“ฝ่าบาท ให้ข้าปลิดชีพมันเถอะ”
ซื่อซวนเถียนพูดออกมาอย่างเย็นชา
เขาไม่ชอบสังหารคนที่อ่อนแอเพราะเขาชอบท้าทายคนที่แข็งแกร่งเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม คนที่อยู่ตรงหน้าของเขาก็เป็นข้อยกเว้น
“อย่า อย่าฆ่าข้าเลย ข้ารู้ว่าคนพวกนั้นถูกจับไปไว้ที่ไหน!”
เจิ้งชวี่พูดออกมาด้วยความหวาดกลัว
“เหรอ? พวกเขาอยู่ที่ไหน?”
โจวโจวมองไปที่เขาอย่างใจเย็น
“สัญญากับข้าก่อนสิว่าท่านจะไว้ชีวิตข้าและข้าจะบอกความลับนี้ให้ฟัง มิฉะนั้นมันอาจจะสายเกินไปก็ได้ และคนพวกนั้นก็อาจจะถูกส่งตัวไปยังอาณาจักรอสูรเหมันต์แล้ว”
ดวงตาของเจิ้งชวี่เปล่งประกายขึ้นมา
โจวโจวไม่ได้พูดอะไรออกมา
เขาหยิบเอากระบี่ระดับเหล็กดำขั้นต้นที่อยู่ในระดับต่ำที่สุดออกมาและจ่อไปที่คอของเจิ้งชวี่
ภายใต้สายตาอันตื่นตะลึงของเจิ้งชวี่ เขาก็สะบั้นหัวของอีกฝ่ายทันที
จากนั้นเขาก็ใช้พลังงานโกลาหลต้นกำเนิดของเขาเพื่อทำลายศพของอีกฝ่าย โดยไม่เหลือแม้แค่วิญญาณทิ้งเอาไว้
“ไปเถอะ”
โจวโจวพูดออกมาอย่างใจเย็นในขณะที่เขาโยนกระบี่ทิ้งไป
ซื่อซวนเถียนและคนอื่นๆ พยักหน้าและตามไป
…
ณ อาณาจักรอสูรเหมันต์ บริเวณท่าเรือทะเลสาบโลหิต
โจวโจวและคนอื่นๆ ลอยอยู่กลางอากาศและมองลงไปยังท่าเรือของอาณาจักรอสูรเหมันต์
ทะเลสาบสีแดงโลหิตทอดยาวออกไปเบื้องล่าง
กลิ่นเลือดฉุนลอยขึ้นมาถึงบนท้องฟ้า ทำให้สายตาของโจวโจวและคนอื่นๆ เย็นชายิ่งขึ้นไปอีก
“มันมีสิ่งมีชีวิตไม่ต่ำกว่าล้านคนที่ตายในท่าเรือทะเลสาบโลหิตนี้”
ซวีอันกล่าว
“บุกไปที่ทะเลสาบนี้ ผู้ลี้ภัยมนุษย์กว่าสิบล้านคนอยู่ใต้ทะเลสาบนี้ ระวังตัวด้วย มันมีผู้พิทักษ์ระดับมหากาพย์อยู่ในทะเลสาบโลหิตนี้ด้วย อย่าประมาท”
โจวโจวกล่าว
เขามีทักษะกระแสจิตระดับสูงและสามารถอ่านความคิดของสิ่งมีชีวิตอื่นที่อ่อนแอกว่าเขาได้อย่างง่ายดาย
ดังนั้นเมื่อเจิ้งชวี่อ้อนวอนขอความเมตตากับเขา มันจึงทำให้โจวโจวได้รับคำตอบนี้มาในทันที
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงสังหารอีกฝ่ายโดยไม่ลังเล
“ข้าจัดการเอง”
ซวีอันกล่าว
เขาก้าวออกไปข้างหน้า
จากนั้นเขาก็หายไปในความว่างเปล่า
อึดใจต่อมา พร้อมกับเสียงหวีดหวิว
หนอนสีแดงโลหิตยาว 700-800 เมตรไร้หัวก็ได้พุ่งออกมาจากทะเลสาบโลหิตและตกลงมาบนพื้นดินข้างๆ ท่าเรือ จากนั้นมันก็บิดตัวอย่างบ้าคลั่ง
เลือดสีม่วงเข้มจำนวนมากไหลออกมาจากคอของมัน
เดิมทีมันมีเผ่าพันธุ์อสูรเหมันต์เป็นจำนวนมากที่กำลังขนส่งสินค้าใกล้ๆ กับท่าเรือทะเลสาบโลหิต
สุดท้าย การดิ้นรนของหนอนสีโลหิตก็หยุดลงก่อนที่จะมันตายและล้มลงกระแทกเผ่าพันธุ์อสูรเหมันต์กว่าร้อยตัวจนตาย ส่วนเลือดสีม่วงเข้มที่สาดกระเซ็นออกมาก็ทำให้เผ่าพันธุ์อสูรโลหิตอีกกว่าพันตัวหลอมละลายจนตาย
“เทพโลหิตตายแล้วเหรอ?!”
“ศัตรูบุก! ศัตรูบุก!”
…
เผ่าพันธุ์อสูรเหมันต์ทุกตัวทั้งตะโกนเตือนภัย ตื่นกลัว หรือไม่ก็โกรธ ทำให้ภาพตรงหน้าวุ่นวายเล็กน้อย
ในเวลาเดียวกัน เหนือทะเลสาบโลหิต ในเรือสีดำที่นิ่งเฉย
ระลอกคลื่นแผ่ออกมาในอากาศ และซวีอันก็เดินออกมา
“ฝ่าบาท พวกเราพบทางเข้าแล้ว มันมีมนุษย์กว่าสิบล้านคนอยู่ข้างใน แต่… ผู้ลี้ภัยหลายคนก็ได้รับบบาดเจ็บ และมีผู้ลี้ภัยบางส่วนที่ตายไปแล้วด้วย”
ซวีอันส่งข้อความทางเสียงมาให้เขา
จากนั้นเขาก็มองไปรอบๆ และเห็นยอดฝีมือของเผ่าพันธุ์อสูรเหมันต์กว่าสิบตัวกำลังจ้องมาที่เขา
ในจำนวนนี้ ยอดฝีมือที่มีระดับต่ำที่สุดก็คือระดับมหากาพย์
นอกจากนี้ยังมียอดฝีมือเผ่าพันธุ์อสูรเหมันต์ระดับตำนานอีก 3 ตัว
หนึ่งในนั้นย่อมเป็นแม่ทัพอสูรเหมันต์ไอซ่า
ดวงตาของซวีอันเย็นชา และเขาก็ไม่ได้เกรงกลัวเลย
ดาบเงาโงหิตในมือขวาของเขาเองก็เปล่งเสียงครางออกมาด้วย
“ฆ่ามัน!”
”รนหาที่ตาย เจ้ากล้าบุกดินแดนของพวกเรางั้นเหรอ?”
“จับมันมาแบบเป็นๆ!”
“ระวังตัวด้วย อย่าปล่อยให้มันทำลายยานบินได้!”
…
ในที่สุดแม่ทัพอสูรเหมันต์ไอซ่าและยอดฝีมือเผ่าพันธุ์อสูรเหมันต์กว่าสิบตัวก็หายตื่นตะลึงและพุ่งเข้าหาซวีอันด้วยสีหน้าฉุนเฉียว
พลังมิติหนาปะทุออกมา ก่อตัวขึ้นเป็นประตูมิติที่มีแรงดูดมหาศาล จากนั้นก็ดูดมันเข้าไปในรอยแยกมิติ
ซวีอันเข้าสู่โหมดพรางตัวอย่างใจเย็นและเริ่มการเข่นฆ่าโดยไม่เลือกหน้า
เสียงกรีดร้องดังขึ้น
ซวีอันเดินออกมาจากยานบินด้วยสีหน้าเย็นชา แม้ว่าเสื้อผ้าของเขาจะไม่ได้เปื้อนเลือดเลย แต่ดาบอสูรโลหิตในมือของเขาก็แดงฉาน
ทหารอสูรเหมันต์ 100,000 ตัวปรากฏตัวขึ้น
นี่คือกองทัพราชาภูตผีที่อาณาจักรอสูรเหมันต์ได้ส่งมาประจำการไว้ที่นี่
มันรับผิดชอบในการปกป้องท่าเรือทะเลสาบโลหิต ซึ่งเป็นสถานที่ค้าทาสอย่างเป็นทางการ
“มีเผ่าพันธุ์อสูรเหมันต์อยู่เป็นจำนวนมากจริงๆ บังเอิญจริงๆ ที่ดาบเงาโลหิตของข้าก็ยังไม่อิ่มเหมือนกัน”
ซวีอันพูดออกมาเบาๆ
ร่างของเขาเริ่มขยายขนาดขึ้นอย่างรวดเร็ว ในเวลาชั่วพริบตา มันก็มีความสูงเพิ่มขึ้นเป็น 15,000 เมตรก่อนที่จะหยุดลง
จากนั้นเขาที่ยาวกว่าพันเมตรก็งอกออกมาจากหัวของมัน
ใบหน้าของซวีอันกลายเป็นสีแดงราวกับลาวา
จากนั้นเขาก็มีใบหน้าเพิ่มออกมาอีกสองหน้าและแขนอีกสองคู่ นอกจากนี้ แขนแต่ละข้างยังพร้อมไปด้วยอาวุธ และมีดาบอสูรโลหิตที่ยาวกว่า 7,000 เมตรปรากฏขึ้นในแขนเหล่านี้
ทักษะผู้กล้า—ร่างราคชาซารัตติกาลที่แท้จริง!
“รนหาที่ตาย!”
ซวีอันคำรามขึ้นฟ้า เสียงของเขาดังก้องไปทั่วพื้นพิภพ
จากนั้นเขาก็เหวี่ยงดาบเงาโลหิตทั้งหกของเขา
ดาบทุกเล่มสามารถสังหารทหารจากกองทัพราชาภูตผีได้กว่าร้อยคน
คนที่แข็งแกร่งที่สุดในกองทัพราชาภูตผีก็คือราชาอสูรเหมันต์ระดับตำนานขั้นต้น
แม้ว่ามันจะแข็งแกร่งกว่าซวีอัน แต่พลังการต่อสู้ของมันก็ยังด้อยกว่าซวีอันมากเพราะมันไม่มีพลังของผู้กล้า
ดังนั้นมันจึงทำได้เพียงแค่เฝ้าดูซวีอันสังหารทหารของมันไปเท่านั้น
แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะตัวมันเองก็ยังเอาชีวิตไม่รอดเลย
…
หลังจากผ่านไปนาน สมรภูมิก็ค่อยๆ เงียบลง
ซวีอันที่อยู่ในร่างเทพดาบราคชาซารัตติกาลได้มองไปยังสมรภูมิตรงหน้าของเขาพร้อมด้วยดวงตาสีโลหิตของราคชาซารัตติกาล หลังยืนยันแล้วว่าไม่มีใครรอดชีวิตไปได้ ความโหดเหี้ยมในดวงตาของเขาก็ค่อยๆ จางลงไป และร่างของเขาก็กลับคืนสู่สภาพปกติ
เขายกเรือบินด้วยมือข้างเดียวและลอยมาหาโจวโจว
“ข้าคงไม่ทำให้ฝ่าบาทผิดหวังนะขอรับ!”
“ทำได้ดีมาก”
โจวโจวพยักหน้า
จากนั้นเขาก็รับยานบินมาและมองเข้าไปข้างใน
ภายในยานบินลำนี้ มันมีมิติซ้อนทับที่มีพื้นที่มากกว่าหนึ่งล้านตารางกิโลเมตร ภายในยานบินมีผู้ลี้ภัยเผ่าพันธุ์มนุษย์กว่าสิบล้านคนมารวมตัวกันอยู่
มันไม่มีใครอยู่ในสภาพที่ดีเลย
บางคนก็ได้รับบาดเจ็บ บางคนก็หมดสติไปเนื่องจากเสียเลือดมาก บางคนก็จับไข้เพราะติดเชื้อ และบางคนก็อยู่ในสภาพไม่ครบสามสิบสอง แต่พวกเขาก็ยังมีชีวิตอยู่…
โจวโจวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และมองไปยังทิศทางของเมืองหลวงของอาณาจักรอสูรเหมันต์ จิตสังหารอันเข้มข้นปรากฎขึ้นในดวงตาของเขา
อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ได้บุ่มบ่าม
สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการช่วยชีวิตของพวกเขา!
เขาเพ่งความคิดและกลับมายังเมืองหลวงของอาณาจักรตะวันสาดแสงทันทีผ่านพรสวรรค์แห่งลอร์ดกลับสู่เมือง จากนั้นในขณะที่เขาปลดปล่อยผู้ลี้ภัยเผ่าพันธุ์มนุษย์นับสิบล้านคนออกมาจากยานบิน เขาก็เรียกรวมหมอทั้งหมดในดินแดนมารักษาคนพวกนี้ทันที
สำหรับผู้ลี้ภัยที่ตายแล้ว พวกเขาก็ไม่สามารถชุบชีวิตได้ด้วยคาถาชุบชีวิตขั้นต้น
นี่เป็นเพราะพวกเขาตายมานานกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ การชุบชีวิตก็ทำได้แค่ใช้คาถาชุบชีวิตขั้นสูงเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม โจวโจวจะมีคริสตัลเทวะศรัทธาระดับจิตบริสุทธิ์มากมายขนาดนั้นได้ยังไง?
“ถึงฉันจะชุบชีวิตให้ไม่ได้ แต่ฉันจะเก็บดอกเบี้ยให้ทุกคนแทนละกัน”
โจวโจวพึมพำ
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาก็ติดต่อผ่านอวตารค้างคาวโลหิตไปหาไป่อี้