ตอนที่ 112

“ที่น่าอายยิ่งกว่านั้นก็คือ พวกคุณทุกคนเป็นศาตราจารย์และนักวิชาการที่มีชื่อเสียงในโลกแห่งการวิจัยอสูรวิญญาณพวกคุณได้รับรางวัลและเกียรติยศมากมายนับไม่ถ้วน แต่สิ่งที่คุณไม่สามารถแก้ไขได้กลับถูกส่งไปให้นักเรียนรับมือ”

“นั่นไม่ใช่สิ่งที่น่าอายที่สุด! สิ่งที่น่าอายที่สุดคือเขาจัดการมันได้แล้ว แต่พวกคุณยังไม่เข้าใจอะไรเลย!”

“จริงๆ แล้ว ถ้าเรื่องนี้หลุดออกไป เราทุกคนนจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”

ผู้หญิงคนนั้นโกรธมาก

ไม่มีความเมตตาในคำพูดของเธอ

ศาตราจารย์ นักวิชาการ และนักวิจัยหลายคนที่อยู่ด้านล่างไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง

“นี่ ผู้อำนวยการเหอ ไม่ใช่ว่าเราไม่สามารถบอกได้...แต่ดาบแม่เหล็กนั้นแปลกจริงๆ...ในการต่อสู้ มันสามารถดูดซับไฟฟ้าที่รุนแรงของพยัคฆ์คำรนได้...เห็นได้ชัดว่ามันมีการกลายพันธุ์พิเศษบางอย่าง...เว้นแต่เราจะนำมันกลับมาและศึกษาอย่างละเอียด...”

ศาสตราจารย์ถังกล่าวว่า “มันยากที่จะวิเคราะห์ข้อมูลการต่อสู้อย่างแม่นยำ”

“คุณต้องการนำมันกลับมาเพื่อวิจัยอย่างงั้นหรอ? ไม่ละอายใจบ้างเลยจริงๆ หรือไง?” หญิงสาวเยาะเย้ย “มอบอสูรวิญญาณให้เขา และขอนำมันกลับมาเพื่อการวิจัย?”

ศาสตราจารย์ถังกล่าวอย่างรวดเร็วว่า “เราสามารถเชิญเขามาที่ฐานของเราในฐานะแขกได้...เราสามารถศึกษาและพัฒนาแผนวิทยาศาสตร์สำหรับฝึกอสูรวิญญาณเพื่อเขา เราสามารถตอบแทนเขาได้...”

"พอสักที!" ผู้หญิงคนนั้นหัวเราะด้วยความโกรธ “คุณยังต้องการจัดทำแผนวิทยาศาสตร์เพื่อฝึกอสูรวิญญาณของเขาอีกอย่างงั้นหรอ? ถ้าฉันเป็นนักเรียนคนนั้น ฉันจะถุยน้ำลายใส่คุณ! คุณไม่สามารถแม้แต่จะจัดการกับอสูรวิญญาณนั่นได้ และหลังจากที่เขาฝึกได้สำเร็จ คุณยังมีกระจิตกระใจที่จะจัดทำแผนวิทยาศาสตร์ให้เขาอย่างงั้นหรอ?”

“ทำไมคุณไม่วางแผนทางวิทยาศาสตร์เพื่อรักษาชื่อเสียงของคุณเองล่ะ”

“ฉันแนะนำให้ทำศัลยกรรมพลาสติกซะตอนนี้ ศาสตราจารย์ถัง คุณคิดยังไงกับแผนนี้?”

ศาตราจารย์หลายคนอยากหัวเราะแต่ก็ไม่กล้า

ศาสตราจารย์ถังรู้สึกอายมาก...

“ถ้าอย่างนั้น เราเชิญเขามาและถามเขาเกี่ยวกับวิธีการบ่มเพาะตรงๆเลยดีไหมครับ?” ศาสตราจารย์คนหนึ่งได้ตั้งคำถาม “ผู้ที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมจะได้รับการปฏิบัติเหมือนเป็นศาตราจารย์ เราเป็นศาตราจารย์ ดังนั้นความรู้ของเราจึงมีมากกว่านักเรียนอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม การฝึกอสูรวิญญาณเป็นเรื่องที่ลึกซึ้ง แม้แต่นักเรียนก็มีความเข้าใจและประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร”

“ยิ่งไปกว่านั้น นักเรียนจะไม่ถูกจำกัดด้วยกรอบความรู้ความเข้าใจของเรา และความคิดของพวกเขาก็ไม่มีข้อจำกัดมากขึ้นไปอีก อะไรก็เกิดขึ้นได้"

“การฝึกอสูรวิญญาณไม่ได้อาศัยความรู้เพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ยังมีสายสัมพันธ์แห่งชีวิตระหว่างคนและอสูรวิญญาณ เช่นเดียวกับผลกระทบของวิญญาณยุทธ์ของพวกเขา เป็นต้น”

“ดูสิ ศาสตราจารย์ถัง ดูสิว่าศาสตราจารย์ไป๋ผู้รู้แจ้งนั้นเป็นอย่างไร?” ผู้หญิงคนนั้นยิ้มทันที “คุณได้ยินไหม? คุณคิดว่าคุณรอบรู้เพียงเพราะคุณเป็นศาสตราจารย์จริงหรือ? มีคนทีเก่งกว่าเสมอ!”

“มีเพียงเด็กแรกเกิดเท่านั้นที่ไม่รู้ตรรกะนี้ เยี่ยม นี่หมายความว่าคุณยังเด็ก”

ศาสตราจารย์ถังพยักหน้าทันที

ในขณะนี้ ผู้ช่วยในชุดวิจัยสีขาวก็เดินเข้ามาและพึมพำกับผู้หญิงคนนั้น

“จ้าวเหอ? เขาโทรหาฉันทำไม?”

ผู้หญิงคนนั้นครุ่นคิดอยู่สองสามวินาทีแล้วพูดกับศาตราจารย์ว่า “ดูต่อไปจนกว่าคุณจะเข้าใจอะไรบ้าง!”

จากนั้นผู้หญิงคนนั้นก็เดินไปด้านข้างและเชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสาร

"ฉันเอง ว่าไง?"

"อืม? คุณเป็นนักวิจัยวิญญาณยุทธ์ ทำไมคุณถึงกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้?

“คุณมีข้อมูลตั้งเยอะ...คุณรู้ด้วยซ้ำว่าฉันกำลังไปที่สำนักงานใหญ่ของเขตสงครามเพื่อหารือเกี่ยวกับแผนการจัดการกับมังกรเทพนภา?”

"ลองเดาดูสิ...หึ นี่เป็นข้อมูลลับสุดยอด แน่ใจนะว่าอยากรู้?”

“อืม...นักเรียนคนนั้นชื่ออะไร?”

“หวังเช่อ...เดี๋ยวก่อน พูดชื่ออีกครั้ง หวังเช่...”

ผู้หญิงคนนั้นมีท่าทางแปลกๆ

เธอเดินกลับไปที่เดิมและถามว่า “ศาสตราจารย์ถังนักเรียนที่ฝึกดาบแม่เหล็กสีแดงชื่ออะไร?”

“เขาชื่อหวังเช่อ เขามาจากเมืองหัวใจท้องฟ้า ผมได้ยินจากเพื่อนเก่าของฉันว่าเขาเป็นอัจฉริยะในการฝึกอสูรวิญญาณ”

“อัจฉริยะในการฝึกอสูรวิญญาณ...”

ผู้หญิงคนนั้นพบว่ามันค่อนข้างน่าสนใจและอดไม่ได้ที่จะพูดพึมพำว่า “ตอนนี้เขายังเป็นอัจฉริยะที่มีวิญญาณยุทธ์เหนือระดับชะตากรรมสวรรค์...ทวีปยอดเขาตะวันตกสร้างอัจฉริยะขึ้นมาจริงๆแล้ว..”

“จากที่จ้าวเหอพูด...มันเกี่ยวข้องกับกองทัพและสาวกผีก่อน...หวังเทียนปา...เยี่ยม เขาเป็นวีรบุรุษหนุ่ม...ไม่น่าแปลกใจที่จ้าวเหอถามฉันเกี่ยวกับมังกรเทพนภา...นี่เป็นอัญมณีที่หายาก...”

“ในกรณีนั้น ที่หลี่หยานหมิงทำแบบนั้น...น่าจะเป็นเพราะนักเรียนคนนี้...”

“น่าสนใจ...น่าสนใจมาก...”

“พูดถึงเรื่องนี้การแข่งขันถ้วยเวหากำลังจะเริ่มขึ้นในปีนี้...ฉันอยากเห็นว่าเธอมีความสามารถแค่ไหน...”

——

การแข่งขันถ้วยเวหา

สำหรับนักเรียนรุ่นเยาว์เหล่านี้ มันเป็นสัญลักษณ์ของการโบยบิน

เป็นการแข่งขันอย่างเป็นทางการเพียงงานเดียวที่จัดขึ้นโดยทวีปยอดเขาตะวันตก สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลาย

มันเป็นการแข่งขันที่แท้จริงของคนที่ทรงพลัง

นอกเหนือจากทวีปยอดเขาตะวันตก ทวีปอื่นๆ จะมีการแข่งขันที่คล้ายคลึงกัน

มันแตกต่างจากถ้วยตรัสรู้ซึ่งเป็นการต่อสู้อสูรวิญญาณธรรมดา

การแข่งขันถ้วยเวหาเป็นการแข่งขันที่ครอบคลุมระดับเริ่มต้น

“ในแง่ที่เป็นทางการ การต่อสู้ที่ครอบคลุมระดับเริ่มต้นเป็นการแข่งขันกึ่งอาชีพ รางวัลและความยากนั้นอยู่ไกลจากสิ่งที่ถ้วยตรัสจะเทียบได้”

หวังเช่อกำลังนั่งรถไฟแม็กเลฟมุ่งหน้าไปยังตัวเมืองของทวีปยอดเขาตะวันตก

ตู้โดยสารเต็มไปด้วยผู้สำเร็จการศึกษาปีสามของเมืองหัวใจท้องฟ้า และมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงกลอรี่เช่นกัน

อาจารย์เจิ้งกำลังอธิบายเกี่ยวกับการแข่งขันถ้วยเวหาให้กับนักเรียนหลายคน

“หมายความว่ายังไงครับอาจารย์?”

“ในการต่อสู้ที่ครอบคลุม จะทดสอบความสามารถในการใช้พลังวิญญาณยุทธ์เพื่อให้มีผลบางอย่างกับอสูรวิญญาณ” อาจารย์เจิ้งกล่าว “มีความแตกต่างที่ชัดเจนเมื่อต่อสู้กับอสูรวิญญาณแบบดั้งเดิม”

“การต่อสู้ของอสูรวิญญาณแบบดั้งเดิมนั้นดำเนินการโดยผู้ควบคุมวิญญาณเพื่อสั่งให้อสูรวิญญาณของพวกเขาต่อสู้ พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้พลังจากวิญญาณยุทธ์”

“สำหรับการต่อสู้ที่ครอบคลุมในระดับเริ่มต้น พวกมันเป็นการต่อสู้ที่ผู้ควบคุมวิญญาณสามารถใช้พลังวิญญาณยุทธ์ของพวกเขาได้ การต่อสู้ที่ครอบคลุมในลานกลางนั้นมีทั้งผู้ควบคุมวิญญาณและอสูรวิญญาณในการต่อสู้ร่วมกัน การต่อสู้ที่ครอบคลุมในระดับที่สูงขึ้นคือการต่อสู้ระหว่างผู้ควบคุมวิญญาณมืออาชีพที่แท้จริง เธอไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องนี้ในตอนนี้”

“มีแข่งแบบทีมไหมครับอาจารย์? ผมอยากอยู่ทีมเดียวกับหวังเช่อและให้เขาแบกผมชนะ!”

“ไม่มีในขั้นตอนนี้ จะมีการแข่งขันกลุ่มหลังจากเข้ามหาวิทยาลัยเท่านั้น เงื่อนไขเบื้องต้นคือเธอและต้องมารถเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันได้”

“จะเป็นไปได้ยังไง...เขาได้คะแนนเต็ม สำหรับเขาวิทยาลัยชั้นนำในเขตสงครามทั้งหมดเป็นตัวเลือกที่เขาสามารถเลือกได้ง่ายๆ เขาสามารถเลือกอะไรก็ได้ที่เขาต้องการ”

นักเรียนหลายคนหัวเราะ

“สวี่ไห่เฟิงระวังปากของเธอ!” อาจารย์เจิ้งจ้องมองที่สวี่ไห่เฟิง

สวี่ไห่เฟิงยิ้มเจื่อน

หวังเช่อซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ยิ้มและกล่าวว่า “ผมได้รับโทรศัพท์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ทุกวันในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา”

เขากำลังพูดความจริง

ผลการทดสอบที่ครอบคลุมมีความสำคัญอย่างยิ่งโดยธรรมชาติ

วิชาพื้นฐานนั้นไม่เท่าไหร่ แต่วิชาอสูรวิญญาณและวิชายุทธ์มีความสำคัญเป็นพิเศษ

หวังเช่อได้คะแนนเต็มทั้งคู่

โดยเฉพาะคะแนนเต็มสำหรับวิญญาณยุทธ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน

มหาวิทยาลัยหลายแห่งสนใจเขามาก

พวกเขาได้กลิ่นอายของอัจฉริยะทันที

วันรุ่งขึ้น หวังเช่อได้รับคำเชิญจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในทวีปหนึ่ง

เงื่อนไขที่เสนอมานั้นใจกว้างมาก

ในอีกไม่กี่วันต่อมา พ่อและแม่ของหวังเช่อก็เบื่อที่จะรับสาย

หวังเช่อกล่าวว่า “ยังไม่มี”

เขาไม่รีบร้อน

“พี่หวัง นายธรรมดามากเลยนะ” สวี่ไห่เฟิงอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “อย่างไรก็ตามเทพธิดาหลินซีมีมากกว่า 700 คะแนน ฉันคิดว่านายและเธอเป็นเพียงสองคนที่สามารถเลือกมหาวิทยาลัยเองได้”

“ว่าแต่ว่า หลินซีเธอเลือกแล้วหรือยัง?”

"ยัง" หลินซีซึ่งนั่งอยู่ข้างหลังมองทิวทัศน์ที่ผ่านไปอยู่เงียบๆ

เส้นทางระหว่างสองเมืองถูกสร้างขึ้นในถิ่นทุรกันดารที่ปลอดโปร่ง และอยู่สูงจากพื้นดิน

ทิวทัศน์สวยงามมีภูเขาล้อมรอบ

บางครั้งพวกเขาได้ยินเสียงร้องของอสูรวิญญาณป่า

ทั้งสองข้างทางสบายตามาก

“ดูสิ พวกเขาไม่เหมือนพวกเรา” สวี่ไห่เฟิงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ

ทุกคนแซว

อาจารย์เจิ้งยังคงอธิบายกฎของการแข่งขันถ้วยเวหาให้นักเรียนฟัง

กฎของการแข่งขันถ้วยเวหานั้นไม่ซับซ้อน แต่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก

รวมถึงผู้สำเร็จการศึกษาชั้นปี 3 ทั้งหมดใน 33 เมืองของทวีปยอดเขาตะวันตก

ดังนั้นจะใช้เวลาครึ่งเดือนจึงจะเสร็จสมบูรณ์

“กฎการแข่งขันสำหรับการแข่งขันถ้วยเวหาปีนี้เหมือนกับปีที่แล้ว...เป็นการแข่งขันที่รวบรวมคะแนนซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นนักเรียนหลายหมื่นคน จะมีการต่อสู้สองวัน คะแนนสำหรับการชนะจะเป็น +3 และคะแนนสำหรับการแพ้คือ -6 ถ้าคะแนนรวมของเธอติดลบ เธอจะถูกคัดออก ในตอนแรกทุกคนจะมีคะแนนเป็นศูนย์”

“เมื่อเธอคะแนนมากกว่า 30 คะแนน เธอจะเข้าสู่รอบต่อไป เมื่อมี 60 คะแนนก็จะเข้าสู่รอบต่อไปอีก”

“และจะทำซ้ำจนกว่าจะสิ้นสุด”

กฎเกณฑ์นั้นเรียบง่าย

แม้ว่าจะมีคนจำนวนมาก แต่พวกเขาสามารถแพ้ได้เพียงรอบเดียวหลังจากชนะสองรอบ การแข่งขันรุนแรงยิ่งกว่าถ้วยตรัสรู้

พวกเขาต้องชนะเรื่อยๆ

ตราบใดที่พวกเขาแพ้หนึ่งรอบ พวกเขาจะต้องชนะอย่างน้อยสองรอบติดต่อกันเพื่อรักษาคะแนนของพวกเขา

ยิ่งเข้ารอบลึก ยิ่งต้องใช้คะแนนสูง การแข่งขันยิ่งเข้มข้น

ทุกๆ 30 คะแนนนับเป็นหนึ่งรอบ และทุกรอบมีการคัดออก

หากพวกเขาต้องการเข้ารอบต่อไป พวกเขาต้องชนะอย่างน้อยสิบรอบติดต่อกันและไม่แพ้แม้แต่รอบเดียว

นักเรียนหลายคนกำลังคุยกัน

พวกเขารู้สึกว่าพวกเขามีโอกาสสูงที่จะจบตั้งแต่รอบแรกหรือรอบสอง

ในขณะนั้น จู่ๆ ก็เกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

แล้วมันก็หยุดอย่างรวดเร็ว

“ผู้โดยสารที่เคารพ รถไฟประสบอุบัติเหตุฉุกเฉินจากฝูงอสูรวิญญาณ ทำให้ต้องหยุดเป็นเวลาสามนาที เราจะเริ่มเดินทางอีกครั้งในอีกสามนาที โปรดอย่าตื่นตระหนก” เสียงประกาศที่ชัดเจนดังขึ้น

นักเรียนไม่ได้ตื่นตระหนก

ในถิ่นทุรกันดารเป็นเรื่องปกติที่จะพบกับอสูรวิญญาณป่า

เป็นเรื่องปกติที่รถไฟแม็กเลฟจะล่าช้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถไฟระหว่างเมือง

รถไฟแม็กเลฟได้รับการคุ้มครองโดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเมือง ดังนั้นจึงรับประกันความปลอดภัยได้

ตามที่ประกาศ สามนาทีต่อมา รถไฟแม็กเลฟเริ่มเดินทางอีกครั้ง

หวังเช่อมองไปไกลและดวงตาของเขาสั่นไหว

ประมาณสิบนาทีต่อมา

“ดูสิ เราเกือบจะถึงเมืองหลวงกลอรี่แล้ว!” นักเรียนคนหนึ่งตะโกน

เขามองออกไปนอกหน้าต่างและเห็นเมืองที่สง่างามตั้งตระหง่านอยู่ไกลๆ

เมื่อมองลงมาจากตรงนี้ ฉากนั้นงดงามมาก

“เมืองหลวงกลอรี่ เมืองหลวงกลอรี่”

หวังเช่อมองไป

ในขณะนั้น รถไฟก็ชะลอความเร็วลงกะทันหัน

พนักงานต้อนรับเดินเข้ามาและยิ้มให้นักเรียน

“นักเรียน พวกเธอทุกคนเป็นนักศึกษาชั้นปี 3 จากเมืองหัวใจท้องฟ้าใช่ไหม? พวกเธอคงกำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงกลอรี่เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันถ้วยเวหาสินะ?”

รถไฟแม็กเลฟนี้เต็มไปด้วยนักเรียนของเมืองหัวใจท้องฟ้า

นักเรียนหลายคนสงสัย

พนักงานต้อนรับกล่าวว่า “ฉันเป็นผู้ควบคุมรถไฟขบวนนี้.. ฉันมีข่าวดีจะมาบอก”