เสียงของหลินเยว่ซานไม่ได้ดังมากนัก แต่เมื่อมันดังเข้าไปในหูของหลิวซิน มันก็ทำให้เขาตกตะลึงขึ้นทันที
เขาได้ส่งคำร้องขอความช่วยเหลือทางอินเทอร์เน็ตไปยังเว็บไซต์ระดมทุนต่างๆ แต่เขาไม่ได้คาดหวังกับเว็บไซต์เหล่านั้นมากนัก และจนถึงตอนนี้จำนวนเงินที่รวบรวมมาได้ก็มีไม่มากเท่าไร
ตอนนี้กลับมีบริษัทใหญ่ยินดีที่จะช่วยน้องสาวของเขา?
เขารู้เรื่องเกี่ยวกับกับเทียนหยุนเช่นกัน พวกเขามีสาขาของร้านขายเสื้อผ้าอยู่หลายแห่ง และร้านค้าแต่ละแห่งก็เป็นที่นิยมมาก
"เทียนหยุนมาที่นี่เพื่อช่วยรักษาอาการป่วยของน้องสาวหลิวซินนั่นเอง"
"น้องสาวของหลิวซินเป็นผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือรายแรกจากการทำการกุศลของเทียนหยุน!"
เมื่อได้ยินคำกล่าวของหลินเยว่ซานไม่เพียงแต่หลิวซินเท่านั้นที่ตกตะลึง แต่ในเวลานี้ทั้งเจียงอีและคนอื่นๆก็ตกใจมากเช่นกัน
พวกเธอกำลังพูดถึงหลิวซินด้วยความสงสาร แต่พวกเธอไม่ได้คาดคิดว่าจะมีคนอื่นเข้ามาให้ความช่วยเหลือแก่หลิวซินในชั่วพริบตา
ในเวลานี้นอกจากหลิวซินแล้ว จ้าวคังฮ่าว หลี่หานอวี่และคนอื่นๆต่างก็แสดงความดีใจออกมาบนใบหน้าของพวกเขา
พวกเขาต้องการช่วยหลิวซินเช่นกัน แต่พวกเขาก็ไม่มีหนทางอื่นใดที่จะสามารถช่วยได้เลย
และตอนนี้เมื่อพวกเขาได้เห็นว่าบริษัทใหญ่เข้ามาช่วยแล้ว พวกเขาก็ตื่นเต้นดีใจมาก
"นี่คือเอกสารใบรับรองของเรา"
เมื่อมองไปที่หลิวซิน ซึ่งในขณะนี้มีสีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่ออยู่ หลินเยว่ซานก็ยิ้มและกล่าวขึ้นอีกครั้ง "ต่อจากนี้ไปในนามของบริษัทเทียนหยุน ฉันจะเป็นผู้รับผิดชอบทุกอย่างสำหรับการรักษาน้องสาวของคุณ และเทียนหยุนยินดีจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้จนกว่าน้องสาวของคุณจะสามารถออกจากโรงพยาบาลได้"
หลิวซินพยักหน้าตอบรับอย่างมึนงง เขาตระหนักว่าเขาต้องการจะเอ่ยคำขอบคุณออกมา แต่จู่ๆคำที่เขาต้องการจะกล่าวดูเหมือนมันจะติดอยู่ในลำคอของเขา ซึ่งเขารู้สึกว่ามันเอ่ยออกมาได้ยากมาก
"ขอบคุณ...ขอบคุณมาก..."
สุดท้ายเขาก็ทำได้เพียงกล่าวคำขอบคุณด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
เมื่อมองไปที่ท่าทางของหลิวซิน ฉินหยุนที่อยู่ด้านข้างก็กล่าวว่า "เอาล่ะหลิวซิน ไปหาคุณลุงกับคุณป้าก่อนเถอะ แล้วค่อยบอกข่าวดีนี้ให้พวกเขาฟัง"
เขากล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
"ได้ๆ!"
เมื่อได้ยินคำกล่าวของฉินหยุน หลิวซินก็รีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
เขามองไปที่หลินเยว่ซาน เห็นเธอยิ้มและพยักหน้า จากนั้นเขาก็รีบนำทางไป
ในเวลานี้จิตใจที่ตึงเครียดเหมือนกับถูกก้อนหินกดทับไว้ของหลิวซินก็พลันผ่อนคลายลง และฝีเท้าของเขาก็เริ่มกระฉับกระเฉงขึ้น เขาอยากจะบอกข่าวดีนี้ให้พ่อแม่ของเขาทราบตั้งแต่ตอนนี้เลย
ด้านหลัง ฉินหยุนเดินตามมาอย่างไม่เร่งรีบ หลินเมิ่งเมิ่งก็กำลังเดินอยู่ข้างๆเขา เธอเอ่ยถามด้วยเสียงเบาว่า "ฉินหยุน นายไปรู้จักคนของเทียนหยุนได้ยังไง?"
เมื่อมองไปที่ฉินหยุน ดวงตาของเธอก็เปล่งประกายออกมา ดูเหมือนว่าฉินหยุนจะสุดยอดมากจริงๆ สถานการณ์ของหลิวซินในขณะนี้พวกเธอไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก แต่ฉินหยุนกลับสามารถพาคนจากเทียนหยุนมาให้ความช่วยเหลือได้โดยตรง
"เพราะเราเคยเจอกัน เราก็เลยรู้จักกัน" ฉินหยุนมองไปที่หลินเมิ่งเมิ่งที่เต็มไปด้วยความรู้อยากเห็น พลางกล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม
"เกลียดจริงๆ!"
เมื่อได้ยินเช่นนี้หลินเมิ่งเมิ่งก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตาใส่เขา
เธอกำลังถามถามฉินหยุนด้วยความจริงจัง แต่เขาดันตอบเธอแบบนี้
ในขณะนี้ฉินหยุนก็มองไปที่หลินเมิ่งเมิ่งด้วยความประหลาดใจ สาวน้อยขี้อายคนนี้แสดงท่าทางกลอกตาออกมาแบบนี้ได้อย่างไร?
"ฉันถามจริงๆ" หลินเมิ่งเมิ่งกล่าวขึ้นอีกครั้ง
ฉินหยุนยิ้มและกล่าวว่า "ฉันจะบอกอะไรบางอย่างกับเธอ หลินเยว่ซานคนนี้มาจากมหาลัยเจียงหยวนเหมือนกับเรา"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลินเมิ่งเมิ่งก็ดูประหลาดใจ เธอเอ่ยว่า "จริงเหรอ?"
"เธอลองไปถามดูได้" ฉินหยุนยิ้มพลางกล่าวออกมาอย่างเป็นกันเอง
คนอื่นๆเริ่มเดินนำหน้าไปข้างหน้าโดยทิ้งระยะห่างจากพวกเขาแล้ว
ฉินหยุนเอามือไพล่หลังจากนั้นฝีเท้าของเขาก็เริ่มเร็วขึ้น และแม้ว่าจะเดินไม่เร็วเขาก็เป็นคนรูปร่างสูง เพียงแค่ไม่กี่ก้าวเขาก็เดินไปหลายเมตรแล้ว
"รอฉันด้วย"
เมื่อเห็นเช่นนี้ หลินเมิ่งเมิ่งก็ใช้ขาเล็กๆของเธอวิ่งเหยาะๆเพื่อตามให้ทัน
...
ในวอร์ดคนไข้ สีหน้าของหลิวกั๋วหมินและภรรยาดูเป็นกังวลมาก
ลูกชายของพวกเขาไม่กลับมาหลายวันแล้ว นอกจากอยู่ในวอร์ดคนไข้ พวกเขาก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ภายในโรงพยาบาลเดินไปรอบๆที่นี่ เพราะปกติแล้วพวกเขาไม่เคยมาโรงพยาบาลที่มีขนาดใหญ่เช่นนี้มาก่อน
"เสี่ยวซินยังไม่กลับมาเลย ฉันกลัวว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับเขา" ภรรยาของหลิวกั๋วหมินอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมา
ศีรษะของเธอมีผมหงอกขึ้นอยู่เกือบทุกที่ และในช่วงเวลาสั้นๆที่ผ่านมานี้เธอก็แก่ขึ้นกว่าเดิมมาก
ลูกสาวของเธอมีอาการแย่ลง ส่วนลูกชายของเธอก็ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน และค่ารักษาพยาบาลที่แพงระยับก็ทำให้เธอแทบสิ้นเนื้อประดาตัว
ทุกวันนี้เธอแทบจะไม่ได้งีบหลับเลย ร่างกายของเธอก็สะสมความเหนื่อยล้ามากขึ้นเรื่อยๆ
"พูดไร้สาระ!" หลิวกั๋วหมินตะคอกใส่ภรรยา หลังของเขางองุ้มซึ่งมันทำให้ดูเหมือนเขาจะมีอายุเยอะมาก
ในเวลานี้สภาพของหลิวกั๋วหมินแย่ยิ่งกว่าภรรยาของเขาเสียอีก
บ้านที่บ้านเกิดก็ขายไม่ได้ ตอนนี้โทรไปยืมเงินใครก็ไม่มีใครให้ยืมอีกแล้ว
หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป คาดว่าต่อจากนี้ก็คงจะไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาลูกสาวของเขาต่อ ทำได้เพียงพาเธอกลับบ้านและรอให้เธอตายอย่างช้าๆ
ครอบครัวหนึ่งในหมู่บ้านใกล้ๆก็เป็นเช่นนี้ คนในครอบครัวเกิดป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวกะทันหัน และเมื่อเงินหมดทางครอบครัวนั้นจึงต้องพาตัวคนป่วยกลับไปที่บ้าน
นี่คือโศกนาฏกรรมของคนจน
หลิวกั๋วหมินไม่ต้องการให้ผลลัพธ์ลงเอยเช่นนั้น แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำเช่นไรจริงๆ
"พ่อ แม่ พี่ชายอยู่ที่ไหน เขาไม่ได้มาหาหนูหลายวันแล้ว"
ในขณะนี้เอง เสี่ยวตัน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่นอนอยู่บนเตียงในห้องพยาบาลก็เอ่ยถามขึ้นมา
เมื่อได้ยินคำกล่าวของเธอ หลิวกั๋วหมินและภรรยาของเขาก็ไม่รู้ว่าจะตอบกลับอย่างไร
แม้ว่าเสี่ยวตันจะอายุไม่มาก แต่เธอก็เข้าใจในสิ่งต่างๆมากมาย เธอรู้ว่าเธอป่วยหนักและอาจจะรักษาให้หายไม่ได้
ในเวลานี้พวกเขาก็ไม่สามารถโกหกลูกสาวได้เช่นกัน
เมื่อเห็นว่าพ่อกับแม่ของเธอไม่กล่าวอะไร น้ำตาของเสี่ยวตันก็ไหลออกมา
ในขณะนี้เอง จู่ๆด้านนอกห้องพยาบาลก็มีเสียงโกลาหลดังขึ้น จากนั้นหลิวซินและคนอื่นๆก็เดินเข้ามา
"เสี่ยวซิน" เมื่อเห็นลูกชายของพวกเขา หลิวกั๋วหมินและภรรยาของเขาก็รีบเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าพวกเขาได้พบกับความหวังอีกครั้ง
"พี่ชาย" เสี่ยวตัน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆก็ดีใจมาก เธอเอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็ว
หลิวกั๋วหมินมีความสุขมากเมื่อได้พบกับลูกชายของเขา แต่ก็สงวนท่าทีเล็กน้อยเมื่อเห็นหลินเยว่ซานและคนอื่นๆ
"พ่อครับแม่ครับ ผมขอแนะนำให้รู้จัก นี่คือคุณหลินเยว่ซาน เป็นคนที่บริษัทใหญ่เทียนหยุนส่งมาดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลของเสี่ยวตัน" เมื่อมองไปที่พ่อกับแม่ของเขา หลิวซินก็รีบแนะนำคนที่มาพร้อมกันอย่างรวดเร็ว
จากนั้นเขาก็อธิบายสิ่งต่างๆออกมาทันที
เมื่อได้ยินคำกล่าวของหลิวซิน หลิวกั๋วหมินและภรรยาของเขาก็ตะลึงไปครู่หนึ่ง ราวกับว่าพวกเขาคิดว่าได้ยินผิด
แต่หลังจากนั้นทั้งสองคนก็น้ำตาไหลพรากออกมาทันที
พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าพวกเขามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาลที่สูงริบและความสิ้นหวังที่ไม่สามารถขอยืมเงินใครได้ พวกมันแทบจะบดขยี้พวกเขาโดยสมบูรณ์
และในช่วงเวลาที่สิ้นหวังนี้ ใครบางคนจากบริษัทใหญ่ได้ทราบถึงความต้องการความช่วยเหลือและยื่นมือเข้ามาช่วยพวกเขา
พวกเขาก็พอรู้เกี่ยวกับองค์กรการกุศลของบริษัทขนาดใหญ่เหล่านี้ ตลอดจนองค์กรสภากาชาดต่างๆเช่นกัน ซึ่งพวกเขาคิดว่าองค์กรเหล่านี้สามารถสังเกตเห็นและให้ความช่วยเหลือแก่พวกเขาได้ แต่สิ่งเหล่านี้ก็เกิดขึ้นแค่เพียงในความฝันของพวกเขาเท่านั้น
แต่ตอนนี้มันปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาพวกเขาแล้ว
หลิวกั๋วหมินและภรรยายืนตัวสั่นงอ และแม้กระทั่งต้องการจะคุกเข่าลง พวกเขากล่าวว่า "ขอบคุณ ขอบคุณมากจริงๆ..."
หลินเยว่ซานรู้สึกตกใจกับพฤติกรรมของพ่อและแม่ของหลิวซินมาก
บอสใหญ่ยังยืนที่ข้างๆเธออยู่เลย เธอจะกล้าทำให้พ่อกับแม่ของหลิวซินคุกเข่าลงให้เธอได้อย่างไร
เธอรีบพยุงพวกเขาขึ้นโดยไม่ให้คุกเข่าลงไป จากนั้นก็กล่าวว่า "คุณลุงคุณป้าคะ ไม่ต้องของคุณฉันหรอกค่ะ ฉันก็ได้รับคำสั่งจากบริษัทมาอีกที"
(ผู้แต่ง : ไม่อัพแล้ว ไปนอนกันเถอะ)
(คนแปล : ช่าย ง่วงไม่ไหวแล้ว)
(จบตอน)
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved