บทที่ 525 มอร์ลาดิม
ส่วนใหญ่ผู้เฝ้ามองยามค่ำคืนจะอยู่ที่นี่กัน นอกเหนือจากนี่ก็จะคอยสอดแนมอยู่รอบๆเมือง มีคนที่อยู่ที่นี่ถึง 145 คน ซึ่งการป้องกันเดียวที่เหลืออยู่ในเมืองแห่งนี่คงจะมีแค่ทหารยามรักษาการณ์เท่านั้นเอง
"ถ้าเราไม่สามารถหามันและจัดการมันได้ภายในห้าชั่วโมง เราจำเป็นที่จะต้องถอยกลับมา" อัลเทียกล่าว
"ข้าเข้าใจ ข้าจะทำให้ดีทุ่สด"ลูหลี่ตอบขณะที่เขาตรวจสอบ ซาร่า เลดิมอร์ที่ซึ่งยืนอยู่ข้างหลังอัลเทีย เสียงของลูหลี่ฟังดูนิ่มนวลมาก แต่เสียงของเธอกลับฟังดูเด็ดขาดอย่างเห็นได้ชัด "ข้าจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อที่จะฆ่าเขา"
ตัวของแม่สาวคนนี้ดูสั่นเครือเล็กน้อย แต่ความมุ่งมั่นในสายตาของเธอนั่นไม่ได้เป็นแบบนั้น
จากนั้นเอง ผู้เฝ้ามองยามค่ำคืนก็ได้เดินออกจากเมืองไปอย่างเป็นระเบียบ สมาชิกส่วนใหญ่ของทหารพวกนี้มีระดับ 35 บางคนก็ระดับ 38 และมีเพียงผู้บังคับบัญชาอัลเทียเท่านั่นที่มีระดับ 40
อย่างไรก็ตาม ทั้งระดับและความตายของ NPC พวกนี้ก็ไม่ได้มีกฏตายตัว บางครั้งพวกเขาอาจจะถูกระบบตั้งค่าว่าให้ตายในการโจมตีครั้งเดียว หรือไม่ก็พวกเขาจะสามารถช่วยต่อสู้ได้ตลอดกาต่อสู้ แต่ก็ได้รับบาดเจ็บหลายคนและก็ยังมีชีวิตกันอยู่
ทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับพื้นที่และโครงเรื่องของตำนาน ซึ่งกลุ่มคนพวกนี้ต้องการที่จะปกป้องบ้านพวกเขา แก้แค้นและตามหาพาลาดินผู้ร่วงหล่น
ส่วนลูหลี่แล้วนั้น เขาได้รับเควสจากสมาคมนักฆ่า ดูเหมือนว่าพาลาดินผู้ร่วงหล่นคนนี้คงจะไปทำอะไรขัดใจสมาคมนักฆ่าเข้า
พวกเขาเดินเข้าไปในป่าอันมืดมิด มีเพียงเสียงของแมลงเท่านั้นที่ลอยผ่านเข้ามายังหูของพวกเขา แมลงพวกนี้ได้ปรับตัวให้เข้ากับสิ่งต่างๆแล้ว พวกมันจึงสามารถกินซากศพได้
"เขาเพิ่งผ่านที่นี่ไปไม่นานนัก" หน่วยสอดแนมพูดขึ้นมาขณะที่เขาโผล่ออกมาจากพุ่มไม้ที่อยู่ข้างบนต้นไม้และก็ได้ตรวจสอบถึงกิ่งไม้ที่ตกลงบนพื้นอย่างรอบคอบ
"ท่านมั่นใจได้ยังไงว่าเขาเป็นคนทำลายกิ่งไม้พวกนี้ ไม่ใช่สัตว์อะไรสักอย่างงั้นเหรอ?"ลูหลี่อยากรู้อยากเห็นอย่างมากกับทักษะการสอดแนมของพกวเขา
นักสอดแนมเป็นหนึ่งในอาชีพของโจร แต่ลูหลี่กลับไม่เคยรู้จักถึงความสามารถแบบนี้เลย
หน่วจสอดแนมได้หายใจเข้าไปและก็พูดออกมาว่า "มันมีกลิ่นศพและความหวาดกลัวอยู่"
"นี่คือพื้นที่เปลี่ยว มีเฉพาะมอร์ลาดิมเท่านั่นที่จะผ่านที่แห่งนี้ไป" อัลเทียกล่าวเสริม
"ข้าเข้าใจแล้ว"ลูหลี่ยอมรับเหตุผลพวกนั่นและก็ได้ถามว่า "มอร์ลาดิมก็ได้ฆ่าคนไปมากมายแล้ว ทำไมท่านถึงไม่รีบกำจัดเขาละ?"
ลูหลี่ไม่ได้ประเมินตัวเองสูงขนาดนั่น เขาไม่คิดหรอกว่าเนื้อเรื่องของเกมจะหยุดรอเขา เพื่อรอให้เขามาทำเควส
เกมรุ่งอรุณมีระบบการทำงานของตัวเอง ดังนั้นแล้ว แม้ว่าผู้เล่นจะไม่ได้มีส่วนร่วมกับเนื้อเรื่องของเกม เนื้อเรื่องนั้นก็จะดำเนินไปตามเส้นทางของมันเอง ที่เขาพูดอย่างนี้ก็เพราะว่ามีเหตุผลที่รับรองอยู่ มีบางคนที่กำลังทำเควสอยู่ แต่พวกเขาก็ใช้เวลานานเกินไป จากนั้นไม่นานนัก เควสของพวกเขาก็พลันหายไป
"มอร์ลาดิมไม่ใช่ภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดของเรา เรามีความปรารถนาที่จะแก้แค้น แต่เราแค่ต้องการปกป้องเมืองของเราเท่านั้น ภารกิจหลักของวันนี้เองก็ไม่ใช่เรื่องของมอร์ลาดิม "อัลเทียกล่าวออกมาอย่างใจเย็น
เป็นเพราะการที่พวกเขาพบกันในโรงแรมแห่งนั่นงั้นเหรอ จึงทำให้ความคิดของเธอได้เปลี่ยนไป?
ลูหลี่คิดว่าเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้เลย เขาไม่รู้ว่าเขาทำอะไรลงไปเลยด้วยซ้ำ มันจะต้องมีเหตุผลบางอย่างแน่ที่ทำให้เธอเปลี่ยนเป้าหมายของเธอไป
"หากท่านมีความต้องการอะไรก็พูดออกมาได้เลยนะ เผื่อว่าข้าจะช่วยท่านได้" ลูหลี่กล่าวขึ้นมา
ส่วนใหญ่เควสในเกมรุ่งอรุณก็มักจะเป็นแบบให้ปกป้องอะไรสักอย่าง ที่พบส่วนใหญ่ก็เป็นการจัดการกับมอนสเตอร์หรือผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ซึ่งผู้เล่นที่ได้รับเควสแบบนั้นก็มักจะได้รับทั้งค่าชื่อเสียงและค่าประสบการณ์สูงเลยทีเดียว
"เจ้าจะช่วยข้างั้นเหรอ?"อัลเทียพูดออกมาอย่างไม่แน่ใจนัก" เจ้ายินดีที่จะเข้าร่วมกลุ่มผู้เฝ้ามองยามค่ำคืนหรือเปล่าละ?"
นี่เป็นกุญแจสำคัญในการเข้าร่วมกลุ่มขนาดเล็กงั้นเหรอ?
นอกจากชื่อเสียงที่พวกเขามีแล้ว พวกเขาก็ยังมีคำสัตย์สาบานที่แสนจะน่าหลงไหลอีก "เมื่อยามค่ำคืนได้มาถึง ข้าจักยืนเฝ้ามอง จนกว่าความตายจะมาถึง ... "ลูหลี่นั่นรู้สึกสนใจที่จะเข้าร่วมมาก แต่โชคร้ายที่เขาได้เป็นส่วนหนึ่งของสมาคมนักฆ่าไปแล้ว
ผู้เล่นสามารถเข้าร่วมกลุ่มขนาดเล็กได้ แต่หากพวกเขาละทิ้งกลุ่มของพวกเขาละก็ พวกเขาจะต้องทำภารกิจที่มีความยากสุดๆเพื่อเป็นการขอโทษหรือไม่งั้นก็จะถูกตามล่า
ลูหลี่ไม่อยากจะจินตนาการถึงภาพที่ตัวเองมีรายชื่อในคฤหาสน์เรเวนฮอล์เลย ถ้าเกิดขึ้นจริง เขาคงไม่แน่ใจว่าเขาจะมีความกล้าพอที่จะเล่นเกมนี้อีกต่อไปหรือเปล่า
"ข้าขอโทษด้วย ข้าได้ให้คำสัตย์สาบานที่จะยกทุกสิ่งทุกอย่างไปให้กับสมาคมนักล่าไปซะแล้ว" ลูหลี่ขอโทษเธอด้วยรอยยิ้ม "โอ้ใช่แล้ว ข้ามีเพื่อนของข้าที่ว่างทั้งวันอยู่ (สแควรูทสาม: โยนขี้มาทำไมกันฟ่ะ) เป็นไปได้ไหมที่พวกเขาจะช่วยท่านปกป้องเมือง"
ป่าสนธยาเป็นสถานที่ที่เยี่ยมยอดมาก มอนสเตอร์ส่วนใหญ่จะมีระดับ 35 ขึ้นไปและมีแผนที่เก็บระดับสูงๆอยู่ในพื้นที่อีก ซึ่งด้วยรางวัลของเควสและสถานที่พวกนี้ มันก็คงจะพอจะดึงดูดผู้เล่นอยู่บ้าง
ไม่ต้องพูดถึงผู้เฝ้ามองยามค่ำคืนที่อีกไม่นานก็จะเป็นกองกำลังผู้เฝ้ามองยามค่ำคืนเลย พวกเขาถือได้ว่าเป็นกำลังสำคัญเลยทีเดียว
"พวกเขาแข็งแกร่งหรือเปล่า?"ดวงตาของอัลเทียได้สว่างขึ้นมาทันตาเห็น
การป้องกันเมืองนี้อ่อนแอจนเกินไป ส่วนบรรดาขุนนางในเมืองลมวายุก็ได้ยอมแพ้กับการปกป้องที่แห่งนี่ไปแล้ว กองทัพของพวกเขาได้ออกจากเมืองไปและเหลือเพียงทหารที่อยู่ที่เมืองนี้เท่านั้น พวกเขาถูกเรียกว่าทหารที่ถูกทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็ยังคงยืนหยัดปกป้องและพวกเขาก็ได้กลายเป็นผู้เฝ้ามองยามค่ำคืน
"แย่กว่าข้ามากเลย" ลูหลี่หัวเราะ
แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้เล่นสามารถเพิ่มระดับขึ้นได้และยังสามารถลูทไอเท็มได้อีก ในขณะที่ NPC จะพัฒนาอย่างช้าๆ หากระบบไม่ได้ปรับเปลี่ยนแผนที่ละก็ ระดับของพวกเขาก็จะเป็นตามเดิมเท่าที่ระบบมอบให้มาในตอนแรก
"ได้เลย เรายินดีต้อนรับพวกเขา มีที่ว่างสำหรับกลุ่มผู้เฝ้ามองยามค่ำคืนอยู่ 100 ที่ "อัลเทียกล่าวตกลง
ลูหลี่คาดว่านี้คงจะเป็นจำนวนที่กลุ่มผู้เฝ้ามองยามค่ำคืนรับผู้เล่นเข้า ด้วยเหตุนี้ละมั้งที่ทำให้กลุ่มขนาดเล็กนี้เป็นที่รู้จักกัน
กลุ่มผู้เฝ้ามองยามค่ำคืนเป็นกลุ่มขนาดเล็กที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ศัตรูของพวกเขาคือกองทัพโรคระบาดและพวกเขาก็จะให้ผู้เล่นของพวกเขาไปทำภารกิจกำจัดพวกมันอยู่เสมอ ผลตอบแทนที่ได้รับมาก็ค่อนข้างดีด้วย
"รอบๆที่นี่แหละ เขาเพิ่งจะผ่านไปเอง"
หน่วยสอดแนมในตอนนี้อก้มตัวต่ำลงกับพื้นและใช้นิ้วของเขาสัมผัสไปตามรอยบนพื้นหญ้าจ ากนั้นก็วิ่งกลับไปและรายงานเรื่องนี้ให้หัวหน้าของเขาฟัง
"ระวังตัว!"อัลเทียตะโกน
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง จู่ๆเงาๆหนึ่งก็ได้พุ่งลงมาจากพุ่มไม้
ลูหลี่คงจะไม่ต้องอธิบายอะไรเกี่ยวกับมอนสเตอร์ตัวนี้มากนัก เขามีรูปร่างคล้ายมนุษย์ สวมใส่เกราะพาลาดินและยังถือดาบยาวของพาลาดินอีก อย่างไรก็ตาม ศีรษะของเขาได้กลายเป็นกะโหลกไปแล้วและก็มีแสงอันแสนน่าหวาดกลัวได้ส่องสว่างออกมาจากเบ้าของกระโหลก
มอร์ลาดิมไม่พูดพร่ำทำเพลงและได้โจมตีใส่หนึ่งในผู้เฝ้ามองยามค่ำคืนที่อยู่ตรงหน้าในทันที
ผู้เฝ้ามองยามค่ำคืนทุกๆคนเป็นทหารที่มีประสบการณ์ นั่นทำให้เขาสามารถรับดาบของพาลาดินได้
โชคร้ายที่ความแตกต่างระหว่างความแข็งแกร่งของพวกเขามากเกินไป ผู้เฝ้ามองยามค่ำคืนได้ถูกส่งลอยขึ้นไปในอากาศในขณะที่ตัวเลข '-1685' ปรากฏอยู่เหนือศีรษะของเขา ดูเหมือนว่าการโจมตีของมอร์เลดิมจะมีอะไรบางอย่างด้วย มันทำให้ผู้เฝ้ามองยามค่ำคืนคนนั้นไม่สามารถที่จะยืนขึ้นมาได้เลย
ในทางกลับกัน มอร์เลดิมกลับได้รับความเสียหายเพียงแค่ 200 จุดเท่านั้นเอง
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved