ตอนที่ 48

สำหรับโอสถสร้างรากฐาน กลุ่มผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างรากฐานสามคนที่นำโดยหม่าซือเซียนเสียชีวิตที่ชานเมืองอันหลิงซึ่งอยู่ห่าง

ออกไปประมาณหนึ่งร้อยยี่สิบลี้

ศัตรูทั้งสามคนต่างมีการบ่มเพาะมากว่าร้อยปี

แต่ทั้งหมดนั้นไม่มีค่าอะไรเลยสำหรับชะตากรรมในวันนี้ของพวกเขา

ถ้าทั้งสามสามารถย้อนเวลากลับไปได้

พวกเขาทั้งสามคนจะไม่เลือกที่จะโจมตีตระกูลหลู่

อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างก็ได้สายเกินไปแล้ว

หลังการต่อสู้ หลู่หมิงจ้าวไม่รีบทำความสะอาดสนามรบ

เธอลอยมาหาหลู่จ้าวซือและร่ายทักษะวารีหวนคืน

ผลของพลังปราณวารีที่เธอฝึกฝนนั้นเอนเอียงไปสู่การควบคุม การสนับสนุน และการรักษา ในแง่ของการต่อสู้จริง

ความสามารถในการทำลายล้างและความเสียหายที่สามารถสร้างได้เป็นเพียงค่าเฉลี่ย รูปแบบ

การโจมตีหลักของเธอคือการใช้หมอกด้วยการแปลงพลังให้เป็นหมอกพิษโดยใช้ถ้วยแปลงพิษ

.....

อาการบาดเจ็บของหลู่จ้าวซือดีขึ้นมากหลังจากได้รับการรักษา

บาดแผลที่ไหล่ซ้ายของเขาทำให้เลือดหยุดไหลอย่างรวดเร็วเช่นกัน

เขาถอนหายใจยาว

“ต้องรบกวบเจ้าแล้วน้องเล็ก”

“ทำไมท่านถึงเอ่ยเช่นนั้น ข้าต่างหากที่ต้องรบกวนท่าน”

หมิงจ้าวส่ายศรีษะของเธอ "ท่านรู้สึกอย่างไร?"

"มันไม่ค่อยดีนัก" หลู่จ้าวซือบอกความจริงกับเธอ

“โชคดีที่เจ้าจบการต่อสู้ได้อย่างรวดเร็ว นั่นทำให้ข้ากับมาได้เปรียบ ไม่อย่างนั้นข้าคงทนไม่ไหว”

ทะเลเพลิงที่ลูกไหม้พื้นที่มีผลกับเขา

จ้าวซือสามารถป้องกันมันได้ด้วยหยกยับยั้งในตอนเริ่มต้น

เมื่อหยกยับยั้งพลังชิ้นที่สองของเขาแตกเป็นเสี่ยง ๆ

เขาทำได้เพียงป้องกันตัวเองจากเปลวไฟด้วยร่างกายและพลังวิญญาณของเขา

หลู่หมิงจ้าวยังต้องควบคุมดาบบินของเขาและพยายามใช้ปราณสายฟ้าของเขา...

นอกจากความแข็งแกร่งทางจิตวิญญาณที่เขาใช้จัดการกับใบมีดเพลิงแล้ว

พลังจิตวิญญาณที่เขาเหลืออยู่ในร่างกายยังน้อยกว่าสองในสิบส่วนของความสามารถทั้งหมด

หลู่หมิงจ้าวไม่ได้ดีไปกว่ากันมากนัก เธอใช้พลังจิตวิญญาณจำนวนมากเมื่อเธอต่อสู้กับ หม่าซือเซี่ยนเพื่อควบคุมธงผืนนั้น

เช่นเดียวกับตอนที่เธอเปิดใช้งานหมอกพิษด้วยพลังของเธอเพื่อใช้มันกัดกร่อนร่างอีกฝ่าย

เธอเหลือพลังปราณในการต่อสู้เพียงสามในสิบส่วน

“ค้นหากระเป๋ามิติทั้งสามคนนี้ รีบกลับกันเถอะ เราไม่ควรอยู่ที่นี่นานเกินไป”

"รับทราบ"

หลู่หรานถิงก็รีบกลับมาหาผู้อาวุโสตระกูลทั้งสองเช่นกัน

เมื่อหลู่หมิงจ้าวหวนกลับไปเพื่อเข้าร่วมการต่อสู้ เธอได้เตือนหลู่หรานถิงว่าอย่าเข้าใกล้เกินไป

เธอจะไม่ได้ช่วยอะไรมากนักในฐานะผู้ฝึกตนขอบเขตลมปราณระดับเก้า

หรานถิงอาจเสียชีวิตได้ง่ายๆ หากเธอเข้าใกล้เกินไป

การตายต่อหน้าศัตรูที่ไม่รู้จักเป็นการสูญเปล่า

ตอนนี้มันไม่ได้เป็นปัญหามากนัก แม้ว่าเปลวไฟจะยังคงลุกไหม้โดยไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ฝึกตนอิสระ แ

ต่พวกมันก็ไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อหลู่หรานถิงอีกต่อไป

ร่วมกับหลู่หมิงจ้าว หลู่หรานถิงต่างค้นศพของผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างรากฐานสามคนที่โจมตีพวกเขา

การต่อสู้ระหว่างผู้ฝึกยุทธไม่เหมือนกับการต่อสู้ระหว่างมนุษย์ปกติ

ผู้ฝึกฝนที่เชี่ยวชาญในการลอบสังหารเช่นผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างรากฐานที่ใช้ดาบสั้นสีดำสนิทนั้นหายากมาก

ซากศพของผู้ฝึกตนที่พวกเขาสังหารนั้นกระจายออกไปไกลจากกันและกัน

ในขณะนั้น หลู่จ้าวซือและหลู่หมิงจ้าวต่างก็มองขึ้นไปทางทิศตะวันออกของเมืองอันหลิง

หลู่หรานถิงซึ่งอยู่ข้างๆหลู่หมิงจ้าวก็เริ่มระมัดระวังตัว

"เกิดอะไรขึ้น?"

“มีคนสารเลวโลภมากยังไม่ปล่อยวาง”

ในเวลาต่อมา หลู่หรานถิงก็เห็นร่างคนๆหนึ่งเข้ามาใกล้พวกเขาจากระยะไกลอย่างชัดเจน

“จางซีคาน!” เธอเอ่ยชื่อของชายผู้นั้นออกมา

หลู่หรานถิงรู้จักทั้งจางซีคานและหม่าซือเซี่ยนเช่นเดียวกับผู้ฝึกตนอิสระสองคนที่ไร้ชื่อเสียง

นางอยู่ในเมืองอันหลิงมานานกว่าหนึ่งปีแล้ว

งานหลักของหรานถิงคือการเสาะหาข้อมูล

เธอจดจำผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างรากฐานทั้งหมดในเมืองได้

จางซีคานมาถึงสนามรบด้วยดาบบินของเขา

ก่อนหน้านี้ไม่นาน

ในเมืองอันหลิง จางซีคานได้ตัดสินใจว่าเขาจะไม่เข้าร่วมในปฏิบัติการนี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อหม่าซือเซียนและคนอื่นๆในกลุ่มออกจากเมืองอันหลิงเพื่อไล่ตามตระกูลหลู่

จางซีคานไม่สามารถระงับความโลภในใจของเขาได้

เขาแอบไล่ตามข้างหลังพวกเขาทั้งหมดอีกที

ในตอนแรกเขาไม่ได้ตั้งใจจะฉวยโอกาสที่อีกฝ่ายอ่อรแรง

สิ่งที่เขาต้องการทำคือมาสังเกตสถานการณ์ ใครจะรู้?

บางทีเขาอาจได้รับประโยชน์ที่คาดไม่ถึง

ในสายตาของเขาตระกูลหลู่ มีแหล่งที่มาของความแข็งแกร่ง

มันจะอันตรายเกินไปถ้าหลู่หมิงจ้าวมียันต์อาคมสังหารซึ่งบรรพบุรุษของพวกเขาทิ้งไว้

เป็นการดีกว่าสำหรับเขาที่จะปล่อยให้หม่าซือเซียนและคนโง่คนอื่นๆเป็นทัพหน้า

ดังนั้นเขาจึงเฝ้าดูการต่อสู้จากระยะไกล

เขาคาดว่าจะมีคนซุ่มโจมตีหม่าซือเซียนละกลุ่มของเขา

ตระกูลหลู่มีสมบัติล้ำค่า โอสถสร้างรากฐานอยู่ในมือของพวกเขา

พวกเขาคงไม่โง่เขลาถึงขนาดไม่เตรียมการใดๆ

แต่เขาไม่ได้คาดหวังว่าผู้เชี่ยวชาญที่ซุ่มโจมตีจะเป็นหลู่จ้าวซือแทนที่จะเป็นหลู่จ้าวเหอ

ซีคานรู้ว่าหม่าซือเซียนและกลุ่มของเขากำลังมีปัญหาเมื่อเขาตระหนักเช่นนั้น

หม่าซือเซียนและอีกสองคนจะไม่มีปัญหาในการจัดการกับหลู่หมิงจ้าวและหลู่จ้าวเหอหากไม่มีอุบัติเหตุ

แต่ถ้ามีหลู่จ้าวซือ…

หลู่จ้าวซือมีชื่อเสียงในเขตอันหลิง

เมื่อเขายังคงเคลื่อนไหวอยู่เมื่อสามสิบถึงสี่สิบปีที่แล้ว

เทคนิควารยุทธธาตุสายฟ้าธาตุของเขารุนแรงมากในการต่อสู้

จางซีคานไม่เห็นพี่น้องของตระกูลหลู่ นำสิ่งที่เป็นไพ่ลับออกมาในระหว่างการต่อสู้

พวกเขาได้รับชัยชนะจากในการต่อสู้และความจริงที่ว่าพวกเขาฆ่าสมาชิกคนหนึ่งจากทั้งสามด้วยการลอบโจมตีด้วยยันต์อาคมสายฟ้า

เหตุใดหลู่จ้าวซือซึ่งมีข่าวว่าได้รับบาดเจ็บสาหัสและมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานจึงดูมีความแข็งแกร่งมากกว่าในอดีต

และหลู่หมิงจ้าวก็มีความแข็งแกร่งมากกว่าที่เขาคาดไว้เช่นกัน

เมื่อเขาเห็นตระกูลหลู่เริ่มทำความสะอาดสนามรบ

จางซีคานก็มีการต่อสู้ภายในความคิด

เขาเห็นว่าหลู่จ้าวซือและหลู่หมิงจ้าวอยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์

นอกจากนี้ เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญขอบเขตสร้างรากฐานระดับแปดและมีพลังมากกว่าสมาชิกของกลุ่มก่อนหน้า

ซีคานใช้อาวุธอาคมระดับสองขั้นสูงชิ้น

เขาไม่ควรมีปัญหาในการฆ่าผู้เชี่ยวชาญขอบเขตสร้างรากฐานทั้งสองหากเขาลงมือ

ถึงกระนั้น หลู่จ้าวซือและหลู่หมิงจ้าวไม่ได้ใช้ยันต์สังหารระดับสูงหรือสมบัติลับอื่น ๆ เมื่อพวกเขาจัดการกับหม่าซือเซียนและผู้ฝึกตนอิสระสองคน

ซีคานจะไม่ตกเป็นเป้าหมายจากการโจมตีของพวกเขาหรอกหรือ?

ถ้าพี่น้องตระกูลหลู่ยังมีไพ่ลับซ่อนอยู่?

จางซีคานเห็นว่าสมาชิกของตระกูลหลู่ได้เก็บกระเป๋ามิติสองใบแล้วและกำลังจะจากไป

เขาไม่สามารถระงับความโลภในใจของเขาได้

ไม่เพียงแต่เขาจะได้รับโอสถสร้างรากฐานที่มีค่ามหาศาลซึ่งไม่สามารถซื้อด้วยเงินเพียงอย่างเดียวได้หากเขาฆ่าผู้เชี่ยวชาญตระกูลหลู่

แต่ซีจางยังจะได้รับถุงมิติของของผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างรากฐานห้าคนด้วย

นั่นหมายความว่าเขาจะได้รับอาวุธอาคมหลายชิ้นที่มีระดับสองขึ้นไป

เขาอาจได้รับประโยชน์ที่คาดไม่ถึง

ซีคานจะสามารถได้รับโชคก้อนใหญ่มากมายหากเขาฆ่าพี่น้องตระกูลหลู่

เวลานี้เป็นโอกาสที่หาได้ยากที่ศัตรูอยู่ในสภาพย่ำแย่อยู่แล้ว...

นั่นมันน่าดึงดูดใจเกินไป

พี่น้องตระกูลหลู่ ไม่ได้ใช้ไพ่ตายอะไรที่น่าหวาดกลัว

แม้ว่าการต่อสู้ในตอนนี้จะรุนแรง… จางซีคานอาจคิดมากไป

ตระกูลหลู่ได้ตกต่ำลงและถูกผู้คนมองข้ามไปเป็นเวลานาน

พวกเขายังได้รับภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง

บางทีตระกูลหลู่อาจใช้ไพ่ตายที่มีสำรองไปหมดแล้ว?

ด้วยความคิดนั้นเขาจึงตัดสินใจแสดงตัว

หลู่จ้าวซือและหลู่หมิงจ้าวหยุดสิ่งที่พวกเขากำลังทำเริ่มขึ้นดาบบิน

พวกเขาลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า

พี่น้องมองหน้ากัน หลู่จ้าวซือกล่าวว่า

“พี่จาง เราไม่ได้เจอกันมาสามสิบปีแล้วใช่ไหม ทำไมเจ้าถึงปรากฎตัวตอนนี้”

จางซีคานไม่ได้กล่าวอะไร เขาค่อยๆ เรียกดาบอาคมออกมาแทน

ดาบเป็นสีเขียวหยก มันพัดพาลมกระโชกมาทุกครั้งที่เคลื่อนไหว

“ดาบหยกวายุคราม… พี่จาง ทำไมเจ้าไม่ถอยหลังกลับตอนนี้ ข้าไม่ต้องการที่จะฆ่าเจ้า”

“ จ้าวซือเราไม่ได้เจอกันหลายปี ข้าก็ไม่อยากทำแบบนี้เหมือนกัน เป็นเพียงว่าตระกูลของข้ามีลูกหลานจำนวนมากที่ต้องการโอสถสร้างรากฐานอย่างยิ่ง ข้าต้องขออภัยสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้”

“เฮ้อ…”

หลู่จ้าวซือถอนหายใจ ที่ด้านข้างหลู่หมิงจ้าวได้นำยันต์อาคมสีแดงขึ้นมาในมือของเธอแล้ว

การแสดงออกของจางซีคานเปลี่ยนไปอย่างมากเมื่อเขาเห็นยันต์อาคมอัคคี

เขาเรียกหยกเคลื่อนย้ายอย่างรวดเร็วและบินหนีไปอย่างรวดเร็วด้วยดาบบินของเขา

น่าเสียดายที่มันสายเกินไป

จ้าวหมิงเปิดใช้งานยันต์สังหาร

ทันใดนั้นลูกบอลสีดำปะทุก็ปรากฏขึ้นบนยันต์สีแดง

ในเวลาเดียวกัน พลังนั้นได้กำหนดเป้าไปที่จางซีคานแล้ว

จากนั้นก็บอลสีดำลุกเป็นไฟในลูกบอลไฟสีแดงเข้ม

คลื่น!

ตู้ม!

อ้าก!

เสียงร้องอันน่าสมเพชของซีคานกินเวลาชั่วพริบตา

จางซีคานผู้ซึ่งเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างรากฐานระดับแปด

ร่างนั้นถูกเผาจนร่างไม่เหลือซากอะไรไปพร้อมกับสมบัติป้องกันระดับสองขั้นกลางของเขา

“ยันต์อาคมอัคคีผลาญ”

.........