โจวโจวเลิกคิ้วขึ้น
มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ด้วย
สีหน้าของเขาจริงจังขึ้นเล็กน้อย
มันไม่ใช่ข่าวดีสำหรับเขาเลยที่มีอาณาจักรอันเดดอันลึกลับอยู่ติดกับดินแดนของเขา และเขาก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคือมิตรหรือศัตรู
“แล้วยังไง?”
โจวโจวมองไปยังเจิ้งฝูกุ่ย
“ข้าสัมผัสได้ถึงฝ่ายที่ซ่อนตัวอยู่ได้อย่างรวดเร็วหลังจากที่ข้านำกองคาราวานเข้าไปในแดนต้องห้ามพายุทราย จากนั้นพวกเราก็ใช้สิทธิ์ในการผ่านไม่จำกัดเพื่อเข้าไปยังอาณาจักรอันเดดและพอจะเข้าใจถึงสถานการณ์ที่นั่นขึ้นมา”
“ที่แห่งนั้นมีอาณาจักรอันเดดที่ชื่อว่า ‘เมืองหลวงแห่งความเงียบชั่วนิรันดร์’ ซึ่งมีราชาแห่งอันเดดอยู่ข้างใน”
“มันมีอันเดดอยู่ในอาณาจักรหลักล้านตัว และพวกมันต่างก็เป็นอันเดดจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ แต่พวกมันก็หลับใหลกันอยู่ และตัวตนที่คอยสั่งการอันเดดเหล่านี้ก็คือราชาแห่งความเงียบชั่วนิรันดร์และราชินีแห่งความเงียบชั่วนิรันดร์ที่สามารถตื่นขึ้นมาได้ทุกเมื่อ”
“หลังจากที่พวกเราไปถึง ทั้งสองก็สัมผัสได้ถึงการมาถึงของพวกเราได้อย่างรวดเร็วและเป็นฝ่ายออกมาพบพวกเราก่อนด้วยซ้ำ ถ้าพูดตามปกติ พวกเราก็ควรจะแลกเปลี่ยนกับพวกมันได้ด้วยคาราวานเร้นลับ แต่พวกเราก็ไม่ได้เตรียมสินค้าใดไปด้วย พวกเราจึงไม่ได้แลกเปลี่ยนอะไรกับพวกมันและไปแค่สำรวจตลาดเท่านั้น ซึ่งพวกเราก็ได้บอกว่าพวกเราจะมาทำการซื้อขายในครั้งหน้า”
“พวกมันไม่ได้ปฏิเสธอะไร ดังนั้นพวกเราจึงกลับออกมา”
เจิ้งฝูกุ่ยกล่าว
“พวกมันไม่ได้หยุดเจ้าไว้เหรอ?”
โจวโจวถามออกมาในทันที จากนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่ามันเป็นคำถามที่ไร้ประโยชน์
ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
เจิ้งฝูกุ่ยยิ้มออกมาเมื่อเขาได้ยินเช่นนี้
“พวกมันคงไม่กล้า”
โจวโจวพยักหน้า
“พวกมันแข็งแกร่งแค่ไหนกัน? ทำไมพวกมันถึงอยู่กันแบบนั้น? มันมีความเป็นไปได้ไหมที่พวกมันจะออกมา?”
โจวโจวถามออกมาสามคำถามติด เพราะคำถามเหล่านี้เป็นคำถามที่สำคัญสำหรับเขา
เขาไม่อยากให้มีระเบิดที่สามารถระเบิดออกมาได้ทุกเมื่ออยู่แถวๆ ดินแดนของเขา
“ในฐานะลอร์ดของฝ่ายระดับอาณาจักร ราชาและราชินีแห่งความเงียบชั่วนิรันดร์ได้มาถึงจุดสูงสุดของระดับอาณาจักรแล้ว ซึ่งก็คือระดับมหากาพย์ขั้นสูง นอกจากนี้พวกมันยังใกล้จะไปถึงระดับตำนานแล้วด้วย และทั้งสองคนน่าจะเป็นผู้กล้าด้วยกันทั้งคู่”
“สำหรับเหตุผลว่าทำไมพวกมันถึงอยู่กันแบบนั้น ข้าก็ไม่ทราบเหมือนกัน พวกมันไม่ได้บอกเหตุผลอะไรกับข้า อย่างไรก็ตาม ข้าก็เห็นภาพจิตรกรรมฝาผนังและคำบางคำใกล้กับทางเข้าของอาณาจักรอันเดด บางทีของพวกนั้นน่าจะบันทึกคำตอบเอาไว้ นอกจากนี้ ตามการสังเกตของข้า พวกมันทั้งสองตัวก็กำลังฝืนการหลับใหลอยู่เหมือนกัน และไม่ชอบพบเจอใคร อันที่จริงแม้ว่าพวกเราจะเป็นคาราวานเร้นลับ แต่พวกอันเดดก็ไม่ได้เต็มใจที่จะต้อนรับพวกเราสักเท่าไร พวกมันคงมาต้อนรับข้าเพราะพวกมันไม่อยากให้เกิดปัญหา”
“ดังนั้นข้าจึงคิดว่าโอกาสที่พวกมันจะออกมานั้นก็คงจะมีไม่สูงเท่าไร”
เจิ้งฝูกุ่ยคิดอยู่ครู่หนึ่งและพูดออกมา
โจวโจวถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
มันคงไม่เป็นไรตราบใดที่พวกมันไม่ออกมาและคุกคามดินแดนของเขา เพราะดินแดนของเขายังไม่อาจต้านทานพลังของฝ่ายระดับอาณาจักรที่มีกองทัพอันเดดนับล้านตัวได้เลย
จากนั้นเขาก็ครุ่นคิด
ครู่ต่อมา โจวโจวก็เงยหน้าขึ้นมองเจิ้งฝูกุ่ย
“พรุ่งนี้ข้าจะนำสินค้าไปที่อาณาจักรอันเดดพร้อมกับกองคาราวานเร้นลับของพวกเจ้าด้วย”
เขากล่าว
เขาย่อมไม่ลืมว่ามันมีชิ้นส่วนของคทาเกียรติยศของจักรพรรดิแห่งทรายที่น่าจะอยู่ในอาณาจักรอันเดด
มันอาจจะเกี่ยวข้องกับมรดกของจักรวรรดิได้เลย
โจวโจวย่อมไม่อาจปล่อยมันไปได้ นอกจากคทาเกียรติยศของจักรพรรดิแห่งทรายแล้ว โจวโจวก็ยังอยากที่จะแลกเปลี่ยนสิ่งอื่นด้วย
“ท่านลอร์ดจะไปด้วยตัวเองเลยเหรอขอรับ?! แต่ถ้ามีอันตรายอะไร มันคงยากที่พวกเราจะปกป้องท่านลอร์ดได้…”
เจิ้งฝูกุ่ยลำบากใจเล็กน้อย
ในฐานะพ่อค้าเร้นลับ พวกเขาจึงไม่ได้มีความสามารถในการต่อสู้เท่าไรแม้ว่าพวกเขาจะได้รับพรจากเจตจำนงสูงสุดมาก็ตาม
พวกเขาต้องพึ่งพาพรเหล่านี้เพื่อปกป้องตัวเองต่อหน้าผู้ซื้อ แต่มันก็ยากมากๆ ที่พวกเขาจะปกป้องสิ่งมีชีวิตอื่นนอกคาราวานเร้นลับ ซึ่งลอร์ดของพวกเขาก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
“ไม่ต้องห่วง ข้ามีวิธี”
โจวโจวส่ายหัวและพูดออกมา
“ขอรับท่านลอร์ด!”
เจิ้งฝูกุ่ยไม่ได้พูดอะไรอีกเมื่อเห็นว่าลอร์ดของเขาได้ตัดสินใจแล้ว
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็คุยกันต่ออีกสักพักก่อนที่เจิ้งฝูกุ่ยจะจากไป
“อาณาจักรอันเดด… ราชาและราชินีแห่งความเงียบชั่วนิรันดร์… อาณาจักรออโรร่าและอาณาจักรทาฮัน… เมืองตะวันสาดแสงของฉันช่างเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยปัญหาจริงๆ”
โจวโจวยิ้มออกมาอย่างขมขื่น
จากนั้นเขาก็ตั้งสติอย่างรวดเร็ว
มันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมาโทษฟ้าดิน เมื่อมันเป็นเช่นนี้แล้ว เขาก็ต้องคิดหาวิธีแก้ปัญหาให้ได้
วิธีที่ดีที่สุดก็ย่อมเป็นการพยายามอย่างหนักเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของเขา ด้วยวิธีนี้ เขาจะได้มีหนทางแก้ไขเมื่อมีภัยพิบัติเกิดขึ้นในอนาคต
“หลังจากหอคอยออโรร่าระดับเพชรขั้นต้นของฉันสร้างเสร็จแล้ว ฉันก็คงจะพอรับมือกับปัญหาได้แม้ว่าฝ่ายระดับอาณาจักรจะมาด้วยตัวเอง”
โจวโจวคิด
จากนั้นเขาก็หยุดคิดเกี่ยวกับมันและหยิบเอาตราภูมิภาคของที่ราบป่าเฉาออกมา จากนั้นก็วางมันลงไปบนแผ่นหินดินแดนของเขา
อึดใจต่อมา แรงดึงดูดก็แผ่ออกมาจากแผ่นหินดินแดนและดูดตราภูมิภาคเข้าไป
ข้อความแจ้งเตือนชุดหนึ่งปรากฏขึ้น
[ขอแสดงความยินดีด้วยที่ได้รับตราภูมิภาคระดับเงินขาว (ที่ราบป่าเฉา) และได้กลายเป็นลอร์ดประจำภูมิภาคนี้อย่างเป็นทางการ!]
[ที่ราบป่าเฉา (ระดับเงินขาว) ถูกเพิ่มเข้าไปยังดินแดนภูมิภาคของท่าน!]
[ท่านได้รับกล่องสมบัติประจำภูมิภาค! (เฉพาะสำหรับที่ราบป่าเฉา)]
[ประกาศถึงลอร์ดจากดาวเคราะห์สีน้ำเงินทุกคน: ขอแสดงความยินดีกับเจ้าตะวันสาดแสงที่เป็นลอร์ดประจำภูมิภาคอย่างเป็นทางการ 5 แห่งเป็นคนแรก รางวัล: กล่องสมบัติระดับสูงสุด +1, คะแนนชื่อเสียง +1!]
[ประกาศถึงลอร์ดจากดาวเคราะห์สีน้ำเงินทุกคน: ขอแสดงความยินดีกับเจ้าตะวันสาดแสง…]
[ประกาศถึงลอร์ดจากดาวเคราะห์สีน้ำเงินทุกคน: ขอแสดงความยินดีกับเจ้าตะวันสาดแสง…]
“การเป็นเจ้าของภูมิภาค 5 แห่งก็ทำให้เกิดประกาศโลกด้วยเหรอ?”
โจวโจวอึ้ง
จากนั้นเขาก็ถอนหายใจออกมา เขารู้สึกว่ามันเป็นเวลาสักพักแล้วที่เขาไม่ได้ถูกประกาศชื่อแบบนี้
ในตอนนี้ที่จู่ๆ เขาก็ได้ยินมัน เขาจึงรู้สึกไม่ค่อยชินเท่าไร
จากนั้นเขาก็เปิดกระดานสนทนาขึ้นมา
มันก็เป็นไปตามคาดจริงๆ ลอร์ดบนกระดานสนทนากำลังพูดคุยกันถึงประกาศนี้
[พี่ตะวันสาดแสง สุดยอดที่สุดเลย!]
[โอ้พระเจ้า เขาพิชิตภูมิภาคไป 5 แห่งแล้ว! ฉันยังเป็นกังวลเรื่องการต่อสู้กับลอร์ดสีชาดในภูมิภาคอยู่เลย]
[ฉันเพิ่งพิชิตภูมิภาคระดับเหล็กดำไปได้หนึ่งแห่ง และฉันก็กำลังพักฟื้นอยู่ ฉันไม่คิดเลยว่าพี่ใหญ่จะพิชิตไปแล้วตั้งห้าแห่ง]
[กอดขาพี่ตะวันสาดแสงไว้ให้แน่!]
[ฉันหวังว่าคนที่กำลังอ่านข้อความนี้จะมีความสุขตลอดไป]
[พี่ตะวันสาดแสง ช่วยเก็บกระดูกของผมไว้กับพี่ด้วยถ้าผมตาย ถ้าพี่เจอคนไม่ดีก็ให้โปรยขี้เถ้าของผมใส่เขา ถ้าพี่อยู่เหนือลมก็ขอให้ผมได้ปกป้องพี่เป็นครั้งสุดท้าย แต่ถ้าพี่ได้อยู่ใต้ลม ก็ขอให้ผมได้โอบกอดพี่เป็นครั้งสุดท้ายละกัน]
[คนข้างบนช่างท้าทายสวรรค์จริงๆ]
[เรียบง่ายแต่งดงาม]
[ฉันรู้สึกสบายใจมากที่ได้เห็นลอร์ดที่บ้าคลั่งแบบนี้]