ตอนที่ 389 : ความตื่นเต้นของลอร์ดจากดาวเคราะห์สีน้ำเงิน!

โจวโจวพิมพ์ข้อความลงไปว่าเขาต้องการรับสมัครลอร์ดที่เชี่ยวชาญในสายอาชีพเพื่อก่อตั้งพันธมิตรแห่งลอร์ดขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม เขาก็คิดบางสิ่งขึ้นมาได้และครุ่นคิดอยู่สักพัก

มันง่ายมากที่จะรับสมัครลอร์ดที่เชี่ยวชาญด้านสายอาชีพ ด้วยการมีหนงเฉิงหลินอยู่ มันจึงไม่เป็นปัญหาอะไรที่จะรับสมัครลอร์ดที่มีความสามารถในสายอาชีพสัก 10-80 คน

แต่หลังจากนั้นเขาควรทำอย่างไร?

หรือว่าเขาต้องลงมือเองเมื่อพวกเขาต้องการความช่วยเหลือในสถานการณ์ที่ยากลำบาก?

ถ้าอย่างนั้นมันก็คงจะไม่เป็นอะไรถ้าเขามีดินแดนรองเพียงไม่กี่แห่งในพันธมิตรแห่งลอร์ด เพราะเขาก็มีทหารเป็นจำนวนมากและน่าจะสามารถจัดการกับปัญหาได้

แต่ถ้าเขามีดินแดนรองนับพันแห่งล่ะ?

เขาคงไม่สามารถลงมือเองได้ทุกวัน เพราะเขาต้องพัฒนาตัวเองเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?

เขาสามารถลงมือได้ แต่เขาต้องใส่ใจกับวิธีการ เขาคิดอยู่ชั่วขณะและเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมาในทันใด

จากนั้นเขาก็พิมพ์ลงไปอีกครั้งและส่งมันลงไปตรงๆ บนกระดานสนทนา

[เจ้าตะวันสาดแสง (รุ่งอรุณแห่งผู้บุกเบิก III) (ลอร์ดมือใหม่ที่แข็งแกร่งที่สุด): ลอร์ดจากดาวเคราะห์สีน้ำเงินทุกคน ตอนนี้สมรภูมิสุดท้ายได้เปิดตัวขึ้นแล้ว ฉันเตรียมที่จะก่อตั้งพันธมิตรแห่งลอร์ดขึ้นมาและพิชิตสมรภูมิแห่งนี้ด้วยกัน ในตอนนี้ฉันต้องการลอร์ดที่เชี่ยวชาญในสายอาชีพ ลอร์ดที่เชี่ยวชาญในเรื่องนี้สามารถลงชื่อกับดินแดนรองของฉันอย่างเจ้าแผ่นดินอุดมสมบูรณ์ได้]

[เจ้าตะวันสาดแสง (รุ่งอรุณแห่งผู้บุกเบิก III) (ลอร์ดมือใหม่ที่แข็งแกร่งที่สุด): ฉันขอแจ้งให้ทราบอีกครั้งว่าถ้าใครอยากจะเข้าร่วมพันธมิตรแห่งลอร์ดของฉัน นายต้องลงนามในสัญญาดินแดนบ่าวไพร่และกลายเป็นดินแดนรองของฉัน ด้วยวิธีนี้ มันจะง่ายในการสนับสนุนซึ่งกันและกัน และอีกประการ มันก็ยังเป็นการรับประกันให้กับฉัน เพราะฉันไม่อยากปกป้องคนเนรคุณเหมือนกัน]

[เจ้าตะวันสาดแสง (รุ่งอรุณแห่งผู้บุกเบิก III) (ลอร์ดมือใหม่ที่แข็งแกร่งที่สุด): เงื่อนไขนี้อาจรุนแรงไปหน่อย ดังนั้นโปรดพิจารณาให้ดี]

[เจ้าตะวันสาดแสง (รุ่งอรุณแห่งผู้บุกเบิก III) (ลอร์ดมือใหม่ที่แข็งแกร่งที่สุด): นอกจากนี้ เมื่อลงทะเบียนแล้วก็ให้พยายามบอกข้อดีของนายในด้านสายอาชีพ เช่น นายมีพรสวรรค์แห่งลอร์ดในสายอาชีพแบบไหน หรือนายมีลูกน้องในสายอาชีพที่โดดเด่นยังไง หรือมีข้อดีอื่นๆ ไหม พวกนายจะสามารถเข้าร่วมพันธมิตรแห่งลอร์ดของฉันได้ตราบใดที่ตรงตามข้อกำหนดของเรา]

[เจ้าตะวันสาดแสง (รุ่งอรุณแห่งผู้บุกเบิก III) (ลอร์ดมือใหม่ที่แข็งแกร่งที่สุด): หากมีการลงทะเบียนมากเกินไป ฉันอาจมีสัญญาดินแดนบ่าวไพร่ไม่เพียงพอ ดังนั้นเราอาจจะเลือกคนที่มีคุณสมบัติมากที่สุดก่อน ดังนั้นก็อย่าพยายามปกปิดอะไรมาก]

โจวโจวยังกังวลว่าลอร์ดที่โดดเด่นบางคนปิดบังตัวเองและไม่กล้าแสดงตัวออกมา ทำให้เขาอาจจะพลาดโอกาสในการได้ลอร์ดพวกนี้มา ดังนั้นเขาจึงกล่าวถึงเป็นพิเศษในตอนท้าย

อย่างไรก็ตาม มันก็เห็นได้ชัดว่าความกังวลของเขานั้นไม่จำเป็นเลย

ลอร์ดส่วนใหญ่บนกระดานสนทนานั้นอยู่ห่างกันนับพันล้านไมล์ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กังวลว่าจะถูกฆ่าโดยลอร์ดจากดาวเคราะห์สีน้ำเงินคนอื่นๆ ซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายพันล้านไมล์หลังจากที่ความลับของพวกเขาถูกเปิดเผยออกไปแล้ว

นอกจากนี้ ผู้ที่คัดเลือกลอร์ดในครั้งนี้เพื่อก่อตั้งพันธมิตรแห่งลอร์ดคือลอร์ดอันดับหนึ่งของดาวเคราะห์สีน้ำเงินอย่างเจ้าตะวันสาดแสงด้วย!

สำหรับลอร์ดในสายอาชีพ เจ้าตะวันสาดแสงย่อมสุดยอดที่สุดแล้ว

เขายังสามารถต่อสู้กับสุดยอดลอร์ดคนอื่นๆ เพื่อแย่งชิงตำแหน่งลอร์ดสรรพเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดมาได้ด้วย

ตัวตนที่อยู่ในระดับนี้จะมาสนใจอะไรกับความลับของลอร์ดตัวน้อยๆ อย่างพวกเขา?

ดังนั้นเมื่อโจวโจวพิมพ์ข้อความพวกนี้ลงไปบนกระดานสนทนา ลอร์ดบนกระดานสนทนาก็คลั่งไปในทันที

[เชี่ยๆๆๆ! พี่ตะวันสาดแสงกำลังจะก่อตั้งพันธมิตรแห่งลอร์ดแล้ว! พี่ใหญ่!!! ผมเข้าด้วยครับ! (ตะโกนสุดเสียง)]

[ฉันตกใจจริงๆ ฉันคิดว่าเจ้าตะวันสาดแสงจะเป็นหมาป่าเดียวดายซะอีก ฉันไม่คิดเลยว่าเขาจะก่อตั้งพันธมิตรแห่งลอร์ดขึ้นอย่างกะทันหันในเวลานี้! เอาด้วยครับ +1!]

[พี่ตะวันสาดแสง แม้ว่าผมจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในสายอาชีพ แต่ผมก็ยินดีเปลี่ยนทิศทางของดินแดนเพื่อพี่ได้!]

[ว้าวๆ ในที่สุดก็มีคนยินดีรับลอร์ดสายอาชีพแล้ว! พี่ ผมเข้าด้วย!]

[ในฐานะลอร์ดสายอาชีพ ในที่สุดฉันก็เห็นคนที่ยินดีต้อนรับพวกเราแล้ว ฉันประทับใจจริงๆ ฉันขอเข้าร่วมด้วยเหมือนกัน]

[ทำไมฉันต้องลงนามในสัญญาดินแดนบ่าวไพร่ด้วย? ฉันเป็นสมาชิกชั้นนอกของพันธมิตรไม่ได้เหรอ…]

[ยิ่งคนเยอะก็ยิ่งมากเรื่อง เหมือนกับที่ฉันอยู่ในพันธมิตรลอร์ดตอนนี้ พูดตามตรงนะว่าการมีคนเยอะมันทำให้เกิดความวุ่นวายมากจริงๆ ส่วนดินแดนหลักก็ไม่ได้สมศักดิ์ศรีเลย เขายังลังเลเกี่ยวกับการสนับสนุนซึ่งกันและกัน ฉันไม่อยากพูดด้วยซ้ำ ดังนั้นฉันค่อนข้างเข้าใจความคิดของพี่ตะวันสาดแสงนะ]

[เนื่องจากเป้าหมายเริ่มต้นของการจัดตั้งพันธมิตรแห่งลอร์ดคือการต่อสู้ในสมรภูมิสุดท้าย ทำไมนายไม่รับสมัครลอร์ดที่เชี่ยวชาญในด้านการต่อสู้ล่ะ?]

[โพสต์ก่อน หัดใช้สมองบ้างสิ ด้วยความแข็งแกร่งของพี่ตะวันสาดแสง นายยังต้องการให้ใครมาช่วยสู้อีกเหรอ? ฉันคิดว่าพี่ตะวันสาดแสงกำลังรับสมัครลอร์ดที่เชี่ยวชาญในสายอาชีพเพราะเขาขาดแคลนไอเท็มด้านนี้มากกว่า เขาอาจจะอยากก่อตั้งองค์กรเสบียงเป็นของตัวเองด้วยซ้ำ]

[น่าเสียดายที่พันธมิตรแห่งลอร์ดที่ฉันอยากเข้าร่วมมากที่สุดในตอนนั้นคือพันธมิตรแห่งลอร์ดของเจ้าตะวันสาดแสง มันน่าเสียดายจริงๆ ที่เจ้าตะวันสาดแสงไม่ยอมก่อตั้งพันธมิตรแห่งลอร์ดในตอนนั้น ฉันเลยเข้าร่วมพันธมิตรโลหิตมังกรไปแล้ว… มันสายเกินไปแล้วใช่ไหมที่จะถอนตัวออกจากพันธมิตรแห่งลอร์ดในตอนนี้?]

[ออกจากพันธมิตร+1!]

[ออกจากพันธมิตร+1!]

[ออกจากพันธมิตร+1!]

ชนชั้นนำของพันธมิตรแห่งลอร์ดต่างๆ ที่กำลังรับชมภาพฉากนี้ต่างก็ตื่นตระหนกขึ้นมาทันทีที่พวกเขาได้เห็น

เชี่ย เขาแค่พูดว่าเขาอยากจะก่อตั้งพันธมิตรแห่งลอร์ด สิ่งนี้ยังไม่ได้เริ่มขึ้นด้วยซ้ำและพวกนายก็พากันถอนตัวออกจากพันธมิตรเดิมแล้วเหรอ พวกนายจะไม่เสียหายสองชั้นเหรอถ้าพวกนายไม่ได้รับเลือก?

พวกโง่เอ้ย!

ไม่จำเป็นต้องตื่นเต้นขนาดนั้นก็ได้แม้ว่าพวกนายอยากจะเป็นหมาก็ตาม!

ชนชั้นนำของพันธมิตรแห่งลอร์ดหลายคนก่นด่าอยู่ในใจขณะที่พวกเขาตะโกนบอกให้คนมาดูว่ามีใครในพันธมิตรแห่งลอร์ดของพวกเขาถอนตัวออกไปไหม

เมื่อพวกเขาตระหนักได้ว่ามีคนออกไปจากพันธมิตรจริงๆ พวกเขาก็ยิ่งก่นด่าอยู่ในใจมากยิ่งขึ้น

พวกเขาไม่กล้าก่นด่าบนกระดานสนทนา เพราะแม้ว่าลอร์ดหลายๆ คนจะรู้ว่าเจ้าตะวันสาดแสงได้ลดความถี่ของการขึ้นบัญชีดำลอร์ดคนอื่นๆ ลงไปแล้วเพราะเขายุ่ง แต่มันก็ไม่มีใครอยากเป็นคนที่ถูกเจ้าตะวันสาดแสงขึ้นบัญชีดำแน่ๆ

ไม่มีทางเลือกหนิ

ไอเท็มที่เจ้าตะวันสาดแสงนำออกมาขายทุกวันนั้นมันดีเกินไป

พวกเขาไม่อยากกล่าวลาเจ้าตะวันสาดแสงไปตลอดกาลเพียงเพราะแค่การทะเลาะกัน

ในเวลาเดียวกัน เจ้าตะวันสาดแสงเองก็เห็นคำถามของลอร์ดบนกระดานสนทนา

อย่างไรก็ตาม เขาก็ยิ้มและไม่ได้อธิบายอะไร

เขาย่อมมีความคิดอยู่แล้วว่าจะปรับเปลี่ยนลอร์ดสายอาชีพที่เขารับเข้ามาให้กลายเป็นฝ่ายสนับสนุนกองทัพ

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากนั้นเขาก็ต้องการพาลอร์ดเหล่านี้เข้าไปยังสมรภูมิสุดท้ายด้วย

ในอนาคต เมื่อพวกเขาเจออันตรายอะไร โจวโจวก็จะมีความมั่นใจว่าพวกเขายังสามารถพึ่งพาความแข็งแกร่งของตัวเองเพื่อปกป้องตัวเองได้และไม่ต้องให้เขาไปช่วยทุกครั้ง

สำหรับเหตุผล… เขาจะรู้โดยธรรมชาติว่าทำไมเขาถึงมีความมั่นใจเช่นนี้หลังจากที่ลอร์ดสายอาชีพเหล่านั้นได้เข้าร่วมแล้ว

เมื่อเวลานั้นมาถึง มันก็รับประกันได้เลยว่าลอร์ดเหล่านั้นจะต้องประหลาดใจแน่ๆ

จากนั้นเขาก็ตั้งการแลกเปลี่ยนบนตลาดซื้อขายแบบฟรีๆ เกี่ยวกับเนื้อหาของสิ่งที่เขาเพิ่งโพสต์ไปบนกระดานสนทนา

ด้วยวิธีนี้ แม้ว่าคอมเมนต์บนกระดานสนทนาจะหายไป แต่คอมเมนต์ตรงนี้ก็จะคงอยู่แบบถาวร

บางทีมันอาจจะเป็นเพราะความจริงที่ว่าเจ้าตะวันสาดแสงอยากจะก่อตั้งพันธมิตรแห่งลอร์ดนั้นน่าตกตะลึงเกินไป การแลกเปลี่ยนที่เขาเพิ่งประกาศออกไปจึงทะยานขึ้นไปสู่ด้านบนสุดของตลาดซื้อขายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที

ยิ่งมีลอร์ดรู้เรื่องนี้เท่าไร แรงกระเพื่อมของเรื่องนี้ก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเท่านั้น

...

ณ ดินแดนของท่านจ้าว

เซี่ยงเสี่ยวป้าอดขมวดคิ้วไม่ได้เมื่อเขาเห็นสิ่งที่โจวโจวโพสต์

“หมอนี่… กำลังจะก่อตั้งพันธมิตรแห่งลอร์ดของตัวเองงั้นเหรอ?”

เขาพึมพำกับตัวเอง

นับตั้งแต่ที่เจ้าตะวันสาดแสงไต่อันดับขึ้นมาถึงอันดับสามบนอันดับสรรพเผ่าพันธุ์ ไม่ว่าเขาจะเย่อหยิ่งแค่ไหนและคิดว่าเขาสามารถกลายเป็นลอร์ดชั้นนำในบรรดาลอร์ดสรรพเผ่าพันธุ์ได้ด้วยพรสวรรค์แห่งลอร์ดของเขา แต่เขาก็ต้องยอมรับว่ามันมีช่องว่างใหญ่ระหว่างเขาและเจ้าตะวันสาดแสง

ความแตกต่างนี้ไม่สามารถชดเชยได้ในระยะเวลาสั้นๆ

และในตอนนี้ เจ้าตะวันสาดแสงก็กำลังจะก่อตั้งพันธมิตรแห่งลอร์ดของตัวเองขึ้นมา เมื่อเขาทำได้สำเร็จ มันก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าช่องว่างระหว่างเขาและอีกฝ่ายก็คงจะเพิ่มขึ้นมากอีกครั้ง

เมื่อคิดได้เช่นนี้ สีหน้าของเซี่ยงเสี่ยวป้าก็มืดมนลงเล็กน้อย เขากำหมัดแน่นจนก่อให้เกิดเสียงดังขึ้นมา

“เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณต้นกำเนิด… เผ่าพันธุ์เทพแห่งความโกลาหล… เผ่าพันธุ์เทพเลี้ยงแกะ… ถ้าฉันได้กินพวกมันแต่ละเผ่าพันธุ์ล่ะก็ ด้วยร่างปีศาจแห่งความตะกละของฉัน ฉันก็อาจจะได้รับพรสวรรค์ประจำเผ่าพันธุ์ของพวกมัน และเมื่อถึงเวลานั้น ฉันก็คงจะพุ่งทะยานขึ้นมาได้ ในตอนนั้นแม้แต่เจ้าตะวันสาดแสงก็คงจะไม่สามารถหยุดฉันได้”

เซี่ยงเสี่ยวป้าหรี่ตาลงและสูดลมหายใจเข้าลึกๆ