จางชิงกับพนักงานในร้านต่างก็ตื่นเต้นกันมาก ซึ่งพนักงานในร้านขายเสื้อผ้าสาขาอื่นๆของเทียนหยุนก็ตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นเช่นกัน
เงินเป็นสิ่งที่สามารถทำให้ทุกคนมีแรงจูงใจ และเต็มไปด้วยความรู้สึกของการเป็นเจ้าของร่วมได้เสมอ!
ในแผนการที่จัดทำโดยฝ่ายการตลาด เรื่องระบบการให้รางวัลพนักงานไม่ได้ทำตามแค่ที่ฉินหยุนกล่าวออกมาง่ายๆทั้งหมด แต่ยังมีรายละเอียดมากกว่านั้น
การให้รางวัลโบนัสพนักงานเหล่านี้ในหนึ่งเดือนต้องคำนวณตามสัดส่วนต่างๆ ทั้งสัดส่วนของระยะเวลาที่เข้าร่วมกับเทียนหยุน ทั้งจากสัดส่วนของเสื้อผ้าที่พนักงานขายได้มากที่สุดในหนึ่งเดือน และก็ยังมีอื่นๆอีกเล็กน้อย ซึ่งพนักงานแต่ละคนก็มีสิ่งเหล่านี้แตกต่างกันอย่างชัดเจน
ยิ่งสัดส่วนมากเท่าไร ก็ยิ่งได้โบนัสมากขึ้นเท่านั้น
เมื่อคนทั้งกลุ่มสนใจในสิ่งเดียวกันบวกกับผลประโยชน์ส่วนบุคคล ทำให้พวกเขาทั้งหมดต้องร่วมมือกันต่อสู้เพื่อโบนัส ทั้งยังต้องแข่งขันกันเองเพื่อให้ร้านสาขาของตนเองมียอดขายดีที่สุด
ข่าวเกี่ยวกับเรื่องโบนัสของแผนกออกแบบในโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าเทียนหยุนแพร่กระจายออกไปเร็วมาก ซึ่งมันก็สามารถดึงดูดความสนใจของดีไซน์เนอร์หลายคนในมณฑลเจียงซูได้เป็นอย่างดี
"เทียนหยุนถึงกับออกโบนัสให้ 150,000 หยวนเพื่อเป็นรางวัลให้กับดีไซน์เนอร์ของพวกเขาเลย!"
"พวกเขารวยจริงๆ! เทียนหยุนนี่มั่งคั่งและทรงพลังมากเกินไปแล้ว!"
"ดีไซน์เนอร์แต่ละคนต้องทุ่มสุดตัวกันแน่นอน และยิ่งมันขายได้มากเท่าไร ผู้ออกแบบก็จะได้โบนัสมากขึ้นเท่านั้น ใครมีความสามารถมากกว่าก็จะได้โบนัสมากกว่า!"
"ฉันทำงานที่โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าหลิงหลัน เสื้อผ้าที่ฉันออกแบบมาเป็นดีไซน์ที่ขายดีที่สุด แต่ทางโรงงานกลับให้ค่าจ้างฉันน้อยมาก พวกเขาดูแลแต่หัวหน้าแผนกที่เป็นเป็นญาติกับผู้จัดการโรงงาน เพราะงั้นฉันก็เลยกำลังคิดว่าจะลองไปดูที่โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าเทียนหยุน"
"ดีไซน์เนอร์ในโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าของเรามีระบบค่าคอมมิชชั่นให้ แต่บอสตระหนี่มากเกินไป ถ้าหากเสื้อผ้าขายได้เยอะเปอร์เซ็นต์ค่าคอมมิชชั่นก็จะลดน้อยลง แม้ว่าหลังจากคำนวณดูแล้วค่าคอมมิชชั่นของเราจะไม่ต่างจากเดิมก็เถอะ มันไม่มากไปและก็ไม่น้อยไป แต่ฉันก็ยังชอบวิธีการรับโบนัสตามความสามารถของตัวเองอยู่ดี!"
"ฉันว่าจะลองไปสมัครงานดู มีใครจะไปกับฉันไหม?"
ดีไซน์เนอร์หลายคนให้ความสนใจกับเรื่องนี้มาก มีแม้กระทั่งบางคนที่ลาออกเพื่อมาสมัครที่เทียนหยุนโดยเฉพาะ
โดยทั่วไปแล้ว โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าบางแห่งจะให้ค่าคอมมิชชั่นตามยอดขายของเสื้อผ้าที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ แต่มีโรงงานเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่มอบโบนัสให้โดยตรง
อย่างไรก็ตามเทียนหยุนนั้นค่อนข้างพิเศษกว่าที่อื่นๆนิดหน่อย ภายใต้อิทธิพลของค่ายกลรวบรวมโชคลาภ ภายในหนึ่งวันมีเสื้อผ้าจำนวนมากที่ถูกขายออกไป อย่างน้อยก็มากกว่าโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าอื่นๆหลายเท่า ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ฉินหยุนจะจ่ายค่าจ้างด้วยการกำหนดค่าคอมมิชชั่น
โรงงานอื่นๆจะให้ค่าคอมมิชชั่นถ้าเสื้อผ้าขายได้ 100 ตัว เขาคงไม่สามารถกำหนดว่าต้องขายให้ได้สัก 1,000 ตัวใช่ไหมถึงจะได้ค่าคอมมิชชั่น? ท้ายที่สุดแล้วเสื้อผ้าจากโรงงานของเขามันก็ขายได้แน่นอน
เมื่อเทียบกับโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าอื่นๆ ค่าคอมมิชชั่นของเทียนหยุนจะถือว่าต่ำที่สุด
ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดที่เขาคิดได้ก็คือ อัดฉีดโบนัสเข้าไป!
เงินจำนวนมากถูกวางไว้ตรงนั้นแล้ว ถ้าพวกคุณมีความสามารถจริงๆ พวกคุณก็หยิบมันไปได้เลย!
และจำนวนของเงินโบนัสเหล่านี้ก็สูงกว่าค่าคอมมิชชั่นของดีไซเนอร์ในโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าอื่นๆมากกว่า 90% อย่างแน่นอน
สำหรับฉินหยุนในตอนนี้ เงินนับแสนที่เสียไปไม่ถือว่าขนหน้าแข้งร่วงเลย แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นยอดเยี่ยมมาก!
"บอสฉินคะ ตอนนี้มีดีไซน์เนอร์สิบกว่าคนติดต่อมาที่เทียนหยุน และพร้อมที่จะมาสัมภาษณ์กับเราแล้วค่ะ"
ซ่งอวี่เดินเข้ามาที่ห้องทำงานของฉินหยุนพลางเอ่ยรายงานกับเขา
"ถ้าพวกเขาผ่านการสัมภาษณ์ คุณก็ให้พวกเขาทดลองงานที่โรงงานสักหนึ่งเดือนก่อน จากนั้นพวกเขาถึงจะเริ่มเข้าร่วมในระบบการให้รางวัลได้!" ฉินหยุนสั่ง
หากคุณต้องการรับโบนัส ไม่ใช่ว่าแค่เข้าร่วมคุณก็จะได้รับเลย คุณต้องฝึกฝนอยู่
ในโรงงานก่อนเป็นระยะเวลาหนึ่ง
ผู้ที่มีผลงานไม่ดีจะถูกกำจัดออกไปโดยตรง ด้วยวิธีการเอาชีวิตรอดของผู้ที่เหมาะสมที่สุดเช่นนี้ ฉินหยุนต้องการจะให้ทีมดีไซน์เนอร์ของเขาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว!
ยิ่งผลงานดี โบนัสก็ยิ่งสูง และความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น!
สำหรับผู้ที่มีผลงานไม่ดีพวกเขาก็จะได้โบนัสต่ำ ความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมก็ยิ่งน้อยกว่าคนอื่น แม้ว่าคนเหล่านี้จะถูกขุดออกไป ฉินหยุนก็จะไม่รู้สึกแย่อะไรเลย
ก่อนหน้านี้ความคิดของเขาผูกติดอยู่กับแค่ค่ายกลรวบรวมโชคลาภเท่านั้น ซึ่งเขาไม่สนใจเลยว่าคนที่รับเข้ามาจะมีความสามารถมากแค่ไหน แต่ตอนนี้ เขามุ่งเน้นไปที่ความสามารถของบุคลากรมากกว่าสิ่งอื่นๆในบริษัทแล้ว!
แผนการต่างๆกำลังดำเนินการอย่างเป็นระบบระเบียบ และฉินหยุนก็กำลังตั้งตารอเช่นกัน
"ไม่รู้ว่าหลังจากที่เดือนมีนาคมผ่านพ้นไป เทียนหยุนจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน?"
...
ในอาคารสำนักงานของหานลู่ ซุนเฉียนกำลังมองดูเอกสารในมือของเธอด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
"ผู้จัดการหลิน คุณบอกว่าจู่ๆเทียนหยุนก็ใช้แผนการสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานอย่างนั้นเหรอ?" เธอถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
หลินหู่พยักหน้า "ใช่ครับผู้อำนวยการซุน ร้านขายเสื้อผ้าทั้งยี่สิบเอ็ดแห่งของเทียนหยุนได้เริ่มใช้แผนสร้างแรงจูงใจแล้ว หากยอดขายเกินจำนวนที่กำหนด 20% ของยอดขายที่เกินมาจะถูกแบ่งให้กับพนักงานทุกคน!"
สีหน้าของเขาก็เคร่งขรึมเล็กน้อยเช่นกัน มีร้านเสื้อผ้าไหนบ้างที่ให้โบนัสพนักงานด้วยสัดส่วนที่สูงขนาดนี้?
"นอกจากนี้ทางด้านโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า เทียนหยุนยังได้เอาเงินออกมามากถึง 150,000 หยวนเพื่อใช้เป็นรางวัลโบนัสสำหรับเดือนนี้ด้วยครับ! ซึ่งจะถูกแบ่งให้กับดีไซน์เนอร์ในเทียนหยุน เสื้อผ้าของใครก็ตามที่ขายได้มากที่สุด คนๆนั้นก็จะได้รับโบนัสมากที่สุด!" หลินหู่เอ่ยขึ้นอีกครั้ง
ซุนเฉียนมองดูเอกสารในมือของเธอด้วยสีหน้าท่าทางที่ดูอัปลักษณ์
โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าหานลู่ก็มีแผนการสร้างแรงจูงใจต่างๆให้พนักงานเช่นกัน ดีไซน์เนอร์ทั่วไปจะได้รับค่าจ้างในอัตราคงที่ ในขณะที่ดีไซน์เนอร์เก่งๆจะได้รับค่าคอมมิชชั่น แต่เมื่อนำไปเทียบกับรางวัลโบนัสของเทียนหยุน เห็นได้ชัดว่าพวกเธอด้อยกว่าอีกฝ่ายมาก
หากดีไซน์เนอร์เลือกได้ มีโอกาสมากถึง 90% ที่พวกเขาจะเลือกเทียนหยุน
"ทำไมจู่ๆ ฉินหยุนถึงเปลี่ยนใจ?" ซุนเฉียนคิดกับตัวเอง
ก่อนหน้านี้เธอเฝ้าสังเกตอยู่ตลอด และในที่สุดก็ค้นพบจุดอ่อนของเทียนหยุน ซึ่งอาจกล่าวได้ว่านั่นเป็นข้อบกพร่องของตัวฉินหยุนเอง นั่นก็คือ เขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับตัวบุคลากรของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นพนักงานในร้านขายเสื้อผ้าหรือดีไซน์เนอร์ในโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า เขาก็ไม่สนใจเลยว่าคนเหล่านั้นจะอยู่หรือจะไป แม้ว่าค่าจ้างที่เขาให้จะสูงมาก แต่ตราบใดที่คนอื่นให้มากกว่าเทียนหยุนก็จะไม่สามารถรักษาคนๆนั้นไว้ได้
นี่เป็นกรณีเดียวกันกับของซุนเซียง ซุนเซียงเป็นดีไซน์เนอร์ที่มีฝีมือดีที่สุดในโรงงาน แต่เมื่อเธอเข้าไปขอค่าคอมมิชชั่น เธอกลับถูกฉินหยุนไล่ออกทันที
อันที่จริงเทียนหยุนที่เป็นเช่นนี้ก็สามารถพัฒนาขึ้นได้ แต่เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเติบโตขึ้นจริงๆ เพราะถ้าหากฝ่ายตรงข้ามมุ่งเป้ามาและโจมตีเข้าไปที่จุดนี้อย่างเต็มที่ เทียนหยุนก็อาจจะพังทลายลงอย่างรวดเร็ว
เธอกำลังเตรียมการอยู่ ดังนั้นเธอจึงยังไม่ได้ลงมือ
แต่ตอนนี้ความคิดของฉินหยุนกลับเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน แถมระบบการจ่ายค่าจ้างก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้แต่เธอเองก็ยังรู้สึกว่าตั้งตัวไม่ทัน
เช่นเดียวกับร้านขายเสื้อผ้าของเขา อันที่จริงค่าจ้างของพนักงานก็สูงมากอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ก็ยังมีระบบการให้รางวัลเพิ่มเข้าไปอีก พนักงานขายคนไหนบ้างที่จะไม่พยายามเพิ่มยอดขายของร้านตัวเอง?
ในตอนนี้ยังจะมีใครที่สามารถไปขุดพนักงานเหล่านั้นได้อีก?
แน่นอนว่าในโลกใบนี้ไม่มีสิ่งที่ตายตัว แต่ราคาที่ต้องจ่ายในการขุดนั้นสูงเกินไป
"มันเกิดอะไรขึ้น?"
ซุนเฉียนรู้สึกทุกข์ใจมาก ยังไม่ทันได้ดำเนินการตามแผนที่วางไว้เลย แต่มันกลับแตกเป็นเสี่ยงๆไปเสียก่อน
ซุนเฉียนกำลังเป็นทุกข์ ส่วนซุนเซียงที่ได้ยินข่าวก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออกอยู่เป็นเวลานาน
เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่เธอมาที่หานลู่ แต่เสื้อผ้าของเธอที่ขายในร้านเสื้อผ้าหานลู่ไม่ได้รับความนิยมมากนัก ยอดขายของมันอยู่แค่ระดับธรรมดาๆเท่านั้น
ผลลัพธ์เช่นนี้ทำให้ความภาคภูมิใจในใจของเธอหดหายไปอย่างต่อเนื่อง
"พี่คะ" ข้างๆเธอ ซุนเจียเจียก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรเช่นกัน หลังจากผ่านไปสักพักเธอก็พูดขึ้นด้วยความหดหู่ใจว่า "ทำไมจู่ๆเทียนหยุนถึงเปลี่ยนไปล่ะ? พวกเขาถึงกับแจกโบนัสมากมายให้กับพนักงานเลย"
ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ในโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าเทียนหยุน เสื้อผ้าของพี่สาวเธอเป็นดีไซน์ที่ขายได้มากที่สุด ถ้าตอนนี้พวกเธอยังอยู่ในเทียนหยุน พวกเธอจะได้รับโบนัสมากขนาดไหนกัน?
ตอนนี้เธอมีความต้องการจะเกลี้ยกล่อมพี่สาวของเธอให้กลับไปที่เทียนหยุน
อย่างไรก็ตาม บางอย่างเมื่อตัดสินใจไปแล้ว มันก็ไม่สามารถย้อนกลับไปได้ ซุนเซียงถือว่าโชคร้ายเองที่พลาดการปฏิรูปเทียนหยุนในครั้งนี้
(จบบทนี้)
ซุนเซียงถึงกับกำหมัด lol
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved