ตอนที่ 181

เสียงของหลินเยว่ซานไม่ได้ดังมากนัก แต่เมื่อมันดังเข้าไปในหูของหลิวซิน มันก็ทำให้เขาตกตะลึงขึ้นทันที

เขาได้ส่งคำร้องขอความช่วยเหลือทางอินเทอร์เน็ตไปยังเว็บไซต์ระดมทุนต่างๆ แต่เขาไม่ได้คาดหวังกับเว็บไซต์เหล่านั้นมากนัก และจนถึงตอนนี้จำนวนเงินที่รวบรวมมาได้ก็มีไม่มากเท่าไร

ตอนนี้กลับมีบริษัทใหญ่ยินดีที่จะช่วยน้องสาวของเขา?

เขารู้เรื่องเกี่ยวกับกับเทียนหยุนเช่นกัน พวกเขามีสาขาของร้านขายเสื้อผ้าอยู่หลายแห่ง และร้านค้าแต่ละแห่งก็เป็นที่นิยมมาก

"เทียนหยุนมาที่นี่เพื่อช่วยรักษาอาการป่วยของน้องสาวหลิวซินนั่นเอง"

"น้องสาวของหลิวซินเป็นผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือรายแรกจากการทำการกุศลของเทียนหยุน!"

เมื่อได้ยินคำกล่าวของหลินเยว่ซานไม่เพียงแต่หลิวซินเท่านั้นที่ตกตะลึง แต่ในเวลานี้ทั้งเจียงอีและคนอื่นๆก็ตกใจมากเช่นกัน

พวกเธอกำลังพูดถึงหลิวซินด้วยความสงสาร แต่พวกเธอไม่ได้คาดคิดว่าจะมีคนอื่นเข้ามาให้ความช่วยเหลือแก่หลิวซินในชั่วพริบตา

ในเวลานี้นอกจากหลิวซินแล้ว จ้าวคังฮ่าว หลี่หานอวี่และคนอื่นๆต่างก็แสดงความดีใจออกมาบนใบหน้าของพวกเขา

พวกเขาต้องการช่วยหลิวซินเช่นกัน แต่พวกเขาก็ไม่มีหนทางอื่นใดที่จะสามารถช่วยได้เลย

และตอนนี้เมื่อพวกเขาได้เห็นว่าบริษัทใหญ่เข้ามาช่วยแล้ว พวกเขาก็ตื่นเต้นดีใจมาก

"นี่คือเอกสารใบรับรองของเรา"

เมื่อมองไปที่หลิวซิน ซึ่งในขณะนี้มีสีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่ออยู่ หลินเยว่ซานก็ยิ้มและกล่าวขึ้นอีกครั้ง "ต่อจากนี้ไปในนามของบริษัทเทียนหยุน ฉันจะเป็นผู้รับผิดชอบทุกอย่างสำหรับการรักษาน้องสาวของคุณ  และเทียนหยุนยินดีจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้จนกว่าน้องสาวของคุณจะสามารถออกจากโรงพยาบาลได้"

หลิวซินพยักหน้าตอบรับอย่างมึนงง เขาตระหนักว่าเขาต้องการจะเอ่ยคำขอบคุณออกมา แต่จู่ๆคำที่เขาต้องการจะกล่าวดูเหมือนมันจะติดอยู่ในลำคอของเขา ซึ่งเขารู้สึกว่ามันเอ่ยออกมาได้ยากมาก

"ขอบคุณ...ขอบคุณมาก..."

สุดท้ายเขาก็ทำได้เพียงกล่าวคำขอบคุณด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

เมื่อมองไปที่ท่าทางของหลิวซิน ฉินหยุนที่อยู่ด้านข้างก็กล่าวว่า "เอาล่ะหลิวซิน ไปหาคุณลุงกับคุณป้าก่อนเถอะ แล้วค่อยบอกข่าวดีนี้ให้พวกเขาฟัง"

เขากล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม

"ได้ๆ!"

เมื่อได้ยินคำกล่าวของฉินหยุน หลิวซินก็รีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว

เขามองไปที่หลินเยว่ซาน เห็นเธอยิ้มและพยักหน้า จากนั้นเขาก็รีบนำทางไป

ในเวลานี้จิตใจที่ตึงเครียดเหมือนกับถูกก้อนหินกดทับไว้ของหลิวซินก็พลันผ่อนคลายลง และฝีเท้าของเขาก็เริ่มกระฉับกระเฉงขึ้น เขาอยากจะบอกข่าวดีนี้ให้พ่อแม่ของเขาทราบตั้งแต่ตอนนี้เลย

ด้านหลัง ฉินหยุนเดินตามมาอย่างไม่เร่งรีบ หลินเมิ่งเมิ่งก็กำลังเดินอยู่ข้างๆเขา เธอเอ่ยถามด้วยเสียงเบาว่า "ฉินหยุน นายไปรู้จักคนของเทียนหยุนได้ยังไง?"

เมื่อมองไปที่ฉินหยุน ดวงตาของเธอก็เปล่งประกายออกมา ดูเหมือนว่าฉินหยุนจะสุดยอดมากจริงๆ สถานการณ์ของหลิวซินในขณะนี้พวกเธอไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก แต่ฉินหยุนกลับสามารถพาคนจากเทียนหยุนมาให้ความช่วยเหลือได้โดยตรง

"เพราะเราเคยเจอกัน เราก็เลยรู้จักกัน" ฉินหยุนมองไปที่หลินเมิ่งเมิ่งที่เต็มไปด้วยความรู้อยากเห็น พลางกล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม

"เกลียดจริงๆ!"

เมื่อได้ยินเช่นนี้หลินเมิ่งเมิ่งก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตาใส่เขา

เธอกำลังถามถามฉินหยุนด้วยความจริงจัง แต่เขาดันตอบเธอแบบนี้

ในขณะนี้ฉินหยุนก็มองไปที่หลินเมิ่งเมิ่งด้วยความประหลาดใจ สาวน้อยขี้อายคนนี้แสดงท่าทางกลอกตาออกมาแบบนี้ได้อย่างไร?

"ฉันถามจริงๆ" หลินเมิ่งเมิ่งกล่าวขึ้นอีกครั้ง

ฉินหยุนยิ้มและกล่าวว่า "ฉันจะบอกอะไรบางอย่างกับเธอ หลินเยว่ซานคนนี้มาจากมหาลัยเจียงหยวนเหมือนกับเรา"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลินเมิ่งเมิ่งก็ดูประหลาดใจ เธอเอ่ยว่า "จริงเหรอ?"

"เธอลองไปถามดูได้" ฉินหยุนยิ้มพลางกล่าวออกมาอย่างเป็นกันเอง

คนอื่นๆเริ่มเดินนำหน้าไปข้างหน้าโดยทิ้งระยะห่างจากพวกเขาแล้ว

ฉินหยุนเอามือไพล่หลังจากนั้นฝีเท้าของเขาก็เริ่มเร็วขึ้น และแม้ว่าจะเดินไม่เร็วเขาก็เป็นคนรูปร่างสูง เพียงแค่ไม่กี่ก้าวเขาก็เดินไปหลายเมตรแล้ว

"รอฉันด้วย"

เมื่อเห็นเช่นนี้ หลินเมิ่งเมิ่งก็ใช้ขาเล็กๆของเธอวิ่งเหยาะๆเพื่อตามให้ทัน

...

ในวอร์ดคนไข้ สีหน้าของหลิวกั๋วหมินและภรรยาดูเป็นกังวลมาก

ลูกชายของพวกเขาไม่กลับมาหลายวันแล้ว นอกจากอยู่ในวอร์ดคนไข้ พวกเขาก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ภายในโรงพยาบาลเดินไปรอบๆที่นี่ เพราะปกติแล้วพวกเขาไม่เคยมาโรงพยาบาลที่มีขนาดใหญ่เช่นนี้มาก่อน

"เสี่ยวซินยังไม่กลับมาเลย ฉันกลัวว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับเขา" ภรรยาของหลิวกั๋วหมินอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมา

ศีรษะของเธอมีผมหงอกขึ้นอยู่เกือบทุกที่ และในช่วงเวลาสั้นๆที่ผ่านมานี้เธอก็แก่ขึ้นกว่าเดิมมาก

ลูกสาวของเธอมีอาการแย่ลง ส่วนลูกชายของเธอก็ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน และค่ารักษาพยาบาลที่แพงระยับก็ทำให้เธอแทบสิ้นเนื้อประดาตัว

ทุกวันนี้เธอแทบจะไม่ได้งีบหลับเลย ร่างกายของเธอก็สะสมความเหนื่อยล้ามากขึ้นเรื่อยๆ

"พูดไร้สาระ!" หลิวกั๋วหมินตะคอกใส่ภรรยา หลังของเขางองุ้มซึ่งมันทำให้ดูเหมือนเขาจะมีอายุเยอะมาก

ในเวลานี้สภาพของหลิวกั๋วหมินแย่ยิ่งกว่าภรรยาของเขาเสียอีก

บ้านที่บ้านเกิดก็ขายไม่ได้ ตอนนี้โทรไปยืมเงินใครก็ไม่มีใครให้ยืมอีกแล้ว

หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป คาดว่าต่อจากนี้ก็คงจะไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาลูกสาวของเขาต่อ ทำได้เพียงพาเธอกลับบ้านและรอให้เธอตายอย่างช้าๆ

ครอบครัวหนึ่งในหมู่บ้านใกล้ๆก็เป็นเช่นนี้ คนในครอบครัวเกิดป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวกะทันหัน และเมื่อเงินหมดทางครอบครัวนั้นจึงต้องพาตัวคนป่วยกลับไปที่บ้าน

นี่คือโศกนาฏกรรมของคนจน

หลิวกั๋วหมินไม่ต้องการให้ผลลัพธ์ลงเอยเช่นนั้น แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำเช่นไรจริงๆ

"พ่อ แม่ พี่ชายอยู่ที่ไหน เขาไม่ได้มาหาหนูหลายวันแล้ว"

ในขณะนี้เอง เสี่ยวตัน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่นอนอยู่บนเตียงในห้องพยาบาลก็เอ่ยถามขึ้นมา

เมื่อได้ยินคำกล่าวของเธอ หลิวกั๋วหมินและภรรยาของเขาก็ไม่รู้ว่าจะตอบกลับอย่างไร

แม้ว่าเสี่ยวตันจะอายุไม่มาก แต่เธอก็เข้าใจในสิ่งต่างๆมากมาย เธอรู้ว่าเธอป่วยหนักและอาจจะรักษาให้หายไม่ได้

ในเวลานี้พวกเขาก็ไม่สามารถโกหกลูกสาวได้เช่นกัน

เมื่อเห็นว่าพ่อกับแม่ของเธอไม่กล่าวอะไร น้ำตาของเสี่ยวตันก็ไหลออกมา

ในขณะนี้เอง จู่ๆด้านนอกห้องพยาบาลก็มีเสียงโกลาหลดังขึ้น จากนั้นหลิวซินและคนอื่นๆก็เดินเข้ามา

"เสี่ยวซิน" เมื่อเห็นลูกชายของพวกเขา หลิวกั๋วหมินและภรรยาของเขาก็รีบเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าพวกเขาได้พบกับความหวังอีกครั้ง

"พี่ชาย" เสี่ยวตัน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆก็ดีใจมาก เธอเอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็ว

หลิวกั๋วหมินมีความสุขมากเมื่อได้พบกับลูกชายของเขา แต่ก็สงวนท่าทีเล็กน้อยเมื่อเห็นหลินเยว่ซานและคนอื่นๆ

"พ่อครับแม่ครับ ผมขอแนะนำให้รู้จัก นี่คือคุณหลินเยว่ซาน เป็นคนที่บริษัทใหญ่เทียนหยุนส่งมาดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลของเสี่ยวตัน" เมื่อมองไปที่พ่อกับแม่ของเขา หลิวซินก็รีบแนะนำคนที่มาพร้อมกันอย่างรวดเร็ว

จากนั้นเขาก็อธิบายสิ่งต่างๆออกมาทันที

เมื่อได้ยินคำกล่าวของหลิวซิน หลิวกั๋วหมินและภรรยาของเขาก็ตะลึงไปครู่หนึ่ง ราวกับว่าพวกเขาคิดว่าได้ยินผิด

แต่หลังจากนั้นทั้งสองคนก็น้ำตาไหลพรากออกมาทันที

พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าพวกเขามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาลที่สูงริบและความสิ้นหวังที่ไม่สามารถขอยืมเงินใครได้ พวกมันแทบจะบดขยี้พวกเขาโดยสมบูรณ์

และในช่วงเวลาที่สิ้นหวังนี้ ใครบางคนจากบริษัทใหญ่ได้ทราบถึงความต้องการความช่วยเหลือและยื่นมือเข้ามาช่วยพวกเขา

พวกเขาก็พอรู้เกี่ยวกับองค์กรการกุศลของบริษัทขนาดใหญ่เหล่านี้ ตลอดจนองค์กรสภากาชาดต่างๆเช่นกัน ซึ่งพวกเขาคิดว่าองค์กรเหล่านี้สามารถสังเกตเห็นและให้ความช่วยเหลือแก่พวกเขาได้ แต่สิ่งเหล่านี้ก็เกิดขึ้นแค่เพียงในความฝันของพวกเขาเท่านั้น

แต่ตอนนี้มันปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาพวกเขาแล้ว

หลิวกั๋วหมินและภรรยายืนตัวสั่นงอ และแม้กระทั่งต้องการจะคุกเข่าลง พวกเขากล่าวว่า "ขอบคุณ ขอบคุณมากจริงๆ..."

หลินเยว่ซานรู้สึกตกใจกับพฤติกรรมของพ่อและแม่ของหลิวซินมาก

บอสใหญ่ยังยืนที่ข้างๆเธออยู่เลย เธอจะกล้าทำให้พ่อกับแม่ของหลิวซินคุกเข่าลงให้เธอได้อย่างไร

เธอรีบพยุงพวกเขาขึ้นโดยไม่ให้คุกเข่าลงไป จากนั้นก็กล่าวว่า "คุณลุงคุณป้าคะ ไม่ต้องของคุณฉันหรอกค่ะ ฉันก็ได้รับคำสั่งจากบริษัทมาอีกที"

(ผู้แต่ง : ไม่อัพแล้ว ไปนอนกันเถอะ)

(คนแปล : ช่าย ง่วงไม่ไหวแล้ว)

(จบตอน)