สิ่งเดียวที่ทำให้โจวโจวประหลาดใจได้ก็คือความแข็งแกร่งของแอนเซลอยู่ในระดับแพลตตินั่มขาวขั้นต้นแล้ว!
ในช่วงนี้ ระดับแพลตตินั่มขาวขั้นต้นถือได้ว่าเป็นสุดยอดกำลังรบของลอร์ดเลย นอกเหนือจากตัวประหลาดอย่างโจวโจว!
หมอนี่ทำได้ยังไง?
โจวโจวสงสัย
เขาไม่ได้ซ่อนความสงสัยเอาไว้และถามออกไปตรงๆ
“รายงานท่านลอร์ด ข้าแข็งแกร่งได้ขนาดนี้เพราะข้าล่ามอนสเตอร์แห่งหมอกเพียงลำพังอยู่เสมอและได้รับพลังงานเสริมแกร่งทั้งหมดของมอนสเตอร์แห่งหมอกพวกนั้นมาคนเดียว ด้วยวิธีการนี้ ความแข็งแกร่งของข้าจึงพุ่งทะยานขึ้นมาถึงระดับนี้ได้”
แอนเซลกล่าวด้วยความเคารพ
โจวโจวพยักหน้ารับ
เป็นแบบนี้นี่เอง
ด้วยวิธีการของเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณต้นกำเนิด ถ้าพวกเขาเลือกล่ามอนสเตอร์แห่งหมอกเพียงลำพังและผูกขาดพลังงานเสริมแกร่งส่วนใหญ่เอาไว้ ความแข็งแกร่งของพวกเขาก็งจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดได้จริงๆ
อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ก็ได้ผลเพราะเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณต้นกำเนิดมีพรสวรรค์และทรงพลังมาตั้งแต่ต้น
มันถือเป็นเรื่องยากแล้วที่เผ่าพันธุ์ทั่วไปจะสังหารมอนสเตอร์แห่งหมอกได้ นับประสาอะไรกับการสังหารมอนสเตอร์แห่งหมอกจำนวนมากเพื่อเพิ่มระดับความแข็งแกร่งอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นทั้งสองก็คุยกันต่อสักพักก่อนที่แอนเซลจะจากไป
สำหรับเวลาที่เหลือ พวกเขาก็ได้บินหนีไปจากวายุคลั่งสุดกำลัง
แต่ถึงกระนั้น วายุคลั่งก็ยังขยับเข้ามาหาพวกเขาอยู่ด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
“ราตรีประดับดาวช้ากว่าวายุคลั่งแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ ฉันก็เกรงว่ามันคงจะใช้เวลาไม่นานก่อนที่ลอร์ดอย่างพวกเราจะถูกบดขยี้โดยวายุคลั่งพวกนี้”
โจวโจวขมวดคิ้ว
ดูเหมือนว่าเขาต้องเตรียมพาลอร์ดของเขากลับไปยังทวีปจื้อเกาแล้ว
[ท่านลอร์ด ดูนั่นเจ้าค่ะ]
ในเวลานั้นเอง เสียงของเหวินหยาก็ดังขึ้น จากนั้นมันก็มีหน้าจอเสมือนจริงสามอันปรากฏขึ้นตรงหน้าของเขา
โจวโจวหันไปมอง
หน้าจอเหล่านี้แสดงให้เห็นภาพตรงหน้าของราตรีประดับดาว รวมถึงด้านซ้าย และด้านขวา
ภาพสามทิศทางนี้ทำให้โจวโจวต้องหลั่งเหงื่อเย็นออกมา
ในสามทิศทางนี้ วายุคลั่งสีเทาดำอันหนาแน่นได้เชื่อมต่อเข้าด้วยกันและพัดเข้าหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว
“พวกเราถูกล้อมไว้โดยวายุคลั่งพวกนี้แล้วเหรอ?!”
โจวโจวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
[เจ้าค่ะท่านลอร์ด ถ้าวายุคลั่งพวกนี้พุ่งเข้ามาถึงพวกเรา พวกเราก็จะถูกบดขยี้อยู่ตรงกลางวายุคลั่งเหล่านี้ทันทีก่อนที่สมรภูมิสุดท้ายจะจบลง]
เหวินหยารายงาน
โจวโจวพยักหน้า
ดูเหมือนว่าเขาจะบินมาถึง ‘ใจกลาง’ แล้ว
[ท่านลอร์ด พวกเราพบศัตรูแล้ว!]
ในทันทีที่เหวินหยาพูดจบ หน้าจอเสมือนจริงอีกอันก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเขา
โจวโจวมองดู
จากนั้นสิ่งมีชีวิตร่างหนึ่งที่อยู่ตรงกลางของพวกมันก็ลอยออกมาและขยับเข้ามาหายานบินที่โจวโจวอยู่
“เตรียมรับศึก!”
ไป่อี้ อู๋ซิน และคนอื่นๆ เองก็เห็นตัวตนลึกลับผู้นี้ที่กำลังขยับเข้ามาด้วย ไป่อี้จึงสั่งการทหารทุกคนทันที
เมื่อทหารเหล่านี้ได้ยินคำสั่ง พวกเขาก็เข้าสู่สภาพพร้อมรบด้วยสายตาจริงจังทันที
ราตรีประดับดาวเองก็หยุดลงภายใต้คำสั่งของโจวโจว
“นี่น่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตจากเผ่าพันธุ์เทพแห่งความโกลาหล”
โจวโจวหรี่ตาลงและมองไปที่คนพวกนี้
เขาอาจจะไม่สามารถบอกความแตกต่างระหว่างคนพวกนี้ได้ แต่พลังงานโกลาหลก็เป็นพลังงานคุณภาพสูงมาก!
ถ้าเขาใช้มันเป็นพลังงานหลักเพื่อปลดปล่อยทักษะ พลังและเอฟเฟกต์ของทักษะก็จะเพิ่มขึ้นไปอีกหลายระดับเลย!
ในบรรดาเผ่าพันธุ์ทั้งหลาย แม้แต่เผ่าพันธุ์ระดับแนวหน้าอย่างเผ่าพันธุ์เทพเลี้ยงแกะและเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณต้นกำเนิดก็ไม่สามารถสะสมพลังงานโกลาหลได้ก่อนที่จะกลายเป็นเทพภายใต้สถานการณ์ปกติ
มันมีแค่ไม่กี่เผ่าพันธุ์อย่างเช่นเผ่าพันธุ์เทพแห่งคว่ามโกลาหลและเผ่าพันธุ์มนุษย์แห่งความโกลาหลเท่านั้นที่สามารถทำแบบนี้ได้!
โจวโจวมองไปยังเผ่าพันธุ์เทพแห่งความโกลาหลทั้งห้าและขมวดคิ้วเล็กน้อย
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นเผ่าพันธุ์เทพแห่งความโกลาหล เขาคิดว่าสายเลือดมนุษย์แห่งความโกลาหลจะมีปฏิกิริยาพิเศษอะไร แต่เขาก็ไม่คาดคิดเลยว่ามันจะไม่ตอบสนองอะไรเลย
เขาดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา
“ทั้งสองสายเลือดนี้น่าจะเป็นสายเลือดคนละจำพวกกัน นอกจากนี้ฉันยังรู้สึกว่าสายเลือดมนุษย์แห่งความโกลาหลของฉันดูเหมือนจะดีกว่าสายเลือดเผ่าพันธุ์เทพแห่งความโกลาหลด้วย!”
โจวโจวคิด
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาก็ยิ่งสงสัยเกี่ยวกับสายเลือดมนุษย์แห่งความโกลาหลในร่างกายของเขามากยิ่งขึ้น
สายเลือดมนุษย์แห่งความโกลาหลของเขาที่เจตจำนงสูงสุดมอบให้ดูเหมือนจะไม่ธรรมดาอย่างที่เห็นเลย
จากนั้นเขาก็ไม่คิดอะไรมากเกี่ยวกับมัน สายตาของเขามองไปยังเผ่าพันธุ์เทพแห่งความโกลาหลที่ลอยขึ้นมาอีกครั้ง
ทันใดนั้นเอง สมาชิกเผ่าพันธุ์มนุษย์แห่งความโกลาหลคนหนึ่งก็หยุดลงในทันใดและลอยอยู่บนท้องฟ้า สายตาของเขาดูเหมือนจะสามารถมองผ่านทุกสิ่งได้ในขณะที่เขามองมาที่โจวโจวซึ่งอยู่ในยานบิน
“ลอร์ดเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่สามารถเอาชีวิตรอดมาได้จนถึงตอนนี้ เจ้าน่าจะเป็นเจ้าตะวันสาดแสงใช่ไหม?”
สมาชิกเผ่าพันธุ์เทพแห่งความโกลาหลกล่าวออกมา
“ใช่แล้ว ข้าคือเจ้าตะวันสาดแสง เจ้าคือมหาเทพใช่ไหม?”
โจวโจวดูสับสน แต่เขาก็มั่นใจมากๆ
มันไม่มีเหตุผลอื่นเลย เพราะในบรรดาเผ่าพันธุ์เทพแห่งความโกลาหล 5 คนนี้ คนที่อยู่ตรงหน้าของเขาก็เป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดแล้ว!
“ข้าเอง!”
มหาเทพหัวเราะเสียงดัง จากนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นดุดัน
“ข้าต้องขอบคุณเจ้าเลย ถ้าเจ้าไม่ไล่ผู้เที่ยงแท้ไป มันก็คงเป็นเรื่องยากอยู่นิดหน่อยที่จะจัดการกับเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณต้นกำเนิดทั้งสองคนที่เชี่ยวชาญทักษะกฎเกณฑ์เป็นจำนวนมาก ตอนนี้คงมีแค่ข้าและเจ้าเท่านั้นที่เหลืออยู่ในสมรภูมิสุดท้ายแห่งนี้”
“ตราบใดที่ข้าสามารถจัดการกับเจ้าได้และได้รับคะแนนทั้งหมดของเจ้ามา ข้าก็จะกลายเป็นลอร์ดอันดับหนึ่งของกิจกรรมนี้อย่างแน่นอน ยังไงก็เถอะ เจ้าก็น่าจะใช้ไพ่ตายทั้งหมดของเจ้าไปแล้วใช่ไหมมันจึงทำให้เจ้าเพิ่มคะแนนมาได้ถึงขนาดนี้? เจ้าจะเหลืออะไรมาใช้รับมือกับข้าอีก?”
มหาเทพพูดด้วยโทนเสียงต่ำ
โจวโจวไม่ได้พูดอะไรออกมา กลับกัน เขาได้มองไปรอบๆ ผ่านแผนที่แทน
ในท้ายที่สุดเขาก็พบว่ามันไม่มีจุดสีแดงเหลืออยู่เลย ลอร์ดสรรพเผ่าพันธุ์ทั้งหมดได้หายไปแล้ว มันเหลือแค่มอนสเตอร์แห่งหมอกจำนวนนิดหน่อยที่กำลังบินหนีไปด้วยความสิ้นหวัง
จากนั้นก็มีบางสิ่งเกิดขึ้นมา วายุคลั่งที่กำลังไล่ตามพวกเขาได้หยุดลงในทันใด
“เจตจำนงสูงสุดได้เหลือสมรภูมิไว้ให้พวกเราสองคนได้ต่อสู้กันอย่างสุดกำลังแล้วเพื่อตัดสินว่าใครจะเป็นลอร์ดสรรพเผ่าพันธุ์คนสุดท้ายที่เหลืออยู่”
มหาเทพแค่นเสียง
โจวโจวก็เลิกคิ้วขึ้น
แต่เขาก็ส่ายหัว คะแนนการจัดอันดับของเขามีมากกว่าอีกฝ่ายถึงหมื่นห้าพันล้านคะแนน!
เขาคงไม่เสี่ยงต่อสู้เพื่อชัยชนะตราบใดที่เขายังมีหนทางเอาชีวิตรอดไปได้
เขาหยิบเอาตราสีเลือดอันหนึ่งออกมา
มันคือตราหยุดสงคราม!
“เปิดใช้งาน!”
ตราในมือของเขาสลายกลายเป็นหมอกสีเลือดจำนวนนับไม่ถ้วนและหายไปในอากาศ
โจวโจวมองดูสมรภูมิที่อยู่รอบๆ และรู้สึกประทับใจเล็กน้อย
เขารู้สึกได้ว่าตราบใดที่เขาต้องการ เขาก็จะสามารถเคลื่อนย้ายตัวเขาและลูกน้องของเขาไปยังสถานที่ที่ปลอดภัยที่เขาเคยไปได้
โจวโจวยิ้มออกมา และก็มองไปยังมหาเทพ
“บาย!”
เขาโบกมือ
ในทันทีที่เขาพูดจบ ทหารทุกคนของเขา รวมถึงยานบิน ไอเท็มดรอป และสิ่งอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโจวโจว รวมถึงตัวเขาก็หายไปทีละคนๆ
มหาเทพอึ้งไปเมื่อเห็นเช่นนี้ สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นไม่น่าดูในทันที
“ไอเท็มสุดท้ายสำหรับการหลบหนี เจ้านั่นมีไอเท็มแบบนั้นอยู่จริงๆ”
เขากัดฟัน