ตอนที่ 218

ในหนึ่งวัน ซุนเซียงขายเสื้อผ้าที่เธอออกแบบได้ทั้งหมด 4 ตัว

นอกจากนี้ยังมีข่าวเกี่ยวกับเสื้อผ้าของเธอในร้านค้าสาขาอื่นๆอีกด้วย ซึ่งเสื้อผ้าที่เธอออกแบบสามารถขายได้ทั้งหมด 13 ตัว

กล่าวอีกนัยหนึ่ง เสื้อผ้าของเธอที่ถูกนำไปวางขายในร้านค้าแต่ละแห่ง รวมแล้วขายได้ทั้งหมด 17 ตัว

ต้องรู้ไว้ก่อนว่า ร้านเสื้อผ้าหานลู่จัดวางสินค้าเหล่านี้ให้อยู่ในตำแหน่งที่โดดเด่นที่สุด แต่สถานการณ์การขายก็ยังไม่ดีเท่าที่ควรนัก

ในเวลานี้ใบหน้าของซุนเซียงดูอัปลักษณ์อย่างเห็นได้ชัด ตอนแรกเธอมาที่นี่ด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยม แต่ภายในหนึ่งวัน ความคาดหวังทั้งหมดของเธอก็หายวับไป

ที่ยืนข้างเธอ ซุนเจียเจียก็รู้สึกเศร้าใจเล็กน้อยเช่นกัน

สำหรับเจียงเสี่ยวเว่ยเธอไม่ได้อยู่ที่นี่ ซึ่งเธอออกไปตั้งแต่ตอนเที่ยงแล้ว

"ซุนเซียง"

ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น จากนั้นหญิงสาวผมสั้นคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในร้าน เมื่อมองไปที่ใบหน้าของเธอ เธอก็คือซ่งอวี่ซึ่งตอนนี้เป็นหัวหน้าแผนกออกแบบของโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าเทียนหยุนนั่นเอง

ซ่งอวี่เอ่ยถามพร้อมๆกับยิ้มว่า "เสื้อผ้าของคุณขายดีไหม?"

ในเวลานี้เธอรู้สึกมีความสุขมาก เธอรู้ดีถึงสถานการณ์การขายเสื้อผ้าของซุนเซียงในวันนี้ ดังนั้นเธอจึงตั้งใจมาที่นี่เพื่อพูดเรื่องนี้โดยเฉพาะ

เสื้อผ้าของซุนเซียงขายได้แค่ 4 ตัวเท่านั้น แน่นอนว่ามันไม่เป็นที่นิยมเลย

การได้เห็นใบหน้าอัปลักษณ์ของซุนเซียง มันทำให้เธอรู้สึกมีความสุขมาก

ตอนนี้ที่ร้านเสื้อผ้าเทียนหยุน เสื้อผ้าที่เธอเป็นคนออกแบบนั้นขายดีมาก

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเธอมักจะถูกซุนเซียงสะกดข่มมาโดยตลอด แม้แต่ในร้านเสื้อผ้าเทียนหยุนก่อนหน้านี้ซุนเจียเจียก็ถึงขั้นพูดจาแซะเธอด้วยซ้ำ เธอรู้สึกพูดอะไรไม่ออกและเศร้าใจมาก

แต่ตอนนี้บทบาทของทั้งสองฝ่ายสลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

"ซ่งอวี่ อย่ามาพูดประชดประชันเรา!" เมื่อได้ยินคำพูดของซ่งอวี่ ซุนเจียเจียก็กล่าวขึ้นด้วยความโกรธ

"ฉันพูดประชดประชันอะไร?"

ซ่งอวี่ยิ้มและพูดว่า "พวกคุณเลือกที่จะออกจากเทียนหยุนเอง และที่ตอนนี้พวกคุณเป็นแบบนี้ก็เป็นเพราะความผิดของพวกคุณ พวกคุณจะไปโทษใครได้"

"หึ นี่ก็แค่วันแรก เสื้อผ้าที่พี่สาวของฉันออกแบบยังดีกว่าของเธอมากแน่นอน" ซุนเจียเจียพูดด้วยความโกรธ

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซ่งอวี่ก็ไม่โกรธแต่อย่างใด เธอยิ้มและกล่าวว่า "งั้นฉันจะรอดู"

"เจียเจีย ไปกันเถอะ"

ในขณะนี้สีหน้าของซุนเซียงน่าเกลียดมาก เธอไม่สนใจซ่งอวี่และพาซุนเจียเจียออกจากที่นี่ทันที เมื่อมองไปที่แผ่นหลังของเธอจะเห็นได้ว่าเธอกำลังสั่นเพราะรู้สึกเสียหน้า

"พี่คะ"

เดินอยู่บนถนน ซุนเจียเจียอดไม่ได้ที่จะเอ่ยเรียก

ในเวลานี้ซุนเซียงรู้สึกเหม่อเล็กน้อย เธอเคยเป็นดีไซเนอร์ที่ยูนิโคล่มาก่อน และยอดขายเสื้อผ้าที่เธอออกแบบก็พอใช้ได้ แต่หลังจากเข้าสู่โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าเทียนหยุนมันก็กลายเป็นที่นิยมมากทันที

ซึ่งมันก็เกิดขึ้นกับทุกดีไซน์ที่เธอออกแบบมา เมื่อเป็นเช่นนี้ทางโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าเทียนหยุนก็ผลิตเสื้อผ้าดีไซน์ของเธอออกมามากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งยอดขายที่น่าอัศจรรย์และคำเยินยอจากผู้คนรอบข้าง ทำให้เธอค่อยๆลืมสถานการณ์ตอนที่อยู่ในยูนิโคล่ไปและรู้สึกว่าตัวเองคืออันดับหนึ่ง ถึงขั้นที่เธอคิดว่าแม้ว่าเธอจะเข้าไปใน Anta หรือโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าชื่อดังอื่นๆ เธอก็สามารถทำให้เสื้อผ้าที่เธอออกแบบกลายเป็นที่นิยมได้ เธอรู้สึกว่าดีไซน์ที่เธอออกแบบมานั้นสอดคล้องกับรสนิยมของลูกค้าส่วนมาก

แต่ตอนนี้เมื่อเธอออกจากเทียนหยุนความจริงก็ต่อยเข้าที่หน้าของเธอจังๆ

ดีไซน์เสื้อผ้าที่เป็นที่นิยมของเธอกลายเป็นจืดชืดไปในทันที แม้ว่ามันจะขายได้มากกว่าของคนอื่นๆเล็กน้อย แต่ก็เทียบกับเมื่อก่อนไม่ได้เลย

"พี่คะ" เสียงของซุนเจียเจียแว่วเข้ามาในหูของเธอ และซุนเซียงก็กลับมารู้สึกตัวอีกครั้ง

"พี่คะ พี่โอเคไหม?" ซุนเจียเจียถามอย่างเป็นห่วง

เธอรู้ว่าวันนี้พี่สาวของเธอต้องได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างหนัก

"พี่ไม่เป็นไร"

ซุนเซียงสูดหายใจเข้าลึกๆ เธอส่ายศีรษะแล้วกล่าวออกมา

"เฮ้อ.. ถ้าเรารู้ว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้ เราอยู่ในโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าเทียนหยุนต่อดีกว่า" ซุนเจียเจียกล่าวด้วยความคับข้องปนความเสียใจ

ตอนนี้พวกเธอเปลี่ยนงานแล้ว เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ในปัจจุบัน เงินเดือนที่ได้อาจจะไม่สูงเท่ากับที่เคยได้ในโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าเทียนหยุน

"เจียเจีย ตอนที่ซ่งอวี่มาดูเรื่องตลกของเรา เธอพูดถูก นี่แค่วันแรกเท่านั้น"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซุนเซียงก็พูดขึ้นเบาๆว่า "นี่แค่หนึ่งในสามสิบของเดือน มันยังเหลือเวลาอีกมาก แค่หนึ่งวันมันพิสูจน์อะไรไม่ได้เลย"

เห็นได้ชัดว่าเธอยังไม่รู้สึกว่าตนเองล้มเหลว

...

ในอาคารสำนักงานของหานลู่ ซุนเฉียนมองไปที่ผู้จัดการหลินหู่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

"เทียนหยุนเปิดร้านเพิ่มอีกสามสาขารอบๆร้านเสื้อผ้าหานลู่ของเรา?"

เธอเพิ่งได้ทราบข่าวนี้เมื่อสักครู่นี่เอง

"ใช่ครับผู้อำนวยการซุน" หลินหู่พยักหน้าและพูดว่า "และธุรกิจของทั้งสามร้านนั้นก็กำลังเฟื่องฟูมาก"

ซุนเฉียนขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะที่เธอดูเอกสารที่เขาส่งให้

ตอนนี้เธอกำลังเฝ้ารออย่างเงียบๆเพื่อมองหาจุดอ่อนของเทียนหยุน แต่ทำอย่างไรเธอก็หาไม่พบเลย

หานลู่ได้ปิดร้านสาขาในจินหลิงไปแล้ว และได้เป็นฝ่ายยอมถอยเพื่อหลีกเลี่ยงพวกเขาก่อน แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเทียนหยุนจะยังคงไม่ยอมปล่อยมือและติดตามหานลู่อย่างใกล้ชิด

สำหรับฉินหยุนที่มีค่ายกลรวบรวมโชคลาภ เขาไม่ต้องกังวลเรื่องผลกำไรเลย ที่เขาต้องทำก็มีแค่เลือกร้านทำเลดีๆเท่านั้น

และสถานที่ที่หานลู่เลือก ก็ล้วนเป็นถนนย่านการค้าที่ทำเลดี ดังนั้นฉินหยุนจึงไม่จำเป็นต้องเลือกเองให้ปวดหัว

ที่ใดมีน้ำค้างโปรยปราย ที่นั่นก็จะมีโชคแห่งสวรรค์ผลิบานโดยตรง [1]

ก่อนหน้านี้หานลู่ปราบปรามเขาอย่างหนักหน่วงและต้องการให้เทียนหยุนล้มละลาย แล้วเขาจะไม่ล้างแค้นได้อย่างไร?

ตอนนี้เขากำลังเข้าใกล้ไปทีละขั้น!

เมื่อเผชิญกับเทียนหยุนที่ฆ่าไม่ตาย เป็นไปไม่ได้เลยที่หานลู่จะสามารถยับยั้งพวกเขาได้

หลังจากครอบครองตลาดมณฑลเจียงซูแล้ว เทียนหยุนก็จะขยายไปยังมณฑลอานฮุยและมณฑลเจ้อเจียงเป็นอันดับต่อไป และในเวลานั้น ทำเลของหานลู่ก็จะยังคงเป็นตัวเลือกของเทียนหยุน!

กลยุทธ์ง่ายๆดำเนินการไปทีละขั้นตอน ฉินหยุนไม่กังวลเกี่ยวกับการโต้กลับของหานลู่เลย ยิ่งพวกเขาโต้กลับมากเท่าไรก็จะยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น

ซึ่งเป้าหมายสูงสุดของเขาก็คือการบีบหานลู่ให้ตายคามือ!

พวกแกอยากจะทำให้ฉันล้มละลาย งั้นฉันก็จะทำให้พวกแกล้มละลายเหมือนกัน!

"ผู้อำนวยการซุน เราควรทำยังไงดีครับ"

หลินหู่ถามต่อ "ทันทีที่ร้านขายเสื้อผ้าของพวกเขาเปิดขึ้น ร้านเสื้อผ้าหานลู่ของเราทั้งสามร้านในเมืองหรงหยาง ยอดขายก็ลดลงอย่างรวดเร็วเลยครับ"

เขาเองก็ไม่มีวิธีที่จะจัดการกับการกระทำของเทียนหยุนเช่นกัน ซึ่งทันทีที่ร้านค้าของเทียนหยุนเปิดขึ้น ผลกำไรของพวกเขาก็ลดลงทันที

เมื่อผลประกอบการในต้นเดือนหน้าออกมา พวกเขาจะต้องเผชิญกับความโกรธของทางสำนักงานใหญ่แบรนด์เสื้อผ้าหานลู่อย่างแน่นอน

ซุนเฉียนไม่ได้พูดอะไร ในเวลานี้เธอก็เริ่มรู้สึกถึงความรับมือยากของเทียนหยุนแล้วเช่นกัน

ไม่ว่าจะเป็นแข่งขันกับเทียนหยุนโดยใช้เงินทุนเหมือนที่จั่วหานเคยทำ หรือจัดกิจกรรมโปรโมทอย่างบ้าคลั่ง วิธีเหล่านี้ก็ใช้ไม่ได้ผลเลย แต่ไม่ว่าอย่างไรธุรกิจร้านขายเสื้อผ้าของพวกเธอก็ได้รับผลกระทบอย่างมากจากเทียนหยุน

เธอยังคิดหาวิธีดีๆที่จะใช้จัดการพวกเขาไม่ได้เลย

หรือว่าควรปิดร้านไปให้จบๆ? เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงพวกเขา?

แต่วิธีนี้เธอก็เคยทำมาก่อนแล้ว และตอนนี้ร้านเสื้อผ้าเทียนหยุนก็มาเปิดข้างๆร้านของพวกเธอ พวกเธอจะปิดอีกครั้งอย่างนั้นเหรอ? สิ่งนี้จะส่งผลเสียอย่างมากต่อชื่อเสียงของหานลู่

ซุนเฉียนคิดอย่างเงียบๆในใจ เธอรู้สึกราวกับว่าคู่ต่อสู้เป็นหมาป่าดุร้ายฝูงหนึ่ง

หลังจากยั่วยุเหยื่อสำเร็จ พวกเขาก็จะค่อยๆย่องตามไปโดยไม่สนใจอะไร จากนั้นพอเหยื่อเผลอก็จะวิ่งเข้ามากัดเนื้อชิ้นใหญ่ไปที่ละนิดๆ

คิดอยู่พักหนึ่ง ซุนเฉียนก็ยังรู้สึกว่าเธอไม่มีทางจัดการกับเทียนหยุนที่ธุรกิจกำลังเฟื่องฟูได้

หลินหู่รอเป็นเวลานานแต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบของซุนเฉียน

เขารู้สึกตกใจอย่างช่วยไม่ได้ ในตอนแรกเทียนหยุนส่งผลกระทบต่อธุรกิจของหานลู่ ดังนั้นหานลู่จึงเข้ามาจัดการด้วยตัวเอง เป็นผลให้ร้านเสื้อผ้าหานลู่ทั้ง 11 แห่งถูกปิดลงในเวลาแค่สองเดือน

แต่ตอนนี้เมื่อพิจารณาจากท่าทางของซุนเฉียน ดูเหมือนว่าเธอจะไม่สามารถจัดการเทียนหยุนได้เหมือนตอนนั้นแล้ว

แบรนด์เสื้อผ้าหานลู่ของพวกเขาที่มีมูลค่าตลาดมากกว่าหนึ่งพันล้านหยวน กลับไม่สามารถจัดการกับเทียนหยุนที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นในเวลาไม่กี่เดือน

(จบตอน)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

[1] หานลู่ = น้ำค้าง, เทียนหยุน = โชคแห่งสวรรค์