ในนิกายชิงเฟิง ไห่ซานเต๋อและหลี่หยานหลิงอาจารย์และศิษย์นั่งหารืออยู่ด้วยกัน
“ท่านอาจารย์ วันนี้ท่านได้เข้าพบผู้นำนิกายแล้วหรือไม่?”
“กงตงไม่ยอมพบข้า”
หลี่หยานหลิงไม่รู้จะกล่าวอะไร
“เจ้าแต่งงานกับตระกูลหลู่ แม้ว่าจะได้รับแกนทองคำจากหลู่ชิงอย่างง่ายดาย แต่เจ้าก็ทำให้กงตงขุ่นเคืองเช่นกัน”
“ข้ายินดีรับฟังสาเหตุเบื้องหลังของเรื่องนี้โดยละเอียดท่านอาจารย์”
“มันนานมาแล้ว” ไห่ซานเต๋อกล่าว
"กงตงมาจากครอบครัวที่ต่ำต้อย ในบรรดาญาติของเขา มีหลานชายเพียงคนเดียวที่มีพรสวรรค์ในการฝึกฝน เขามีพลังขอบเขตสร้างรากฐานด้วยอายุห้าสิบปี”
“ย้อนกลับไปในตอนนั้น หลานชายของตงกงและหลู่ชิงได้ร่วมเดินทางไปยังมณฑลเสวี่ยต่อสู้กับฝูงผีดิบขาวและได้รับมอบหมายให้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน”
“ในการต่อสู้ที่ดุเดือดกองร้อยมนุษย์พ่ายแพ้ นอกเหนือจากผู้ที่ได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตแล้ว ร่างของพวกเขาสองคนได้หายไป”
“หลังจากนั้นไม่นาน หลู่ชิงได้รอดชีวิตกลับมาพร้อมกับวิญญาณมังกร แต่หลานชายของกงตงเสียชีวิต”
“เป็นฝีมือของปรมาจารย์หลู่ชิงหรือเปล่า”
“ไม่มีใครรู้จนถึงตอนนี้ เมื่อก่อนเขาคงไม่แทรกแทรงกับเรื่องแบบนี้ อย่างไรก็ตามตั้งแต่นั้นมากงตงก็เริ่มไม่ชอบหน้าหลู่ชิง”
“แต่ไม่นานนักที่หลู่ชิงไปถึงขอบเขตแกนกลางทองคำ กงตงได้เชิญหลู่ชิงเป็นการส่วนตัวให้เข้าร่วมนิกายพร้อมกับให้ตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุดในนิกายชิงเฟิง แม้จะไม่ชอบหน้า”
“อย่างไรก็ตาม หลู่ชิงกับปฏิเสธ และไม่นานนักหลู่ชิงก็สร้างกองกำลังภายในเขตอิทธิพลของนิกาย ฮิฮิ... จิตใจที่คับแคบของกงตงไม่สามารถรับมันไว้ได้ ”
หลี่หยานหลิงพยักหน้า
“ศิษย์เข้าใจแล้ว ทุกคนรู้ว่าผู้นำนิกายกำลังคิดอะไร ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาจะไม่มีความสุขเมื่อข้าแต่งงานเข้าตระกูลหลู่”
“เพื่อที่จะหยุดยั้งไม่ให้ข้าไปถึงรดับพลังยุทธ์ขอบเขตแก่นทองคำ เขาแทบจะเสแสร้งแสดงความจริงใจออกมาเป็นฉากหน้า”
“อย่าเอ่ยถึงเรื่องนี้เลย การหลอมรวมพลังแกนทองคำของเจ้าเป็นอย่างไร?”
“ไร้ความคืบหน้า”
“เจ้าต้องเร่งความเร็ว เมื่อเจ้าปรับแต่งได้สำเร็จ เจ้าจะไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกต่อไป”
“ศิษย์ถูกรบกวนจากพวกหยุนซวนถึงหกครั้งและนานๆครั้งจะมีความคือหน้า มันยากที่จะเร่งความเร็ว หากยังขัดจังหวะอย่างต่อเนื่อง”
เฮ้อ...
ไห่ซานเต๋อถอนหายใจและถามว่า
“ตระกูลหลู่ตอบกลับมาแล้วหรือยัง?”
“จ้าวซือแจ้งว่าเขาจะมาถึงนิกายในวันนี้”
“ฮึ่ม! อย่างน้อยตระกูลหลู่ก็ยังมีมโนธรรมอยู่บ้างหลังจากแย่งศิษย์ที่มีค่าของข้าไป”
……
หลังจากที่หลู่จ้าวซือแสดงเจตจำนงว่าจะมาที่นิกายผ่านการสนทนากับบิดาของเขาแล้ว
เขาก็ไม่รอช้าอีกต่อไป เขาออกเดินทางทันทีและมาถึงอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม หลู่จ้าวซือต้องประสบปัญหาเมื่อเขาเข้าสู่นิกายชิงเฟิง
เขาหยุดอยู่ที่ตลาดการค้าประตูทิศเหนือ
ผู้ฝึกฝนขอบเขตสร้างรากฐานสองคนขวางทางในขณะที่เขายังอยู่ในตลาดการค้าและยังไม่ได้เข้าใกล้ประตูหลักของนิกาย
อีกฝ่ายยังบอกเขาอย่างชัดเจนว่านิกายชิงเฟิงไม่อนุญาตให้ผู้อื่นมาเยี่ยมชมในขณะนี้และขอให้เขากลับไป
นิกายชิงเฟิงครอบครองพื้นที่ขนาดใหญ่มากและถูกปกคลุมด้วยแนวป้องกันภูเขาตลอดทั้งปี
มีเพียงประตูทั้งสี่ของนิกาย เหนือ ใต้ ตะวันออก และตะวันตกเท่านั้นที่เปิดตามปกติ
นอกประตูทั้งสี่บานนี้มีตลาดการค้าอยู่
ตลาดเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นช่องทางสำหรับผู้ฝึกฝนของนิกายชิงเฟิง
เพื่อติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอก
ในขณะเดียวกัน ผู้ฝึกยุทธจากโลกภายนอกก็สามารถทำการค้าที่นี่ได้เช่นกัน
ในความเป็นจริง จำนวนผู้ฝึกยุทธจากนอกเมืองไม่น้อยไปกว่าจำนวนผู้เชี่ยวชาญจากนิกายชิงเฟิง
ผู้เชี่ยวชาญทุกคนมาที่นี่เพื่อหารายได้
ด้วยเหตุนี้เองที่หลู่จ้าวซือไม่คาดคิดว่าตนเองจะเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วเมื่อเขาเดินเข้าสู่ตลาดการค้าประตูเหนือ
ตระกูลหลู่มีชื่อเสียงมากในขณะนี้
แต่ชื่อเสียงส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่บรรพบุรุษของตระกูลอย่างหลู่ชิง
แม้ว่าหลู่จ้าวซือจะเป็นผู้นำของตระกูลหลู่
แต่ฐานการบ่มเพาะของเขาก็อยู่ในขอบเขตรู้แจ้งเท่านั้น
หลู่จ้าวซือไม่ได้ทำอะไรที่ทำให้มณฑลเฟยหยุนต้องสั่นสะเทือน
เรื่องเดียวที่ถือว่ามีชื่อเสียงคือผลงานที่โดดเด่นของเขาในสงครามกับผีดิบขาวมณฑลเสวี่ยเมื่อไม่กี่ปีก่อน
แต่มันก็ไม่ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้เชี่ยวชาญมากมาย
อย่างน้อย มันก็ไม่น่าจดจำเท่ากับการที่เขากลายเป็นสามีของหลี่หยานหลิง
ด้วยเรื่องราวเหล่านี้ หลู่จ้าวซือจึงรู้ว่ามันไม่ใช่อุบัติเหตุที่มีคนจดจำเขาได้
“หืม? เห็นได้ชัดว่ามีใครบางคนกำลังเฝ้ารอข้าอยู่”
มีแนวโน้มว่ามีคนจากตระกูลไห่รอเขาอยู่เช่นกัน
แต่ผู้เชี่ยวชาญของฝ่ายประมุขนิกายพบเขาก่อน
ด้วยการสรุปคร่าวๆนี้ หลู่จ้าวซือจึงไม่มีอะไรต้องกังวล เขาตะโกนว่า
“ไม่รับผู้เยี่ยมชม?”
“ข้าหลู่จ้าวซือไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้เลยก่อนที่ข้าจะเข้ามา”
เสียงของเขาดังมากและเขาจงใจใช้พลังวิญญาณของเขาเพื่อขยายเสียงของตัวเอง
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ผู้ฝึกฝนขอบเขตสร้างรากฐานสองคนจากนิกายชิงเฟิงก็มีสีหน้าน่าเกลียดบนใบหน้าของพวกเขา
บัดซบ!
ฮือฮา!
“เกิดอะไรขึ้น”
บนถนน ผู้คนมากมายมองดูและพบว่าผู้ฝึกฝนแปลกหน้ากำลังเผชิญหน้ากับผู้ฝึกฝนสองคนจากนิกายชิงเฟิง
กลุ่มผู้เชี่ยวชาญรู้สึกว่าผู้ฝึกยุทธแปลกหน้าผู้นี้กล้าหาญมาก
พวกเขาเริ่มสงสัยว่าอีกฝ่ายเป็นใคร?
แม้ว่าหลู่จ้าวซือจะแข็งแกร่งกว่าทั้งสองมาก
แต่หลู่จ้าวซือก็รู้ตัวว่าอยู่ในอาณาเขตของศัตรู!
“หุบปาก!” หนึ่งในผู้ฝึกฝนขอบเขตสร้างรากฐานไม่สามารถระงับความโกรธในใจของตัวเองได้
เขาจึงตัดสินใจเรียกอาวุธอาคมออกมา
หลู่จ้าวซือเรียกสายฟ้าทันทีพันรอบขาของผู้ฝึกยุทธขอบเขตสร้างรากฐาน เขาตะโกน
“เจ้าช่างกล้าใช้อาวุธต่อหน้าผู้เชี่ยวชาญขอบเขตรู้แจ้ง”
หลู่จ้าวซือลงมืออย่างเหมาะสม แน่นอน อีกฝ่ายจะไม่ตาย และไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย
แต่ความรู้สึกชาจากกระแสไฟฟ้าทั่วร่างกายของอีกฝ่ายไม่ได้ลดลงเลย
ความรู้สึกนี้ไม่น่าพอใจต่ออีกฝ่ายนัก
สหายของผู้เชี่ยวชาญที่ถูกสายฟ้าโจมตีตกใจเล็กน้อย
“เจ้า...”
นี่ไม่ใช่เพราะพวกเขาตกใจกับฉากนี้
ไม่มีอะไรให้กล่าวโทษเมื่อขอบเขตสร้างรากฐานถูกทุบตีโดยผู้เชี่ยวชาญขอบเขตรู้แจ้ง?
แต่ความจริงที่ว่าอีกฝ่ายกล้าลงมือโต้ตอบนั้นค่อนข้างไม่น่าเชื่อ
พวกเขาอยู่ในดินแดนหลักของนิกายชิงเฟิง!
ชายคนนั้นถอยหลังไปสองก้าวและบังคับตัวเองให้สงบลง
“หลู่จ้าวซือ! ตระกูลหลู่ต้องการเป็นศัตรูกับนิกายชิงเฟิงหรือไม่?”
“อย่าได้กล่าวใส่ร้ายอย่างคนโง่เขลา”
หลู่จ้าวซือเย้ยหยัน
"ข้ามาที่นี่เพื่อตามหาภรรยา ทำไมเจ้าถึงมาขวางทางข้า ”
คลื่น!
พรึบ!
ก่อนที่ชายคนนั้นจะกล่าวอีกประโยค ผู้ฝึกยุทธคนหนึ่งที่ยืนเหนือดาบบินก็บินมา
ผู้เชี่ยวชาญผู้นั้นลอยลงมาข้างๆ หลู่จ้าวซือพร้อมหันไปกล่าวกับทั้งสองที่มาสร้างปัญหา
"ผู้อาวุโสหลู่ได้รับเชิญจากปรมาจารย์ไห่และผู้อาวุโสหลี่ เจ้ากล้าดียังไงมาขวางทาง”
“ศิษย์อาวุโสไห่!”
คนที่เหลือไม่กล้าแสดงท่าทีเย่อหยิ่งอีกต่อไป ทำได้เพียงก้มหน้า
เมื่อได้ยินแซ่ตระกูลนี้ หลู่จ้าวซือก็เข้าใจ
ตอนนี้เขาตะโกนเสียงดังสำหรับฉากนี้
เนื่องจากประมุขนิกายส่งคนมาหยุดหลู่จ้าวซือ
ตระกูลไห่จะไม่นิ่งเฉย พวกเขาจะส่งคนมารับผู้นำตระกูลหลู่อย่างแน่นอน
เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะบุกเข้าไปในประตูภูเขาด้วยกำลัง
แม้ว่าเขาจะลงมือเพียงเล็กน้อย แต่เขาก็ยังต้องการคนที่ไว้ใจได้เพื่อพาเขาเข้าไป
เนื่องจากคนที่มาขัดขวางเป็นเพียงขยะและฝ่ายที่เป็นพันธมิตรตระกูลหลู่ไม่เคลื่อนไหว
หลู่จ้าวซือจึงต้องส่งเสียงดัง
นอกจากนี้ จากการคาดเดา แม้ว่าศิษย์อาวุโสคนนี้จะอยู่ในระดับขอบเขตสร้างรากฐานเช่นกัน
แต่สถานะของเขาดูเหมือนจะสูงกว่าทั้งสองคนที่มาขวางทางเขา
ในแง่ของความแข็งแกร่ง หลู่จ้าวซือคิดว่าอีกฝ่ายควรอยู่ในขอบเขตสร้างรากฐานระดับเก้า
นิกายชิงเฟิงมีผู้เชี่ยวชาญขอบเขตรู้แจ้งประมาณยี่สิบคนเท่านั้น
ซึ่งอีกฝ่ายควรเป็นผู้เชี่ยวชาญขอบเขตสร้างรากฐานระดับเก้า
พวกเขาได้รับการพิจารณาว่าเป็นหนึ่งในผู้ฝึกยุทธคนสำคัญในนิกายชิงเฟิง
หลังจากไล่ศิษย์ทั้งสองออกไปแล้ว
ศิษย์อาวุโสไห่คนนี้ก็พาหลู่จ้าวซือเดินผ่านประตูทิศเหนือและเข้าสู่ดินแดนอันกว้างใหญ่ของนิกายชิงเฟิง พวกเขามุ่งหน้าไปทางใต้
ระหว่างทาง ทั้งสองคนสนทนากัน และหลู่ชิงก็ทราบคร่าวๆ เกี่ยวกับตัวตนของอีกฝ่าย
นามของเขาคือไห่ฉางหลิง และเขามาจากตระกูลไห่แห่งทะเลตะวันออก
เขาเป็นลูกหลานของไห่ซานเต๋อ
อาจารย์ของเขาคือหลี่หยานหลิง
ดังนั้น หลู่จ้าวซืออาจได้รับการพิจารณาว่าเป็นอาจารย์ลุงของอีกฝ่าย?
แต่ไห่ฉางหลิงลังเลเล็กน้อยที่จะเอ่ยถึงเรื่องนี้ หลู่จ้าวซือไม่ได้บังคับเขา
“เมื่อข้าแต่งงานกับนางแล้ว ข้าควรเรียกนางว่าเช่นไรดี?”
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved