ในหนึ่งวัน ซุนเซียงขายเสื้อผ้าที่เธอออกแบบได้ทั้งหมด 4 ตัว
นอกจากนี้ยังมีข่าวเกี่ยวกับเสื้อผ้าของเธอในร้านค้าสาขาอื่นๆอีกด้วย ซึ่งเสื้อผ้าที่เธอออกแบบสามารถขายได้ทั้งหมด 13 ตัว
กล่าวอีกนัยหนึ่ง เสื้อผ้าของเธอที่ถูกนำไปวางขายในร้านค้าแต่ละแห่ง รวมแล้วขายได้ทั้งหมด 17 ตัว
ต้องรู้ไว้ก่อนว่า ร้านเสื้อผ้าหานลู่จัดวางสินค้าเหล่านี้ให้อยู่ในตำแหน่งที่โดดเด่นที่สุด แต่สถานการณ์การขายก็ยังไม่ดีเท่าที่ควรนัก
ในเวลานี้ใบหน้าของซุนเซียงดูอัปลักษณ์อย่างเห็นได้ชัด ตอนแรกเธอมาที่นี่ด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยม แต่ภายในหนึ่งวัน ความคาดหวังทั้งหมดของเธอก็หายวับไป
ที่ยืนข้างเธอ ซุนเจียเจียก็รู้สึกเศร้าใจเล็กน้อยเช่นกัน
สำหรับเจียงเสี่ยวเว่ยเธอไม่ได้อยู่ที่นี่ ซึ่งเธอออกไปตั้งแต่ตอนเที่ยงแล้ว
"ซุนเซียง"
ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น จากนั้นหญิงสาวผมสั้นคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในร้าน เมื่อมองไปที่ใบหน้าของเธอ เธอก็คือซ่งอวี่ซึ่งตอนนี้เป็นหัวหน้าแผนกออกแบบของโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าเทียนหยุนนั่นเอง
ซ่งอวี่เอ่ยถามพร้อมๆกับยิ้มว่า "เสื้อผ้าของคุณขายดีไหม?"
ในเวลานี้เธอรู้สึกมีความสุขมาก เธอรู้ดีถึงสถานการณ์การขายเสื้อผ้าของซุนเซียงในวันนี้ ดังนั้นเธอจึงตั้งใจมาที่นี่เพื่อพูดเรื่องนี้โดยเฉพาะ
เสื้อผ้าของซุนเซียงขายได้แค่ 4 ตัวเท่านั้น แน่นอนว่ามันไม่เป็นที่นิยมเลย
การได้เห็นใบหน้าอัปลักษณ์ของซุนเซียง มันทำให้เธอรู้สึกมีความสุขมาก
ตอนนี้ที่ร้านเสื้อผ้าเทียนหยุน เสื้อผ้าที่เธอเป็นคนออกแบบนั้นขายดีมาก
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเธอมักจะถูกซุนเซียงสะกดข่มมาโดยตลอด แม้แต่ในร้านเสื้อผ้าเทียนหยุนก่อนหน้านี้ซุนเจียเจียก็ถึงขั้นพูดจาแซะเธอด้วยซ้ำ เธอรู้สึกพูดอะไรไม่ออกและเศร้าใจมาก
แต่ตอนนี้บทบาทของทั้งสองฝ่ายสลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
"ซ่งอวี่ อย่ามาพูดประชดประชันเรา!" เมื่อได้ยินคำพูดของซ่งอวี่ ซุนเจียเจียก็กล่าวขึ้นด้วยความโกรธ
"ฉันพูดประชดประชันอะไร?"
ซ่งอวี่ยิ้มและพูดว่า "พวกคุณเลือกที่จะออกจากเทียนหยุนเอง และที่ตอนนี้พวกคุณเป็นแบบนี้ก็เป็นเพราะความผิดของพวกคุณ พวกคุณจะไปโทษใครได้"
"หึ นี่ก็แค่วันแรก เสื้อผ้าที่พี่สาวของฉันออกแบบยังดีกว่าของเธอมากแน่นอน" ซุนเจียเจียพูดด้วยความโกรธ
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซ่งอวี่ก็ไม่โกรธแต่อย่างใด เธอยิ้มและกล่าวว่า "งั้นฉันจะรอดู"
"เจียเจีย ไปกันเถอะ"
ในขณะนี้สีหน้าของซุนเซียงน่าเกลียดมาก เธอไม่สนใจซ่งอวี่และพาซุนเจียเจียออกจากที่นี่ทันที เมื่อมองไปที่แผ่นหลังของเธอจะเห็นได้ว่าเธอกำลังสั่นเพราะรู้สึกเสียหน้า
"พี่คะ"
เดินอยู่บนถนน ซุนเจียเจียอดไม่ได้ที่จะเอ่ยเรียก
ในเวลานี้ซุนเซียงรู้สึกเหม่อเล็กน้อย เธอเคยเป็นดีไซเนอร์ที่ยูนิโคล่มาก่อน และยอดขายเสื้อผ้าที่เธอออกแบบก็พอใช้ได้ แต่หลังจากเข้าสู่โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าเทียนหยุนมันก็กลายเป็นที่นิยมมากทันที
ซึ่งมันก็เกิดขึ้นกับทุกดีไซน์ที่เธอออกแบบมา เมื่อเป็นเช่นนี้ทางโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าเทียนหยุนก็ผลิตเสื้อผ้าดีไซน์ของเธอออกมามากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งยอดขายที่น่าอัศจรรย์และคำเยินยอจากผู้คนรอบข้าง ทำให้เธอค่อยๆลืมสถานการณ์ตอนที่อยู่ในยูนิโคล่ไปและรู้สึกว่าตัวเองคืออันดับหนึ่ง ถึงขั้นที่เธอคิดว่าแม้ว่าเธอจะเข้าไปใน Anta หรือโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าชื่อดังอื่นๆ เธอก็สามารถทำให้เสื้อผ้าที่เธอออกแบบกลายเป็นที่นิยมได้ เธอรู้สึกว่าดีไซน์ที่เธอออกแบบมานั้นสอดคล้องกับรสนิยมของลูกค้าส่วนมาก
แต่ตอนนี้เมื่อเธอออกจากเทียนหยุนความจริงก็ต่อยเข้าที่หน้าของเธอจังๆ
ดีไซน์เสื้อผ้าที่เป็นที่นิยมของเธอกลายเป็นจืดชืดไปในทันที แม้ว่ามันจะขายได้มากกว่าของคนอื่นๆเล็กน้อย แต่ก็เทียบกับเมื่อก่อนไม่ได้เลย
"พี่คะ" เสียงของซุนเจียเจียแว่วเข้ามาในหูของเธอ และซุนเซียงก็กลับมารู้สึกตัวอีกครั้ง
"พี่คะ พี่โอเคไหม?" ซุนเจียเจียถามอย่างเป็นห่วง
เธอรู้ว่าวันนี้พี่สาวของเธอต้องได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างหนัก
"พี่ไม่เป็นไร"
ซุนเซียงสูดหายใจเข้าลึกๆ เธอส่ายศีรษะแล้วกล่าวออกมา
"เฮ้อ.. ถ้าเรารู้ว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้ เราอยู่ในโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าเทียนหยุนต่อดีกว่า" ซุนเจียเจียกล่าวด้วยความคับข้องปนความเสียใจ
ตอนนี้พวกเธอเปลี่ยนงานแล้ว เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ในปัจจุบัน เงินเดือนที่ได้อาจจะไม่สูงเท่ากับที่เคยได้ในโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าเทียนหยุน
"เจียเจีย ตอนที่ซ่งอวี่มาดูเรื่องตลกของเรา เธอพูดถูก นี่แค่วันแรกเท่านั้น"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซุนเซียงก็พูดขึ้นเบาๆว่า "นี่แค่หนึ่งในสามสิบของเดือน มันยังเหลือเวลาอีกมาก แค่หนึ่งวันมันพิสูจน์อะไรไม่ได้เลย"
เห็นได้ชัดว่าเธอยังไม่รู้สึกว่าตนเองล้มเหลว
...
ในอาคารสำนักงานของหานลู่ ซุนเฉียนมองไปที่ผู้จัดการหลินหู่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
"เทียนหยุนเปิดร้านเพิ่มอีกสามสาขารอบๆร้านเสื้อผ้าหานลู่ของเรา?"
เธอเพิ่งได้ทราบข่าวนี้เมื่อสักครู่นี่เอง
"ใช่ครับผู้อำนวยการซุน" หลินหู่พยักหน้าและพูดว่า "และธุรกิจของทั้งสามร้านนั้นก็กำลังเฟื่องฟูมาก"
ซุนเฉียนขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะที่เธอดูเอกสารที่เขาส่งให้
ตอนนี้เธอกำลังเฝ้ารออย่างเงียบๆเพื่อมองหาจุดอ่อนของเทียนหยุน แต่ทำอย่างไรเธอก็หาไม่พบเลย
หานลู่ได้ปิดร้านสาขาในจินหลิงไปแล้ว และได้เป็นฝ่ายยอมถอยเพื่อหลีกเลี่ยงพวกเขาก่อน แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเทียนหยุนจะยังคงไม่ยอมปล่อยมือและติดตามหานลู่อย่างใกล้ชิด
สำหรับฉินหยุนที่มีค่ายกลรวบรวมโชคลาภ เขาไม่ต้องกังวลเรื่องผลกำไรเลย ที่เขาต้องทำก็มีแค่เลือกร้านทำเลดีๆเท่านั้น
และสถานที่ที่หานลู่เลือก ก็ล้วนเป็นถนนย่านการค้าที่ทำเลดี ดังนั้นฉินหยุนจึงไม่จำเป็นต้องเลือกเองให้ปวดหัว
ที่ใดมีน้ำค้างโปรยปราย ที่นั่นก็จะมีโชคแห่งสวรรค์ผลิบานโดยตรง [1]
ก่อนหน้านี้หานลู่ปราบปรามเขาอย่างหนักหน่วงและต้องการให้เทียนหยุนล้มละลาย แล้วเขาจะไม่ล้างแค้นได้อย่างไร?
ตอนนี้เขากำลังเข้าใกล้ไปทีละขั้น!
เมื่อเผชิญกับเทียนหยุนที่ฆ่าไม่ตาย เป็นไปไม่ได้เลยที่หานลู่จะสามารถยับยั้งพวกเขาได้
หลังจากครอบครองตลาดมณฑลเจียงซูแล้ว เทียนหยุนก็จะขยายไปยังมณฑลอานฮุยและมณฑลเจ้อเจียงเป็นอันดับต่อไป และในเวลานั้น ทำเลของหานลู่ก็จะยังคงเป็นตัวเลือกของเทียนหยุน!
กลยุทธ์ง่ายๆดำเนินการไปทีละขั้นตอน ฉินหยุนไม่กังวลเกี่ยวกับการโต้กลับของหานลู่เลย ยิ่งพวกเขาโต้กลับมากเท่าไรก็จะยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น
ซึ่งเป้าหมายสูงสุดของเขาก็คือการบีบหานลู่ให้ตายคามือ!
พวกแกอยากจะทำให้ฉันล้มละลาย งั้นฉันก็จะทำให้พวกแกล้มละลายเหมือนกัน!
"ผู้อำนวยการซุน เราควรทำยังไงดีครับ"
หลินหู่ถามต่อ "ทันทีที่ร้านขายเสื้อผ้าของพวกเขาเปิดขึ้น ร้านเสื้อผ้าหานลู่ของเราทั้งสามร้านในเมืองหรงหยาง ยอดขายก็ลดลงอย่างรวดเร็วเลยครับ"
เขาเองก็ไม่มีวิธีที่จะจัดการกับการกระทำของเทียนหยุนเช่นกัน ซึ่งทันทีที่ร้านค้าของเทียนหยุนเปิดขึ้น ผลกำไรของพวกเขาก็ลดลงทันที
เมื่อผลประกอบการในต้นเดือนหน้าออกมา พวกเขาจะต้องเผชิญกับความโกรธของทางสำนักงานใหญ่แบรนด์เสื้อผ้าหานลู่อย่างแน่นอน
ซุนเฉียนไม่ได้พูดอะไร ในเวลานี้เธอก็เริ่มรู้สึกถึงความรับมือยากของเทียนหยุนแล้วเช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็นแข่งขันกับเทียนหยุนโดยใช้เงินทุนเหมือนที่จั่วหานเคยทำ หรือจัดกิจกรรมโปรโมทอย่างบ้าคลั่ง วิธีเหล่านี้ก็ใช้ไม่ได้ผลเลย แต่ไม่ว่าอย่างไรธุรกิจร้านขายเสื้อผ้าของพวกเธอก็ได้รับผลกระทบอย่างมากจากเทียนหยุน
เธอยังคิดหาวิธีดีๆที่จะใช้จัดการพวกเขาไม่ได้เลย
หรือว่าควรปิดร้านไปให้จบๆ? เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงพวกเขา?
แต่วิธีนี้เธอก็เคยทำมาก่อนแล้ว และตอนนี้ร้านเสื้อผ้าเทียนหยุนก็มาเปิดข้างๆร้านของพวกเธอ พวกเธอจะปิดอีกครั้งอย่างนั้นเหรอ? สิ่งนี้จะส่งผลเสียอย่างมากต่อชื่อเสียงของหานลู่
ซุนเฉียนคิดอย่างเงียบๆในใจ เธอรู้สึกราวกับว่าคู่ต่อสู้เป็นหมาป่าดุร้ายฝูงหนึ่ง
หลังจากยั่วยุเหยื่อสำเร็จ พวกเขาก็จะค่อยๆย่องตามไปโดยไม่สนใจอะไร จากนั้นพอเหยื่อเผลอก็จะวิ่งเข้ามากัดเนื้อชิ้นใหญ่ไปที่ละนิดๆ
คิดอยู่พักหนึ่ง ซุนเฉียนก็ยังรู้สึกว่าเธอไม่มีทางจัดการกับเทียนหยุนที่ธุรกิจกำลังเฟื่องฟูได้
หลินหู่รอเป็นเวลานานแต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบของซุนเฉียน
เขารู้สึกตกใจอย่างช่วยไม่ได้ ในตอนแรกเทียนหยุนส่งผลกระทบต่อธุรกิจของหานลู่ ดังนั้นหานลู่จึงเข้ามาจัดการด้วยตัวเอง เป็นผลให้ร้านเสื้อผ้าหานลู่ทั้ง 11 แห่งถูกปิดลงในเวลาแค่สองเดือน
แต่ตอนนี้เมื่อพิจารณาจากท่าทางของซุนเฉียน ดูเหมือนว่าเธอจะไม่สามารถจัดการเทียนหยุนได้เหมือนตอนนั้นแล้ว
แบรนด์เสื้อผ้าหานลู่ของพวกเขาที่มีมูลค่าตลาดมากกว่าหนึ่งพันล้านหยวน กลับไม่สามารถจัดการกับเทียนหยุนที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นในเวลาไม่กี่เดือน
(จบตอน)
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
[1] หานลู่ = น้ำค้าง, เทียนหยุน = โชคแห่งสวรรค์
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved