เมื่อหลู่จ้าวเหอได้มารายงานกิจวัตรประจำวันของตนเอง
หลู่ชิงก็นำพิมพ์เขียวทั้งสองออกมาส่งมอบให้กับลูกชาย
นอกจากนี้เขายังให้จ้าวเหอส่งข้อความไปยังหมิงจ้าวบอกเป็นนัยว่าเธอจะสัมผัสได้ว่ากระบวนการบ่มเพาะของเธอราบรื่นขึ้นในอีกห้าปีข้างหน้า
จากนั้นหลู่จ้าวเหอกล่าวถึงหลู่เหวินอัน
เหวินอันตัวน้อยกลับมาจากนิกายชิงเฟิง
หลู่เหวินอันเป็นเด็กที่มีรากจิตวิญญาณคู่ธาตุไม้กับน้ำ
ซึ่งถูกเลือกโดยนิกายชิงเฟิงเมื่อพวกเขามาคัดเลือกศิษย์เมื่อห้าปีที่แล้ว
บิดาของเหวินอันคือหลู่หมิงเฉิงสมาชิกตระกูลที่ไม่มีรากจิตวิญญาณ
ท่านย่าของเหวินอันคือหลู่หรานถิงและปู่ของเขาเคยเป็นผู้ฝึกตนอิสระซึ่งแต่งงานเข้าตระกูลหลู่ ดังนั้นเชื้อสายทั้งหมดของเขาจึงใช้แซ่หลู่
“ทำไมจู่ๆ เขาถึงกลับมาจากนิกาย?”
หลู่ชิงเอ่ยถาม “มีปัญหาอะไรหรือเปล่า”
.....
เฮ้อ...
หลู่จ้าวเหอถอนหายใจยาว เขาดูหดหู่มากและไม่พูด
ดูเหมือนว่าเขาไม่รู้ว่าจะรายงานเรื่องนี้กับพ่อของเขาอย่างไร?
อารมณ์ของหลู่ชิงก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
“บอกข้ามา!”
“เหวินอันได้เข้าสู่ขอบเขตพลังปราณแล้ว”
"อะไรนะ?" หลู่ชิงร่างชะงักไปชั่วขณะ
หากความจำของเขาถูกต้องหลู่เหวินอันอายุเพียงสิบขวบไม่ใช่หรือ?
การเข้าสู่ขอบเขตลมปราณเมื่ออายุสิบขวบเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยม
แม้แต่ในผู้ฝึกตนที่มีรากจิตวิญญาณคู่ด้วยกันเอง
แล้วทำไมตอนนี้หลู่จ้าวเหอถึงถอนหายใจ?
หลู่ชิงนึกขึ้นได้ทันทีว่าลูกจ็ดของเขาซุกซนและชอบกล่าวล้อเล่นตั้งแต่ยังเด็ก
เขาตะโกนตำหนี “บัดซบ! นี่ยังกล้ามาล้อเล่นกับพ่อของเจ้ารึ?”
“ฮ่าฮ่าฮ่า…” เสียงหัวเราะของหลู่จ้าวเหอมาจากนอกประตู
“อย่าได้อารมณ์เสียท่านพ่อ อย่าขุ่นเคืองข้าท่านพ่อ”
แม้ว่าเขาจะไม่ได้ลอยออกมาจากห้อง
แต่หลูชิงก็ยังสามารถจินตนาการถึงรอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าของบุตรชายได้
ภาพที่เขาจินตนาการค่อยๆ หลอมรวมเข้ากับความทรงจำเกี่ยวกับลูกชายของเขาเมื่อหลายปีก่อน มันทำให้เขาคิดถึงอดีตเล็กน้อย
แน่นอนหลู่ชิงจะไม่โกรธ
ตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่บรรยากาศในตระกูลหลู่นั้นค่อนข้างดี
พวกเขาไม่เหมือนกับตระกูลอื่นๆ ซึ่งมีระยะห่างและพิธีการระหว่างพ่อกับลูกพอสมควร โดยแก่นแท้ของเขา
หลู่ชิงเป็นคนยุคใหม่ที่มายังโลกนี้ด้วยร่างวิญญาณ
เขาไม่สนใจกฎและวิธีคิดแบบเดิมๆ
มันทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกแน่นแฟ้น
ลูกๆทั้งเก้ายืนอยู่ในระดับเดียวกับเขาในการโต้ตอบกับเขาเมื่อพวกเขาโตขึ้น
แม้ว่าบิดาของพวกเขาจะเป็นผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำที่มีอิทธิพลก็ตาม
เรื่องตลกนั้นเป็นเพียงการสลับฉากเล็กน้อย จากนั้นหลู่จ้าวเหอก็อธิบายสถานการณ์ของ หลู่เหวินอันให้หลู่ชิงฟัง
ปรากฎว่าหลู่เหวินอันได้เข้าสู่ขอบเขตลมปราณ เมื่อสองเดือนก่อน
เขาได้รับการพิจารณาว่าเป็นหนึ่งในศิษย์ที่โดดเด่นที่สุดจากนิกายชิงเฟิงรุ่นนี้
มันเป็นเวลาเดียวกันกับหลู่ชิงตื่นจากการหลับไหล
นั่นคือตอนที่หลู่หรานถิงไปถึงนิกายชิงเฟิง
หลู่หรานถิงเป็นย่าของเหวินอันเธอไปที่นิกายเพื่อเยี่ยมหลานชายของนาง
นอกจากนี้ เธอได้นำหินวิญญาณสองสามก้อนและทรัพยากรการบ่มเพาะบางอย่างไปกับเธอ
นางต้องการมอบให้เหวินอันน้อยเพื่อช่วยในการฝึกฝนของเขา
ทรัพยากรที่เธอนำไปมีราคาประมาณหนึ่งร้อยหินวิญญาณ
มูลค่าหนึ่งร้อยหินวิญาณส่วนใหญ่เป็นทรัพย์สินที่หรานถิงสะสมมาหลายปี
เธอไม่เด็กอีกต่อไปแล้วในวัยเจ็ดสิบสามปี
เธออายุน้อยกว่าหลู่หมิงจ้าวเพียงสี่ปี
แม้ว่าความก้าวหน้าในการบ่มเพาะของเธอจะค่อนข้างดีเมื่อเธอยังเด็ก
แต่เธอก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อตระกูลจ้าวโจมตีตระกูลหลู่
เธอรักษาชีวิตของเธอไว้ได้ แต่เธอได้รับบาดเจ็บที่ตันเถียนของเธอ และไม่มีโอกาสที่จะได้เป็นผู้เชี่ยวชาญสร้างรากฐานอีกต่อไป
หรานถิงเข้าใจเรื่องนั้นและใช้เวลาส่วนใหญ่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมารับใช้ตระกูลหลู่
ตระกูลมอบหินวิญญาณให้เธอปีละสิบห้าก้อนเป็นรางวัล
ควบคู่ไปกับความพยายามของเธอ เธอได้เก็บออมหินวิญญาณไว้ในจำนวนที่เหมาะสมและสามารถสะสมไปเล็กๆน้อยๆได้
ลูกชายของเธอไม่มีรากจิตวิญญาณที่พิเศษ
อย่างไรก็ตาม หลู่เหวินอันหลานชายของเธอมีพรสวรรค์ระดับสูง
ดังนั้นเธอจึงไม่ตระหนี่เมื่อจัดหาทรัพยากรให้กับหลานชาย
หรานถิงยังได้ยินข่าวที่ดีที่สุดเมื่อเธอไปถึงนิกายชิงเฟิง
หลู่เหวินอันเข้าสู่ขอบเขตลมปราณเมื่ออายุสิบขวบ
ความสามารถของเขาเป็นหนึ่งในกลุ่มศิษย์ที่โดดเด่นที่สุด
แม้แต่ในนิกายชิงเฟิงที่กว้างใหญ่ เขาถือได้ว่าเป็นอัจฉริยะตัวน้อย
หลู่หรานถิงไม่สามารถหยุดยิ้มได้เมื่อเธอได้ยินข่าวนี้
หลังจากหารือเรื่องนี้กับอาจารย์ของเหวินอัน
จางซือม่านเธอก็อนุญาตให้ลากับตระกูล
เหวินอันยังเด็กอยู่ พวกเขาสามารถปล่อยให้เหวินอันอยู่กับครอบครัวเป็นเวลาสองปีก่อนที่จะกลับไปที่นิกาย
แน่นอนว่าการอยู่บ้านเป็นเวลาสองปีไม่ได้หมายความว่าเหวินอันจะชะลอการฝึกฝนของเขาได้
ตระกูลหลู่ยังเป็นตระกูลที่มีผู้เชี่ยวชาญขอบเขตสร้างรากฐาน
ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีใครชี้แนะเขาเมื่อเขากลับมาถึงตระกูล
จางซือม่านขอให้ศิษย์สร้างรากฐานให้มั่นคงเมื่อเธอได้พบเขาอีกครั้งในอีกสองปีต่อมา
เป็นการดีที่สุดถ้าศิษย์ของนางได้เข้าสู่ระดับสองขอบเขตลมปราณ
ดังนั้นหลู่หรานถิงจึงพาหลานชายของเธอกลับมาที่ตระกูล
หลังจากที่เขาได้ยินเรื่องราวทั้งหมด หลู่ชิงกล่าวว่า
“ตระกูลต้องไม่ตระหนี่เมื่อต้องบ่มเพาะลูกหลานของเรา เหวินอันน้อยมีโอกาสและทรัพยากรในนิกาย”
“แต่ตระกูลก็ต้องให้การสนับสนุนในปริมาณที่เหมาะสมเช่นกัน ตระกูลจะต้องรับภาระที่สูงขึ้นในการจัดหาทรัพยากรที่เขาต้องการในสองปีนี้ให้กับเหวินอัน”
“เราไม่ควรกดดันเหวินอันน้อยมากเกินไป เมื่อเขากลับไปที่นิกายในอีกสองปีนับจากนี้ ข้าหวังว่าตระกูลจะสามารถจัดหาทรัพยากรให้เขาได้มากขึ้น”
"รับทราบท่านพ่อ พี่ใหญ่กับข้าก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
“นอกจากนี้ เว่ยเหวินน้อยก็ควรจะได้รับการดูแลที่เหมือนกัน พรสวรรค์ของนางไม่ด้อยไปกว่าเหวินอัน แต่เราต้องบ่มเพาะเธอใน
ตระกูล เราต้องชี้แนะเธออย่างดี”
"ขอรับ"
หลังจากที่เขากล่าวถึงเด็กสองคนที่ตระกูลควรให้ความสนใจ
หลู่ชิงก็เริ่มสนทนาถึงเรื่องอื่น ๆ
เขาตัดสินใจจะเข้าสู่ความสันโดษอีกครั้งเป็นเวลาอีกห้าปี
หลู่ชิงบรรลุความเข้าใจแล้ว เขาจะต้องใช้เวลานานในการปิดด่านในอนาคต
เขาไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไป ทั้งหมดที่เขาทำได้เพื่อมีอิทธิพลต่อตระกูลของเขาคือปล่อยให้ลูกชายและลูกสาวของเขาได้รับคำแนะนำจากเขา
หลู่ชิงคอยชี้นำทิศทางที่ตระกูลควรดำเนินการ หลังจากที่เขาให้คำแนะนำ การกระทำส่วนใหญ่ต้องใช้เวลานานกว่าจะเกิดผล
หนึ่งในนั้นคือการกวาดล้างผีดิบวารีในทะเลสามผีดิบวารี
หลู่จ้าวหลิงยังต้องใช้เวลาสองปีครึ่งในการหลอมอาวุธสมบัติหลังจากที่เขาได้รับวัสดุล้ำค่า...
หลู่ชิงไม่มีทางช่วยในเรื่องเหล่านี้ได้ สิ่งที่เขาทำได้คือรอให้เวลาผ่านไปและรอผลลัพธ์
ความช่วยเหลือโดยตรงที่สุดที่เขามีต่อตระกูลคือผ่านการทำงานของระบบ
น่าเสียดายที่การใช้งานของระบบจำเป็นต้องมีแต้มโชค
หากไม่มีแต้มโชคระบบจะเป็นเพียงหน้าต่างข้อมูลเท่านั้น
หลู่ชิงเหลือเพียงเก้าสิบเจ็ดแต้มโชค
นอกจากนี้ มีเพียงตัวเลือกเดียวที่เขาไม่ต้องการเหลืออยู่ในหน้าต่างแลกเปลี่ยน
เนื่องจากไม่มีอะไรให้เขาทำ เขาคงต้องหลับไหลไปอีกครั้งก็ได้
ก่อนที่หลู่ชิงจะหลับไหล เขาเน้นย้ำสองสิ่งกับหลู่จ้าวเหอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
อันดับแรก พวกเขาต้องทำภารกิจพิชิตสามภารกิจที่หลู่ชิงมอบหมายให้ในอดีตให้สำเร็จ
หลู่ชิงจะสามารถได้รับแต้มโชคหลายร้อย
หากสมาชิกตระกูลทำภารกิจพิชิตทั้งสามสำเร็จลุล่วง
เขาจะสามารถแลกเปลี่ยนกับการฟื้นคืนแก่นพลังชีวิตได้เมื่อถึงเวลานั้น
ประการที่สอง เขาหวังว่าตระกูลจะเสร็จสิ้นการเตรียมการสำหรับการโจมตีทะเลสาบผีดิบวารีเมื่อเขาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
หลู่จ้าวเหอกังวลเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าพ่อของเขากำลังจะเข้าสู่ความสันโดษอีกครั้งหลังจากที่ท่านพ่อพึ่งตื่นขึ้นได้ไม่นาน
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้รู้สึกแย่กับมันมากนัก เพราะเคยมีประสบการณ์มาแล้วครั้งหนึ่ง
เขาเชื่อว่าพ่อของเขาจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งในห้าปีต่อมาตามที่สัญญาไว้
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved