โจวโจวมองไปยังคน 12 คนที่อยู่ตรงหน้าของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้กล้าระดับเหนือสามัญ 3 คน เขาอดยิ้มออกมาไม่ได้
ในเวลานั้นเอง มันก็มีคนอีก 11 คนปรากฏขึ้นจากระยะไกล
ในจำนวน 11 คนนี้มีมนุษย์ 6 คนและมอนสเตอร์แห่งหมอก 5 คน
ในเวลานี้ ร่างกายของพวกเขาก็แผ่ออร่าของผู้กล้าออกมาด้วย
“คาราวะท่านลอร์ด!”
หลังจากพวกเขามาหยุดอยู่ตรงหน้าของโจวโจว พวกเขาก็คุกเข่าลงและกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้นและความเคารพ
เมื่อเห็นท่าทีของพวกเขา ผู้กล้าระดับเหนือสามัญสามคนก่อนหน้านี้ก็อึ้งไปทันที
จากนั้นพวกเขาก็ประหลาดใจอย่างมาก
นี่ยังใช่อาณาจักรเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่เพิ่งถูกก่อตั้งขึ้นมาอยู่รึเปล่า?
ยังไม่ต้องพูดถึงผู้กล้าที่พวกเขาได้เห็นมาระหว่างทาง
แล้วผู้กล้า 11 คนที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขานี่มันอะไรกัน?
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ผู้กล้าซึ่งมีสถานะสูงมากเริ่มมีอยู่ทั่วไปเหมือนกับกะหล่ำปลี?
ไม่ใช่ว่าอาณาจักรขั้นต้นใหม่ๆ ควรมีผู้กล้าแค่สามคนเหรอ?
ภาพตรงหน้าของพวกเขา ถ้าพวกเขาไม่เข้าใจสถานการณ์ พวกเขาก็คงจะคิดว่าตัวเองได้มายังอาณาจักรขั้นกลางที่เก่าแก่หรือกระทั่งอาณาจักรขั้นสูงแล้ว
ในเวลาเดียวกัน โจวโจวก็มองไปยังผู้กล้า 11 คนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าของเขาและพยักหน้า จากนั้นเขาก็ยิ้มออกมาและกล่าวว่า
“ดูเหมือนว่าการสืบทอดผู้กล้าของพวกเจ้าจะราบรื่นดีนะ”
“พวกเราจะทำให้ฝ่าบาทผิดหวังได้ยังไงกัน!”
ผู้กล้า 11 คนพูดออกมาด้วยความเคารพ
“ไม่เลว”
โจวโจวยิ้ม
ผู้กล้า 11 คนนี้ไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล พวกเขาถูกสร้างขึ้นมาโดยโจวโจว!
เมื่อวานนี้ เขานำกองทัพและสังหารผู้กล้าต่างเผ่าพันธุ์ 11 คนบนสมรภูมิกับกองทัพพันธมิตรต่างเผ่าพันธุ์ หลังจากนั้นเขาก็ได้รับคู่มือลับมรดกผู้กล้า 11 เล่มมาจากศพของพวกมัน
หลังจากพาพวกมันกลับมายังเมืองหลวงของอาณาจักรตะวันสาดแสง โจวโจวก็แทบจะส่งพวกมันให้ไป่อี้ อู๋ซิน และแม่ทัพหลักคนอื่นๆ ทันที และบอกให้พวกเขานำไปเป็นรางวัลให้กับทหาร 11 คนที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในระหว่างสมรภูมิเมื่อวาน โดยไม่คำนึงถึงชาติกำเนิด ฐานะ หรือคุณสมบัติ!
เขาให้เหล่าแม่ทัพพิจารณาแค่ผลงานเท่านั้น!
สิ่งนี้ช่วยสร้างผู้กล้าใหม่ 11 คนให้กับเขา!
ในจำนวนนี้ ผู้กล้าที่มีระดับโชคชะตาต่ำที่สุดก็คือระดับมหากาพย์ และคนที่มีโชคชะตาสูงที่สุดก็คือระดับตำนาน!
นอกจากนี้ความแข็งแกร่งของพวกเขายังอยู่ในระหว่างระดับเหนือสามัญและระดับมหากาพย์ด้วย!
ด้วยโชคชะตาและความแข็งแกร่งเช่นนี้ พวกเขาก็เพียงพอแล้วที่จะเป็นเสาหลักของอาณาจักรแม้แต่ในอาณาจักรขั้นกลางและอาณาจักรขั้นสูงก็ตาม
ถ้าข่าวหลุดออกไป มันอาจจะทำให้สิ่งมีชีวิตจากเผ่าพันธุ์นับไม่ถ้วนในโลกภายนอกตกใจก็เป็นได้!
โจวโจวย่อมมีความสุขมาก
จำนวนผู้กล้าที่เขามีในตอนนี้เพิ่มขึ้นถึง 31 คนแล้วด้วยจำนวนผู้กล้าใหม่ 11 คนและผู้กล้าอีก 3 คนที่เพิ่งเข้าร่วมกับเขา!
อาณาจักรขั้นต้นจะมีผู้กล้ามากมายขนาดนี้ได้ยังไงกัน?
ไม่ต้องพูดถึงว่ายังมีคู่มือลับมรดกผู้กล้าอีก 3 อันที่ยังไม่ได้ใช้ในระบบการแลกเปลี่ยนความดีความชอบของเขา
และยังมีผู้กล้าจากอาณาจักรออโรร่าอีก 3 คนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจเข้าร่วมอาณาจักรของเขาด้วย!
“ฉันจะจองหองไม่ได้ แม้ว่าฉันจะพัฒนาได้ดีมากในตอนนี้ แต่ฉันก็ยังด้อยกว่าจักรวรรดิอย่างจักรวรรดิเอลฟ์มากเพราะอีกฝ่ายมีผู้กล้าหลายร้อยคนแล้ว และยังไม่ต้องพูดถึงอาณาจักรที่มีระดับสูงกว่านี้ด้วย”
“อีกทั้งตอนนี้ฝ่ายของลอร์ดระดับอาณาจักรขั้นกลางและขั้นสูงก็ยังมีคุณสมบัติที่สามารถโจมตีฉันได้เช่นกัน ใครจะรู้ว่ามันจะมีอาณาจักรขั้นกลางและอาณาจักรขั้นสูงที่ท้าทายสวรรค์เหมือนกับฉันอยู่อีกเท่าไรกัน?”
โจวโจวคิดกับตัวเอง
ความเย่อหยิ่งที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในใจของเขาสลายไปทันที
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากหยิ่งยโส แต่มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะทำแบบนั้นในโลกอันแสนอันตรายเช่นนี้ มันไม่มีอะไรผิดที่จะระวังตัวเอาไว้
“ไปเตรียมตัวเข้าร่วมงานสถาปนาของราชาผู้นี้เถอะ ราชาผู้นี้ไม่อยากให้ศัตรูจากโลกภายนอกรู้ว่าข้ามีผู้กล้ามากมายขนาดนี้” โจวโจวกล่าว
ในไม่ช้า ในฐานะเจ้าภาพ พวกเขาจะต้องจัดพิธีสวนสนามเพื่อแสดงความแข็งแกร่งต่อแขกในงานพิธีสถาปนาอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม โจวโจวก็ไม่ได้โง่พอที่จะเปิดเผยความแข็งแกร่งทั้งหมดออกไปผ่านงานนี้เพียงเพราะเขาอยากจะอวดเบ่ง
เขาเพียงแค่ต้องแสดงความแข็งแกร่งที่เขาเคยเปิดเผยก่อนหน้านี้อีกครั้งก็พอ
สำหรับผู้กล้าใหม่เหล่านี้ที่อยู่ตรงหน้าของเขา เขาก็จะให้พวกเขาคอยเก็บตัวเอาไว้ก่อน
“ขอรับฝ่าบาท” ผู้กล้า 14 คนกล่าวออกมาด้วยความเคารพ
จากนั้นเจิ้งหยวนฉีก็พาตัวเขาไปเตรียมตัว
ในเวลาเดียวกัน ในขณะที่เมืองหลวงของอาณาจักรตะวันสาดแสงกำลังเตรียมจัดพิธีสถาปนา ณ สุสานที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร
คนต่างเผ่าพันธุ์ 7 คนที่มาจากเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างกันได้มารวมตัวกันอยู่ที่นี่
พวกมันต่างก็มีหนึ่งสิ่งที่เหมือนกัน นั่นก็คือร่างกายของพวกมันได้แผ่ออร่าของผู้กล้าออกมา
ในเวลานี้ ผู้กล้า 6 คนจาก 7 คนก็มองไปทางอาณาจักรตะวันสาดแสงจากในระยะไกล สายตาของพวกมันเต็มไปด้วยความเย็นชาและจองหอง
“อาณาจักรของพวกเราได้สูญเสียผู้กล้าและทหารไปนับล้านคนในการต่อสู้ และอาณาจักรทั้งหมดก็ได้ล่มสลายลงเพราะเรื่องนี้ แต่ราชาตะวันสาดแสงกลับกำลังจัดพิธีสถาปนาขึ้นในเมืองหลวงงั้นเหรอ?!”
“ลูกชายของข้าถูกราชาตะวันสาดแสงสังหารด้วยหอก ความแค้นนี้ต้องถูกชำระ!”
“ข้าอยากกินเนื้อของมันจริงๆ!”
“ไอ้ราชาตะวันสาดแสงบัดซบ วันหนึ่งข้าจะทำลายอาณาจักรของเจ้าให้ได้!”
ผู้กล้าต่างเผ่าพันธุ์หกคนพูดออกมาด้วยความโกรธ
มันมีแค่ผู้กล้าคนสุดท้ายที่นั่งอยู่บนหินก้อนใหญ่เท่านั้นที่มองไปทางอาณาจักรตะวันสาดแสงอย่างใจเย็น
มันสูงประมาณสิบเมตรและมีร่างกายที่ผอมบาง แขนขาเรียวยาวและทั้งตัวของมันถูกปกคลุมไปด้วยผลึกน้ำแข็งสีฟ้า แม้แต่ดวงตาของมันก็ยังเป็นสีฟ้าน้ำแข็ง และร่างของมันก็เปล่งออร่าเย็นจางๆ ออกมา