี้อาการบาดเจ็บของนายเป็นยังไงบ้าง?"
เมื่อจ้าวคังฮ่าวและคนอื่นๆมาถึง พวกเขาก็เอ่ยถามออกมาทันที
"ฉันสบายดี" หลิวซินส่ายหัวพลางกล่าวว่า "ตอนนี้ฉันหายดีแล้ว"
อาการบาดเจ็บของเขาไม่ได้ร้ายแรงมากนัก และเขาก็พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมา 2-3 วันแล้ว แม้ว่าจะยังไม่สามารถออกแรงได้เหมือนตอนปกติ แต่อย่างน้อยการขยับร่างกายของเขาก็ไม่มีปัญหาอะไร
เขากำลังจะเดินไปหาพ่อกับแม่ของเขา
"พี่จ้าว พี่หลี่ อย่าบอกพ่อกับแม่เรื่องที่ฉันตกตึกนะ" หลิวซินกล่าวขึ้นอย่างรวดเร็ว
จ้าวคังฮ่าวและคนอื่นๆมองหน้ากัน จากนั้นก็พยักหน้าและกล่าวว่า "เอาล่ะ รอสักแป๊บ ทำขั้นตอนออกจากโรงพยาบาลเสร็จเดี๋ยวเราเดินไปกับนายเอง"
หลังจากกล่าวอีกสองสามคำ จ้าวคังฮ่าวและคนอื่นๆก็เดินออกไป ขณะนี้รอยยิ้มบนใบหน้าของพวกเขาได้หายไปหมดแล้ว
"เฮ้อ.. เห็นท่าทางของหลิวซินแล้วก็นึกถึงน้องสาวของเขาที่ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวอยู่ ฉันรู้สึกเศร้าจริงๆ"
จ้าวคังฮ่าวถอนหายใจออกมา
"ฉันก็เหมือนกัน ก่อนหน้านี้หลิวซินเคยขอยืมเงินฉันไป ปกติครอบครัวของเขาฐานะความเป็นอยู่ก็ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว ตอนนี้ยังต้องมาเจอเรื่องแบบนี้อีก"
หลี่หานอวี่ส่ายหัว
หลายคนในหอพักหญิงต่างก็รู้สถานการณ์ของครอบครัวหลิวซิน ดังนั้นพวกเธอจึงเงียบไปโดยไม่รู้จะกล่าวอะไรออกมา
"ฉันว่าจะเอาเงินให้พ่อกับแม่ของหลิวซินสัก 5,000 หยวน และฉันไม่ต้องการให้พวกเขาใช้คืน"
หลังจากสนทนากันอีกไม่กี่คำ จ้าวคังฮ่าวก็กล่าวขึ้นมาทันที
"ฉันสมทบเพิ่มอีกสามพัน"
หลังจากที่เขากล่าวจบ หลี่หานอวี่ก็กล่าวขึ้นทันทีเช่นกัน
เฉิงต้าสงยังกล่าวเสริมว่า "ฉันมีเงินไม่มาก แต่ฉันจะสมทบให้อีกหนึ่งพัน"
"เราก็จะช่วยออกเงินอีกเล็กน้อยด้วย"
เมื่อเห็นคนอื่นๆในหอพักชายกล่าวขึ้นมาเช่นนี้ จางเสี่ยวเยว่และคนอื่นๆในหอพักหญิงก็กล่าวขึ้นมาเช่นกัน
"ไปถอนเงินจากที่ธนาคารกันก่อนเถอะ"
จากนั้นคนทั้งกลุ่มในสองหอพักก็ไปที่ธนาคารใกล้ๆโรงพยาบาลแล้วถอนเงินออกมาบางส่วน
สุดท้ายคนในหอพักทั้งสองก็รวมเงินกันได้ 17,000 หยวน
แม้ว่าพวกเขาจะเห็นอกเห็นใจกับสถานการณ์ที่หลิวซินต้องเผชิญ แต่พวกเขาก็มีเงินไม่มากนัก จะให้พวกเขาขอเงินจากครอบครัวเพื่อมาช่วยหลิวซินก็ดูจะไม่ใช่เรื่องสักเท่าไร
"ฉันจะซื้ออาหารบางอย่างและใส่เงินลงไปในถุง" จ้าวคังฮ่าวกล่าว
ไม่นานหลังจากนั้นพวกเขาก็กลับไปหาหลิวซินและยื่นถุงใส่ของให้กับอีกฝ่าย
"พี่จ้าว?"
เมื่อมองไปที่เงินในถุง น้ำเสียงของหลิวซินก็สะอึกเล็กน้อย
"หลิวซิน รับมันไปเถอะ" จ้าวคังฮ่าวและคนอื่นๆเอ่ยเกลี้ยกล่อม
ในที่สุดหลิวซินก็พยักหน้ายอมรับเงินและพูดขอบคุณพวกเขาอยู่นาน
หลังจากเสร็จขั้นตอนต่างๆของการออกจากโรงพยาบาลแล้วพวกเขาก็จากไป พาหลิวซินเดินไปที่อาคารผู้ป่วยที่น้องสาวของเขารักษาตัวอยู่
แม้พวกเขาจะอยู่ในโรงพยาบาลเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้อยู่ในอาคารเดียวกัน
เมื่อเห็นหลิวซิน จ้าวคังฮ่าว และคนอื่นๆที่กำลังเดินนำหน้า สาวๆหลายคนในหอพักหญิงด้านหลังก็อดไม่ได้ที่จะพูดคุยกันด้วยเสียงเบา
"หลิวซินน่าสงสารมากจริงๆ" เจียงอีอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมา
"ใช่แล้ว น้องสาวของเขาป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวและเขาก็ต้องขอยืมเงินจากทุกคนเพื่อไปรักษาเธอ แถมยังต้องไปทำงานที่ไซต์ก่อสร้างเพื่อหาเงิน แต่กลับเกิดอุบัติเหตุตกจากตึกจนต้องเจ็บตัวอีก"
จ้าวฉิงส่ายหัวของเธอ เธอกล่าวพลางถอนหายใจออกมา
แม้ว่าพวกเขาจะเป็นคนธรรมดา แต่ก็มีชีวิตอย่างปกติดี และพวกเขาก็ไม่ได้โชคร้ายเหมือนกับหลิวซิน
อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยพวกเขาก็ยังมีความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น แต่ก็ไม่มีอะไรที่พวกเขาสามารถทำได้มากกว่านี้
"หืม? ฉินหยุน?"
ในขณะนี้เอง จู่ๆร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าพวกเขา คนๆนั้นก็คือฉินหยุนที่เพิ่งมาถึงโรงพยาบาล
ในเวลานี้ฉินหยุนมาพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง เธออายุประมาณ 26-27 ปี ผู้หญิงคนนั้นแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ดูเป็นทางการ ซึ่งใบหน้าของเธอก็คุ้นเคยกันดี เธอก็คือหลินเยว่ซานนั่นเอง
เมื่อเห็นฉินหยุน หลินเมิ่งเมิ่งก็รีบวิ่งเข้าไปหาเขาทันที
"พี่ฉิน"
และเมื่อหลิวซินได้เห็นฉินหยุน ใบหน้าของเขาก็แสดงความรู้สึกขอบคุณออกมา ก่อนหน้านี้ฉินหยุนเคยให้เขายืมเงินหลายหมื่นหยวน แถมฉินหยุนก็ยังช่วยเก็บเรื่องที่เขาตกตึกไว้เป็นความลับจากพ่อและแม่ของเขาจนมาถึงตอนนี้
ฉินหยุนพยักหน้าให้ทุกคน เขาไม่ได้กล่าวอะไรมาก แต่ผายมือไปที่ผู้หญิงที่ยืนข้างๆ จากนั้นก็แนะนำเธอ "หลิวซิน นี่คือคุณหลินเยว่ซาน เธอมาจากแบรนด์เสื้อผ้าเทียนหยุน ตอนนี้เธอมีอะไรจะถามนายหน่อย"
หลินเยว่ซานมองไปที่ฉินหยุน ซึ่งเป็นเจ้านายของเธอ เธอรู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเล็กน้อย
ฉินหยุนไม่ต้องการดึงดูดความสนใจจากคนในมหาลัย ดังนั้นหากไม่จำเป็นเขาก็จะไม่เปิดเผยตัวตนของเขาออกมา
"สวัสดีหลิวซิน ฉันชื่อหลินเยว่ซาน" หลินเยว่ซานมองไปที่หลิวซินพลางแนะนำตัวด้วยรอยยิ้ม
"แบรนด์เสื้อผ้าเทียนหยุน นั่นใช่ชื่อของร้านขายเสื้อผ้าที่เราเคยเห็นหรือเปล่า?"
"ตอนนี้เทียนหยุนมีสาขาร้านค้ามากถึงสิบสองแห่งแล้ว และก็ใหญ่มากด้วย ทำไมคนของพวกเขาถึงมาหาหลิวซินล่ะ?"
"เสี่ยวเค่อ เธอรู้หรือเปล่า?"
เจียงอี จางเสี่ยวเยว่ และคนอื่นๆเต็มไปด้วยความสงสัย พวกเธอรู้เกี่ยวกับแบรนด์เสื้อผ้าเทียนหยุนเช่นกัน และพวกเธอก็เคยถามเรื่องต่างๆที่เกี่ยวกับบริษัทแห่งนั้นกับโจวเสี่ยวเค่อมาก่อน
เพราะว่าโจวเสี่ยวเค่อกำลังทำงานอยู่ในร้านเสื้อผ้าเทียนหยุน
ในขณะนี้โจวเสี่ยวเค่อก็กำลังมองไปที่ฉินหยุนอย่างเงียบๆ คนอื่นๆในหอพักอาจจะไม่รู้ แต่เธอรู้ว่าฉินหยุนนั้นเป็นบอสของเทียนหยุนตัวจริงเสียงจริง
หลินเยว่ซานคนนี้ก็ต้องเป็นคนที่ถูกส่งมาจากฉินหยุนแน่นอน
"สวัสดีครับ"
เมื่อมองไปที่หลินเยว่ซานที่แต่งกายด้วยชุดสูททางการ หลิวซินก็เอ่ยด้วยความระมัดระวังเล็กน้อย
นอกจากนี้แววตาของเขายังมีร่องรอยของความสงสัยอยู่ด้วย เขาไม่รู้ว่าหลินเยว่ซานจะถามอะไรจากเขา
หลินเยว่ซานยิ้ม ดูเหมือนว่าเธอจะสามารถมองเห็นความสงสัยของเขาได้ เธอจึงอธิบายว่า "หลิวซิน บริษัทเทียนหยุนของเรากำลังวางแผนที่จะทำการกุศลบางอย่าง และเราได้รู้เกี่ยวกับสถานการณ์ของน้องสาวของคุณผ่านทางอินเทอร์เน็ต หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ทางเราตัดสินใจเลือกน้องสาวของคุณเป็นคนแรกในการให้ความช่วยเหลือจากแผนกการกุศลของเรา"
(จบตอน)
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved