สรุปแล้วโจวเสี่ยวเค่อก็ไม่ได้กล่าวถึงร้านเสื้อผ้าเทียนหยุนเลย
ในเวลาต่อมา ร้านเสื้อผ้าเทียนหยุนยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องด้วยความเร็วคงที่ ซึ่งในอนาคตเทียนหยุนจะกลายเป็นบริษัทชั้นนำของโลกแน่นอน แต่ตอนนี้พวกเขากำลังอยู่ในขั้นตอนของการหยั่งรากปูพื้นฐาน และกำลังรวบรวมความแข็งแกร่งของตนเองอย่างเงียบๆ
วันนี้มีเรียนในตอนเช้าสองวิชา และตอนบ่ายอีกสองวิชา หลังจากชั่วโมงเรียนในช่วงเช้าจบลง ฉินหยุน จ้าวคังฮ่าว และคนอื่นๆก็ไปที่โรงอาหารเพื่อทานอาหารกัน จากนั้นก็กลับไปที่หอพักชาย
ทันทีที่พวกเขากลับมาถึงห้องพัก โจวผานก็รีบเปิดคอมพิวเตอร์และเริ่มเตรียมอัปโหลดนิยายตอนใหม่
"โจวผาน นิยายที่นายเขียนเป็นยังไงบ้าง?" หลี่หานอวี่เหลือบมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ของโจวผาน เมื่อเห็นว่าเขาเปิดหน้าเว็บของผู้เขียนขึ้นมา เขาจึงเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
โจวผานกล่าวด้วยรอยยิ้มขณะที่กำลังรัวนิ้วมือลงบนแป้นพิมพ์ว่า "ฉันจะเริ่มวางขายในตอนเที่ยงของวันนี้แล้ว"
ในเดือนกันยายนเขาขอลาหยุดจากการฝึกทหาร และศึกษาวิธีเขียนนิยายอยู่ในห้องพัก หนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ เขาเขียนได้มากกว่า 250,000 คำแล้ว และบังเอิญว่าตอนที่จะเริ่มวางขายตรงกับวันนี้พอดี
"จริงดิ!" เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่หานอวี่ก็โน้มตัวไปข้างหน้าทันที
ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น จ้าวคังฮ่าว เฉิงต้าสง และคนอื่นๆ ต่างก็ยื่นหน้าออกมาดูเช่นกัน
"นายจะได้รับเงินหลังจากวางขายเลยไหม?" เฉิงต้าสงเอ่ยถาม
ก่อนหน้านี้เขาได้เรียนรู้หลายอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว
"อืม น่าจะได้แหละถ้ามีคนเปิดอ่าน แต่จะได้เท่าไรก็อยู่ที่ระดับความสามารถล้วนๆ" โจวผานกล่าวพลางหัวเราะออกมา
พอถึงเวลาเที่ยงวัน เขาก็เริ่มอัปเดตนิยายห้าตอนติดต่อกัน หลังจากนั้นเขาก็ตั้งค่าให้ผู้อ่านต้องกดซื้อนิยายก่อนถึงจะอ่านตอนใหม่ได้
ในชั้นเรียนตอนช่วงบ่าย เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเป็นครั้งคราว
ในตอนเย็นของวันเดียวกัน ยอดขายนิยายที่เขาเปิดขายวันแรกได้มาทั้งหมด 500 หยวน และในตอนเที่ยงของวันถัดมา ในที่สุดข้อมูลยอดขายนิยายภายในหนึ่งวันก็ออกมาแล้ว
900 หยวน!
ผลลัพธ์นี้แย่กว่าข้อมูลยอดขายนิยายของหลี่หานอวี่ตอนที่เขาลงขายครั้งแรกนิดหน่อยเท่านั้น!
"ไม่เลว ไม่เลว ในห้องพักของเรากำลังจะมีนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่คนที่สองแล้ว"
เมื่อได้ยินหลี่หานอวี่วิเคราะห์ผลลัพธ์นี้ จ้าวคังฮ่าวก็ถอนหายใจออกมา
"ใช่แล้วเสี่ยวพั่ง ถ้านายรักษาฝีมือการเขียนนิยายระดับนี้ไว้ บางทีในอนาคตนายอาจจะแซงหน้าฉันไปก็ได้" หลี่หานอวี่ยิ้มพลางกล่าวออกมา
ข้างๆเขา เฉิงต้าสงกำลังเต็มไปด้วยความอิจฉา ยิ่งตอนนี้ที่เขาได้ยินการวิเคราะห์ของหลี่หานอวี่ซึ่งคาดการณ์ไว้ว่าโจวผานอาจจะสามารถสร้างรายได้สามถึงสี่พันหยวนต่อเดือนเลยทีเดียว
สายตาของฉินหยุนที่เฝ้าดูอยู่ก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจเข่นกัน ในห้องพักของเขาต่างก็เต็มไปด้วยคนที่มีความสามารถ ตอนนี้มีนักเขียนนิยายที่มีผลการเรียนดีตั้งสองคน อันที่จริงความเป็นไปได้ของสิ่งนี้นั้นค่อนข้างต่ำ
เขาก็ชอบอ่านนิยายเช่นกัน จริงๆแล้วนักเขียนนิยายส่วนใหญ่นั้นสามารถหาได้ทั่วทุกที่ แต่มีไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ที่สามารถเขียนนิยายเลี้ยงชีพตัวเองได้
ในฐานะตัวหลักของเรื่องนี้ ใบหน้าของโจวผานเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เขากล่าวกับทุกคนว่า "ไปกันเถอะพี่น้อง วันนี้ฉันจะเลี้ยงพวกนายเอง เราจะไปที่ร้านของหัวหน้าชั้นเรียนเพื่อกินหม่าล่าทั่งกัน!"
"ให้ตายเถอะเสี่ยวพั่ง นิยายของนายได้รับความนิยมเยอะมาก แต่ทำไมถึงเลี้ยงพวกเราแค่หม่าล่าทั่งล่ะ?"
หลังจากโจวผานกล่าวจบ เฉิงต้าสงก็เอ่ยขึ้นทันที
โจวผานก็หัวเราะพลางกล่าวว่า "ไม่ใช่เพราะฉันยังไม่ได้รับเงินหรือไง? รอฉันได้เงินมาก่อน ฉันจะเลี้ยงอาหารดีๆให้กับเหล่าพี่น้องแน่นอน"
จากนั้นทั้งหกคนในห้องพักก็ออกเดินทางพร้อมกันเพื่อไปที่ร้านหม่าล่าทั่ง
"เฮ้ โจวผาน คนจากห้องพักของนายอยู่ที่นี่กันหมดหรือเปล่า?" เมื่อเห็นพวกเขามาถึงที่นี่ พนักงานของร้านก็ยิ้มพลางกล่าวขึ้นทันที ดูเหมือนว่าเธอจะคือลู่เสี่ยวเฟย เพื่อนในชั้นเรียนเดียวกัน
"เสี่ยวเฟย ไม่ต้องห่วงพวกเรา เธอไปทำงานต่อเถอะ" โจวผานกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ในเวลานี้ ฉินหยุนก็กำลังมองไปที่หน้าร้านอยู่ หน้าร้านทั้งหมดที่นี่ไม่ได้ใหญ่มากนัก ขนาดแค่ประมาณ 30 ตารางเมตรเท่านั้น มีห้องครัวขนาดเล็กอยู่ข้างในและโต๊ะยาวสองสามตัวที่ด้านนอก สิ่งเหล่านี้คือสิ่งอำนวยความสะดวกของร้านหม่าล่าทั่งทั้งหมด
ในขณะนี้ มีลูกค้าเจ็ดคนที่นั่งอยู่หน้าร้านเล็กๆแห่งนี้ และพนักงานหลายคนในร้านก็กำลังยุ่งอยู่กับการบริการลูกค้า
ภายในห้องครัวมีสาวที่สวยมากคนหนึ่งยืนอยู่ เธอก็คือหยูเล่อเหยา หัวหน้าชั้นเรียนของพวกเขานั่นเอง
ในเวลานี้ เมื่อหยูเล่อเหยาได้ยินเสียงของลู่เสี่ยวเฟย เธอก็มองไปข้างนอกร้าน จากนั้นก็เดินออกไปด้วยรอยยิ้ม
ทั้งหกคนรวมฉินหยุนต่างก็เริ่มสั่งอาหารต่างๆจากนั้นก็นั่งรอ หยูเล่อเหยาและลู่เสี่ยวเฟยก็มานั่งร่วมโต๊ะเพื่อพูดคุยกับพวกเขาเช่นกัน
โจวผานเริ่มกล่าวถึงนิยายและยอดขายหลังจากที่เปิดขายครั้งแรกของเขา เขายังแอบมองไปที่ใบหน้าของหยูเล่อเหยาเป็นครั้งคราว
แต่ตั้งแต่ต้นจนจบ บนใบหน้าของหยูเล่อเหยามีแค่รอยยิ้มประดับอยู่จางๆ ไม่ได้มีอารมณ์อื่นใดเลย
"ฉินหยุน ดูร้านหม่าล่าทั่งของหยูเล่อเหยาสิ ธุรกิจดีมากใช่ไหมล่ะ?"
ในตอนนี้เอง ลู่เสี่ยวเฟยที่รู้สึกไม่พอใจฉินหยุนที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ลงทุนร้านหม่าล่าทั่งกับหยูเล่อเหยา เธอก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวโอ้อวดขึ้น
ฉินหยุนรู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องนี้
"เสี่ยวเฟย"
หยูเล่อเหยารีบดึงลู่เสี่ยวเฟยกลับมา จากนั้นก็กล่าวขอโทษกับฉินหยุน
หลังจากรับประทานอาหารกันเสร็จแล้ว เหล่ารูมเมทต่างก็พากันกลับไปที่หอพัก ส่วนฉินหยุนก็นัดให้เซียวหลานออกมาหา
หลังจากเจอหน้ากันแล้ว ฉินหยุนก็จับมือเธอราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติ แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้ไปไหนไกล แถมยังบังเอิญพบกับจ้าวคังฮ่าวและหลี่หานอวี่ที่เพิ่งแยกทางกันเมื่อสักครู่อีกด้วย
ในเวลานี้ ทั้งเจียงอีและจางเสี่ยวเยว่ต่างก็อยู่ข้างๆพวกเขาทั้งคู่ ซึ่งดูเหมือนว่าคู่รักทั้งสองคู่นี้กำลังจะไปช้อปปิ้งกัน
เมื่อเห็นว่าฉินหยุนเดินเข้ามาใกล้และเขากำลังจับมือของเซียวหลานอยู่ จ้าวคังฮ่าวกับหลี่หานอวี่ก็ทำหน้าตาดูคลุมเครือทันที
ฉินหยุนทักทายพวกเขาและก็เดินจากไป
"ฉันบอกแล้ว ระหว่างฉินหยุนกับเพื่อนร่วมชั้นมอปลายของเขาต้องมีบางอย่างแน่ๆ" เมื่อเห็นฉินหยุนเดินจากไปไกลแล้ว จ้าวคังฮ่าวก็หัวเราะหึหึทันที
หลี่หานอวี่ถอนหายใจออกมา "ฉินหยุนใจร้ายชะมัด ก่อนหน้านี้ฉันถามเขาตอนที่อยู่ในห้องพัก แต่เขาก็ไม่บอกอะไรเลย"
ทั้งสองคนต่างก็พากันถอนหายใจออกมา แต่สำหรับจางเสี่ยวเยว่ เธอรู้สึกเศร้าใจหน่อยๆ
"เห้อ สงสัยเมิ่งเมิ่งของเราคงต้องอกหักแล้ว"
ก่อนหน้านี้ฉินหยุนนั้นยังไม่เคยบอกว่าเขามีแฟน หลินเมิ่งเมิ่งจึงยังรู้สึกว่าเธอมีความหวังอยู่ แต่ตอนนี้ดูแล้วไม่น่าจะเหลือความหวังอะไรแล้วล่ะ
...
วันต่อมา เฉิงต้าสงก็ต้องการเชิญคนจากทั้งสองหอพักไปทานอาหารค่ำพร้อมกัน
"ฉินหยุน ต้าสงกำลังจะไปสารภาพรักกับรุ่ยเฉินฉี" จ้าวคังฮ่าวกล่าวออกมาเบาๆ
"สารภาพรัก?" เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฉินหยุนก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
อันที่จริงแล้ว คนทั้งหกจากห้องพักแห่งนี้ หลี่หานอวี่คบกับจางเสี่ยวเยว่ จ้าวคังฮ่าวก็สารภาพรักกับเจียงอีได้สำเร็จ ส่วนฉินหยุนนั้นในสายตาของทุกคนเขายังถือว่าโสดอยู่ และเหลืออีกสามคนในห้องพักแห่งนี้ที่ยังไม่มีคู่เช่นกัน
หลิวซินนั้นดูผอมและตัวเล็กเหมือนเด็กผู้หญิง ส่วนโจวผานก็อ้วนและสูงเพียง 1.7 เมตรเท่านั้น เป็นเรื่องยากมากที่พวกเขาจะสลัดความโสดทิ้งไปได้
สำหรับเฉิงต้าสง เขาแข็งแรงมาก และยังสูงถึง 1.8 เมตรอีกด้วย ในใจของเขาเอง เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าฉินหยุนและจ้าวคังฮ่าวเลย
ในตอนที่เขาอยู่โรงเรียนมัธยม เขายังอยู่ในอันดับต้นๆของโรงเรียน แถมยังเคยได้รับจดหมายรักอีกด้วย
แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ที่เฉิงต้าสงจะกล่าวเรื่องนี้กับคนอื่น แต่นี่คือสิ่งที่เขาคิดอยู่ในใจจริงๆ
ตอนนี้ฉินหยุนและคนอื่นๆยังโสดอยู่ เขาจึงรู้สึกกังวลนิดหน่อย ดังนั้นจึงต้องรีบ
ซึ่งช่วงนี้ความสัมพันธ์ของเขากับรุ่ยเฉินฉีก็กำลังดีมากขึ้นเรื่อยๆ
ก่อนหน้านี้ในคณะมีการจัดแข่งขันเกมบาสเก็ตบอลขึ้น เนื่องจากเขาตัวสูง เขาจึงมีข้อได้เปรียบอย่างมาก และเขาก็มีโอกาสได้ดังค์ลูกบาส ซึ่งทำให้เหล่าสาวๆในชั้นเรียนถึงกับกรีดร้องออกมา หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของเขากับรุ่ยเฉินฉีก็ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น
ตอนนี้เขารู้สึกว่าเขามีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการสารภาพรักกับเธอมาก
...
ภายในห้องส่วนตัวของร้านอาหารแห่งหนึ่ง ผู้คนจากทั้งสองหอพักต่างก็มารวมตัวกันที่นี่
"มาๆทุกคน สั่งให้เต็มที่เลยนะวันนี้" เฉิงต้าสงกล่าวด้วยรอยยิ้ม เขาเอ่ยทักทายทุกคน
พวกเขาส่วนใหญ่ต่างก็ได้รับการบอกเล่าโดยจ้าวคังฮ่าวมาก่อน และฉินหยุนกับหลี่หานอวี่ พวกเขาก็ถูกชวนมาเช่นกัน
ท้ายที่สุดแล้วหลี่หานอวี่ก็เขียนนิยายเพื่อหาเงินได้ ส่วนฉินหยุนก็ได้รับรางวัลเป็นรถยนต์ ดังนั้นพวกเขาจึงถือว่าร่ำรวย
"เฉิงต้าสง งั้นวันนี้เราจะไม่เกรงใจนายแล้วนะ" จางเสี่ยวเยว่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
(จบตอน)
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved