ตอนที่ 192

หลู่ชิงมองลงไปที่บุตรชาย ผู้ซึ่งกำลังเก็บกวาดสนามรบและมองหาของที่ริบมาจากการต่อสู้

เขายิ้มและพยักหน้าด้วยความโล่งใจ

หลู่ชิงค่อนข้างพอใจกับผลงานของบุตรชายในการต่อสู้ในครั้งนี้

ในการต่อสู้ครั้งนี้ ไห่ชางเฉิงเป็นกำลังหลักอย่างแน่นอน

เขายังเป็นส่วนหนึ่งที่โจมตีสร้างความเสียหายให้กับศัตรู

ไห่ชางเฉิงอยู่ในขอบเขตรู้แจ้งขั้นกลางด้วยพลังระดับนี้แข็งแกร่งอย่างแน่นอน

ก่อนหน้านี้ หลังจากที่หลู่จ้าวซือใช้กระบวนท่าดาบสายฟ้าสวรรค์อันลึกซึ้ง

เขาก็ไม่มีกลอุบายอื่นใดอีกแล้ว ถ้าไห่ชางเฉิงไม่เสี่ยงชีวิตของตัวเองเข้าโจมตีถึงตาย

หยางเซี่ยงอาจจะกลายเป็นผู้ฝึกยุทธฝ่ายมารจริงๆ ในท้ายที่สุด

หลู่ชิงไม่รู้ว่าสมบัติที่แฝงไปด้วยปราณปีศาจคืออะไร?

ความสามารถของมันคืออะไร หรือมันยอดเยี่ยมแค่ไหน?

แต่ท้ายที่สุดแล้ว หยางเซี่ยงดูเหมือนว่าเขาจะพึ่งพาสิ่งนี้เพื่อพลิกสถานการณ์

เห็นได้ชัดว่ามันเป็นสมบัติที่ต้องจ่ายราคาสูงมากในการใช้งาน

แต่ผลที่ได้ก็พิเศษไม่แพ้กัน หากศัตรูใช้มันสำเร็จ หลู่จ้าวซือและไห่ช่างเฉิงอาจจะรับมือมันไม่ได้

ในตอนนั้น หลู่ชิงก็พร้อมที่จะเคลื่อนไหว เขาได้เตรียมยันต์ปราณดาบระดับสาม ไว้ในช่วงเวลาสำคัญ

เขาคงจะสามารถแทรกแทรงเรื่องนี้ได้บ้าง

หลังจากดูสถานการณ์แล้ว หลู่ชิงก็ประเมินว่าทั้งสองคนนี้สามารถจัดการกับศัตรูได้ด้วยตัวเอง

ดังนั้นหลู่ชิงจึงไม่ได้เข้าแทรกแทรง

จากนั้น ไห่ชางเฉิงก็ทำลายสมบัติปีศาจตามที่เขาคาดไว้จริงๆ

การแสดงของหลู่จ้าวซือนั้นน่าทึ่งมากและเขาก็มีส่วนช่วยอย่างมาก

หากปราศจากความช่วยเหลือของเขา มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะบังคับหยางเซียงซึ่งมีข้อได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัดในด้านอาวุธ

จนถึงจุดที่เขาต้องใช้สมบัติที่มีปราณปีศาจ

หลู่ชิงพอใจมากที่สุดกับดินแดนสายฟ้าเก้าหยางที่บุตรชายได้พัฒนาขึ้น

การเคลื่อนไหวนี้เป็นการผสมผสานระหว่างยันต์อาคมของเขาเองและวรยุทธสายฟ้าหยางเจิดจรัส

เขาสร้างการโจมตีนี้ด้วยตัวเขาเอง

ความสามารถในการสร้างทักษะโจมตีเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความรู้ของผู้ฝึกตน

นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างทักษะต่อสู้และทักษะที่เหมาะกับตัวเอง

วรยุทธที่สร้างขึ้นย่อมมาเหมาะสมที่สุดสำหรับตนเอง

ที่สำคัญกว่านั้น หลู่ชิงไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการพัฒนาดินแดนสายฟ้าเก้าหยางของบุตรชาย

หลู่จ้าวซือเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง

เรื่องนี้ทำให้หลู่ชิงรู้สึกพึงพอใจมากยิ่งขึ้น

นอกเหนือจากการมีความสุขกับการเติบโตของบุตรชายแล้ว

หลู่ชิงยังคงพิจารณาภารกิจในการหยุดยั้งหยางเซี่ยงผู้ซึ่งพยายามหลบหนีซึ่งเป็นภารกิจเชิงลงโทษ

“ติ้ง!”

[ ภารกิจพิชิตสามดาว ปิดล้อมเป้าหมาย ]

[ รางวัล 229 แต้มโชค ไอเทมสามดาวหายากหนึ่งชิ้น ]

……

นอกเหนือจากรางวัลแต้มโชคแล้ว หลู่ชิงมองไปที่ไอเทมใหม่

[การฟื้นคืนระดับสามดาว]

ห้ะ!

เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงเลย!

ตกตะลึง!

หลู่ชิงไม่คาดคิดว่าภารกิจพิชิตสามดาวธรรมดาจะทำให้เขามีไอเทมการฟื้นคืน!

จริงๆ แล้วรางวัลแต้มโชคนั้นต่ำกว่ารางวัลของภารกิจพิชิตสามดาวทั่วไปมาก

หลู่ชิงเดาว่าสาเหตุหลักของเรื่องนี้คือไห่ชางเฉิง

จากผู้เชี่ยวชาญสองคนที่ต่อสู้ในเวลาเดียวกัน

ไห่ชางเฉิงไม่ใช่สมาชิกของตระกูลหลู่ ผลลัพธ์ของการต่อสู้ของเขาจะไม่ถูกนับโดยธรรมชาติ

ก่อนหน้านี้ หลู่ชิงกังวลว่าการจัดการกับหยางเซียงจะถือเป็นภารกิจพิชิตหรือไม่?

“ดีที่ระบบนับมันให้เป็นภารกิจพิชิต”

แม้ว่ารางวัลจะลดลงอย่างมาก แต่รางวัลน่าจะมีเพียงหนึ่งในสามหรือหนึ่งในสี่ของรางวัลภารกิจพิชิตสามดาวธรรมดา

แต่รางวัลเพิ่มเติมของไอเทมหายากนี้ทำให้เขาฟื้นคืนพลังได้โดยตรง

ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง!

เพื่อประโยชน์ของไอเทมนี้ ไม่เพียงแต่รางวัลแต้มโชคจะลดลง

แม้ว่าหลู่ชิงจะต้องใช้แต้มโชคแลกเปลี่ยน แต่เขาก็ยังได้รับผลกำไรอีกด้วย

เวลาหกชั่วยามแห่งการฟื้นคืนพลังที่เขาได้รับจากระบบ

หมายความว่าเขาจะได้รับการฟื้นคืนพลังอย่างสมบูรณ์ภายในหกชั่วยามนี้

“พลังยุทธ์สูงสุดที่แทบจะไร้ผู้ใดต่อกร”

หลู่ชิงฉีกยิ้มอย่างยินดี

……

หลู่จ้าวซือและไห่ชางเฉิงซึ่งอยู่ด้านล่างก็ยิ้มเช่นกัน

เมื่อพวกเขากำลังเก็บกวาดสนามรบและเก็บสิ่งของที่หยางเซี่ยงทิ้งไว้

ทั้งสองพบสมบัติดีๆ มากมาย

แน่นอนว่าอาวุธอาคมที่มีค่าที่สุดคือดาบเฉินเทียน

นอกเหนือจากอาวุธอาวุธระดับที่สี่แล้ว

หยางเซี่ยงยังมีสิ่งของมีค่าอื่นๆ อีกมากมายบนตัวเขา

เช่นแหวนที่สามารถทำให้ร่างกายของเขาล่องหนและหลีกเลี่ยงการโจมตีได้

ถุงมือสีน้ำตาลที่สามารถปล่อยคลื่นกระแทกและผลักกระดูกยักษ์ออกไปได้

ในท้ายที่สุด หยางเซี่ยงใช้โล่ป้องกันเพื่อป้องกันการโจมตี

สมบัติเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งของล้ำค่า

น่าเสียดายที่แหวนที่หยางเซี่ยงใช้ตอบโต้การโจมตีร่วมของหลู่จ้าวซือและไห่ชางเฉิงก่อนที่เขาจะหนีจากยันต์สะท้านวิญญาณได้พังทลายลง

มิฉะนั้น อาวุธที่สามารถปกป้องเจ้าของได้โดยทีนทีก็จะมีความน่าสนใจเช่นกัน

นอกจากนี้ หินวิญญาณจำนวนมากยังหลุดออกมาจากถุงมิติเก็บของที่ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง

หยางเซี่ยงรู้ว่าเขาได้หลบหนีออกไปเฉยๆ

เรื่องนี้มันเทียบเท่ากับการถูกเนรเทศชั่วคราว

เพื่อที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคตเขาได้นำหินวิญญาณมามากมาย

ถุงมิติเก็บของขนาดกลางสามใบบรรจุหินวิญญาณสองสามพันก้อน

แต่นั่นเป็นเพียงเงินค่าขนมเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ มีหินวิญญาณระดับกลางสามก้อนอยู่ในถุงมิติเก็บของขนาดเล็ก

“สามหมื่นหกพันหินวิญญาณเหรอ? หยางเซี่ยงผู้นี้ร่ำรวยมาก”

หลู่จ้าวซือกล่าว

ฮึ่ม!

ไห่ชางเฉิงสบถอย่างเย็นชา

“เจ้าสารเลวนี่เป็นปลิงสูบเลือดเนื้อนิกายชิงเฟิง!”

“ข้ารู้ว่ามีคนกลุ่มหนึ่งที่หลบไปทำงานที่ศาลาเฟยหยุนและหอการค้าฮูเฉิงได้รับเงินทองไปมากมาย แต่หยางเซี่ยงผู้นี้โลภมากเกินไป!”

เช่นเดียวกับที่ไห่ชางเฉิงกล่าวไป

หินวิญญาณสามหมื่นหกพันก้อนเป็นจำนวนที่น่าตกใจ

มูลค่าของผู้เชี่ยวชาญขอบเขตรู้แจ้ง ไม่รวมตัวเขาเอง คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณสองหมื่นถึงสามหมื่นหินวิญญาณ

เพียงแค่นับเฉพาะอาวุธอาคม โอสถ ยันต์อาคม

อย่างไรก็ตาม ความมั่งคั่งและหินวิญญาณเป็นสองสิ่งที่แตกต่างกัน

เป็นเรื่องยากมากสำหรับผู้เชี่ยวชาญขอบเขตรู้แจ้งที่จะแยกหินวิญญาณหนึ่งหมื่นก้อนก้อนเป็นเงินสด

โดยปกติแล้วพวกเขาจะต้องขายของบางอย่างก่อนที่จะคิดหาทางเพื่อให้ได้หินวิญญาณจำนวนนั้น

ในทางกลับกัน หยางเซี่ยงมีหินวิญญาณที่ถือครองสามหมื่นหกพันแต้มโชค!

นี่เป็นความสามารถแบบไหน? ตระกูลหลู่ในปัจจุบันค่อนข้างแข็งแกร่งอยู่แล้ว

พวกเขายังมีความตั้งใจที่จะกลับไปสู่ยุคทองของพวกเขาในเรื่องการเงิน

แต่ตระกูลหลู่ไม่สามารถจ่ายหินวิญญาณสามหมื่นก้อนในทันทีได้

นอกเหนือจากหินวิญญาณที่ถือครองแล้ว หากนับสิ่งของแปลกๆ อาวุธอาคม โอสถหายากต่างๆ

และสมบัติทางธรรมชาติของหยางเซี่ยง

มูลค่ารวมทระยากรที่เขามีกับตัวจะมีมูลค่ามากกว่าหนึ่งแสนหินวิญญาณ

นี่ยังไม่รวมถึงดาบเฉินเทียนซึ่งเป็นอาวุธอาคมที่มีมูลค่าอย่างน้อยห้าหมื่นหินวิญญาณ!

ด้วยหินวิญญาณจำนวนมากที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา

หลู่จ้าวซือและไห่ชางเฉิงต่างมีความคิดเป็นของตัวเองอย่างแน่นอน

ไห่ชางเฉิงโบกมือให้หลู่จ้าวซือพร้อมด้วยสายตากะพริบถี่

เอ่อ…

หลู่จ้าวซือลังเลเล็กน้อย

หลู่ชิงซึ่งลอยอยู่กลางอากาศสามารถบอกได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าพวกเขาทั้งสองกำลังคิดอะไรอยู่

เขาส่งสัญญาณเสียงไปยังบุตรชายแล้วแนะนำว่า

“อย่าเสียการใหญ่เพื่อสมบัติเล็กน้อย”

หลู่จ้าวซือตอบสนองทันที

“สหายเต๋าไห่ มาเก็บสมบัติเหล่านี้นำกลับไปนิกายกันเถอะ ท้ายที่สุด ไม่ว่ายังไงก็ตาม หยางเซี่ยงก็มาจากนิกายชิงเฟิง”

“เมื่อเขาตายด้วยน้ำมือของพวกเรา ข้าและท่านต้องโดนสืบสวนโดยยันต์อาคมความจริงในภายหลังอยู่ดี”

ไห่ชางเฉิงก็คืนสติกลับมาในทันที

“สหายเต่าหลู่เจ้ากล่าวได้ถูกต้อง”

พวกเขาทั้งสองไม่ได้มีการโต้เถียงกัน

ทั้งสองเดินทางกลับไปพร้อมกับศพของหยางเซี่ยงและสมบัติในถุงมิติเก็บของ