“อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าใช้จิตกรรมพันภูผานทีในอนาคต ข้าก็ขอเตือนเจ้าไว้สองเรื่อง ข้อแรก เมื่อเจ้าตรวจสอบสถานการณ์ของดินแดน ถ้าการรับรู้ของอีกฝ่ายเฉียบคม พวกเขาก็อาจจะสัมผัสได้ถึงตัวเจ้า มันไม่เป็นไร ถ้าพวกเจ้าอยู่ฝ่ายเดียวกัน แต่เจ้าก็ต้องระวังถ้ามันเป็นศัตรูที่ทรงพลัง”
“นอกจากนี้ ถ้าเจ้าใช้มันบ่อยๆ เจ้าก็ควรลองฝึกแยกสติเอาไว้ ด้วยวิธีนี้ เจ้าจะสามารถสังเกตสถานการณ์บนแผนที่และให้ความสนใจกับสถานการณ์ในโลกแห่งความเป็นจริงไปด้วยได้”
หลี่หยวนกันเตือน
“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำขอรับท่านพ่อตา”
โจวโจวขอบคุณเขา
“พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ไม่จำเป็นต้องมากพิธีก็ได้”
หลี่หยวนกันยิ้มและส่ายหัว
โจวโจวพยักหน้า จากนั้นสายตาของเขาก็มองไปยังจิตกรรมพันภูผานที เขาตระหนักได้ว่าข้อมูลของมันก็เหมือนกับที่หลี่หยวนกันบอก
จากนั้นเขาก็เก็บมันเข้าไปในกล่องสมบัติแห่งราชาของเขา
หลังจากนั้นเขาก็เดินไปทั่วห้องเก็บสมบัติและตระหนักได้ว่ามันมีไอเท็มอยู่ที่นี่ประมาณ 20,000 อัน
หลังจากยืนยันแล้วว่ามันไม่มีของมีค่าอื่นๆ ที่ทำให้เขาสนใจได้อีก เขาก็เดินออกมา
นอกห้องเก็บสมบัติ
โจวโจวมองไปยังจิตกรรมพันภูผานทีในกล่องเก็บสมบัติและยิ้มออกมา
เขารู้สึกว่าการเดินทางครั้งนี้ของเขาไม่สูญเปล่าแล้วเพราะมัน
สิ่งเดียวที่น่าเสียดายก็คือเขาไม่เจออัญมณีธาตุระดับสูงเลย
ดูเหมือนว่ามันจะเป็นอย่างที่หลี่หยวนกันกล่าว
อีกฝ่ายได้มอบอัญมณีธาตุระดับสูงทั้งหมดให้กับเขาแล้ว
“หลังจากพวกเราจัดการกับอาณาจักรรัตติกาลเห่าหอน พวกเราก็จะจัดการกับอาณาจักรไททันต่อ และก็จะได้รับอัญมณีธาตุระดับสูงมา”
โจวโจวคิดกับตัวเอง
อัญมณีธาตุระดับสูงเกี่ยวข้องกับการอัพเกรดดินแดนและอาณาจักร
เมื่อคิดได้เช่นนี้ โจวโจวก็เปิดเงื่อนไขการเลื่อนระดับอาณาจักรเป็นอาณาจักรขั้นกลางขึ้นมาดู
จากนั้นเขาก็พบว่าในบรรดาเงื่อนไขมากมาย การพิชิตอาณาจักรขั้นต้นที่ไม่ใช่อาณาจักรภายใต้เจ้าแห่งลอร์ดสีชาดได้เปลี่ยนจาก (0/2) เป็น (1/2) แล้ว
“ไม่ต้องพูดถึงเงื่อนไขอื่นเลย ในแง่ของการพิชิตอาณาจักรขั้นต้น ฉันยังต้องพิชิตอาณาจักรสีชาดอีก 2 แห่ง และอาณาจักรอีก 1 แห่งที่ไม่ได้อยู่ภายใต้เจ้าแห่งลอร์ดสีชาดด้วย”
โจวโจวคิดกับตัวเอง
นี่…ไม่ได้ยากสำหรับเขาเท่าไร
พวกเขาคงต้องเริ่มจากอาณาจักรรัตติกาลเห่าหอนก่อน
จากนั้นเขาก็บอกให้ไป่อี้พาทหารมาเก็บไอเท็มในห้องเก็บสมบัตินี้ในขณะที่เขาและหลี่หยวนกันกลับไปที่วัง
จากนั้นโจวโจวก็เรียกเสนาบดีของอาณาจักรออโรร่าเข้ามาอีกครั้ง
หลังจากไม่นาน หลังจากที่ทุกคนมาถึง โจวโจวก็มองไปที่ทุกคนและพูดออกมา
“ราชาผู้นี้ได้ตัดสินใจที่จะยกเลิกโครงสร้างของอาณาจักรออโรร่าทั้งหมดและรวมเข้ากับอาณาจักรตะวันสาดแสง”
เมื่อเหล่าเสนาบดีได้ยินเช่นนี้ แม้พวกเขาจะเตรียมใจไว้แล้ว แต่หลายคนก็ยังดูผิดหวังอยู่ดี
อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็รู้ว่าสิ่งนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้
มิฉะนั้นหากมีสองอาณาจักรแยกจากกัน แม้ว่าจะเป็นราชาอย่างโจวโจว แต่มันก็อาจทำให้เกิดความบาดหมางระหว่างเสนาบดีของสองอาณาจักรได้
ดังนั้นจึงไม่มีใครโต้แย้งอะไร พวกเขาต่างก็ตกลงด้วยความเคารพ
สำหรับหลี่หยวนกัน หลังจากได้ยินการตัดสินใจของโจวโจว แม้ว่าเขาจะอึ้งไปชั่วขณะ แต่เขาก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
เขาคิดไว้อยู่แล้วว่าโจวโจวจะตัดสินใจแบบนี้และไม่ได้ประหลาดใจเลย
โจวโจวไม่สนใจปฏิกิริยาของคนอื่นๆ
เขาประกาศการตัดสินใจที่สองของเขาทันที
“ข้าจะขอสั่งการคำสั่งแรกในฐานะราชาองค์ใหม่ ในคืนพรุ่งนี้ ข้าต้องการพบลอร์ดทุกคนในบันทึกของอาณาจักรออโรร่า ข้าอยากพบกับพวกเขาและตรวจสอบศักยภาพของพวกเขา ถ้าพวกเขามีศักยภาพที่ดี ราชาผู้นี้ก็จะไม่ตระหนี่กับรางวัล”
โจวโจวพูดอย่างใจเย็น
เขาย่อมไม่ได้ออกคำสั่งแบบนี้เพราะแค่อยากจะพบกับลอร์ดของอาณาจักรออโรร่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเขาอยากจะได้ชิ้นส่วนคริสตัลพรสวรรค์แห่งลอร์ดของพวกเขา
โจวโจวมีพรสวรรค์แห่งลอร์ดมากพอแล้ว ดังนั้นเขาก็คงจะไม่สังหารลูกน้องเพื่อรับพรสวรรค์แห่งลอร์ดอันใหม่มาหรอก
เพราะถ้าเป็นแบบนั้น ถ้าชื่อเสียงของเขาในการสังหารลูกน้องมากพรสวรรค์แพร่งพรายออกไปในอนาคต เขาก็คงจะไม่มีคนที่มีพรสวรรค์และศักยภาพมาให้พึ่งพาอีก
เขายังต้องรักษาชื่อเสียงของเขาในฐานะลอร์ดที่มีความทะเยอทะยานที่จะต่อสู้เพื่อตำแหน่งเจ้าแห่งลอร์ดสรรพเผ่าพันธุ์
อย่างไรก็ตาม เขาก็จะไม่ปล่อยชิ้นส่วนคริสตัลพรสวรรค์แห่งลอร์ดไปสักชิ้น
เมื่อเหล่าเสนาบดีได้ยินเช่นนี้ พวกเขาก็ไม่คิดว่าเหตุผลนี้แปลกอะไร ดังนั้นพวกเขาจึงรับคำสั่งไปด้วยความเคารพ
โจวโจวพยักหน้าและบอกพวกเขาว่าในอนาคต เจ้าหน้าที่จากอาณาจักรตะวันสาดแสงจะเข้ามาจัดตำแหน่งใหม่ให้กับทุกคน จากนั้นภายใต้สายตาที่เป็นกังวลและคาดหวังของทุกคน เขาก็จากไปพร้อมกับหลี่หยวนกัน
…
ณ เมืองตะวันสาดแสง ภายในวังของลอร์ด
เมื่อโจวโจวและหลี่หยวนกันกลับมา หลี่ย่าก็เดินออกมาจากห้องของเธอ
ทั้งสามคนมองหน้ากัน และหลี่ย่าก็ดูมีความสุขมาก
“ท่านพ่อ!”
เธอวิ่งเข้ามาหาทั้งสองคนด้วยความดีใจ
“ลูกรัก”
หลี่หยวนกันลูบหัวของเธอและพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม “ในอนาคตข้าจะอยู่ในเมืองตะวันสาดแสง พวกเราจะใช้เวลาร่วมกันมากขึ้นในฐานะพ่อลูกกันนะ!”
“เจ้าค่ะ!” หลี่ย่ายิ้มกลับ
โจวโจวยิ้มและปล่อยให้พ่อลูกพูดคุยกัน หลังจากลาพวกเขาแล้ว เขาก็เดินไปที่ร้านค้าแห่งลอร์ด
ในเวลานี้ โจวเฉิงมินก็กำลังเล่นเกมอยู่ โจวโจวไม่คิดอะไรมากนักและพูดออกมา
“ผู้อาวุโสโจว สินค้าล่ะ”
เมื่อโจวเฉิงมินได้ยินเช่นนี้ เขาก็หันกลับมามองโจวโจวอย่างขมขื่น จากนั้นเขาก็ยืนขึ้นและส่ายหัว
“เห้อ ข้าหวังมากไปจริงๆ ข้าคิดว่าจะมีคนมาเล่นเกมกับข้าทั้งคืนซะอีก ข้าเสียเวลาเล่นเกมไปเปล่าๆ จริงๆ ข้าเคลียร์เกมไปตั้งห้ารอบ แต่คนๆ นั้นก็ไม่มา”
ในที่สุดโจวโจวก็นึกขึ้นมาได้
เชี่ย
เขาวางแผนว่าจะมาเล่นเกมกับโจวเฉิงมิน
แต่สุดท้าย หลังจากที่เมื่อคืนเขากลับมาเพื่อจัดการเรื่องบางเรื่อง เขาก็ไปนอนกับหลี่ย่า และหลังจากนั้นเขาก็ถูกลอบสังหารโดยจิตวิญญาณเทพเจ้าและลืมเรื่องนี้ไปสนิทเลย
“เอ่อ เมื่อคืนข้ามีเรื่องให้ทำมากเกินไป ดังนั้นข้าเลยไม่มีเวลามาหาท่านเลย”
โจวโจวอธิบาย
โจวเฉิงมินพยักหน้า
เขาเองก็รู้ว่าลอร์ดของเขาถูกลอบสังหารโดยจิตวิญญาณเทพเจ้าเมื่อคืน และเขาก็ไม่ได้ติดใจอะไร
เขาไม่พูดอะไรมาก เขาหยิบเอาไอเท็มสามชิ้นออกมาจากใต้เคาท์เตอร์และยื่นมันให้โจวโจวดู
โจวโจวมองดูมัน
ไอเท็มชิ้นแรกคือคริสตัลพรสวรรค์
[พรสวรรค์: ไม่สนใจความเจ็บปวด]
[เอฟเฟกต์: เมื่อท่านเจ็บปวดเกินขีดจำกัดความอดทนของท่าน ท่านจะเข้าสู่สถานะพิเศษที่ช่วยต้านทานและไม่สนใจความเจ็บปวดนั้นจนกระทั่งความเจ็บปวดนั้นลดลงจนถึงระดับที่ท่านทนได้]
“นี่คือพรสวรรค์ของเกาเฉียวหนิ?”
โจวโจวประหลาดใจเล็กน้อย
เขาพยักหน้าและตัดสินใจซื้อมัน
เขาไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนเหล็กที่สามารถต้านทานความเจ็บปวดทั้งหมดได้ นอกจากนี้ เขายังต้องร่วมการต่อสู้อีกมากมายในอนาคต พรสวรรค์นี้จึงมีประโยชน์กับเขามาก
จากนั้นเขาก็มองไปยังไอเท็มชิ้นต่อไป